ทันใดนั้นปากแมงป่องยักษ์ก็เปิดออกก่อนจะพ่นของเหลวสีเขียวเข้มเข้าใส่ใบหน้าของไป๋หยุนเฟย!!
“วิเศษมาก!ถึงกับกล้าถ่มน้ำลายใส่ข้า!”
ไป๋หยุนเฟยร้องออกมาพร้อมกับไขว้ขาแล้วก้าวเฉียงถอยหลบไปด้านขวา‘น้ำลาย’ของแมงป่องยักษ์จึงพุ่งลงใส่พื้นจากนั้นเกิดเสียงฟู่ขึ้นแผ่วเบาพร้อมกับกลิ่นและควันอันประหลาดพิกลแพร่กระจายออก
แก้วตาไป๋หยุนเฟยหดลีบลงก่อนจะหันไปมองแมงป่องยักษ์ที่เพิ่งร่วงลงสู่พื้นขณะเดียวกันแมงป่องยักษ์ก็จ้องมองมาด้วยสายตาอันดุร้ายพร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น
หนึ่งคนหนึ่งแมงป่องจ้องมองกันอยู่เนิ่นนานทันใดนั้นแมงป่องยักษ์ก็ส่งเสียงออกมาอีกครั้งรอบกายของมันเปล่งแสงสีส้มพร้อมกับพองตัวขึ้นและก่อนที่ไป๋หยุนเฟยจะทันได้มีปฏิกิริยาอันใดมันก็แทงก้ามยักษ์ลงไปในพื้นดินอีกครั้ง พร้อมกันนั่นพื้นใต้เท้าของไป๋หยุนเฟยก็สั่นสะเทือนแต่ทว่าความรุนแรงในครั้งนี้กลับมากยิ่งกว่าคราก่อนมิหนำซ้ำยังมีแท่งดินนับสิบแท่งพุ่งขึ้นมาจากทุกทิศทางใส่ไป๋หยุนเฟย
“เฮอะ!ยังจะใช้ลูกไม้เดิมอีก?” ไป๋หยุนเฟยตะโกนออกมา จากนั้นโคจรพลังไปที่เท้าเพียงแต่ครั้งนี้แทนที่จะขยับร่างหลบซ้ายขวากลับทะยานขึ้นไปหาเพดานถ้ำ แท่งดินอันแหลมคมจึงพลาดเป้าจนหมดสิ้นด้านไป๋หยุนเฟยก็พลิกตัวถีบเท้าใส่เพดานพุ่งดิ่งลงมาหาแมงป่องยักษ์
ยามที่เข้าถึงตัวศัตรูไป๋หยุนเฟยก็บิดตัวหลบหลีกหางแมงป่องที่จู่โจมใส่ขณะเดียวกันก็ยกมือขวาขึ้นเล็งที่หัวของแมงป่องแล้วทุบลงไป
“ปัง!!”
หินดินแตกกระจายเกิดเป็นหลุมใหญ่แต่ไป๋หยุนเฟยไม่ทันได้หันกลับก็สัมผัสได้ว่ามีเงาทอทาบศีรษะที่แท้เป็นก้ามขนาดยักษ์ของแมงป่องที่ฟาดเข้าใส่!
ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วขึ้นยามนี้ปฏิกิริยาของแมงป่องยักษ์กลับรวดเร็วยิ่งกว่าเมื่อครู่มากนัก ยามกะทันหันไม่อาจหลบหลีกได้ทันจึงได้แต่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นโดยหวังจะใช้แขนขวาเพื่อต้านรับการโจมตีนี้เอาไว้
หลังเสียงดังสนั่นเงียบลงเท้าทั้งสองข้างของไป๋หยุนเฟยก็จมอยู่ในพื้นราวสองนิ้ว ไป๋หยุนเฟยบิดเอวเล็กน้อยก่อนจะร้องออกมาเบาๆพร้อมกับทุ่มเทพลังไปยังแขนทั้งสองข้างก้ามยักษ์จึงถูกยกชูสูงขึ้น ชั่วขณะที่จะฉวยโอกาสนี้รุกโต้กลับสีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนไปทันทีจู่ๆเงาสีเทาที่รวดเร็วปานสายฟ้าวาดพุ่งเข้าใส่เอวอย่างถนัดถนี่
“เพียะ! ปัง!”
ไป๋หยุนเฟยปลิวกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำเช่นเดียวกับแมงป่องยักษ์จมลึกลงไปกว่าครึ่งตัว
ด้วยใบหน้าที่กลายเป็นแดงฉานไป๋หยุนเฟยปาดเช็ดโลหิตที่หลั่งไหลออกจากปากของตน แล้วจู่ๆมันก็เอ่ยปากขึ้นว่า “หึหึ ไม่เลว นึกไม่ถึงว่าก็ซุกซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้นี่จึงจะเป็นพลังและความเร็วที่อสูรวิญญาณระดับห้าสมควรจะมี...”
“กรี๊ด กรี๊ด!!”
แมงป่องยักษ์กรีดร้องสองคราด้วยความพอใจดูเหมือนมันจะชมชอบต่อวิธี‘หนามยอกเอาหนามบ่ง’เช่นนี้ยิ่ง แต่กระนั้นมันกลับไม่รีบร้อนจู่โจมใส่เพียงสะบัดหางงุ้มปลายแหลมไว้เหนือหัวชี้ใส่ไป๋หยุนเฟย
“เอ๊ะ?”
ไป๋หยุนเฟยลอบประหลาดใจอยู่บ้างแต่ระหว่างที่กำลังสงสัยอยู่นั้นก็เห็นปลายหางแมงป่องอันแหลมคมซึ่งมีลักษณะคล้ายจะงอยปากนกกำลังเปิดออก ขณะเดียวกันส่วนหางของมันก็เบ่งพองและหดวูบก่อนจะยิงของเหลวสีเขียวเข้มใส่ไป๋หยุนเฟยราวลูกกระสุน
“มารดาของเรา!ส่วนนี้ก็ยิงได้อีก!”
สีหน้าไป๋หยุนเฟยแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวงขณะที่มันรีบบิดเอวหลบหลีกอย่างเร่งร้อน ก็มีของเหลวพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
“มารดามันเถอะ!ถึงกับยิงต่อเนื่องได้!”
แม้ปากจะร่ำร้องก่นด่าแต่ก็ไม่กล้าเสียจังหวะหลบหลีกแม้แต่น้อยไป๋หยุนเฟยจึงใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นอันแยบยลพิสดารโยกซ้ายหลบขวาหลบหลีก‘การระดมยิง’ของอีกฝ่าย
หลังถูกกระหน่ำยิงต่อเนื่องราวชั่วอึดใจไป๋หยุนเฟยที่หลบหลีกได้ตลอดก็เหนื่อยหอบสิ้นเรี่ยวแรงผนังหินด้านหลังเต็มไปด้วยรูพรุนและควันสีเขียวฟุ้งกระจายไปทั่วหากไม่ใช่ว่าไป๋หยุนเฟยใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นคงต้องถูกของเหลวสีเขียวเข้มยิงท่วมร่างไปแล้วต่อให้ไม่ตายด้วยพิษก็คงต้องตายด้วยอาการคลื่นไส้เป็นแน่
เห็นได้ชัดว่าแมงป่องยักษ์ไม่คิดว่าวิชาท่าร่างของไป๋หยุนเฟยจะรวดเร็วถึงเพียงนี้คิดไม่ถึงว่าการยิงพิษอย่างต่อเนื่องเช่นนี้กลับยังไม่อาจกระทบถูกเป้าหมายได้แม้แต่ครั้งเดียวหลังจากพบว่าระดมยิงเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อันใดมันก็พับหางหยุดยิงขณะเดียวกันก็แทงก้ามทั้งคู่ลงใส่พื้นพร้อมกันไป๋หยุนเฟยเข้าใจว่ามันจะใช้ท่าโจมตีที่ใช้แท่งดินแหลมคมพุ่งขึ้นจากพื้นแต่กลับกลายเป็นว่ามันกำลังขุดพื้นอยู่ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยกำลังงงงันอยู่นั้นเพียงพริบตาเดียวแมงป่องยักษ์ก็มุดหายลงไปแล้ว
“นี่...”
ขณะเหม่อมองหลุมบนพื้นซึ่งถูกปิดกลบไปไป๋หยุนเฟยก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้างแต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อครู่ที่แมงป่องจู่โจมใส่มันก็โผล่ออกมาจากผนังถ้ำเช่นกันไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วขณะเดียวกันสีหน้าก็สงบเยือกเย็นลงจากนั้นยื่นมือขวาออกทวนเปลวอัคคีก็ปรากฏขึ้นในมือ หลังจากแผ่สัมผัสวิญาณกระจายออกสายตาก็จับจ้องไปยังผนังหินโดยรอบ
หลังผ่านอึดใจแห่งความเงียบงันน่าอึดอัดจู่ๆดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกายวูบ มันสะบัดทวนเปลวอัคคีแทงใส่พื้นซึ่งห่างออกไปราวครึ่งว่า“ตรงนี้!!”
“ฟุ่บ!”
ปลายทวนกลับไม่ได้แทงทะลุพื้นลงไปมิหนำซ้ำยังปราศจากปฏิกิริยาอันใด
ดวงตาไป๋หยุนเฟยสาดประกายพร้อมกับกวาดเท้าเตะทวนเปลวอัคคีขึ้นจากนั้นสืบเท้าตามทวนไปครึ่งก้าวก่อนจะพุ่งทวนทะลวงย้อนกลับใส่ผนังถ้ำด้านหลังในบัดดล
“ตูม!!”
ครานี้กลับกระตุ้นให้บังเกิดผลกระทบการระเบิดขึ้นเนื่องเพราะทวนนี้แทงใส่บริเวณใกล้ปากถ้ำจึงทำให้เศษดินเศษหินแตกกระจายออกจนขยายปากถ้ำกว้างขึ้นร่วมสองเท่าความร้อนจากพลังธาตุไฟปะทุออกทุกทิศทางจนแม้แต่เมฆหมอกที่หน้าถ้ำยังถูกความร้อนผลักดันออกไปยี่สิบสามสิบวา
ขณะนั้นเองก็พลันมีเสียง‘กรี๊ดกรี๊ด’ดังมาจากบริเวณขอบผนังใกล้กับศูนย์กลางการระเบิดจากนั้นผนังถ้ำก็สั่นสะเทือนเล็กน้อยแล้วแมงป่องยักษ์ก็ถูกบีบให้ออกมา!!
“หึ หึ! ขอดูหน่อยเถอะว่าเจ้าจะซ่อนที่ใดได้!”
ไป๋หยุนเฟยยิ้มอย่างภาคภูมิ ที่จริงมันจงใจแทงใส่ผนังคลาดเคลื่อนไปไม่เช่นนั้นต่อให้แมงป่องยักษ์หลบหลีกได้แต่ก็คงไม่ไร้อันตรายเช่นนี้แน่ เนื่องเพราะการระเบิดจากทวนเปลวอัคคีนั้นรุนแรงอย่างยิ่งหากแทงตรงจุดที่มันซ่อนตัวอยู่อาจทำให้แมงป่องยักษ์บาดเจ็บถึงตายได้ ---ไป๋หยุนเฟยเองไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนั้น แม้ของวิเศษล้ำค่าจะเป็นที่ต้องการแต่การลงมือสังหารดูจะเกินกว่าเหตุไปบ้าง
ขณะที่หัวเราะอยู่นั้นไป๋หยุนเฟยก็ไม่ชักช้ารีบสะบัดมือเก็บทวนเปลวอัคคีก่อนจะพลิกมืออีกครั้งแล้วก้อนอิฐสีแดงสดก็ปรากฏขึ้นในมือ
หลังจากหลบหลีกหลายครั้งติดต่อกันสองครั้งสองคราที่หลบพิษซึ่งยิงใส่และหลบหางที่พุ่งเข้าหาไป๋หยุนเฟยก็กระโจนเข้าประชิดถึงด้านข้างแมงป่องยักษ์จากนั้นฟาดก้อนอิฐลงไปที่หัวแบนราบของมัน
แมงป่องยักษ์ครุ่นคิดไม่เข้าใจว่าไฉนเจ้ามนุษย์คนนี้แทนที่จะใช้ทวนอันทรงพลังนั้นกลับหยิบอิฐก้อนหนึ่งมาโจมตีใส่มันแทน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่กล้าดูแคลนแมงป่องยักษ์ยกก้ามทั้งสองขึ้นป้องกันก้อนอิฐขณะเดียวกันก็สะบัดหางพุ่งโจมตีใส่ขาของไป๋หยุนเฟย
“ปัง!”
ก้อนอิฐกระแทกใส่ก้ามแมงป่องโดยที่ไม่อาจสร้างริ้วรอยบาดแผลอันใดแต่ตัวของแมงป่องยักษ์กลับคล้ายลูกหนังที่ถูกเตะกระเด็นออกไปจนทำให้หางของมันโจมตีพลาดเป้ามิหนำซ้ำทิศทางที่มันกระเด็นออกไปกลับพอดีเป็นปากถ้ำ!!
แมงป่องยักษ์พลิกตลบกลางอากาศสองรอบขณะที่เห็นว่ามันจะกระเด็นออกไปนอกถ้ำคิดไม่ถึงว่าแมงป่องยักษ์จะสะบัดหางปักใส่พื้นเบื้องล่าง ชั่วพริบตาที่ตัวของมันหลุดออกจากถ้ำไปกว่าครึ่งในยามคับขันมันกลับสามารถปักหางลงที่พื้นหน้าปากถ้ำและหยุดร่างไม่ให้กระเด็นออกไปได้
“จงตกลงไปซะ!”
แมงป่องยักษ์ยังไม่ทันขยับตัวมีปฏิกิริยาใดส่วนท้องก็ถูกเตะอย่างถนัดถนี่ ที่แท้ก็เป็นไป๋หยุนเฟยที่ติดตามมาอย่างเร่งร้อนเพื่อฉวยโอกาสนี้ส่งเสริมมันอีกเท้าหนึ่ง
เท้านี้เตะใส่อย่างหนักหน่วง หางที่ปักกับพื้นจึงหลุดออกพร้อมกับร่างแมงป่องยักษ์ปลิวหลุดออกไปนอกถ้ำก่อนจะร่วงลงสู่หุบเหวด้านล่าง
แล้วไป๋หยุนเฟยก็กระโดดขึ้นเหยียบย่ำใส่อีกครั้งดังกับคนตกบ่อน้ำแล้วถูกโยนหินซ้ำ เท้านี้ถึงกับเร่งให้แมงป่องยักษ์ร่วงลงเร็วกว่าเดิมขณะเดียวกันไป๋หยุนเฟยก็อาศัยมันเป็นแท่นรองเท้าเพื่อทะยานกลับสู่ปากถ้ำแต่ผู้ใดจะทราบว่าจู่ๆข้อเท้าไป๋หยุนเฟยก็ถูกรัดแน่นพร้อมกับที่ร่างถูกฉุดดึงลงไปอย่างรวดเร็ว
ที่แท้แมงป่องยักษ์ใช้หางมันรัดขาไป๋หยุนเฟยเพื่อลากให้ร่วงลงไปพร้อมกัน!!