กล้องจากสื่อมวลชนนับสิบที่เล็งเข้ามาประหนึ่งปืนกลและการปรากฏตัวของประธานสมาคมต่างๆ ที่มารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายภายใต้สายตาของมวลชนนับหมื่น ทันทีที่เซียวเยี่ยบนแท่นตื่นรู้เริ่มเคลื่อนไหวเขาก็กลายเป็จุดรวมสายตาเพียงหนึ่งเดียวในทันที!
ทั่วทั้งลานพิธีตื่นรู้ตกอยู่ในความเงียบงันทุกคนต่างกลั้นหายใจด้วยความระทึก อยากจะเห็นกับตาว่าเซียวเยี่ยเด็กหนุ่มผู้จุดชนวนกระแสความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งเมืองซ่างจิงคนนี้ท้ายที่สุดแล้วเขาจะตัดสินใจเลือกสิ่งใด...
เมื่อลำแสงทั้งสี่สายบนศิลาจารึกโบราณจางหายไปพร้อมกันละอองหมอกพลันโปรยปรายลงบนแท่นตื่นรู้ และเมื่อม่านหมอกสลายตัวไปไม่ว่าจะเป็กระบี่ั์ผุพัง ดาบดำแห่งห้วงมิติหรือแม้แต่โครงกระดูกแห่งมหันตภัยกองทัพอันเดดต่างก็ค่อยๆ เลือนหายไปจนสิ้น
ในเวลานี้บนร่างของเซียวเยี่ยหลงเหลือไอเทมอยู่เพียงชิ้นเดียวมันคือคบเพลิงที่จวนเจียนจะมอดดับลง ซึ่งลอยวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบก่อนจะพุ่งเข้าสู่ระหว่างคิ้วของเซียวเยี่ย!
..........
ทั่วทั้งลานพิธีพลันเกิดเสียงฮือฮาอื้ออึง“นี่มัน... เป็ไปไม่ได้ใช่ไหม?”
อธิการบดีหลินเจิ้งหนานถึงกับหน้าถอดสีเขาขยี้ตาตัวเองซ้ำๆก่อนจะหันไปถามหัวหน้าจางที่อยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ“เซียวเยี่ย... เขาไม่ได้เลือกมหันตภัยกองทัพอันเดดงั้นเหรอ!?”
ประธานสมาคมทั้งสี่ต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่ออยู่บนปะรำพิธีเมื่อมองดูมวลเมฆสีดำก้อนสุดท้ายบนท้องฟ้าเหนือพิธีค่อยๆ จางหายไปดวงตาของทุกคนก็ฉายแววเหลือเชื่อและตกตะลึงอย่างที่สุด“เป็ไปได้ยังไงกัน?! เขาถึงกับปฏิเสธมหันตภัยกองทัพอันเดดเลยเหรอ!”
“นั่นมันอาชีพที่เปรียบเสมือนภัยพิบัติเดินดินเลยนะ”
“เซียวเยี่ยสมองกลับไปแล้วหรือไง?!”
“หรือว่าเซียวเยี่ยคนนี้จะไม่รู้ข้อมูลเื่ระดับอาชีพเลย?”
หลิวเลี่ยนประธานสมาคมเพลิงาส่ายหน้าถอนหายใจด้วยความเสียดายนึกริษยาที่คนที่ยืนอยู่บนแท่นตื่นรู้นั้นไม่ใช่ตัวเขาเอง
“เซียวเยี่ยยังเด็กเกินไปจริงๆถึงได้มองไม่ออกว่ามหันตภัยกองทัพอันเดดนั้นล้ำค่าเพียงใด”
ขณะเดียวกันอธิการบดีหลินเจิ้งหนานที่อารมณ์พลิกผันจาก์ลงสู่เหวก็เปรียบเสมือนกระทิงบ้าที่สติหลุดลอยเขาพุ่งตัวขึ้นไปบนแท่นตื่นรู้อย่างคลุ้มคลั่ง!
มหันตภัยกองทัพอันเดด...นั่นคืออาชีพระดับ SSS ที่ร้อยปีจะปรากฏสักครั้งนะ!
เซียวเยี่ยกลับปฏิเสธมันไปหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?
“เซียวเยี่ย! นายออกมาเดี๋ยวนี้!”
อธิการบดีหลินคำรามด้วยเสียงแหบพร่าอย่างเสียสติ“หัวหน้าจาง อาจารย์ประจำชั้นของเซียวเยี่ยคือใคร? ทำไมถึงไม่มีการแนะแนวเื่อาชีพให้ดีกว่านี้?!”
“ไปตามอาจารย์ประจำชั้นของเขามาพบผมเดี๋ยวนี้ ผมอยากจะรู้นักว่าเป็ใคร”
หัวหน้าจางเองก็พลอยผสมโรงหันไปตวาดใส่อาจารย์ถังหว่านเอ๋อร์อย่างเอาเื่ “อาจารย์ถังในฐานะอาจารย์ประจำชั้นคุณไม่ได้ให้ความรู้พื้นฐานเื่อาชีพแก่ลูกศิษย์เลยหรือไง?”
ในเวลานี้ถังหว่านเอ๋อร์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดในสายตาของเธอ เซียวเยี่ยเป็นักเรียนที่เฉลียวฉลาดและมีพร์มาโดยตลอด
แม้แต่วิชาที่นอกกระแสที่สุดเขาก็ยังสามารถทำความเข้าใจได้อย่างแตกฉาน
แล้วไฉนในนาทีวิกฤตของการเลือกอาชีพเขาถึงได้พลาดพลั้งขนาดนี้?
เป็เพราะเธอไว้วางใจในตัวเซียวเยี่ยมากเกินไปจนละเลยการแนะแนวพื้นฐานให้เขาอย่างนั้นหรือ?
ต่อหน้าคำดุด่าของหัวหน้าจางและอธิการบดีถังหว่านเอ๋อร์หาได้แยแสไม่ ทว่าหากเป็เพราะเธอแนะแนวไม่ดีพอจนทำให้ต้นกล้าที่ยอดเยี่ยมอย่างเซียวเยี่ยต้องเสียอนาคต...ถังหว่านเอ๋อร์ก็ถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความวิตกรู้สึกผิดราวกับเป็คนทำลายอนาคตของเซียวเยี่ยด้วยมือตัวเอง!
ผลลัพธ์ที่พลิกผันราวกับละครเช่นนี้ทำให้บรรดาสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวถึงกับตื่นตัวจนขีดสุด!
ผู้คนชอบสร้างเทพแต่ที่ชอบยิ่งกว่าคือการทำลายเทพเ่าั้ทิ้งกับมือ!
เลนส์กล้องทุกตัวต่างซูมเข้าไปที่เซียวเยี่ยบนแท่นตื่นรู้เพื่อถ่ายทอดสดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไปทั่วประเทศ “ท่านผู้ชมครับเป็ที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ครับไม่คิดเลยว่านักเรียนเซียวเยี่ยจะเลือกอาชีพที่แย่ที่สุดท่ามกลางอาชีพชั้นยอดที่มีให้เลือกมากมาย!”
“อาชีพระดับ SSS มหันตภัยกองทัพอันเดดถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ช่างน่าเสียดายจริงๆ!”
“โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งที่อ้างว่าเป็อันดับหนึ่งในซ่างจิงแม้แต่ความรู้พื้นฐานเื่อาชีพยังสอนนักเรียนไม่ได้ น่าสมเพชจริงๆ”
“ผมคิดว่าทั้งเซียวเยี่ยและอาจารย์ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อผลลัพธ์นี้!”
“พวกเขาทั้งหมดต้องรับผิดชอบที่ทำให้แคว้นัต้องสูญเสียอาชีพมหันตภัยกองทัพอันเดดไปหนึ่งตำแหน่ง!”
“...”
ผู้คนที่รับชมการถ่ายทอดสดต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา หลายคนถึงขั้นเริ่มใช้คำพูดรุนแรงโจมตีทางโลกออนไลน์
ส่วนประธานสมาคมทั้งสี่คนบนปะรำพิธีต่างส่ายหน้าถอนหายใจและเตรียมทยอยเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
ตอนแรกคิดว่าจะได้เพชรน้ำงามในรอบร้อยปีมาแต่น่าเสียดายที่เซียวเยี่ยมันไม่เอาถ่านเอง!
หลิวเลี่ยนประธานสมาคมเพลิงารู้สึกว่าการที่เขาอุตส่าห์ปลีกตัวจากดันเจี้ยนสำคัญเพื่อมาที่นี่นั้นไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยเขาถอนหายใจอย่างดูแคลน พลางกล่าวกับเลขาส่วนตัว “เลขาหลินนักเรียนเซียวเยี่ยคนนี้จิตใจว้าวุ่นเกินไปอีกอย่างดูจากอาชีพที่เขาปลุกขึ้นมาเป็ลำดับสุดท้ายนั่น คงเป็แค่ระดับ C เท่านั้นเองมั้ง?”
“สมาคมเพลิงาของเราไม่้าคนไร้ค่าแบบนี้”
ทางด้านถังเจิ้นหยวนประธานสมาคมจอมราชันก็ด่าทอออกมาอย่างไม่ไว้หน้า “ไอ้สวะที่แม้แต่การตัดสินใจพื้นฐานยังไม่มีแบบนี้ไม่มีคุณสมบัติจะย่างกรายเข้าสมาคมจอมราชันของเราด้วยซ้ำ”
ถังเจิ้นหยวนหันไปถามเย้าแหย่“นี่หวังเหมิ่ง สมาคมอินทรีดำของนายคงไม่คิดจะรับเขาหรอกนะ?”
หวังเหมิ่งประธานสมาคมอินทรีดำถลึงตาใส่ทันที“เหอะ! เห็นสมาคมฉันเป็ถังขยะหรือไงถึงจะเที่ยวเก็บขยะทุกชิ้นเข้าไปน่ะ?”
ส่วนเยี่ยเซียวเซียวประธานแห่งหอหลิวอวิ๋นแม้จะไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ความผิดหวังที่ฉายชัดบนใบหน้าก็เท่ากับการยอมรับคำพูดของคนอื่นๆ ไปโดยปริยาย
ประธานสมาคมั์ใหญ่จับมือกันคว่ำบาตรเซียวเยี่ย?!
สื่อมวลชนรอบข้างต่างรีบตะครุบข่าวนี้อย่างรวดเร็วพร้อมกับใส่สีตีไข่จนกลายเป็ข่าวร้อนแรงที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองในชั่วพริบตา!
“เซียวเยี่ยเมล็ดพันธุ์อัจฉริยะ? แม้แต่ความต่างของอาชีพยังดูไม่ออก!”
“เซียวเยี่ยผู้ตาถั่ว! ถูกสี่สมาคมใหญ่สั่งคว่ำบาตรอย่างถาวร!”
บนปะรำพิธีหลินเจิ้งหนานและประธานสมาคมทั้งสี่ต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้าทว่ากลับมีอีกหลายคนที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็ความสะใจอย่างยิ่งยวด เช่นหวังเปียว หลินเสวียิ และเหล่านักเรียนร่วมรุ่นคนอื่นๆ
“เหอะ! ขยะก็ยังเป็ขยะอยู่วันยันค่ำ ต่อให้โอกาสมากองอยู่ตรงหน้ามันก็รักษาไว้ไม่ได้!”
หวังเปียวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อครู่เขายังนึกว่าชาตินี้ทั้งชาติคงต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเซียวเยี่ยไปตลอดเสียแล้ว
ใครจะคิดว่าในนาทีสุดท้ายเซียวเยี่ยกลับปฏิเสธอาชีพมหันตภัยที่สั่นะเืฟ้าดิน แล้วไปเลือกคบเพลิงโง่ๆนั่นแทน?
“ฮ่าๆๆ!”
หลินเสวียิที่เพิ่งจะวิ่งขึ้นไปบนแท่นตื่นรู้อย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ยังคงใจสั่นไม่หายแต่มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มที่กลั้นไม่อยู่ “ไม่นึกเลยว่าเซียวเยี่ยจะโง่ขนาดนี้อาชีพดีๆ มีให้ดันไม่เลือก”
“ในเมื่อเป็แบบนี้ก็อย่าหาว่าฉันไม่ไว้หน้าในการทดสอบใหญ่พรุ่งนี้ก็แล้วกัน!”
แววตาของหลินเสวียิฉายชัดถึงความอำมหิตที่ซุกซ่อนมาตลอดสามปี“หรูเยียน ต่อไปเธอคงจะไม่เข้าข้างมันแล้วใช่ไหม?”
หลินเสวียิหันไปแสยะยิ้มถามหลิวหรูเยียน“พูดอะไรน่ะเสวียิฉันกับเขาเป็แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาเท่านั้น...”
หลิวหรูเยียนค้อนให้เขาด้วยท่าทีเอียงอายเพียงแวบเดียวแต่นั่นก็ทำให้หลินเสวียิพึงพอใจเป็อย่างมากเขามองไปยังเซียวเยี่ยด้วยสายตาที่เหี้ยมเกรียมขึ้น “เซียวเยี่ยเอ๋ยเซียวเยี่ย!นายเด่นดังมานานหลายปี พรุ่งนี้ในหอคอยแห่งการทดสอบก็เตรียมเรียนรู้วิธีการก้มหัวคลานเข่าอย่างไอ้ขยะให้ดีเถอะ!”