ตอนที่ 52 ราชามอนสเตอร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สลงมือช่วยเอเบิร์กด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ชอบขี้หน้าตัวเอง แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นคนขององค์กรเดียวกัน มิหนำซ้ำเฟิร์สยังมีตำแหน่งที่สูงกว่า หากไม่ลงมือช่วยเหลือคงจะถูกสารวัตรตำหนิเอาได้ แม้ว่าไม่ได้ผิดในกฎระเบียบใดๆ ก็ตาม
เขาจึงลงมือไปตามหน้าที่
โจเซฟผู้เป็นหัวหน้าทีมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะได้รับสติกลับมาแล้วเอ่ยสั่งการทันที
“เตรียมตัวถอนกำลัง!”
เสียงของชายวัยกลางคนดังกระหึ่มขึ้นมา ด้วยการบ่มเพาะดาราขาวเก้าแฉกของเขาทำให้มอนสเตอร์เหล่านี้ถึงกับเสียจังหวะไปชั่วครู่
แล้วพวกมันก็เล็งเป้าไปที่โจเซฟ ซึ่งราวกับว่าต้องการจะจัดการผู้เป็นหัวหน้าก่อน
แม้พวกมันจะเป็นมอนสเตอร์แต่พวกมันก็มีสติปัญญาที่สูงกว่าสิ่งมีชีวิตเดรัจฉานทั่วไป
“เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของฉัน” โจเซฟออกคำสั่ง
เหล่าเวเนเตอร์ค่อยๆ ปฏิบัติตาม โดยการถอยกระชับพื้นที่เข้ามาเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ยังต่อสู้กับปีศาจต้นไม้อยู่
ทั้งเอเบิร์กและเฟิร์สซึ่งเป็นวอชเชอร์ทั้งสองคนก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน พวกเขาเคลื่อนที่ไปยังด้านหลังของโจเซฟอย่างเชื่อฟัง
แม้นิวโฮปจะเป็นเจ้าของภารกิจ แต่คนของนิวโฮปก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าทีมเช่นกัน สิทธิและอำนาจของทั้งสองฝ่ายจึงคานกันอยู่
ทว่าช่วงเวลาในการถอยนั้นเองก็มีเวเนเตอร์สองคนที่โชคร้าย ถูกสังหารในปฏิบัติการกระชับพื้นที่ให้มารวมกัน
สมาชิกทีมกวาดล้างจากสามสิบสามคน บัดนี้ได้เหลือเพียงแค่ยี่สิบเก้าคนเท่านั้น
เมื่อคนทั้งหมดได้มารวมตัวกัน โจเซฟก็หันขวานยักษ์ไปยังทิศทางของเส้นทางที่พวกเขาจากมาโดยที่มีเอเบิร์กเป็นคนชี้เป้า
straight axe!
ขวานยักษ์ของโจเซฟพลันปะทุอำนาจสปีริตอันมหึมาออกมา จนก่อรูปร่างกลายเป็นขวานยักษ์ที่ใหญ่โตนับสิบเมตรสับผ่าลงไปยังทิศทางที่ถูกชี้เป้า
โครม!
อำนาจทำลายล้างอันน่าหวาดหวั่นปะทุออกมาเป็นเส้นตรง
นี่คือความร้ายกาจของผู้บ่มเพาะดาราขาวเก้าแฉก
ว่ากันว่าพลังรบของดาราขาวเก้าแฉกกับดาราแดงหนึ่งแฉกแทบจะไม่ต่างกัน ยิ่งเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แม้เป็นดาราขาวก็สามารถเอาชนะดาราแดงได้
แต่ความเหนือชั้นกว่าของขอบเขตดาราแดงคือการกักเก็บพลังสปีริตนั้นมีขีดจำกัดที่มากกว่า แม้ดาราขาวเก้าแฉกจะสามารถปะทุพลังโจมตีที่รุนแรงได้ก็จริง แต่พวกเขาจะใช้ทักษะเหล่านั้นได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้วดาราแดงจึงมีความแข็งแกร่งกว่าดาราขาวเก้าแฉกอยู่ขั้นหนึ่งเพราะเหตุนี้ แต่หากดาราแดงไม่ระวังก็อาจพลาดท่าต่อดาราขาวเก้าแฉกได้เช่นกัน
พลังการทำลายล้างของโจเซฟนั้นสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก
“ไป!” เสียงคำรามของบุรุษร่างบึกบึนเอ่ยสั่งการ
เมื่อเหล่าปีศาจต้นไม้ถูกกวาดผ่านเป็นเส้นทางยาว
นั่นจึงเปิดโอกาสให้เวเนเตอร์กลุ่มนี้ทะยานวิ่งไปยังจุดที่พวกเขาจากมาอย่างไม่คิดชีวิต
วินาทีนี้หากพลัดพลั้งเพียงเล็กน้อย นั่นหมายถึงชีวิตของพวกเขา
ช่วงเวลานี้สีหน้าของทุกคนล้วนย่ำแย่ แม้แต่โจเซฟที่มีพลังบ่มเพาะสูงสุดเองก็ต้องกวาดผ่านมอนสเตอร์เพื่อเบิกทางไปยังวังวนอบิสเพื่อกลับไปยังโลก
ระหว่างทางนั้นเองมอนสเตอร์ต้นไม้ก็ลอบโจมตีอยู่เป็นระยะ
อ๊ากกกกกกกกกกก
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งถูกเถาวัลย์สีดำลากเข้าไปยังกลุ่มของมอนสเตอร์ต้นไม้ปีศาจ
ความจริงแล้วมอนสเตอร์ระดับนี้ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนี้ หากพวกเขาสามารถจัดขบวนทัพและไม่ตกอยู่ในวงล้อมของมอนสเตอร์
แต่พวกเขาได้พลาดท่าไปเสียแล้ว เมื่อตกอยู่ในวงล้อมของมอนสเตอร์ระดับกลาง ต่อให้เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวระดับสูงก็ไม่มีทางจะรอดพ้นอันตรายไปได้
นี่คือโลกแห่งความจริง ไม่ใช่เกมส์หรือนิยาย ที่มีพลังสูงส่งแล้วจะสามารถกวาดผ่านศัตรูนับไม่ถ้วนได้ ต่อให้ร้ายกาจเพียงใด หากศัตรูมีจำนวนมากเกินไป พลังของพวกเขาก็สามารถหมดลงไปได้ง่ายๆ เมื่อถึงตอนนั้นสิ่งทีเหลืออยู่ก็คือความตายเท่านั้น
“ตรงนั้น!” โจเซฟเอ่ยขึ้นอย่างเบิกบาน เมื่อสายตาของเขาได้เห็นวังวนสีขาวปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ชวีดดดดดดดดด
มอนสเตอร์ปีศาจต้นไม้ส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อพวกมันเริ่มที่จะเข้าใกล้อาณาเขตของประตูอบิส
จากข้อมูลที่เฟิร์สได้รับ มอนสเตอร์จะไม่สามารถเข้าใกล้ประตูอบิสได้ ราวกับว่ามีพลังปราการบางอย่างขวางกั้นไว้อยู่ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะยกกองทัพมาเพื่อทำลายปราการที่มองไม่เห็นนั้น จนกลายมาเป็นเหตุการณ์อบิสแตก
ทั้งหมดนี้ก็หมายความว่ารอบๆ บริเวณประตูอบิสในตอนนี้คือเซฟโซนสำหรับพวกเขา เมื่อพวกเขาสามารถไปถึงที่นั่นได้ พวกเขาก็จะปลอดภัย
“เร็วเข้าประตูอบิสอยู่ตรงนั้นแล้ว!”
เมื่อเห็นอาณาเขตเซฟโซน เหล่าเวเนเตอร์ก็เริ่มมีกำลังใจขึ้นมา
แต่ในระหว่างนั้นเองทาสนักโทษคนหนึ่งก็ถูกปีศาจต้นไม้โจมตีระหว่างทาง จนเขาต้องตกเป็นเหยื่อรายที่หก ทั้งๆ ที่เดินทางใกล้จะถึงสถานที่ปลอยภัยแล้ว
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เหล่าเวเนเตอร์พยายามที่จะรักษาชีวิตของตัวเองไว้เพื่อไปยังจุดเซฟโซน
เฟิร์สมองคนเหล่านั้นอย่างเวทนา เขานั้นทำหน้าที่วอชเชอร์ได้เป็นอย่างดี เป็นแค่ผู้เฝ้ามองที่ดีเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือใคร หากไม่จำเป็น
แม้บุคลิกนี้จะดูเย็นชาและใจดำเป็นอย่างมาก แต่สำหรับผู้ที่ผ่านประสบการณ์นับร้อยปีมาอย่างเขา การเกิดตายนั้นแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นจนชินตา
หากเป็นคนใกล้ชิดของเขา เขาก็อาจจะมีอารมณ์โศกเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถปรับอารมณ์กลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เดินทางในเส้นทางวิถีกระบี่ ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างไปจากกระบี่ที่เยียบเย็นเล่มหนึ่งเช่นกัน
ในที่สุดเหล่าเวเนเตอร์ทีมกวาดล้างที่เหลือก็สามารถเข้ามาถึงเซฟโซนได้
มอนสเตอร์ต้นไม้ปีศาจไล่กวาดพวกเขามาถึงที่นี่ แต่ก็ถูกปราการที่มองไม่เห็นสกัดกั้นเอาไว้ จนพวกมันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความไม่ยอม
“น่ากลัวเป็นบ้า นี่มันอบิสอะไรกัน ทำไมมันถึงมีมอนสเตอร์มากขนาดนี้”
“ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
“ฉันต้องรีบออกไปจากที่นี่”
เวเนเตอร์บางคนหวาดกลัวกับเหตุการณ์นี้มาก พวกเขารีบวิ่งเข้าไปอีกด้านของประตูอบิสทันที แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในเขตเซฟโซนแล้วก็ตาม
เหตุการณ์ในตอนนี้จึงเหลือเวเนเตอร์แค่เพียงสี่ห้าคนเท่านั้น รวมถึงเอเบิร์กและเฟิร์สด้วย
เฟิร์สไม่ได้รีบเข้าไปข้างในประตูอบิสในทันที
“พวกคุณยังไม่ออกไปจากที่นี่หรอ?” โจเซฟเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก นั่นเพราะเป็นเขาที่เบิกทางให้ทีมสามารถมาถึงที่นี่ได้
เฟิร์สมองไปที่บุรุษร่างบึกบึนและเอ่ย “พวกเราต้องเก็บโดรนที่บินออกไปกลับมาก่อน”
“ครับ ใช่แล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงจะไม่มีอะไรไปรายงานเบื้องบน” เอเบิร์กกล่าว
แม้ในตอนแรกเขาจะดูถูกเฟิร์สไว้มาก แต่ในตอนนี้เขานั้นเริ่มมีทัศนคติที่ดีกับเด็กหนุ่มขึ้นบ้างแล้ว
เด็กหนุ่มไม่ได้ใช้ตำแหน่งที่สูงกว่าข่มเหงเขา และยังช่วยเขามาจากอันตราย นอกจากนี้แล้วเด็กหนุ่มก็ทำงานของตนเองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยปากสอนใดๆ กับเด็กหนุ่มก็ตาม
เมื่อน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง เอเบิร์กจึงเข้าใจบรรยากาศระหว่างเขากับเด็กหนุ่ม
ทว่าในระหว่างที่พวกเขากำลังเก็บโดรนลำสุดท้ายนั้นเอง ภาพที่พวกเขาเห็นผ่านกล้องก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ที่นี่ตกใจ
ตึงตัง!
โครมมมมมมม
โดรนที่บินเหนือท้องฟ้าหลายสิบเมตรพลันถูกบางอย่างที่ใหญ่โตคว้าจับ
ภาพสุดท้ายของโดรนลำนั้นคือกิ่งไม้ขนาดมหึมาที่มีขนาดเท่าภูเขาลูกหนึ่งฟาดจนทำให้สัญญาณภาพจากโดรนลำนั้นดับไป
สัญญาณติดต่อของโดรนลำนั้นหายไปในทันที
“ไม่ดีแล้ว! ที่นี่มีราชา!” เอเบิร์กเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ
“ว่ายังไงนะ! ราชาอย่างนั้นหรอ!” โจเซฟกล่าวพร้อมกับขนลุกซู่
ท่าทางของอีกสองสามคนที่เหลืออยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างกัน
เมื่อได้ยินคำว่าราชา หัวคิ้วของเฟิร์สก็ขมวดเข้าหากัน
ตามข้อมูลที่เขาได้รับมาจากนิวโฮป ภายในอบิสนอกจากจะมีนางพญาที่พบในรังแล้ว อบิสบางแห่งยังพบมอนสเตอร์ราชา ซึ่งมีพลังรบไม่ต่างไปจากนางพญาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าราชานั้นไม่สามารถเพิ่มจำนวนมอนสเตอร์ได้อย่างนางพญา แต่มันจะทำหน้าที่เป็นจ่าฝูงหรือราชาของมอนสเตอร์ตามคำเรียกขาน
จากที่นิวโฮปศึกษา สิ่งมีชีวิตที่สามารถทำให้อบิสแตกได้ นั่นก็คือเหล่าราชานั่นเอง
ใช่แล้ว! ที่เรียกว่าเหล่า นั่นก็เพราะว่าอบิสแห่งหนึ่งอาจมีราชาที่มากกว่าหนึ่งตัว
ดังนั้นแล้วราชามอนสเตอร์จึงเป็นตัวตนที่อันตรายเป็นอย่างมาก
การที่จะจัดการราชาของอบิสแห่งนั้นๆ ลงได้ จำเป็นต้องใช้เวเนเตอร์ที่แข็งแกร่ง หรือกองทัพเวเนเตอร์ที่เหนือกว่า
"ต้องรีบกลับไปแจ้งเบื้องบนโดยด่วน"
"การลงเทรดในครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีอะไรที่ผิดพลาดเกิดขึ้นหลายอย่าง"
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว นั่นเพราะมันอาจจะเป็นการยั่วยุให้ราชามอนสเตอร์มีโทสะ และบุกโจมตีปราการอบิสก่อนที่มันควรจะเป็น
ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว มันจำเป็นต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าราชามอนสเตอร์จะรับรู้การมีอยู่ของประตูอบิสและบุกโจมตีเข้ามา
ดังนั้นหากเวเนเตอร์ไม่กวาดล้างมันไปในทันที
ไม่แน่ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะทำให้อบิสแตกก่อนกำหนดเพราะราชาของพวกมันได้รับรู้การมีอยู่ของแขกไม่ได้รับเชิญ