“เรียบร้อยค่ะคุณท่าน” เ้าหน้าที่สงเคราะห์จากบ้านเด็กกำพร้ายื่นเอกสารพร้อมส่งมอบเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มวัยสองขวบกว่าที่จูงมืออยู่ให้กับคุณหญิงเกสรที่นั่งรถมารับด้วยตัวเอง
“ไปกันเถอะ” คุณหญิงเกสรยื่นมือให้ แต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยที่ไม่คุ้นเคยกับหญิงวัยกลางคนผู้นี้นักยังเกรงกลัวอยู่จึงกำมือเ้าหน้าที่จากบ้านเด็กกำพร้าที่เห็นหน้ามาั้แ่จำความได้ไว้แน่น .
“แกคงยังกลัวอยู่น่ะค่ะ” เ้าหน้าที่คนเดิมบอกแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ คุยกับเด็กน้อย
“หนูดารินจ้ะ นี่คือคุณหญิงเกสร ท่านจะมารับหนูไปอยู่ด้วย”
“เป็ครอบครัวมีคุณพ่อ คุณแม่ตามที่หนูดารินชอบเล่นกับเพื่อนๆ ไงจ้ะ” เด็กหญิงตัวน้อยมีชื่อว่าดารินนั่นเอง
“ใช่จ้ะ ต่อไปนี้หนูจะได้มีคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็คุณย่าแล้ว” คุณหญิงเกสรย่อตัวลงคุยกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ส่งผลให้เด็กหญิงดารินเงยหน้ามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
“ต่อไปหนูต้องเรียกย่าว่าคุณย่านะ” คุณหญิงเกสรลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“ไหนลองเรียกย่าว่าคุณย่าซิ” นางพูดต่อ แต่เด็กน้อยก็ยังมองตนตาแป๋ว ไม่กล้าเรียก
“ไม่มีใครว่าอะไรหนูหรอกจ้ะ แต่หนูเรียกย่าว่าคุณย่าให้ชื่นใจหน่อยได้มั้ยจ้ะ” นางกล่อมเด็กหญิงดารินตัวน้อยอีกครั้ง
“คุณย่า” แล้วเด็กน้อยก็เรียกนางว่าย่าในที่สุด .
“ดีมากจ้ะ” คุณหญิงเกสรดึงเด็กหญิงดารินเข้ามากอดจนเด็กน้อยััได้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อนและเริ่มไว้ใจนางมากขึ้น
“เอาล่ะ งั้นเราไปบ้านกันดีกว่า” นางบอกเด็กน้อย
“บ้าน” เด็กหญิงดารินทวนคำพูดของนาง
“ใช่จ้ะ บ้านของเรา” แล้วนางก็จูงมือเด็กน้อยไปขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์แสงปวีย์ ในขณะที่เด็กน้อยนั้นเมื่อนั่งรถนานเข้าก็เผลอหลับไปในตักของคุณหญิงเกสรจนกระทั่งมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่
“ผมช่วยครับคุณท่าน” คนขับรถรีบลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปประตูหลังเพื่ออุ้มเด็กหญิงดารินที่กำลังหลับปุ๋ยเข้าไปในบ้าน .
“ดูสิ หลับปุ๋ยเลยนะคะ” แหวนสาวใช้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กน้อยที่เ้านายของตนเพิ่งรับมาอยู่ด้วย
“หน้าตาก็จิ้มลิ้มเหลือเกิน” แหวนพูดต่อจนกระทั่งหนูน้อยดารินตื่นขึ้น
“ไม่ต้องใค่ะ นี่พี่แหวนเองนะคะ” พี่แหวนรีบบอกเมื่อเด็กน้อยดูใและรีบขยับไปแอบอยู่ด้านหลังคุณหญิงเกสร
“ไม่ต้องกลัวจ้ะ ต่อไปพี่แหวนจะเป็เพื่อนเล่นของหนูดารินนะ” คุณหญิงเกสรบอกและแหวนก็เริ่มเข้ามาชวนดารินเล่นจนเด็กน้อยเริ่มไว้ใจมากขึ้น คุณหญิงเกสรมองดารินด้วยความเวทนา เด็กคนนี้คงจะเจอเื่กระทบจิตใจอะไรมาสินะถึงได้ดูระแวงผู้คนที่เข้าใกล้มากขนาดนี้….
“หวาน ไปตามบุรินทร์กับนาถฤดีมาพบฉันหน่อย” นางหันไปสั่งคนใช้อีกคน
“ค่ะคุณท่าน”
แล้วไม่นานบุรินทร์ลูกชายกับนาถฤดีลูกสะใภ้ที่กำลังท้องโตก็ประคองกันเข้ามาพบนาง
“คุณแม่เรียกเราสองคนมาพร้อมกัน มีเื่สำคัญอะไรรึเปล่าคะ” ลูกเป็ลูกสะใภ้ถาม แล้วสายตาก็พลันไปเห็นเด็กน้อยดารินที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับนางแหวน.
“แล้วนั่นเด็กที่ไหนกันคะ หน้าตาน่าเอ็นดูแท้” นาถฤดีมองเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูและสงสัย พิจารณาดูแล้วเด็กคนนี้น่าจะอายุไล่เลี่ยหรือไม่ก็น่าจะโตกว่าวิเวียนลูกสาวคนโตของตนสักปีหรือไม่ก็ไม่ถึงปี
“นี่แหละเื่สำคัญที่แม่จะคุยกับพวกแกสองคน” คุณหญิงเกสรบอกในขณะที่ลูกสะใภ้กำลังเอนตัวลงนั่ง
“นี่หนูดาริน เด็กคนนี้จะเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเราในฐานะหลานสาวอีกคนของแม่และเป็ลูกสาวคนโตของแกสองคน” นางบอกและนั่นก็ทำให้ทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย.
“ครับ?” บุรินทร์ขมวดคิ้ว
“อะไรนะคะ!” แต่นาถฤดีนั้นใมาก ในขณะที่แม่สามีกำลังหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมา.
“แล้วแม่ก็อยากให้เรากับแม่นาถช่วยเซ็นเอกสารรับรองดารินเป็บุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย” นางบอก
“คุณแม่คะ!” นาถฤดีถึงกับเสียงหลงจนเด็กน้อยดารินที่นั่งเล่นอยู่ถึงกับสะดุ้งเสียงแหลมๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ไม่พอใจของหล่อนจนนางแหวนต้องคว้าไปกอด ปลอบขวัญ.
“ก็แค่เซ็นลงกระดาษ มันยากตรงไหนกันแม่นาถฤดี?” นางย้อนถามลูกสะใภ้ .
“แต่คุณแม่มีวิเวียนเป็หลานคนโตอยู่แล้วนะคะ แล้วยังจะวาววาอีก” นาถฤดีแย้งพร้อมกับชี้ที่ท้องโตๆ ของตน เด็กในท้องก็เป็เด็กผู้หญิงอีกเช่นกัน
“คุณแม่จะเก็บเด็กจากไหนมาเลี้ยงนาถไม่ว่าเลยนะคะ แต่ทำไมต้องให้เรามาเซ็นรับรองเป็ลูกด้วย” เื่นี้นาถฤดีไม่เห็นด้วยเป็อย่างมาก ปล่อยให้เด็กที่ไม่ใช่สายเืมามีผลทางกฎหมาย นั่นก็เท่ากับว่าเด็กคนนี้ก็จะมีส่วนร่วมในทรัพย์สินด้วยน่ะสิ
“ก็ถ้าเธอพาลูกสาวของเธอเข้าใกล้ฉันบ้าง ทำไมฉันถึงต้องพาเด็กคนอื่นมาเลี้ยงอีกล่ะ?”
คุณหญิงเกสรย้อนไป ขนาดว่าอยู่ในอาณาเขตคฤหาสน์เดียวกัน เพียงแต่นางย้ายไปอยู่เรือนเล็กเพื่อให้ลูกชายได้อยู่กับครอบครัวตัวเอง แต่นาถฤดีกลับไม่เคยคิดจะพาลูกสาวมาให้นางชื่นชมเลย ลูกชายก็ทำแต่งาน นางก็เป็เพียงหญิงชราเหงาๆ ที่อยากใช้เวลาอยู่กับลูกหลานเท่านั้น ในขณะที่นาถฤดีนั้นก็มีแค่เื่สมบัติในหัว คงเป็ความผิดพลาดของนางเองกระมังที่เลือกคู่ชีวิตที่เห็นแก่เงินแบบนี้ให้ลูกชาย .
“ฉันก็แค่ขอให้เธอสองคนจดทะเบียนรับหนูดารินให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แล้วฉันจะเลี้ยงของฉันเอง”
“หรือว่าอยากให้เด็กคนนี้เป็บุตรตามกฎหมายของฉันล่ะ?” คุณหญิงเกสรเหลือบมองลูกสะใภ้ นางรู้ทันว่านาถฤดีกำลังกลัวสิ่งใดอยู่และหากทำให้เด็กน้อยดารินเป็ลูกของนางเองลูกสะใภ้คงได้อยู่ไม่ติดกว่านี้
“เซ็นไปเถอะน่าคุณ”
บุรินทร์ผู้เป็ลูกชายซึ่งพูดนับคำได้อยู่แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาเซ็นให้จบปัญหาไป จากนั้นก็หันไปมองเด็กน้อยที่แอบอยู่ในอ้อมกอดของนางแหวนด้วยความสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าเด็กคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกัน ส่วนนาถฤดีเมื่อไม่สามารถคัดค้านอะไรได้จึงจำใจต้องเซ็น แน่นอนว่าความรู้สึกเอ็นดูที่มีต่อเด็กน้อยในยามแรกเห็นนั้นบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว….