อันที่จริงรินไม่ได้โกรธการัณ แต่เธอผิดหวังในตัวเขาซึ่งนั่นน่าจะหนักกว่าโกรธ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอไตร่ตรองแล้วตอนนั้นพ่อของเธอก็อายุไม่เท่าไหร่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอหรือไม่มากกว่าเธอตอนนี้เท่าไหร่นักและเป็มนุษย์ปุถุชนธรรมดา
ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้เท่าทันพวกเปรตสัมภเวสีที่เรียกตัวเองว่าครอบครัวได้ นั่นก็แม่ของเขาจะทำอะไรได้ เธอรู้เื่นี้มานานแล้ว
แต่วุฒิภาวะของเธอไม่สามารถปล่อยวางได้เพราะเธอคาดหวังผู้เป็พ่อ ซึ่งนั่นก็คงเป็เื่ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ
่ที่เธออายุสิบห้ากำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจากการสอบเทียบ ทางบ้านย่ามาขอยืมเงินเพราะหลานสาวคนโปรดของย่าเพิ่งจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แต่เป็มหาวิทยาลัยเอกชนที่ค่าเทอมแทบจะพอๆ กับส่งไปเรียนต่างประเทศถ้าเด็กคนนั้นมีความสามารถพอ
คนเรานั้นเสียรู้ครั้งแรกคือ ไม่รู้ แต่เสียรู้ครั้งที่สองคือโง่ใช่หรือไม่ ไม่น่าเจ็บใจเท่าเงินที่พ่อพอจะให้ยืมไม่พอสำหรับความ้าของพวกเขาจึงคิดจะดึงเงินในส่วนของนรีไปด้วย
เธอเรียนที่บ้านก็จริงแต่ก็มีค่าใช้จ่ายในเื่หนังสือและอุปกรณ์การเรียนซึ่งเธอรับผิดชอบด้วยตัวเอง
แต่นรียังเด็กการเรียนโรงเรียนนานาชาติไม่ได้มีแค่ค่าเทอม มีทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าทัศนศึกษาจิปาถะ ถึงที่บ้านจะไม่ลำบากแต่ก็ไม่ได้รวยพอที่จะให้ใครเอาเปรียบได้ หรือถึงมีเธอก็ไม่ยอม
พ่อปฏิเสธไป ทำให้ป้าตรีที่มาเอาเงินหน้ามุ่ยกลับไปแล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมย่า มายืนตีอกชกหัวเหน็บแนมว่าพ่ออกตัญญู ที่ไปกล่าวหาว่าย่าให้ท้ายหลานรักจนทำให้รันตาย
เพียงแค่ย่าพูดชื่อของรันก็ทำเอารินสติหลุดความไม้จากไหนไม่รู้ตรงไปฟาดย่ากับลุงๆ ป้าๆ ที่มาขอส่วนบุญ
ไม่รู้อาละวาดไปนานแค่ไหน มารู้ตัวอีกทีก็ถูกฝ่ามือของพ่อฟาดเข้าที่หน้าอย่างแรงจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น
ภาพเบื้องหน้าที่เธอเห็นคือพ่อกำลังประคองย่าที่หัวแตกอยู่ ในตาของพ่อแดงก่ำ ใช่สิเธอตีแม่ของเขา แม่ของเขาคนที่ทำให้พี่ชายเธอตายไง เขาเป็พ่อของเราแต่เขาปกป้องคนที่ทำร้ายลูก
“คุณเป็พ่อแบบไหน!” ริน
เธอลุกขึ้นยืน แล้วยกไม้ชี้ใส่หน้าคนเ่าั้ ออกไปให้หมดเลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก จะไปแจ้งความว่าโดนทำร้ายร่างกายก็ได้นะถ้าไม่กลัวโดนสาวไส้ ฉันยอมถูกปรับ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะริน เราจะก้าวร้าวมากไปแล้วนะ” พ่อะโใส่เสียงดัง
“ถ้าพวกมันยังจะมา เราก็ขาดกัน” รินเขวี้ยงไม้และเดินเข้าไปเก็บข้าวของในบ้าน
นรียืนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกทั้งกลัว ทั้งใ น้องเพิ่งจะ 11 ขวบมาเจอฉากรุนแรงเหล่านี้
ตอนเธอเดินออกมานรีวิ่งเข้ามากอด
“พี่รินน พี่รินจะไปไหน เอานรีไปด้วย นรีไม่อยากอยู่ นรีกลัว” นรีวิงวอน
บ้านนี้หากไม่มีพี่เธอก็อยู่ตัวคนเดียว พ่อที่เอาแต่ทำงานและไม่เคยอยู่บ้านเลย
รินย่อตัวลงหน้าน้อง
"นรีไม่ต้องกลัว ไม่ต้องห่วงพี่ริน พี่รินคนเก่งของน้องไง” ริน
เธอหันไปมองหน้าพ่อที่สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาตบหน้าลูกแรงจนเห็นห้านิ้ว
วันรุ่งขึ้นคงจะบวมมาก แล้วที่มือของลูกสาวคือกระเป๋าเสื้อผ้าใช่หรือไม่
“จะไปไหน” พ่อถามเสียงเบา
เขารู้สึกผิดและก็เ็ปใจที่ทำร้ายลูกแต่ตอนนั้นรินเหมือนจะขาดสติ วาดไม้ไปทั่วแทบจะโดนน้องสาวถึงขนาดปลายไม้ที่ตวัดเกือบเข้าหน้าของตัวเอง
เขาไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อจะหยุดลูกสาวดี เขารู้ว่าเื่ของรันเป็แผลใหญ่ในใจของรินมาโดยตลอด
ยิ่งหลังจากเสียแม่ไปอีกคน ลูกก็ปิดตายความทรงจำนั้นเมื่อคำพูดหลุดออกมาจากปากของตัวต้นเหตุ เด็กที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ กับหลุดออกไปได้ขนาดนั้น
เขาสงสารลูกแต่สิ่งที่เขาทำยิ่งกลับเพิ่มแผลในใจของลูกด้วยการตบหน้าของลูก เขาควรจะกอดเธอไม่ใช่ตบ เขาทำพลาดอีกแล้ว
“รดา ผมทำมันพังอีกแล้ว” เขาพูดกับภรรยาในใจ
รินมองหน้าพ่อด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน ฉันจะไม่อยู่ที่นี่อีก” ริน
มันเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจผู้เป็พ่อ
“มีคำถามเดียว คุณจะดูแลนรีหรือจะให้ฉันดู” รินถามคำถามออกไป
“พ่อจะดูแลน้องและลูกเอง คนพวกนี้จะไม่กล้ามารบกวนลูกอีก"การัณ
“เฮอะ” เสียงค่อนขอดของป้าตรีดังแทรกขึ้นมา
“สัมภเวสีแถวนี้ยังไม่ไปอีกเหรอ ถ้าฉันนับสามแล้วยังไม่ไปเจออีโต้นะ” รินหันไปพูดด้วยเสียงที่เย็นเยียบ
“แล้วเื่เงินล่ะ” ย่าลุกขึ้นมาจากการประคองของลุงจัตวา
พ่อเดินไปหยิบเงินมายื่นให้ มีให้เท่านี้ผมต้องเลี้ยงลูกผมเหมือนกัน มรดกส่วนที่พ่อทิ้งไว้ให้ผมแม่ก็เอาไปขายแล้วแบ่งกับพี่ๆ หมดแล้วไม่ใช่เหรอ ผมไม่ได้สักบาท กระทั่งที่โฉนดที่ดินที่ผมซื้อมาแล้วฝากแม่ไว้ แม่ก็เอาไปขายแล้ว นี่คือก้อนสุดท้ายที่ผมจะแทนคุณแม่แล้วนะ ต่อไปนี้ถือเสียว่าผมตายไปจากครอบครัวก็แล้วกัน และถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องเอาไป” การัณ
“เชอะ ไอ้ลูกทรพี” ย่า
ปากด่าไปแต่มือก็คว้าเงินในมือพ่อแล้วก็พากันเดินออกไป คำพูดเปิดโปงของพ่อทำให้ย่าถึงกับตะลึงไปเหมือนกัน รินไม่รู้ว่าผู้หญิงแก่คนนั้นจะสำนึกผิดบ้างหรือไม่
แต่หลังจากนั้นพวกบ้านนั้นก็ไม่มีใครกลับมาวุ่นวายเลยสักคนเมื่อคนเ่าั้ออกไปแล้วพ่อก็หันมาหาริน
“ริน…..เอากระเป๋าไปเก็บเถอะ” พ่อกลืนคำว่าขอโทษลงไปในท้องอย่างนั้นเหรอ
“นรี อยู่บ้านไม่ต้องกลัวนะ เขาคงไม่เลวพอที่จะร้ายลูกสาวตัวเองหรอก ถ้ามีอะไรโทรไปหาพี่นะ” ริน
แล้วเธอก็ยื่นกล่องโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้น้องสาว
“แต่นี่ของพี่ริน” รินเปิดกล่องโทรศัพท์ออกมาให้น้องสาวดู
“ใช่ที่ไหน เห็นมั้ยนี่มันสีชมพู พี่จะใช้ได้ยังไง” ริน
สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเป็เด็กหญิงที่ชอบสีชมพูเป็ชีวิตจิตใจ แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ
แค่เห็นสีน้องสาวก็รู้แล้วว่าพี่สาวตั้งใจซื้อให้เธอจริงๆ ที่จริงอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดน้องสาวและกำลังจะเปิดเทอม
ดังนั้นการมีโทรศัพท์ที่สามารถแทรคได้ว่าผู้ใช้อยู่ตรงไหนจะช่วยระบบความปลอดภัยมากกว่า โชคดีที่นรีเป็เด็กรู้ความและเชื่อทุกคำขู่ของพี่สาวและทำกิจกรรมร่วมกันคือการเรียนศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว โดยมีพี่สาวที่ดูยูทูปเป็ผู้สอน
“มีอะไรโทรหาพี่นะ วันไหนพี่มีเวลาพี่จะไปหาที่โรงเรียนนะ ดูแลตัวเองดีๆ” รินร่ำลาน้องสาว
“ไปนะ พ่อหวัดดี” ริน
เธอยกมือไหว้พ่อแล้วถือกระเป๋าออกจากบ้านไปทั้งอย่างนั้นโดยที่คนเป็พ่อได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก
“พี่ริน พี่รินไม่ไปไม่ได้เหรอ” เ้าตัวเล็กกอดเอวพี่สาวแน่น
“พี่รินต้องไป” เธอหันกลับมากอดน้องสาว ย่อตัวลงเช็ดน้ำตาที่นองหน้าน้องสาวอย่างเบามือ
“พี่ต้องไปก่อนที่พี่จะมีความเกลียดในใจ นรีรู้ใช่มั้ยคนที่มีความเกลียดชังจะหน้าตาไม่สวย” รินถามน้องสาว
“รู้ค่ะ” นรีพยักหน้า
“แล้วนรีอยากให้พี่รินขี้เหร่เหรอ” ริน
นรีรีบส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ พี่รินสวย นรีไม่อยากให้พี่รินขี้เหร่”
“งั้นนรีต้องให้พี่รินไปจัดการกับความเกลียดชังนี้ก่อน พี่มีเื่ต้องจัดการเยอะมากเลย ถ้ายังอยู่ที่นี่พี่รินจะจัดการไม่ได้ แล้วพี่รินจะกลายเป็คนขี้เหร่นะ” ริน
“งั้นถ้าพี่รินจัดการได้แล้วจะกลับมาหานรีมั้ย” นรี
“ไม่กลับ” รินยิ้ม
แต่เมื่อเห็นนรีกำลังจะเบะปากร้องไห้ จึงรีบพูดต่อว่า
“พี่รินไม่ได้ไปไหนซะหน่อย ถึงจะยังจัดการไม่เสร็จพี่ก็จะมาหานรีที่โรงเรียน เรานัดไปกินไอติมกัน พี่ยังสอนการบ้านให้นรีได้เหมือนเดิม แค่พี่ไม่ได้อยู่บ้านนี้แค่นั้นเอง” ริน
มันมีวิดีโอคอล มีไลน์มีเมสเซนเจอร์นี่นะ
สีหน้าของเ้าตัวน้อยดีขึ้นแต่ก็คงจะไม่ได้กลิ่นขนมปังอบ เค้กอบ คุกกี้รสต่างๆ ของพี่รินที่บ้านอีกแล้ว ไม่มีใครพาปีนหลังคาบ้านไปนอนดูดาวอีกแล้ว คิดอย่างนั้นหน้าของนรีก็เศร้ามาก
“ทำไมต้องไป” พ่อถาม
“ถ้าต้องอยู่อย่างนี้ รินคงจะเกลียดพ่อ รินไม่อยากเกลียดพ่อ ขอเวลาให้รินตกผลึกเถอะ รินรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่รินยังวางใจและทำใจไม่ได้ ไม่ต้องห่วง รินดูแลตัวเองได้ ไปนะ” ริน
ว่าแล้วเธอก็ยกมือไหว้ลาพ่ออีกทีแล้วเอาลืมลูบหัวน้องสาวก่อนเดินจากไป
___________________
เื่นี้มีจริงค่ะเกิดขึ้นจริงในครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง