“ อะไรนะ ทำไมท่านหมอซู ถึงให้เงินลูกมากขนาดนั้น”
“ ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่ ผมเป็นศิษย์เอกอาจารย์ซู เงินแค่นี้ท่านอาจารย์ไม่ใส่ใจหรอก”
“ เฮ้อ ก็ดีนึกว่าลูกไปเอาเงินท่านย่ามา พ่อนี้เป็นห่วงแทบแย่ พวกลุงๆก็กลัวท่านแม่จะหมดตัวเพราะลูก”
“ ไม่ต้องห่วง เรื่องเงินอาจารย์มีอีกเยอะ ผมไม่รบกวนใครหรอกครับ” เทียนบอกให้พ่อเก้าสบายใจ
คืนนี้เทียนเขียนแปลนบ้านพักคนชรา โดยสร้างเป็นคอนโด 8 ชั้น ชั้นละ 16 ห้อง
แต่ละชั้นสร้างเหมือนกับโรงพยาบาล ทุกห้องสามารถนำรถเข็นเข้าออกได้ด้วยตัวเอง
ห้องน้ำทำแบบพิเศษ เป็นพื้นที่มียางกันกระแทก กันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ ติดตั้ง ไมค์ของความช่วเหลือฉุกเฉินมีเตียงปรับได้แบบโรงพยาบาล เทียนใช้เวลาเขียนแบบแปลนจนเสร็จ จากนั้นก็มีแบบแปลนสำหรับที่พักแพทย์และพยาบาล
และทีพักบ้านพักคนชราแบบวีไอพี คือทำเป็นบ้านสไตล์แบบเก๋งจีน แบบสไตล์ยุโรป และไทยโบราณ ทุกหลังติดแม่น้ำ แต่ว่าภายในตัวบ้านไม่มีเหลี่ยมมุมให้เกิดอันตราย โดยเน้นที่ห้องน้ำทุกหลัง ต้องมีพื้นที่กว้างขวาง เน้นความปลอดภัย พื้นด้านในจะมีแผ่นยางกันกระแทก คนชราเข้าไปหน้ามืดล้มลงก็ไม่บาดเจ็บ และทุกจุดสามารถเข็นรถเข็นผ่านไปได้อย่างสดวกสบาย เทียนเขียนแบบแปลนไปทั้งหมดสามแบบ แล้วพรุ่งนี้คงต้องให้พวกทีมผู้รับเหมา ไปออกแบบว่าควรจะอยู่จุดไหนถึงจะเหมาะสมอีกที
เทียนกับลุงเซี่ยซิน มาที่โครงการ เทียนมอบแบบแปลนให้ลุงเซี่ยซิน กับผู้รับเหมา หลังจากสร้างโรงงานเสร็จ ก็ให้ปรับพื้นปลูกบ้านพัก ทั้งสามแบบ ได้เลย โดยให้ผู้รับเหมาจัดวาง แบบให้เหมาะสม แล้ว เสนอราคามา
“ คุณชายน้อย ที่ท่านจะสร้างพื้นที่ทั้งหมดเป็นบ้านพักคนชราทั้งหมดเลยหรือครับ”
“ ก็ไม่หมดหรอก ฝั่งตรงข้ามผมกำลังคิดจะสร้างโรงพยาบาลขึ้นที่ด้านหน้านี่อีก แต่ก็คงสร้างไปให้มากที่สุด ถ้าพื้นที่ใกล้เคียงเขาอยากขาย ก็กว้านซื้อมาให้หมด”
เทียนสั่งซื้อที่ดินเพิ่มอีก ทำเอาลุงเซี่ยซิน งงเป็นไก่ตาแตก เท่าที่ดูแบบแปลน ตึกที่พักคนชรา นี่เกือบ สามสิบตึก อย่างน้อยก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นล้านแล้ว และยังคิดจะสร้างโรงพยาบาล แล้วซื้อที่ดินเพิ่ม หนึ่งแสนล้านจะอยู่ไหมนี่
“ อ้อ แล้วพรุ่งนี้ลุงไปบอกพนักงานที่เหลือ ผมเพิ่มเงินเดือนให้อีกเท่าตัว รวมถึงลุงเซี่ยซินด้วยนะ” เทียนเดินไปเห็นตึกเก่าตระกูลเซี่ย ที่ไม่มีใครมาดูแล สภาพเลยทรุดโทรมไปมาก
“ ลุงเซี่ย ช่วยให้ช่างมารีโนเวท ตึกเก่าหลังนี้ให้กลับมาใหม่อีกครั้ง ต่อไปเวลาผมมาทำงาน ผมจะมาพักที่นี่” ลุงเซี่ย กับผู้รับเหมา พยักหน้าและจดทุกอย่างที่เทียนบอกทุกคำ
หลังจากสั่งการทุกอย่างแล้วเทียนก็นั่งรถกลับมากับลุงเซี่ยซิน
“ คุณชายน้อยเวลานี้มีเงินเข้ามาในบัญชีบริษัทอีกสามพันล้าน รวมของเดิมก็มีอยู่สี่พันล้าน แต่ว่า ท่านเจ็ด กับ ท่านแปด ให้ทำการโอนทั้งหมดเป็นชื่อ คุณชายน้อยแต่ว่า เวลาเบิกเงิน คุณชายน้องยังอายุไม่ถึง ไม่ทราบว่าให้ใครเซ็นแทนดีครับ”
“ เรื่องนี้ไปคุยกับพ่อเก้าก็แล้วกัน ให้พ่อเก้าจัดการ ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
วันนี้เทียนกลับบ้านมืดพอดี แม่เจนรอกินข้าว เทียนกินได้สักครู่ก็ขอตัวเพราะรู้สึกง่วงมาก” พอหลับไปก็เริ่ม เข้าไปในความฝันอีกแล้ว เทียนพบว่าหลังจากที่หลงเทียน ถูกควักหัวใจพวกคนชั่วพวกนั้น ก็โยนเด็กน้อยหลงเทียนลงไปในแม่น้ำลึกสายหนึ่ง ร่างของเด็กน้อยหลงเทียนนอนนิ่งอยู่ใต้น้ำ ร่างกายอยู่ในสภาพที่ถูกแผลผ่าอก วิญญาณยังคงวนเวียนไม่จากไปไหน ได้แต่มองดูซากศพของตัวเองที่ถูกปลาเข้ามากัดแทะกินจนสุดท้ายร่างเหลือแต่โครงกระดูก วิญญาณเด็กน้อยวัย5ปียังคงวนเวียนอยู่ริมแม่น้ำสายนั้น ไม่ไปไหน เหมือนกับว่ารอคอยใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยเขาไปจากที่แห่งนี้ เทียนลืมตาตื่นขึ้นมาเริ่มเข้าใจบางอย่างแล้ว
“ เจ้าเด็กน้อย ข้ารับทราบความปราถนาของเจ้าแล้ว ข้าให้สัญญา ข้าจะไปช่วยปลดปล่อยเจ้า จัดการกับคนชั่วทั้งหลาย ให้พวกมันชดใช้กรรมที่พวกมันได้กระทำเอาไว้อย่างสาสม” เทียนพูดกับตัวเองอยู่คนเดียวในห้อง จากนั้นก็เข้าไปในเจดีย์เล่าเรื่องความฝันให้กับปู่หลี่
“ วิถีแห่งเซียนนั้น แต่ละคนก็ต้องผ่านการทดสอบจากสวรรค์ที่ต่างกัน บางคนต้องบำเพ็ญเพียรภาวนา ในสถานที่สงบ เพื่อตัดกิเลส ระงับจิตใจ เพื่อให้เกิดการหลุดพ้น บรรลุวิถีทางเซียน เผชิญด่านทดสอบเซียน ด้วยจิตใจ และ ร่างกาย ของตัวเขาเอง หากผ่านด่านเซียน ก็จะกลายเป็นเซียน หรือไม่ก็ตาย ร่างกายดับสูญไปไม่สามารถผ่านด่านเซียนไปได้
แต่บางคนไม่ต้องบำเพ็ญเพียร ภาวนา แต่ต้องปฏิบัติภารกิจจากสวรรค์เช่น พระถังซัมจั๋ง ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย และซัวเจ๋ง พวกนี้ปฏิบัติภารกิจเสร็จ ก็ได้รับการแต่งตั้ง เป็นเซียน ท่านเจียงจื่อหยา กับ ต้นตระกูลของเรา ท่านหลี่จิ้ง นาจา มูจา จินจา และขุนศึกอีกหลายคน พอเสร็จศึกปราบซางโจ๊ว ก็ได้เป็นเซียนกันหมดเช่นกัน แต่บางคนบำเพ็ญบารมี ช่วยเหลือผู้คนมากมาย พอตายไป ถึงได้ไปเป็นเซียน ซึ่งวิถีทางเซียนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนกรณีของเจ้า หากมีนิมิตปรากฏเช่นนี้ แสดงว่า วิถีทางเซียนของเจ้าคือการเดินทางไปช่วยเหลือผู้คนผู้ตกทุกข์ทรมาน จนสวรรค์เห็นใจ จึงมอบภารกิจนี้ให้เจ้า” ปู่หลี่อธิบาย
“ ผมเข้าใจ แต่ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่สวรรค์มอบมาหรือไม่ ยังไงผมก็ต้องไปช่วยเขาอยู่แล้ว ไว้หลังจากจัดการเรื่องโรงงานให้เรียบร้อย ผมจะออกเดินทางทันที”
ผ่านไปสามเดือน การสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่บ้านตระกูลเซี่ย ก็ได้สร้างเสร็จเร็วกว่าที่คาดไว้ถึง สองเท่า อาจเป็นเพราะว่าเครื่องจักรที่สั่งนำเข้ามาใหม่หมด
จึงทำให้ง่ายในการติดตั้ง การผลิตเริ่มต้นของโรงงานมีเพียงน้ำดื่ม และ น้ำแร่เท่านั้น เทียนไม่อยากให้ รับคนงานมาเป็นจำนวนมากแบบที่ผ่านมา เพราะจะทำให้จะมีแต่ปริมาณ ทำให้ไม่มีคุณภาพ ดังนั้น เทียนได้เริ่มผลิตน้ำสมุนไพรขึ้นมาอีกประเภทเดียว คือน้ำสมุนไพรเทพ หมื่นปี
เทียนน้ำหัวเชื้อสมุนไพร ออกมาผลิตล็อตแรกเป็นจำนวน 1 ล้านลิตร ทำบรรจุขวด ครึ่งลิตร จำหน่ายขวดละ หนึ่งหมื่นบาท ตั้งเป้าหมายจะขายให้หมด ภายใน 4 เดือนแรก จะได้เงินสองหมื่นล้านบาท โดยเริ่มสร้างแบรนด์ใหม่ใช้ชื่อว่า น้ำสมุนไพร หงเทียน เป็นชื่อท่านย่ากับเทียน โดยมีภาพวาดแม่เจนแต่งชุดสาวจีนโบราณ เป็นโลโก้สินค้า มีตราประทับแบบจักพรรดิจีน สี่เหลี่ยมปั้มด้านข้างว่า ตระกูลเซี่ย สีเงินวาว ยามกลางคืนยังมีประกาย เทียนใช้สีพิเศษในโลกเทพ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงในภายหลัง
วันเปิดโรงงานเทียนเชิญท่านย่ากับท่านปู่ ให้มาทำการเปิดโรงงานเพื่อเป็นสิริมงคล และก็เชิญ ตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดให้มาในงาน เพื่อให้มาเยี่ยมชมโรงงาน และ ดูขั้นตอนการผลิต และเทียนก็นำสมุนไพรหมื่นปีที่เป็นวัตถุดิบ นำมาเปิดแสดงให้ทุกคนได้เห็น ได้สัมผัสสมุนไพรอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการตระกูลซู ซินแสจงหมิง อาจารย์หมอกรณ์ สื่อมวลชน ล้วนมากันเต็มโรงงานไปหมด ในวันนี้ด้านหน้าเทียนได้สร้างโรงทานขนาดใหญ่ เปิดให้ประชาชนทั่วไปมากินอาหารเจ และรับแจกน้ำสมุนไพร หงเทียนกันคนละหนึ่งขวด ซึ่งบรรจุ 100 ซีซี คนที่มารอกินอาหารเจ รอรับแจกมากันหลายพันคนทำให้งานวันนี้คึกคักมากเป็นพิเศษ
“ ท่านย่าเชิญลองชิมน้ำสมุนไพร หงเทียน ขวดนี้ก่อน เป็นขวดแรกที่ออกมาจากไลน์ผลิตเลยนะครับ” เทียนให้คนนำมาให้ท่านย่า ส่วนของท่านปู่เป็นขวดที่สอง
ส่วนพ่อเก้า และแม่เจน เป็นขวดที่ สามและที่สี่ ตามลำดับ ท่านปู่ไม่สนใจหยิบดื่มก่อนใครเป็นคนแรก ท่านย่ายังไม่ดื่ม พอรอดูท่านปู่จะว่าอย่างไร
“ อืม ก็ดี “ ท่านปู่หลี่ซ่งพูดแค่นี้ แต่ในใจรู้สึกว่า รสชาติดียิ่งนัก ร่างกายสดชื่นขึ้นมาทันที กระตุ้นให้มีความอยากอาหารได้มากขึ้น จนอดไม่ได้ต้องหยิบขนมชิ้นเล็กที่ทำใส่กระทงเอาไว้ แล้วก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก ทำไมข้าวตังหมูหยอง ทำไมมันอร่อยมากกว่าที่เขาเคยกิน ท่านย่าฟังท่านปู่พูดแค่นี้ก็ไม่ค่อยพอใจ เลยไม่สนใจเลยลองดื่มดูบ้าง
“ อืม รสชาติดีที่สุดเท่าที่ย่าเคยดื่มมาเลย รู้สึกกระสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็นทีเดียวไม่เลวเลย หลานของย่านี่เก่งจริงๆ”
“ ท่านย่าลองชิมขนมอะไรสักอย่างซิครับ” ท่านย่าลองชิมขนมสามชั้นชิ้นเล็กๆ
แต่แล้วก็ประหลาดใจ ทำไมรู้สึกว่าขนมสามชั้นทำไมอร่อยเช่นนี้
“ นอกจากมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ให้สดชื่นแข็งแรงแล้ว ยังสามารถกระตุ้นปุ่มรับรสใต้ลิ้น ทำให้กินอาหารอะไรก็ตาม จะได้รสชาติที่อร่อยขึ้นด้วยนะครับ” เทียนอธิบาย
“ จริงด้วย อร่อยกว่าเดิมจริง” แม่เจนพูดออกมา พ่อเก้าลองกินบ้าง ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ หลานย่า เก่งจริง ๆ เลย” ท่านยายกอดเทียนแล้วหอมแก้มซ้ายขวา ลูกหลานคนอื่น ๆ พากันมองด้วยความอิจฉา
หลังจากที่ทุกคนได้ชิมเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วก็เกิดการสั่ง ออเดอร์ล่วงหน้าทันที เทียนให้ลิมิต ตัวแทนจำหน่ายที่มี อยู่ 20 บริษัท ได้ไม่เกินบริษัทละ หนึ่งแสนขวด เท่านั้น เพราะว่าล็อตแรกเทียนผลิตออกมาเพียง สองล้านขวด และสำรองเอาไว้อีก 1 แสนขวดเท่านั้น
วันแรกที่เปิดงาน ทางตัวแทนจำหน่ายพบว่าราคาขายส่ง ขวดละหมื่นนั้นถึงจะแพงแต่ว่าเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณแบบนี้ ไม่มีอยู่ในตลาดระดับบนมาก่อน จึงได้สั่งออเดอร์ ไปคนละห้าหมื่นบ้าง หนึ่งแสนบ้างตามโควต้า จนวันแรกที่เปิดจองมียอดสั่งซื้อทั้งหมด หนึ่งล้านห้าแสนขวด เหลือติดโรงงาน อีก หกแสนขวดเท่านั้น
ทำให้ยอดเงินวันแรกที่เปิดโรงงาน ได้มาทั้งหมด หนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท พอคนจากตระกูลซูได้เห็นตัวเลข ยอดขายวันแรก ก็ตาโตตกใจเป็นแถว ไม่คิดว่าน้ำสมุนไพรตรา หงเทียน จะทำยอดขายได้มากขนาดนี้ เริ่มเข้ามาคุยกับ ท่านปู่ซ่งเพื่อขอซื้อหุ้นที่เคย ยกให้เทียนไปทั้งหมด
“ พวกแกก็ไปคุยกับอาเทียนเอาเอง เรื่องนี้ฉันไม่อยากยุ่ง” แล้วเอ่ยสั่งการให้ลุงใหญ่สั่งซื้อน้ำสมุนไพรหงเทียนกลับตระกูลหลี่ 1 หมื่นขวดด้วย
แม่เจนรู้ว่าวันแรกขายได้หนึ่งหมื่นห้าพันล้าน ก็ดีใจน้ำตาไหล เข้ามากอดเทียนแน่น
“ ลูกแม่เก่งจริงๆ” เทียนกอดแม่เจนแล้วยิ้มที่เห็นแม่กับพ่อ และท่านย่ามีความสุข
หลังจากนั้น ทุกวันจันทร์ กับ วันอาฑิตย์ เทียนได้ทำการสร้างโรงทานมีอาหารเจ และ นำน้ำสมุนไพร หงเทียน โดยทำเป็นขวดเล็กบรรจุ 100 ซีซี มาแจกให้ชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไป จำนวนวันละ1หมื่นขวด เพราะว่าทั้งสองวันนี้เป็นวันเกิดของแม่เจน กับ ท่านย่า
หลังจากที่น้ำสมุนไพรหงเทียนออกสู่ตลาด ราคาที่ขายอยู่ขวดละ สามหมื่นบาท
แต่ว่าเท่าไรก็ไม่พอขาย ยอดที่เหลือ 6 แสนขวด ก็มีคนมาขอซื้อจนหมดภายในสามวัน จนวันนี้ น้ำสมุนไพรหงเทียน ถึงกับขาดตลาดไปเลย ยอดจองอีกสี่เดือน ยี่สิบบริษัทสั่งจอง ครบตามโควต้าจนไม่มีเหลือให้คนอื่นอีก
เหลือแต่ขวดเล็กๆที่เทียนเตรียมไว้นำมาแจกฟรี ทุกวันจันทร์และวันอาฑิตย์ วันละหมื่นขวดเท่านั้น
คณะกรรมการตระกูลหลี่ วันนี้มีการเรียกประชุมใหญ่ ทุกคนมากันหมด บางคนเสนอในให้เทียน เข้ามาร่วมประชุมด้วย แต่ว่าพ่อเก้าบอกเอาไว้ ก่อนว่าเทียนไม่เข้าร่วม เพราะเทียนอ้างว่าเขายังเด็กต้องไปเรียนหนังสือ แต่สิ่งที่ตระกูลหลี่ เลือกนำมาเป็นหัวข้อประชุมในวันนี้ คือเรื่องน้ำสมุนไพร หงเทียน
“ เวลานี้ 20 บริษัทตัวแทนจำหน่ายน้ำสมุนไพรหงเทียนปรับราคาขายใหม่จาก สามหมื่นเป็นสี่หมื่นบาทต่อขวด ตลาดมืดมีขายขวดละ ห้าหมื่นไปแล้ว ทำให้ยอดขายทั้งปีของตลาดน้ำดื่มเวลานี้ปั่นป่วนไปหมด เริ่มมีคนเลียนแบบน้ำสมุนไพรหงเทียนมากมาย แต่ว่าไม่มียี่ห้อใดสามารถ มีสรรพคุณเทียบเท่า น้ำสมุนไพรหงเทียนได้
ยอดขายน้ำสมุนไพรที่ผ่านมา ยอดขายน้ำดื่มสมุนไพรมีเพียงแค่ 12,000ล้านบาท แต่พอน้ำสมุนไพรหงเทียนเข้ามา มูลค่าตลาดกลับเพิ่มขึ้น ถ้าคำนวนทั้งปี จะมีมูลค่าถึงสองแสนล้านบาทต่อปี มากกว่าน้ำดื่มทุกชนิดที่ขายภายประเทศทั้งหมดที่มีเพียง หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาทเท่านั้น
แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุด คือคนที่สร้างน้ำสมุนไพรหงเทียน คือหลานสายตรงของตระกูลหลี่ของเรา แต่ตระกูลหลี่ของเราไม่สามารถเข้าไปแชร์ตลาดส่วนนี้ได้เลยแม้แต่บาทเดียว จำนวนเงินสองแสนล้านบาทต่อปี ในขณะที่รายได้ตระกูลหลี่ทั้งหมดทุกกิจการมีเพียง เจ็ดหมื่นล้านต่อปีเท่านั้น ผมหนึ่งในคณะกรรมการตระกูลขอเสนอให้ พวกเราส่งตัวแทนไปเจรจากับ อาเทียน ขอแช่ร์ส่วนแบ่งการตลาดบ้าง ไม่ใช่ยกให้ผู้อื่นจำหน่ายทั้งหมด” หลี่กวง ลูกชายปู่สี่ เสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพราะมองเห็นตัวเลขของธุรกิจประเภทนี้กำลังเจริญเติบโต
“ ยอดขายมันได้มากขนาดนี้เชียวหรือนี่” ท่านปู่หลี่ซ่ง เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อตัวเลขยอดขายจะสูงถึงเพียงนี้ ลุงใหญ่ และทุกๆ คนพอฟังก็ตกใจเช่นกันไม่คิดว่าการคาดการณ์ของ หลี่กวงตัวเลขจะยอดสูงถึงเพียงนี้
“ พี่ใหญ่เรื่องนี้พวกเราคงต้องเรียก อาเทียนเข้ามาคุยอย่างจริงจังหน่อยแล้ว” ปู่รองรีบเอ่ยขึ้นเช่นกัน
“ แต่ว่า อาเทียนช่างดื้อรั้นนัก ไม่รู้จะยอมหรือเปล่า” ปู่สามก็เอ่ยมาเช่นเดียวกัน
“ อาเก้า แกไปพูดกับอาเทียนช่วยแบ่ง น้ำสมุนไพรมาให้ตระกูลของเราจัดจำหน่ายบ้างจะได้ไหม” ลุงใหญ่เอ่ยถามพ่อเก้า
“ เรื่องนี้ต้องถามอาเทียน เพราะไม่รู้ว่า พวกเขากับ ตัวแทนขายทั้งยี่สิบคนนั้น มีสัญญาอะไรกันไว้หรือเปล่า”
“ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของตระกูล ยังไงก็บอกอาเทียนให้รับรู้ไว้ก่อน แล้วค่อยมาบอกพวกเราในวันประชุม ครั้งต่อไป” ท่านปู่หลี่ซ่ง ก็เริ่มกลัวใจเทียนเหมือนกัน เลยไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมาก
พ่อเก้ากลับจากงานสำนักงานอัยการ ต้องมาฟังเรื่องธุรกิจของตระกูลอีก และช่วงหลังต้องมีเรื่องเกี่ยวพันอาเทียนอยู่เสมอ เขาแค่เด็กอายุ 11 ปีไปเรียนหนังสือทุกวันเสาร์อาฑิตย์ยังต้องไปฝีกเรียนวิชาแพทย์อีก คุณชายเก้ารู้สึกเป็นห่วงอาเทียนขึ้นมา
“ พ่อเก้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” เทียนเอ่ยพ่อเก้าเห็นหน้าตาไม่ค่อยสบายใจ
“ เรื่องน้ำสมุนไพร หงเทียนน่ะ ทางตระกูลอยากได้ส่วนแบ่งตลาดบ้าง” พ่อเก้าเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยสบายใจ
“ เรื่องแค่นี้เอง เดือนหน้า ผมจะเพิ่มกำลังผลิตอีกเท่าตัว ผมจะให้ ตระกูลหลี่เป็นตัวแทนขายส่วนที่เพิ่มมาทั้งหมดก็แล้วกัน” เทียนพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย แล้วหันไปเปิดจุดชีพจรให้แม่เจน เพื่อให้แม่เจนเลือดลมไหลเวียนดีขึ้น แข็งแรงขึ้น รู้สึกสบายขึ้น
“ นี่ลูกให้พวกเขาง่าย ๆ อย่างนี้น่ะหรือ” พ่อเก้าตกใจไม่คิดว่าเทียนจะให้ง่ายๆแบบนี้
“ ยังไงก็คนตระกูลเดียวกัน ผมไม่อยากให้พ่อ กับ ท่านย่าไม่สบายใจ” เทียนพูดจบก็ถอนเข็มที่ปักให้กับแม่เจนออกมา
“ โอ้ รู้สึกดีจัง ต่อไปแม่ไม่ต้องไปหาหมอนวดที่ไหนแล้ว” แม่เจนยิ้มดีใจที่ร่างกายรู้สึกโล่งโปร่งสบาย
“ ดีแล้วลูก ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน” พ่อเก้าเข้ามาตบไหล่เทียนเบาๆ...