Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่สี่สิบเจ็ด Defence against the dark arts

    ตอนที่สี่สิบเจ็ด Defence against the dark arts

    “อย่างที่อาจารย์สอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคอยสอนข้าจงตื่นตัวอยู่เสมอ ข้าฝากความหวังไว้กับเจ้าแล้ว”

     ผมตบบ่าคลอฟอร์ด

    ปรกติแล้วเรามักจะรังเกียจเดียดฉันน์ลูกขุนนางที่ไม่เห็นหัวชาวบ้านแต่ผมกำลังหาหนทางทำให้พวกเขาทำตัวมีประโยชน์ต่อสังคม

    เราอยู่ในโลกที่มีภูตมีปีศาจมีเทวดาสารพัด

    หากเราคิดที่จะโมโหกับแค่เด็กเกรียนแล้วล่ะก็เราคงทำอะไรไม่สำเร็จกันพอดี

    อย่างที่เห็นแม้ผมจะเกลียดพวกภูตเข้าไส้

    แต่ผมก็ไม่เอามันมาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจด้านแผนการต่างๆ

    และถึงไม่เสียดายกับการแนะนำเคล็ดลับการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแก่พวกลูกขุนนางต่างๆ

    หากถามผมหรือให้ผมมีอำนาจในการวางระเบียบแล้วล่ะก็

    ต่อไปนี้ทุกงานเลี้ยงขุนนางไม่ว่างานแต่งหรืองานเต้นรำ

    ทุกคนต้องปักดอกมิสเทิลโทที่ข้อมือเดินก้าวข้ามผ่านการพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จ้องเงาของตนเองในกระจกตอบคำถามระบุตัวตนยี่สิบข้อ ทุกคนสามารถพกพาอาวุธเหล็กหรือดาบได้ตามสบายจะใส่เกราะมาเต็มตัวก็ยิ่งดี ฯลฯ

    อนิจจา

    คำแนะนำของผมไม่เคยมีขุนนางคนไหนรับฟัง

    อย่างที่เรารู้กันคนที่สติดีอย่างศาสตราจารย์มู้ดดี้นั้นโดนคนอื่นหัวเราะเยาะแต่เรื่องที่เขาเคยทักเอาไว้นั้นเป็นจริงทุกเรื่อง

    ผมยังพยายามต่อสู้ในโลกที่ผู้คนไร้ปัญญาเช่นนี้ตามแนวทางความรู้ของบาบาเรี่ยนและการสอนของศาสตราจารย์มู้ดดี้

    คนรอบข้างได้ซุบซิบอย่างเซ็งแซ่และบ่นว่า

    “เจ้านี่มันบ้าอะไรคำแนะนำอะไรไร้สาระ”

    เปรี้ยง

    ผมตบหน้าคนที่พูดประโยคนั้นอย่างอ่อนโยนไปหนึ่งที

    จนร่างของเขากระเด็นไปติดกับกำแพงของห้องสมุด

    “ดูถูกข้าได้ แต่อย่าถูกอาจารย์ของข้าท่านเสียสละชีวิตในการศึกษาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดและเสียชีวิตด้วยศาสตร์มืดคำสอนของท่านข้าไม่กล้าลืมเลือน”

    ผมกล่าวอย่างจริงจังถึงศาสตราจารย์มู้ดดี้

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน