ตอนที่ 14
จำใจยินยอม 3
“แน่นอน หากไม่้า ข้าคงไม่คิดจะก้าวลงจากเกี้ยว เพื่อออกแรงจับเ้าด้วยตนเองเช่นนี้”เจิ้งอี้หรูเอ่ยคำพลางบังคับร่างของหลินรั่วซีให้เคลื่อนเข้ามาหยุดที่ข้าง ๆ ตนเอง“เด็กน้อย ข้ารู้ว่าเ้าคือผู้ถือครองธาตุศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น ข้าจึง้าจะรับเ้าเป็ศิษย์ส่วนตัวของข้า”
“เ้ารู้” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยความใเพราะเื่ของสายเืลึกลับที่อยู่ในร่างของตนเองนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ “หากข้าปฏิเสธเ้าละ”
“เ้าไม่ปฏิเสธข้าหรอก”
“ทำไมจะไม่ละ”
“เอาตัวมันมา”สิ้นคำสมุนมารคลุมหน้า ก็นำร่างของหัวหน้าชุดคุ้มภัยตระกูลหลินซึ่งถูกเด็ดเอ็นมือเอ็นเท้าและปรากฏร่องรอยาแอีกนับไม่ถ้วนจนทั้งร่างอาบไปด้วยโลหิต แถมเวลานี้ทั่วทั้งร่างถูกเข็มกลวงยาวเสียบปักอยู่ตามตำแหน่งชีพจรลมปราณหลักแม้ภายนอกบอบช้ำ แต่สติกลับถูกกระตุ้นให้อยู่ในสภาวะอันสมบูรณ์ เพียงแต่มิอาจเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงร้องออกมา
“โหดร้ายยิ่งนัก ทำไมท่านต้องทำร้ายหัวหน้าอวิ๋นเช่นนี้ด้วย”หลินรั่วซีเอ่ยหน้าเสีย รู้สึกเ็ปแทนผู้คนของตระกูล
“เ้านี่เป็คนที่ไม่รักษาคำพูด และข้าก็เคยเตือนมันแล้ว ว่าผลของการหลอกลวงนั้นจะต้องได้รับการลงทัณฑ์สถานใด”
หลินรั่วซีสูดหายใจรวบรวมความกล้า “ชีวิตของเขาก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่ดีท่านบังคับจับตัวข้ากลับไปได้ แต่จะให้ข้ายินยอมทำตามนั้นไม่มีทาง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ม้าดีย่อมต้องมีพยศบ้าง แม้ตกภายใต้คมหอกจ่อคอเช่นนี้ แต่เ้ากลับกล้าต่อปากต่อคำกับข้านิสัยเช่นนี้ถูกใจข้ายิ่งนัก ดี !!! ในเมื่อเ้าอยากรู้ว่าข้าจะทำเช่นไรเพื่อให้เ้าเชื่อฟัง เช่นนั้นข้าก็จะบอกเ้าเอง”
ทุกครั้งที่เอ่ยตอบบทสนทนา หลินรั่วซีก็พยายามเหลือบสายตา ชำเลืองย้อนกลับหลังค่อยสังเกตว่าหยางอี้นั้นจากไปหรือยัง แต่สุดท้ายกลับตรงกันข้าม หยางอี้ไม่ได้คิดหลบหนีแต่กลับวิ่งตรงมาหาตนเอง กลายเป็ยิ่งทำให้เด็กสาวร้อนใจ
... เ้าเด็กโง่เอ๊ย ทำไมจึงยังไม่หนีไปอีกรึเพราะคำพี่น้องกันหนึ่งวันนั้น
หลินรั่วซีตัดสินใจเด็ดเดี่ยว คิดใช้ไหวพริบสุ่มเสี่ยงแก้ปัญหา “หากเ้าแน่จริงกล้าพนันกับข้าไหม ว่าหากเ้าทำไม่ได้ดังพูด เ้าต้องยินยอมปล่อยข้าจากไป ตกลงไหม”
“ถ้าเช่นนั้น...ก็จงดู” เจิ้งอี้หรูไม่คิดตอบคำถามตรง ๆ เพียงสะบัดมือหนึ่งครั้งหนังบนใบหน้าของหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋นพลันหลุดออกมาทั้งแผ่นสมบูรณ์ ผลงานนับว่าประณีตมิแตกต่างจากการถลกหนังสัตว์ด้วยช่างฝีมือชั้นสูงหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋นแม้เ็ปแทบตาย แต่กลับไม่อาจหลับตาหรือส่งเสียงร้องใด ๆออกมา สภาพดูน่าหดหู่ยิ่งนัก “จางเหลียน” เจิ้งอี้หรูเอ่ยคำห้วนดัง
สมุนนาม...จางเหลียน ที่ถูกขานเรียก ไม่กล้าชักช้า ทะยานออกมารับหนังบนใบหน้าที่โลหิตยังคงไหลซิบมิให้ตกลงถึงพื้นจากนั้น มันจึงค่อยขยับหมวก และเลิกผ้าที่ปิดบังใบหน้าของตนเองขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ซุกซ่อนอยู่ใบหน้าราวหัวกะโหลกหุ้มหนังบาง เรียบเกลี้ยงเสมอกัน แลดูมิสมประกอบ เพราะสมุนมารผู้นี้...ไร้จมูกใช้การหายใจผ่านทางช่องโหว่ของกะโหลกที่กลางใบหน้า ริมฝีปากถูกเฉือนทิ้งจนเห็นฟันแหลมเรียงตัวชิดอยู่ด้านในเบ้าตาทั้งสองลึกจม ดวงตาโตถลนกลมแลดูสยดสยองแต่ทั้งหมดหาได้เกิดขึ้นเพราะมันถูกทำร้าย หากเป็เพราะมันทำร้ายตนเอง เพื่อฝึกฝนวิชาปลอมแปลงั้แ่ยังเยาว์...วิชาปลอมแปลงโฉมอันแสนลี้ลับของสำนักมาร หนังบนใบหน้าที่ถลกออกของหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋นถูกสวมทับก่อนจะค่อย ๆ แนบลงและถูกยึดเชื่อมด้วยลมปราณของจางเหลียน เมื่อใบหน้ามิสมประกอบแปรเปลี่ยนสมบูรณ์ร่างกายของจางเหลียนค่อยบิดเบี้ยวโค้งงอ ขณะนั้นมันยังเดินไปสำรวจรอบ ๆหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋นอีกสองครา จากนั้นข้อต่อกระดูกทั่วร่างก็พร้อมใจกันดังเลื่อนลั่นหลังที่งองถ้มพลันตั้งตรงองอาจ สีผิวซีดกลายเป็หมองลงและค่อย ๆ ปรากฏสีของโลหิตชั่วอึดใจก็ถูกปรับกลืน จนมิแตกต่างจากสีผิวของหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋น ภาพของยอดวิชาปลอมแปลงโฉมเช่นนี้แม้แต่หลินรั่วซียังมิอาจปิดซ่อนความตื่นตะลึงบนใบหน้าเอาไว้
“ดี ปลอมแปลงได้ไม่มีที่ติ”เจิ้งอี้หรูเอ่ยชมจางเหลียนก่อนจะหันกลับมาสนใจหลิวรั่วซีอีกครา “จางเหลียนผู้นี้ งานถนัดของมันคือการลอบสังหาร”เจิ้งอี้หรูเอ่ยเสียงเรียบไร้อารมณ์ “และมันจะรับคำสั่งจากข้า ให้ช่วยดูแลทุกชีวิตในตระกูลของเ้าระหว่างที่เ้ายังมิตอบรับคำของข้าดีหรือไม่”
“นี่เ้า...”หลินรั่วซีอับจนถ้อยคำเนื้อตัวกลายเป็โกรธจนสั่นเทาไปทั้งร่าง แต่ด้วยมิอาจทำอย่างไรได้ เมื่อนั้นน้ำตาจึงไหลซึมออกมาทางหางตาแต่เมื่อคิดทบทวนไว ค่อยสะกดข่มมันเอาไว้
“หากเ้าตกลง ทุกคนก็ปลอดภัย ส่วนใบหน้านั่น ข้าจะให้จางเหลียนทำลายทิ้งทันที”เจิ้งอี้หรูเอ่ยพลางลูบศีรษะของหลินรั่วซีด้วยความเอ็นดู“เด็กน้อยวันนี้เ้าต่อต้าน แต่เ้าเชื่อข้าเถอะ ว่ามีผู้คนมากมายอยากที่จะเป็ศิษย์ของข้าจนแม้แต่ครอบครัวของพวกมัน ยังยอมแลกได้กับคำสั่งสอนของข้าเพียงไม่กี่คำ” นางมารเอ่ยพลางเอื้อมมือไปลูบเรือนผมดำขลับของหลินรั่วซีอีกครั้ง“เด็กน้อย เ้าอย่าได้ลังเลอีกเลย”
“...ตกลง” คำตอบพร้อมน้ำตาที่ไม่อาจควบคุม ร่วงหล่นลงหนึ่งหยดและเป็เพียงหยดเดียวเท่านั้น “แล้วท่านพ่อท่านแม่ข้าจะรู้ไหมว่าข้าจากไปที่ใด”
“เื่นั้นมิต้องเป็ห่วง จางเหลียนจะแจ้งผู้คนในตระกูลของเ้าเองว่าเ้าตายไปพร้อมกับผู้คนมากมายในวันนี้ แต่เ้าไม่ต้องกังวลว่าผู้คนของเ้าจะเดือดร้อนข้ารับปากเ้าว่าตลอดเวลาที่เ้าอยู่กับข้าตระกูลของเ้าจะได้รับการปกป้องเป็อย่างดีเมื่อเ้ากล้าแข็งจนสามารถออกจากสำนักได้แล้ว เ้าจะกลับไปหาพวกเขาข้าก็มิห้ามปรามหรือว่า...เ้าอยากจะแก้แค้น ข้าก็มิห้ามเ้าหรอกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ความคิดของผู้คนในพรรคบุปผาิญญาอสูรล้วนแปลกประหลาด ยากเข้าใจ
หลินรั่วซีมิอาจตอบคำ ได้แต่กัดริมฝีปากจนเืไหลซิบพยักหน้าหงึกเป็การยินยอมรับข้อเสนอของเจิ้งอี้หรู
“ดี งั้นก็ไปกันเถอะ หากชักช้าพวกสุนัขรับใช้ของเทียนถังอันน่ารำคาญจะตามกลิ่นมาถึงที่นี่”
“แล้วผู้คนที่เหลือรอดเล่า ท่านจะปล่อยพวกมัน...”
“ได้แน่นอน ถ้า...ศิษย์ข้า้า เื่นี้ก็ง่ายนิดเดียวเพียงแค่...เอ่ยขอ”
“เช่นนั้น ท่านก็จงปล่อยพวกเขาไปเถิด”
“ไหน...ลองเอ่ยอีกครั้งสิ”
หลินรั่วซีขบฟันแน่น ฝืนเอ่ยอีกครา“ขอ ท่านอาจารย์ ได้โปรดปล่อยพวกเขาไป...”หางเสียแ่เบา จนแทบไม่ได้ยิน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้เป็วันดี ข้า เจิ้งอี้หรู รับศิษย์ส่วนตัวคนแรกฤกษ์ดีเช่นนี้ มิควรสร้างบาป ยิ่งได้ยินคำขอของศิษย์ข้าเช่นนี้ เราสองก็ถือโอกาสทำบุญปล่อยชีวิตร่วมกัน”เจิ้งอี้หรู หันมาแย้มยิ้ม ลูบศีรษะหลินรั่วซีหนึ่งครา “เช่นนั้น ข้าจะปล่อยพวกมันไป”สิ้นคำ มารร้ายก็ไม่คิดรั้งอยู่ต่อไป ช้อนมือไวราวอสรพิษฉกเหยื่อ รัดร่างของหลินรั่วซีเข้ากระชับแน่นในวงแขน เด็กสาวทั้งตื่นกลัวและใ จนเนื้อตัวสั่นเทาไม่หยุด แต่เมื่อตัดสินใจแล้วไม่คิดอ้อนวอนใด ๆ อีก
ทันทีเจิ้งอี้หรูทะยานหายเข้าไปภายในเกี้ยวใหญ่ สมุนคลุมหน้า ซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้งแปด จึงค่อยเร่งฝีเท้าติดตาม เมื่อประชิดถึงเกี้ยว พลันใช้สองมือยกแบกเกี้ยวใหญ่ลอยขึ้นเหนือหัว เบาบางไม่ไหวเอน สองเท้าของมัน จึงค่อยทะยานล้ำเหยียบย่างอากาศธาตุ จากไปอย่ารวดเร็ว
เจิ้งอี้หรูจากไปแล้ว แต่คำสัญญาที่ว่าจะไว้ชีวิตนั้น...เป็เพียงคำลวง
“ลงมือสังหารอย่าให้เหลือ” ชายคุลมหน้า ผู้ใช้กระบี่แหลมคล้ายหมุดเอ่ยสั่งเหล่าสมุนมารปิดหน้า ที่เหลืออยู่หกคน ทะยานลิ่ว แยกย้ายกันไล่ล่าสังหารผู้คน ซึ่งกำลังหลบหนีอย่างโเี้ในทันที
มีเพียงจางเหลียน ที่มิได้ทะยานออกไปพร้อมกับผู้อื่น เพราะยามนี้มันกำลังมีความสุขที่นายหญิงของมัน ทิ้งของเล่นชิ้นใหม่เอาไว้ จางเหลียนแย้มยิ้มเบิกบาน เดินตรง เข้าไปหาร่างอันรวยรินของหัวหน้าชุดคุ้มภัยอวิ๋นก่อนจะยัดโอสถฟื้นฟู ใส่ปากหัวหน้าชุดคุ้มภัยผู้โชคร้ายไปหนึ่งเม็ด “นายหญิงสั่งเอาไว้เ้า จะตายง่าย ๆ มิได้ แถมข้า ก็ยังไม่รู้จักตัวตนของเ้าเลยแล้วจะปลอมแปลงเป็เ้าให้แเีได้อย่างไรกัน ไปเถอะ เราไปเล่นสนุกกัน” ใบหน้าของจางเหลียนนับว่าพิกลพิการแล้ว แต่จิตใจของมัน กลับอัปลักษณ์เสียยิ่งกว่า