หลังจากเจนน่ากระแอมออกมาทำให้เอมิลี่รู้ตัวว่าทำสิ่งที่ไม่ควรลงไปนางจึงคลายอ้อมกอดออกก่อนจะถอยออกมาห่างๆแล้วก้มหน้าลง เจนน่าเห็นแบบนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมานางจึงเดินเข้าไปปลอบใจเอมิลี่
''ว่าแต่เฟรย์ญ่าเป็นยังไงบ้าง ข้าไม่เห็นนางเลย''เซร่าถามออกมาเพราะปกติทั้งหมดจะอยู่ด้วยกันแต่ตอนนี้นางกลับไม่เห็นเฟรย์ญ่า
''อืม...น่าจะตายไปแล้วมั้ง เรื่องนี้ช่างมันเถอะเป็นเพราะนางทำตัวเองและอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่แล้วเจ้าเองก็เหมือนกันออกมาจากสำนักนั้นซะ ขืนอยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา มีแต่จะดึงจิตใจของเจ้าให้ต่ำลงมาด้วยซ้ำ''มิคาเอลพูดออกมาจนเซร่าเงียบลงไป ไม่ใช่ว่านางไม่เคยคิดนางคิดเรื่องนี้อยู่เสมอแต่นางไม่มีที่ไป นางอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่มีใครหนุนหลังหากออกจากสำนักเมื่อไหร่นางกลัวว่าศิษย์ในสำนักจะออกตามล่านาง นางจึงอดทนอยู่ในสำนักต่อและไม่ค่อยแสดงตัวออกมาบ่อยนัก
''ข้าทำไม่ได้ หากข้าออกไปจะข้าต้องถูกตามล่าแน่ๆ''เซร่าพูดขณะก้มหน้าลง
''เรื่องแค่นี้? ตอนนี้เจ้าพักอยู่ที่นี่ไปก่อนเพิ่งออกไปไหน ส่วนเรื่องอื่นข้าจะจัดการให้''
''ไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเหล่าอาจารย์ในสำนักล้วนมีระพลังระดับ3-5นิวเคลียร์ทั้งสิ้นนี่ยังไม่รวมถึงเจ้าสำนักที่มีพลัง13นิวเคลียร์''มิคาเอลขมวดคิ้วหลังฟังเซร่าพูดจบหากมีพลังระดับ13นิวเคลียร์บางทีเจ้าสำนักของลานหิมะอาจจะโดนประทับอักขระต้องห้ามไปก็ได้
''ไม่ต้องกังวลไปหรอกต่อให้ทั้งสำนักรวมกันมาก็สู้ท่านพี่ของข้าไม่ได้หรอก เพราะท่านพี่มีพลังเยอะมากแถมคนที่อยู่ใต้การปกครองของท่านพี่เองก็มากมายและไม่ธรรมดา''เจนน่าหันไปพูดกับเซร่าด้วยรอยยิ้มแต่เซร่ากลับไม่เชื่อ ด้วยอายุเพียงเท่านี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก่งกว่าเจ้าสำนักลานหิมะ
''พวกเจ้ามีพลังเท่าไหร่แล้วใครบ้างที่อยู่ใต้การปกครอง''เซร่าถามออกมาขณะขมวดคิ้วนางไม่ต้องการให้มิคาเอลและเจนน่าเอาเรื่องนี้มาพูดเล่น
''ก็ไม่มากเท่าไหร่ข้ามีระดับพลัง6นิวเคลียร์ส่วนท่านพี่มีพลังระดับ25นิวเคลีย์ ส่วนคนที่ท่านพี่ปกครองอืม...ตอนนี้มี2ทวีปที่ท่านพี่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้วก็มีสำนักแห่งความหวังแล้วก็มีสัตว์อสูรอีกนับหมื่นตัวแล้วก็...ช่างเถอะหากให้พูดทั้งหมดคงจะไม่ได้''เซร่าที่ตั้งใจฟังก็ยิ่งไม่เชื่อเข้าไปอีกเรื่องแบบนี้ใครมันจะไปเชื่อได้ลง กลับกันเอมิลี่กลับเชื่ออย่างสนิทใจ
''พอเถอะน้องหญิง รอจนกว่านางจะได้เห็นด้วยตาตัวเองเดี๋ยวนางก็เชื่อเองนั่นแหละ ส่วนตอนนี้...''มิคาเอลเงียบไปขณะหันไปมองศิษย์หญิงและศิษย์หลักทั้งหมด ปัง! ปัง! ปัง! มิคาเอลทำลายพลังของคนที่เหลือทิ้งจากนั้นจึงใช้พลังโยนทั้ง10คนออกไปด้านนอกและต่อมาไม่นานเจ้าของของที่นี่ก็วิ่งขึ้นมา
''นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ข้าต้องการคำอธิบาย''มันตะโกนออกมาขณะมองไปรอบๆแล้วพบรอยเลือด
''ไม่มีอะไรแค่ศิษย์ของสำนักลานหิมะมันคิดไม่ดีกับคนรักของข้า ตอนนี้ข้าได้จัดการมันไปแล้วและผลที่ตามมาข้าจะรับผิดชอบเองส่วนค่าเสียหาย...''มิคาเอลนำเงินออกมาจำนวนหนึ่งก่อนจะหันกลับส่วนเจ้าของของที่นี่เองเมื่อได้เงินไปแล้วก็เงียบลงทันทีถึงจะหวาดกลัวสำนักลานหิมะอยู่บ้างก็ตาม
''มิคาเอลเจ้ารีบหนีไปเถอะ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นข้าจะไปอธิบายให้สำนักเข้าใจเอง''มิคาเอลส่ายหัวเพราะเซร่าตั้งใจจะรับผิดชอบเรื่องนี้แทนตัวเอง
''เจ้าไปพักเถอะหากเจ้าต้องการจะไปจริงๆข้าจะไม่ห้ามแต่ขอให้อยู่ที่นี่จนครบ10วันก่อนก็แล้วกัน''เซร่าไม่ได้ขัดข้องนางเดินเข้าไปในห้องมิคาเอลทันทีเพราะนางเองก็ต้องการเวลาในการหาข้ออ้างให้กับเรื่องนี้
''ท่านพี่เรื่องสำนักลานหิมะนั่นท่านจะทำยังไงกับมัน''
''ข้าต้องไปดูด้วยตาตัวเอง บางทีเซฟิรอสเองก็อาจจะอยู่เบื้องหลังสำนักนั่นด้วยหากเป็นจริงข้าคงต้องกวาดล้างที่นั่นทิ้ง''มิคาเอลสลัดความคิดต่างๆทิ้งก่อนจะจูงมือเจนน่าและเอมิลี่ออกไปด้านนอกทั้ง10วันนี้มิคาเอลตั้งใจจะพักผ่อนและเดินเที่ยวภายในเมือง
''เอมิลี่เจ้ามาที่นี่โดยไม่มีคนติดตามมาเลยหรือไง''มิคาเอลถามเอมิลี่ขณะมองไปรอบๆ
''ข้าต้องการเรียนรู้โลกด้วยตัวเองค่ะท่านผู้อาวุโส หากข้าให้คนติดตามมาแล้วเมื่อไหร่ข้าจะเติบโต''
''ก็จริงของเจ้า แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโสหรอกเรียกข้าว่ามิคาเอลหรือพี่ชายก็พอ''หลังจากมิคาเอลพูดออกมาเอมิลี่เกิดความเขินอายในการเรียกมิคาเอล แต่สุดท้ายนางก็เรียกได้สำเร็จ
''พะ...พี่ชายมิคาเอล''เอมิลี่พูดขณะใช้มือเล็กๆกำไปที่ชายเสื้อแน่น
''แล้วข้าล่ะ เจ้าเองก็ต้องเรียกข้าว่าพี่สาวเจนน่า''เจนน่าเองก็พูดขึ้นมาเพราะนางชอบในความน่ารักของเอมิลี่
''ได้ค่ะพี่สาวเจนน่า''ทั้ง3คนเริ่มสนิทกันมากขึ้น ทั้ง3เดินไปรอบๆเมืองและหยุดซื้อของกินบ้างเครื่องประดับบ้างหรือแม้แต่สมุนไพรเองก็ด้วย จนมิคาเอลเดินมาหยุดที่ร้านขายอาวุทและชุดเกราะ
''สวัสดีน้องชาย ข้าอยากได้เกราะอ่อนและดาบเบาที่ดีที่สุดของร้านนำมันมาให้ข้าอย่างละ2ชิ้น''มิคาเอลต้องการซื้อของให้เอมิลี่และเซร่าหากทั้งคู่มีพวกมันการเอาตัวรอดจะง่ายขึ้นกว่าเดิมมากเมื่อได้ของมาแล้ว ทั้งหมดจึงเดินทางกลับไปที่ที่พักโดยเมื่อมาถึงมิคาเอลก็นำของทั้ง4ชิ้นออกมาแล้วลงอักขระระดับสูงลงไปโดยเลือกลงที่ดาบก่อนทนทาน ความเร็ว พลังทำลาย ความคม เจาะทะลุ ส่วนชุดเกราะมิคาเอลไม่ได้ลงอักขระอะไรมากแต่มันก็เพียงพอที่จะป้องกันพลังระดับ30นิวเคลียร์ได้
''รับไปแล้วหยดเลือดลงไปซะ จากนี้ไปมันจะเป็นของเจ้าคนเดียวเท่านั้นส่วนอีก2ชิ้นเจ้านำไปให้เซร่าด้วย''มิคาเอลยื่นดาบและเกราะอ่อนให้เอมิลี่ เอมิลี่เองก็รับมันมาก่อนจะขอบคุณมิคาเอลอยู่พักใหญ่ จนมิคาเอลทนไม่ไหวต้องไล่นางไปหาเซร่า
วันต่อมาทั้งหมดยังคงเที่ยวเล่นตามปกติโดยวันนี้เซร่าได้ตามมาด้วย ทุกคนเที่ยวกันอย่างสนุกสนานวันที่3 วันที่4 วันที่6 วันนี้เป็นวันที่9ที่มิคาเอลออกมาเที่ยวโดยวันนี้เซร่าไม่มานางขออยู่ที่ที่พักจนเมื่อมิคาเอลกลับมาจึงเห็นจดหมายที่วางเอาไว้พร้อมกับชุดเกราะและดาบโดยไม่ต้องอ่านมิคาเอลก็รู้ว่าในจดหมายเขียนอะไรเอาไว้ มิคาเอลใช้เพลิงทมิฬเผาจดหมายทิ้งทันทีก่อนจะนำเจนน่าและเอมิลี่ออกเดินทางไปสำนักลานหิมะ