เื่ของฉางเฟิงนั้นซงเทียนก็ไม่ได้บอกมากนักบอกแค่ว่าทักษะที่ฉางเฟิงฝึกฝนนั้นทรงพลังมากแต่มันแลกมาด้วยกับเวลาที่เสียไปแต่ถึงอย่างงั้นมันก็ใช่ว่าจะเสียเวลาเปล่า
หลังจากยืนยันได้แล้วว่าทุกอย่างเป็ความจริงมู่หลินยังต้องทำใจให้สงบถ้าโลกภายนอกรู้เข้าละก็ได้เกิดความวุ่นวายมากแน่ๆแต่เดิมนางก็เพียงสงสัยถึงต้นกำเนิดของฉางเฟิงว่าเป็ใครกันแน่และทำให้ซงเทียนที่แข็งแกร่งขนาดนี้เคารพและเกรงกลัวในตอนแรกได้
“จากที่พวกท่านกล่าวแสดงว่านายน้อยยังต้องฝึกฝนให้ถึงระดับจักรพรรดิอีก7 ครั้งงั้นเหรอ”
“ไม่ผิดเหลืออีก 7 ครั้งจริงๆ” ซงเทียนถอนหายใจ
“พวกท่านกล่าวผิดแล้วอีก 6 ครั้งต่างหาก” ฉางเฟิงยิ้มก่อนจะทะลวงระดับได้ในพริบตาและทันใดนั้นเองกลิ่นอายของฉางเฟิงก็ะเิออกมา ดวงตาของฉางเฟิงปิดลงพร้อมกับสติหลับลึกลงไป
“ถอยออกมาเร็ว!!!!”ซงเทียนใช้พลังดึงร่างของมู่หลินออกมา
“เกิดอะไรขึ้น!!!!!!!!!!”มู่หลินไม่เข้าใจ
“ดูไปเดี๋ยวก็รู้”ใบหน้าของซงเทียนจริงจังมาก
“ตูม!!!!!!!!!!!”
ทันใดนั้นเองกลิ่นอายที่ทรงพลังก็ะเิออกมาจากร่างของฉางเฟิงกลิ่นอายสายเืที่น่ากลัวนี้ทำให้ทุกสิ่งรอบๆสับสนวุ่นวายไปหมด และยังมีคลื่นพลังจิตที่น่ากลัวอีกด้วย
“นี่มันคือพลังของนายน้อยงั้นเหรอ”มู่หลินอ้าปากค้าง
“ใช่นี่แหละคือพลังที่ซ่อนเอาไว้ในตัวของเขา ทุกครั้งที่เข้าหวนคืนพลังในร่างก็จะค่อยๆเปิดเผยออกมาจากที่ข้าเดาเหตุผลที่ต้องฝึกฝนวิชานี้น่าจะเพราะ้าเสริมพลังในร่างกายและดวงจิตเพื่อให้รองรับพลังที่ถูกผนึกเอาไว้ในร่าง”ซงเทียนกล่าว
“นายน้อยของข้าเป็ใครกันแน่เนี่ย”
“เ้าควรจะรู้สึกโชคดีแล้วที่ได้เลี้ยงดูนายน้อยของข้าและนายน้อยของข้ายังรู้สึกผูกพันกับเ้าในอนาคตจะไม่มีใครทำอะไรเ้าได้”เสียงเล็กแหลมดังขึ้น
ร่างของหนูสมบัติปรากฏตัวออกมาหลายปีแล้วที่หนูสมบัติหายตัวไปมันจะกลับมาเป็บ้างครั้งพร้อมกับทรัพยากรจำนวนมหาศาล ถ้าไม่มีทรัพยากรเหล่านี้ต่อให้ฉางเฟิงมีพร์มากแค่ใหนก็ไม่มีทางฝึกฝนได้รวดเร็วขนาดนี้
“ในที่สุดเ้าก็ยอมกลับมา”ร่างของกิ้งก่านักล่าปรากฏ
มู่หลินไม่ได้ใเพราะใน่ที่นางเลี้ยงดูฉางเฟิงนางก็เจอกับทั้งสองอยู่แล้ว
“ครั้งนี้ข้าจำเป็ต้องตามหาทักษะที่ดีที่สุดของนายน้อยมาให้แต่ไม่ว่ายังไงก็หาไม่เจอแถมข่าวเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ภูติแท้โกลาหลก็แทบไม่ได้ความอะไรเลย”หนูสมบัติถอนหายใจและนำกองทรัพยากรและสมบัติจำนวนมากออกมา
“วูป!!!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองที่ดอกบัวดอกที่สามปรากฏที่แผ่นหลังของฉางเฟิงจากนั้นไม่นานฉางเฟิงก็ได้สติกลับมาพร้อมกับถอนหายใจที่พลังของตนเองหายไปแต่ฉางเฟิงไม่สังเกตุเลยว่าพลังจิตของตนเองกลับแข็งแกร่งขึ้นจนถึงระดับหลอมรวมไปแล้วและสายเืในร่างก็บริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
“เสี่ยวจินเ้ากลับมาแล้ว”ฉางเฟิงมองไปยังหนูสมบัติแล้วยิ้ม
“แน่นอนข้าย่อมกลับมาพร้อมกับของอร่อยๆจำนวนมาก” หนูสมบัติหัวเราะและนำอาหารที่ตนแอบขโมยจากร้านอาหารชื่อดังมาให้กับฉางเฟิง
ทันใดนั้นมู่หลินก็นึกขึ้นได้เมื่อหลานปีก่อนอาณาจักรก่อเกิดความวุ่นวายคลังสมบัติของราชวงศ์ถูกปล้นและยังมีของสี่นิกายอีกด้วย แม้จะไม่ถูกนำไปทั้งหมดแต่ก็ยังเกินครึ่งอยู่ดี
และไม่ใช่แค่นั้นสถานที่ต้องห้ามมากมายล้วนถูกบุคคนปริศนาบุกเข้าไปเอามรดกและจากไปอย่างไร้ตัวตนมู่หลินมองไปยังสมบัติจำนวนมากที่หนูสมบัติเอาออกมาใบหน้าของนางยิ่งใ
“กลายเป็ว่าหลายปีมานี้เป็ฝีมือท่าน”มู่หลินถึงกับก้าวถอยหลัง
“นังหนูอะไรที่ไม่ควรกล่าวก็ควรเงียบเอาไว้”หนูสมบัติส่งข้อความหามู่หลินทันที
ซงเทียนได้แต่ถอนหายใจแม้หนูสมบัติจะทรงพลังแต่นิสัยกลับไม่น่าเคารพอย่างมากนิสัยชอบขโมยของคนอื่นมานี่ออกจะน่าปวดหัวสำหรับเขา แต่คิดในอีกแง่มันก็ช่วยซงเทียนได้มากเช่นกันเพราะมันทำให้ฉางเฟิงมีทรัพยากรใช้อย่างไม่ขาดสาย
“ว้าวอาหารน่าทานมาก” ฉางเฟิงแววตาเป็ประกาย
“ถ้างั้นเรามาทานอาหารกันก่อนเถอะ”ซงเทียนกล่าว
จากนั้นฉางเฟิงก็ทานอาหารอย่างมีความสุขหนูสมบัติได้ถามเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่ที่ตนไม่อยู่
“ก็อย่างที่เ้าเห็นความเร็วการฝึกฝนของนายน้อยอยู่ในระดับสัตว์ประหลาดแม้แต่นายท่านก็เทียบไม่ติด”กิ้งก่านักล่ากล่าว
“แล้ว่นี้มีศัตรูเข้ามาก่อกวนบ้างใหม”
“ไม่มีข้าใช้อาณาเขตของตนเองปกคลุมยอดเขาเอาไว้ทำให้ไม่มีใครเข้าใกล้ได้”
“แบบนั้นก็ดีจากนี้เ้าก็ให้นายน้อยเริ่มฝึกฝนทักษะอื่นๆไปด้วยบ่มเพาะไปด้วยแล้วกันข้าคิดว่ารอนายน้อยอายุ 16 แล้วค่อยให้ลงจากเขา”
“แล้วเ้าจะไปใหนอย่าบอกนะว่าจะออกไปอีกแล้ว” กิ้งก่านักล่าโกรธขึ้นมา
หลายปีมันเฝ้าอยู่กับฉางเฟิงตลอดแต่หนูสมบัติกลับเอาแต่เที่ยวไปมาอย่างสนุกสนานมันเองก็อยากจะออกไปดูโลกกว้างบ้าง
“เ้าออกไปแล้วทำประโยชน์อะไรได้ละข้าออกไปข้าจะหาของดีๆมาให้นายน้อยได้ส่วนเ้าทำได้แค่เที่ยวเล่นเท่านั้น” หนูสมบัติกล่าว
กิ้งก่านักล่ากัดฟันและเถียงไม่ออกเื่ขโมยของผู้คนตนเองเทียบกับเ้าหนูไร้ยางอายตนนี้ไม่ติดจริงๆ
หลังจากอยู่ได้สองวันมู่หลินก็ต้องกลับนิกายของตนเองส่วนฉางเฟิงก็เริ่มฝึกฝนอีกครั้งแต่ครั้งนี้หนูสมบัติได้นำทักษะมากมายมาให้กับฉางเฟิงฝึกฝนไม่ว่าจะเป็ทักษะการใช้กระบี่ ดาบ หอก มีด หมัด และยังมีทักษะเสริมพวกการปรุงยาหลอมอุปกรณ์ สร้างค่ายกล หนูสมบัติจงใจจะทำให้การฝึกฝนของฉางเฟิงช้าลงและเสริมพื้นฐานด้านต่างๆให้กับฉางเฟิงแทน
เพราะหนูสมบัติคิดว่ารอฉางเฟิงอายุ16 ปี ฉางเฟิงจะมีสภาพวะจิตใจที่ดีและพร้อมจะลงจากเขาและิญญาภาพ์นิรันดร์เองก็เห็นด้วยในเื่นี้
อย่างช้าๆซงเทียนก็คุ้นชินกับพร์ของฉางเฟิงไปแล้ว ตอนนี้ฉางเฟิงฝึกฝนกระบี่จนแข็งแกร่งได้ในเวลาแค่ครึ่งปีเรียกได้ว่าเกือบจะกลายเป็เซียนกระบี่ไปแล้ว
ทักษะมากมายที่หนูสมบัติเตรียมเอาไว้ให้ล้วนถูกฉางเฟิงฝึกฝนไปจนหมดในเวลาไม่กี่ปีต่อมาจนกระทั่งวันหนึ่งฉางเฟิงเห็นซงเทียนฝึกฝนทักษะของตนเองทำให้ฉางเฟิงเกิดความสนใจ