ตอนที่ 9
เลอดาวหมดเวลาครึ่งวันเช้าไปที่โรงพยาบาลจัดแจงจ่ายค่ารักษาพยาบาลเสร็จสรรพก็พาฟ้าฝันกลับมาส่งที่บ้านระหว่างทางที่หล่อนขับรถ ฟ้าฝันเริ่มคุยเจื้อยแจ้วตามประสาคนช่างจำนรรจาไม่มีเค้าของคนป่วยที่เพิ่งนอนซมอยู่ในห้องผู้ป่วยเลยสักนิด ต่างจากนภานั่นปะไรเอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปากเท่าที่หล่อนแอบมองจากกระจกเห็นได้ว่าผู้เป็พี่สาวอาจขบคิดสิ่งใดแล้วสิ่งนั้นก็คงหนีไม่พ้นเื่ของหล่อนกับลูกชายของใกล้รุ่งเป็แน่
เมื่อขับมาถึงบ้านของนภา ต่างคนต่างช่วยกันลำเลียงของจำเป็ลงจากรถดุจเดือนที่อยู่ในครัวเยี่ยมหน้าออกมาเห็นเข้าก็รีบกุลีกุจอละมือจากงานตรงหน้าปิดเตาแก๊สเสร็จก็รีบเดินมาประคองร่างของฟ้าฝันที่ยังคงเดินกระย่องกระแย่งจัดแจงพาเด็กหญิงไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาว พอได้จังหวะที่เลอดาวกำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่เบาะรถตามลำพังนภาก็มาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง
“พี่มีเื่จะคุยกับดาวหน่อย”
ผู้เป็น้องได้แค่รับคำ “จะคุยตรงนี้หรือว่าคุยกันข้างในคะ”
“ตรงนี้แหละ พี่ไม่อยากให้ลูกได้ยิน”
“พูดเถอะค่ะ ดาวเห็นพี่ภาทำหน้าบอกบุญไม่รับั้แ่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วมีอะไรไม่สบายใจเกี่ยวกับดาวหรือเปล่าคะ ถ้ามีก็บอกกล่าวกันได้แต่ดาวไม่รับปากนะคะว่าจะทำตามที่้าได้มากน้อยแค่ไหน”
ถึงเวลาแบบนี้หล่อนมักมีเกราะป้องกันตัวเองเสมอ...หล่อนรู้ว่านภากังวลเื่ใดมั่นใจว่าการสื่อสารของหล่อนกับดุจเดือนในวันก่อนก็คงถึงหูนภาแล้วทำให้พี่สาวคนโตคงกลุ้มอกกลุ้มใจ สีหน้าถึงได้เหมือนคนแบกโลกเอาไว้แต่คนอย่างหล่อนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองเสมอมาแม้ว่าหลายครั้งจะตัดสินใจพลาดแต่หล่อนก็ไม่เคยกล่าวโทษใครอื่นนอกจากตัวเอง
“ดาวก็รู้ว่าพี่จะขอร้องเื่ของผู้ชายคนนั้น”
“ทำไมพี่สองคนถึงต้องกังวลเกินกว่าเหตุคะ...พี่ภาลืมไปแล้วหรือคะว่าตอนโน้นคุณรุ่งเธอทำอะไรให้พี่ภาต้องเ็ปบ้างทั้งที่พี่ภาไม่เคยทำเื่ชั่วๆอย่างที่คุณรุ่งใส่ร้ายดูสิคะ...ที่แขนของพี่ภาตอนนี้ก็ยังมีแผลให้เห็น”
ผู้เป็น้องสาวคว้าแขนนภาขึ้นมา เลิกแขนเสื้อที่ยาวคลุมข้อมือรูดขึ้นไปจนเกือบถึงหัวไหล่เห็นแผลเป็ที่เคยพุพองยังทิ้งร่องรอยความเ็ปเอาไว้ตราบจนทุกวันนี้
“แต่พี่ไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับทางโน้นอีก อยากให้มันจบๆไปเสียที”
“แล้วพี่ภาคิดว่าทางโน้นเขาอยากจะจบกับทางเราจริงหรือเปล่าคะทำไมทุกวันนี้คุณรุ่งยังคอยตามรังควานดาวกับพี่ไม่เลิก...ดาวว่าคนเรามันก็มีขีดจำกัดความอดทนระดับหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ”
นภาเปลี่ยนท่าทีจากขึงขังให้อ่อนลงคว้าข้อมือของน้องสาวขึ้นมาบีบนวดเบาๆ
“ดาวเห็นแก่พี่เถอะนะ ถ้าเราไม่โต้ตอบ ต่างคนต่างอยู่พี่ว่าทางโน้นก็คงเลิกราไปเอง แล้วอีกอย่างลูกชายของคุณรุ่งเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เื่อะไรด้วยเลยถ้าดาวคิดจะดึงเขามาเป็เครื่องมือทำให้ทางโน้นต้องเจ็บใจเพราะความอยากแก้แค้นหรือมองเห็นเป็เื่สนุกมันจะเป็บาปติดตัวนะดาว”
บาปบุญคุณโทษอย่างนั้นหรือ...หล่อนนึกขัน
ชีวิตของหล่อนที่ผ่านมาก็ไม่ได้ราบเรียบ มีลุ่มๆดอนๆอยู่ด้วยซ้ำแต่หล่อนก็เชื่อในความเป็จริงเสมอว่า ‘ผล’ มักเกิดจาก ‘การกระทำ’ เป็เครื่องบ่งชี้ถ้าฝ่ายนั้นรังแต่จะหาทางซ้ำเติมไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังฝ่ายนั้นก็ควรจะได้รับการตอบแทนอันสาสมคืนกลับบ้างโดยไม่ต้องรอกรรมตามทันจากใครแต่มันควรเป็กรรมที่หล่อนนั่นแหละจะเป็ฝ่ายหยิบยื่นให้ ส่วนหล่อนนั้นเล่าหากจะโดนสนองคืนจากการกระทำของตัวเอง หล่อนก็พร้อมยอมรับมัน
ยามนี้หล่อนจึงเพียงแค่นยิ้มให้นภา...
“ดาวยึดถือคติที่ว่าใครดีมาก็ดีตอบ แต่ถ้าใครร้ายมาก็ต้องร้ายคืนกลับไปให้มากกว่า”
นภารู้ว่าเหนื่อยหากจะกล่อมใจน้องสาว แต่หล่อนก็ไม่ยอมแพ้ “พี่กลัวว่าถึงเวลาคนที่เจ็บจะเป็ดาวเองน่ะสิ”
พอดีกับที่ดุจเดือนเดินออกมาจากในบ้านเห็นสองพี่น้องคุยกันด้วยสีหน้าจริงจังเคร่งเครียดก็เข้ามาร่วมวงด้วยการผ่อนบรรยากาศนั้นให้คลายลง
“สองคนนี้มายืนหลบมุมคุยอะไรกันอยู่น่ะ ยายฝันบ่นหิวข้าวแล้ว...ไปจ้ะภาพี่ทำกับข้าวกลางวันเตรียมไว้ตั้งหลายอย่าง ดาวอยู่กินด้วยกันก่อนนะแล้วค่อยกลับ”
ทว่าเลอดาวรู้สึกเหนื่อยใจผสมกายมีเื่ให้ขบคิดอยู่เหมือนกันจึงตอบปฏิเสธ
“เดี๋ยวดาวขอตัวไปนอนหลับสักงีบต่อที่บ้านดีกว่าเมื่อคืนก็หอบงานกลับมาทำที่บ้านยังมีค้างอีกตั้งเยอะ...ตอนนี้ต้องเร่งหาสินค้าตัวใหม่ๆมาทำตลาดเสียหน่อยไม่อย่างนั้นยอดขายของไตรมาสนี้คงดิ่งลงเหวฮวบๆแน่ค่ะพี่ภากับพี่เดือนทานข้าวกันตามสบายเถอะบอกยายฝันด้วยว่าดาวว่างแล้วจะแวะเข้ามาหาใหม่นะคะ”
พูดจบหล่อนก็ขอตัวแล้วขับรถออกจากบ้านพี่สาว...เลี้ยวมายังซอยบ้านของตัวเองยังไม่ทันได้จอดรถสนิทดี ก็มองเห็นความวุ่นวายที่มารออยู่เบื้องหน้าเสียแล้ว
รถยนต์สีดำซึ่งจอดอยู่ใต้ต้นหูกวางฝั่งตรงข้ามบ้านซึ่งเป็ลานกว้างที่เ้าของเพิ่งจะเกลี่ยหน้าดินใหม่ ชายหนุ่มผู้ที่ยืนพิงหลังกับตัวรถมองมาทางหล่อนเห็นได้ชัดในระยะไกลว่าแววตาของเขาแสดงความยินดี
หล่อนได้แต่รำพึงกับตัวเองเบาๆ ‘เขามาที่บ้านของฉันถูกได้ยังไง’
//////////////////////////////////////
“คุณก้าวรู้ได้ยังไงคะว่าบ้านฉันอยู่ที่ไหน”
เมื่อถามออกไปแล้วกลับคิดได้ว่า คนที่บอกทางจนเขามาถึงบ้านหล่อนได้ถูกเห็นจะไม่มีใครอื่นถ้าไม่ใช่ปานสีถ้าเจอหน้าคนสนิทตัวดีเมื่อไรเห็นทีจะต้องหยิกให้เนื้อเขียวไม่รู้ไปหลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้ตรงไหนเขาพูดหรือทำอะไรปานสีถึงได้เออออห่อหมกไปเสียหมดเื่โทรศัพท์ครั้งก่อนที่ไปรับจากเขาถือเป็สินบนไม่ใช่น้ำใจนั่นหล่อนก็ยังไม่ได้ชำระความ
“ผมมาถูกได้ยังไง อย่าไปสนใจเลยครับขอแค่คุณดาวรู้ว่าผม้าแวะมาหาเพราะว่าอยากเจอหน้าคุณก็พอแล้ว”
ผู้ชายคนนี้ท่าทางจะรุกหนัก...ไปหาหล่อนทั้งที่ทำงานจนมาถึงบ้านมีทั้งของฝากของเอาใจ เป็วิธีที่ผู้ชายทั่วไปเขาก็ทำกันถ้าคิดจะจีบผู้หญิงสักคนแต่มันไม่ได้ผลสำหรับหล่อนหรอกประสบการณ์สอนให้รู้ว่าหล่อนจะไม่เปิดใจให้กับผู้ชายเพียงแค่เปลือกนอกที่เห็นต่อให้เห็นเนื้อในแล้วก็ตามที ยังคงต้องพลิกกลับไปมาเพื่อพิสูจน์อีกหลายตลบด้วยซ้ำ
“จะมายังไงก็ไม่สำคัญใช่ไหมคะ...แต่ฉันคิดว่าคงถึงเวลากลับแล้วค่ะ”
ดวงตาของก้าวไกลสลดวูบไปแวบหนึ่ง แต่เขาก็ยังฝืนยิ้ม
“ผมพบหน้าคุณดาวยังไม่ถึงสิบนาทีก็จะไล่ผมกลับแล้วเหรอครับคุณดาวก็น่าจะรู้ว่าผมอยากพบหน้าคุณ เมื่อวานผมโทร.หาคุณก็รีบตัดสายพอผมแวะไปหาที่ทำงาน คุณก็ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าตั้งใจหลบหน้าผมหรือเปล่า”
ทีแรกหล่อนว่าจะพูดตรงไปตรงมา ครั้นมานึกต่อว่าเขายังมีประโยชน์จะตัดรอนเสียทีเดียวก็คงไม่ดีนักแต่จะยิ้มแย้มต้อนรับจนสนิทเกินไปก็จะกลายเป็หล่อนเองนี่แหละที่ให้ท่าประเดี๋ยวก็จะกลายเป็หล่อนที่เที่ยวอ่อยผู้ชายสมกับขี้ปากที่แม่ของเขาคงค่อนขอดเอาไว้
“งานฉันรัดตัวนี่คะ คุณเองก็คงจะมีงานล้นมือเช่นกัน น่าจะเข้าใจนะคะแล้วก็อย่าไปคิดว่าฉันจะหลบหน้าคุณเลยค่ะ ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องทำแบบนั้น”
คุยกันอีกไม่กี่คำก็ไม่มีความคืบหน้าใดมากไปกว่าเดิมเลอดาวจึงใช้วิธีตัดฉับเพื่อหวังผล...ตัดเพื่อให้เขาเห็นค่าหล่อนบางประการ แม้ประโยคนั้นอาจทำให้เขาสะอึกไปบ้าง
“อย่าหาว่าฉันเสียมารยาทเลยนะคะแต่ตอนนี้ฉันไม่สะดวกใจที่จะต้อนรับคุณเข้าไปในบ้านไม่ว่าในฐานะแขก...หรือฐานะอื่น”
หล่อนทิ้งท้ายพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด โดยไม่สนว่าบัดนี้ก้าวไกลกำลังเขวกับสิ่งที่หล่อนแสดงออก...หล่อนขอเพียงแค่้าทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนาก็เท่านั้นสิ่งนั้นก็คือมองเขาเป็เพียง ‘ของเล่น’
หล่อนจึงทำเพียงแค่โบกมืออำลาเมื่อปิดประตูรั้วแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านหน้าตาเฉยปล่อยให้ชายหนุ่มผู้มาเยือนครั้งแรกยิ้มแห้งและเก้ออยู่ตามลำพัง
ปิดประตูบ้านลง...หล่อนก็ยืนพิงประตูพร้อมกับถอนหายใจ
ถามตัวเองเสียงเบาว่าตอนนี้หล่อนกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่...
//////////////////////////////////////