บทที่ 22 ความเลื่อมใสและการชื่นชม
“ลูกพี่ มิสู้ฉวยโอกาสตอนนี้ บุกเข้าไปฆ่าพวกมันไม่ให้ทันตั้งตัวดีกว่า”
“มัจจุราชตอนแก้ผ้าล่อนจ้อน จะไปน่ากลัวอะไร?”
หวางม๋าจื่อ หัวเราะอย่างหยาบโลน มองดูสมุนที่ออกความเห็นข้างกายแล้วเอ่ย “ถ้าใครฟันก้นมัจจุราชได้สักแผล พี่น้องเราคงเอาไปคุยโวได้เป็สิบปีเลยว่ะ”
......
ภายในห้องพัก
เซี่ยงเฉิงหลีหลุบตาลงต่ำ
จ้องมองมือเรียวงามดุจหยกขาวของจี้หานลั่ว ที่กำลังทายาลงบนแผลที่แขนของเขาอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวช่างแ่เบาราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บ
ทันใดนั้นหัวใจแกร่งก็อ่อนยวบยาบจนแทบจะหลอมละลาย
ดวงตาสีนิลลึกล้ำจับจ้องจี้หานลั่วตาไม่กะพริบ แววตาสว่างไสวดุจดารา “ฮูหยิน เ้าช่างแตกต่างจากที่ข้าจินตนาการไว้เหลือเกิน”
จี้หานลั่วชะงักมือไปเล็กน้อย
นางเข้าใจความหมายในคำพูดของเซี่ยงเฉิงหลีทันที
คุณหนูในห้องหอของยุคสมัยนี้ ปกติจะเก็บตัวไม่ออกนอกประตูใหญ่
หากเจอโจรูเา คงใจนขยับตัวไม่ได้ไปนานแล้ว สตรีที่ถือมีดผ่าฟืนแสร้งทำใจดีสู้เสือ แล้วต่อสู้อย่างสุดกำลังเช่นนาง นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก
อันที่จริงตอนนั้นนางเองก็ใแทบแย่
ที่กล้าสู้กลับ ก็เพราะมั่นใจว่ามีดผ่าฟืนที่ระบบมอบให้นั้นคมกริบเพียงพอ
นางจำไม่ได้แล้วว่ามีดเล่มนั้นฟันดาบของโจรหักไปกี่เล่ม?
นางจำได้เพียงว่า นางอาศัยจังหวะชุลมุนที่พวกโจรพัวพันอยู่กับองครักษ์จวนจี้กั๋วกงจนปลีกตัวไม่ได้ ถือมีดผ่าฟืนย่องไปลอบโจมตีจากด้านหลัง
และลงมือปลิดชีพโจรด้วยมือตัวเองไปสองคน
คราบเืบนหมวกคลุมหน้า ก็กระเด็นมาติดในตอนนั้นเอง
“คุณชายเซี่ยง ใในตัวข้าหรือเ้าคะ?” จี้หานลั่วค่อย ๆ ดันแขนที่พันแผลเสร็จแล้วของเซี่ยงเฉิงหลีออกเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
ว่ากันว่าผู้ชายมักชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและงดงาม
นางงดงามพอตัว แต่กลับไม่อ่อนแอ
ดวงตาคู่ใสกระจ่างที่ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด และบรรยากาศรอบกายที่ดูสงบนิ่ง ทำให้นางดูเหมือนปริศนาที่ไม่มีวันคลี่คลาย ดึงดูดให้เซี่ยงเฉิงหลีถลำลึกลงไป...
ครู่ใหญ่ เซี่ยงเฉิงหลีจึงย้อนถามด้วยรอยยิ้ม “แล้วฮูหยินเล่า ใในตัวข้าหรือไม่?”
“คุณชายเซี่ยงห้าวหาญกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มากเ้าค่ะ” ดวงตาใสกระจ่างของจี้หานลั่ว ไม่ปิดบังความเลื่อมใสและชื่นชมที่มีต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
ทำเอาเซี่ยงเฉิงหลีดีใจเสียยิ่งกว่าตอนรบชนะข้าศึก
สายตาของทั้งสองสบประสานกัน
ในดวงตาสีนิลสะท้อนเงาร่างของอีกฝ่าย
ราวกับว่าในโลกหล้า เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน
[หลงรักใบหน้าของเ้า: กรี๊ดดด รีบจูบกันเร็วเข้าสิ คนดูใจจะขาดแล้ว มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: เมนต์บนอย่าเพิ่งตื่นเต้น ต่อให้จูบจริง เ้าก็มองไม่เห็นอยู่ดี มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[ลมพัดตึง: @ฤดูร้อนไม่หนาว ่นี้เปย์หนักขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ดูท่าจะโกยเงินจากการตามติดสตรีมเมอร์ไปไม่น้อย ข้าเพิ่งจะมาเกาะกระแส ไม่รู้จะยังทันไหม มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
เสียงแจ้งเตือนการโดเนทในห้องถ่ายทอดสด ทำให้จี้หานลั่วได้สติกลับมา
เมื่อเห็นสายตาที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ของเซี่ยงเฉิงหลี
นางรีบปิดการถ่ายทอดสดทันที
ขณะที่นางกำลังจะขยับตัวหนีจากสายตาอันเร่าร้อนนั้น ด้วยความตื่นตระหนกทำให้นางเสียหลัก ล้มลงไปในอ้อมกอดของเขาพอดิบพอดี และช่างบังเอิญเหลือเกินที่ริมฝีปากแดงระเรื่อ ได้เฉียดผ่านปลายคางอันคมสันของเขาไปแ่เบา
ภายในห้อง บรรยากาศเริ่มอบอวลไปด้วยความวาบหวาม
สัตว์ร้ายในใจของเซี่ยงเฉิงหลี ไม่อาจกดข่มไว้ได้อีกต่อไป มือหนารั้งท้ายทอยของภรรยาตัวน้อยเอาไว้
หมาป่าผู้หิวโหยมานาน อาศัยสัญชาตญาณโดยไร้ผู้ชี้แนะ โน้มกายลงมาบดขยี้ริมฝีปากสีแดงสดที่เขาเฝ้าฝันถึงอย่างดุดัน
...
จี้หานลั่วรู้สึกราวกับอากาศในปอดถูกสูบออกไปจนหมด
ร่างกายอ่อนระทวย นางทำได้เพียงเงยหน้าขึ้น รองรับจูบอันเผด็จการของเซี่ยงเฉิงหลีอย่างจำยอม...
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การได้จูบกับผู้ชายที่ตนเลื่อมใส
จะทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้
เสียงดูดดึงและเสียงกลืนน้ำลาย ดังคลอเคล้าท่ามกลางความเงียบสงบในห้อง ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อนให้บรรยากาศพาไป...
เซี่ยงเฉิงหลีจูบนางจนแทบขาดอากาศหายใจ และยังคงไม่ยอมผละออกง่าย ๆ
ทว่าเสียง ‘เคร้ง’ ดังมาจากนอกหน้าต่าง
ปลุกเซี่ยงเฉิงหลีที่กำลังหลงใหลให้ตื่นขึ้นเต็มตาในทันที
เขาดึงตัว จี้หานลั่ว ไปหลบด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว มือคว้าดาบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ตั้งท่าเตรียมพร้อมแล้วตวาดเสียงดังลั่น “ใครอยู่ข้างนอก!”
หวางม๋าจื่อที่อยู่นอกหน้าต่าง หน้าเขียวคล้ำด้วยความเจ็บใจ
พวกเขาอุตส่าห์ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อหลบเลี่ยงเวรยาม
ลอบเข้ามาถึงหน้าห้องของจี้หานลั่วได้สำเร็จ กำลังจะเป่ายาสลบเข้าไปในห้อง แต่ดันมาตกม้าตายเพราะกรอบหน้าต่างพัง ๆ ที่ส่งเสียงดังขึ้นมาเสียได้
ช่างซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ
เห็นอยู่หลัด ๆ ว่าเงินห้าร้อยตำลึงกำลังจะตกถึงมือ แต่กลับไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว
หวางม๋าจื่อตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ลูกน้องข้างกายต่างพากันตัวสั่นงันงก เมื่อได้ยินเสียงตวาดของเซี่ยงเฉิงหลี
หวางม๋าจื่อหวนนึกถึงภาพศพเกลื่อนกลาดในสนามรบเมื่อครู่ กัดฟันสั่งการ “ถอย!”
พวกเขาเพิ่งจะก้าวถอยไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก จึงพากันใส่ตีนผีวิ่งหนีสุดชีวิต
เซี่ยงเฉิงหลีเปิดประตูออกมาเห็นกลุ่มของหวางม๋าจื่อพอดี กำลังจะไล่ตามไป
แต่หูพลันได้ยินเสียงฝีเท้าของกองทัพม้าดังแว่วมาแต่ไกล
หัวใจเขาบีบรัดแน่น
หรือว่าคนกลุ่มเมื่อกี้ จะไปตามกำลังเสริมมา?
เขารีบเคาะประตูห้องข้าง ๆ รัวเร็ว “จวินไค! มีเสียงม้าศึกดังมาจากไกล ๆ บอกพี่น้องทุกคนให้เตรียมพร้อมรับมือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องคุ้มกันจี้หานชิงให้ดี”
“นายน้อย! ด้านหน้ามีกลุ่มชายชุดดำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ จะให้สกัดไว้ไหมขอรับ?” เหิงหลิงชี้ไปที่กลุ่มของหวางม๋าจื่อ
จี้หานซวนกวาดสายตามองความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหวางม๋าจื่อ แล้วออกคำสั่งทันที “จับตัวพวกมันไว้”
“คุณหนู! คุณชายรองมาแล้วขอรับ” เหิงเฉวียนที่อุ้มจี้หานชิงซึ่งยังหลับสนิทอยู่ เตรียมจะถอยหนีออกจากโรงเตี๊ยม พอเห็นผู้นำขบวนที่ควบม้ามาแต่ไกล เขาก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
เมื่อเห็นจี้หานซวนควบม้าศึกตัวใหญ่ตรงเข้ามา
ขอบตาของจี้หานลั่วก็ร้อนผ่าว
นางไม่เคยคิดเลยว่า จวนจี้กั๋วกงจะยอมส่งพี่ชายสายตรงตามมาเพื่อช่วยนาง
จวนจี้กั๋วกงแบกรับภาพลักษณ์ของตระกูลบัณฑิตเก่าแก่ ลูกหลานในตระกูลล้วนร่ำเรียนวิชาการเป็หลัก
บัณฑิตหนุ่มร่างบางคนหนึ่ง ต้องนำกองกำลังองครักษ์นับร้อย เสี่ยงอันตรายเดินทางไกลหลายร้อยลี้เพื่อมาส่งนางแต่งงาน จะไม่ให้นางซาบซึ้งใจได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังไม่ใช่พี่น้องร่วมมารดาเดียวกันด้วยซ้ำ
จี้หานซวนะโลงจากหลังม้า เดินก้าวยาว ๆ ตรงเข้ามา
เขาเดินข้ามกองเืที่นองพื้น มองดูศพขององครักษ์จวนจี้กั๋วกงที่เรียงรายอยู่ เขาข่มความรู้สึกพะอืดพะอมในใจ แล้วเดินตรงไปหาจี้หานลั่ว
เป็พี่น้องกันมาสิบห้าปี เขานับครั้งได้เลยที่เห็นจี้หานลั่วร้องไห้
บัดนี้เมื่อเห็นจี้หานชิง นอนหลับอยู่ในอ้อมอกองครักษ์ และเห็นขอบตาแดงก่ำของจี้หานลั่ว หัวใจเขาก็พลันบีบแน่น คิ้วขมวดมุ่นเอ่ยถาม “าเ็ตรงไหนหรือไม่? ร้ายแรงไหม?”
จี้หานลั่วชะงักไปเล็กน้อย ที่แท้พี่รองของนางก็เป็คนปากร้ายใจดีนี่เอง
นางยิ้มกว้างอย่างสดใสให้จี้หานซวน “พี่รอง ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ แค่เห็นท่านมา ข้าดีใจมากไปหน่อย”
แววตาขัดเขินพาดผ่านดวงตาของจี้หานซวนแวบหนึ่ง เขากระแอมไอเบา ๆ แล้วตีหน้าขรึมดุใส่นาง “ไปเอาหมวกคลุมหน้ามาใส่ซะ! เป็สาวเป็นางมาเปิดหน้าเปิดตาให้คนมองแบบนี้ ใช้ได้ที่ไหน?”
จี้หานลั่ว: “...”
“พี่รอง คนกลุ่มนี้คือ?” เซี่ยงเฉิงหลีมองไปที่กลุ่มของหวางม๋าจื่อที่ถูกจับกุม แล้วเอ่ยถามจี้หานซวนที่ยืนหน้านิ่ง
จี้หานซวนไม่ตอบคำถาม สายตาเ็าจับจ้องไปที่แขนข้างที่าเ็ของเซี่ยงเฉิงหลี “อาการาเ็เป็อย่างไร?”
“แค่แผลภายนอก ใช้ยาห้ามเืของจวนจี้กั๋วกงแล้ว ไม่กระทบต่องานแต่งแน่นอน” เซี่ยงเฉิงหลีพูดจบ ก็จงใจขยับแขนข้างนั้นให้ดู
ทำราวกับไม่รู้สึกเ็ปที่แผลถูกดึงรั้งเลยสักนิด
จี้หานซวนหันกลับไปมองสภาพศพเกลื่อนกลาดหน้าโรงเตี๊ยม
สีหน้าครุ่นคิด
ครู่ใหญ่เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “เพิ่งเดินทางได้แค่วันเดียว จวนจี้กั๋วกงก็เสียคนไป 9 นาย าเ็อีก 11 นาย หนทางข้างหน้า...เ้าวางแผนไว้อย่างไร?”