ชายหนุ่มฉีกยิ้มด้วยความยินดี ดูเหมือนว่าเขาจะพบเข้ากับสมบัติที่ถูกซ่อนอยู่ภายในห้อองลับแห่งนี้แล้ว
วาสสั่งให้ก็อบลินมาต่อตัวกันเป็นบันไดอีกครั้ง ก่อนจะปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวเขาก็มายืนอยู่ในความสูงระดับเดียวกับแหวนสีแดงเพลิง
ภายในดวงตาสีดำสนิทชายหนุ่มมีเพียงภาพสะท้อนของแหวนสีแดงเพลิง วาสรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากแหวนสีแดงเพลิง
เขาไม่รอช้ายื่นมือออกไปสัมผัสมัน ความเย็นของเนื้อโลหะส่งผ่านมายังผิวหนังของเขา วาสออกแรงดึงแหวนสีแดงเพลิงออกมาจากดวงตาของหุ่นเหล็ก
แหวนสีแดงเพลิงหลุดออกมาอย่างง่ายดาย ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเพ่งพิจารณาแหวนสีแดงเพลิงในมือนั้นตัวเขาก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง
วาสหันขวับไปมองหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างเลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ
ฮูมมมมม!
หุ่นเหล็กสีดำยักษ์ที่เคยยื่นนิ่งสนิทไร้ชีวิตชีวาตอนนี้กลับส่งเสียงร้องกังวาลลั่นห้อง ดวงตาที่แต่เดิมมีสีดำสนิทกับส่องประกายสีแดงเลือดเจิดจ้า
"ชิบหายแล้ว!!!"วาสอุทานดังลั่น
หุ่นเหล็กสีดำยักษ์จ้องมองมาที่วาสและเหล่าซากทัพ ดวงตาสีแดงโลหินส่องประกายต้องการฆ่าฟันออกมาอย่างชัดเจน
ฮูมมม!
หุ่นเหล็กสีดำยักษ์เปล่งเสียงดังลั่นออกมาอีกครั้ง ก่อนที่มันจะเหวี่ยงแขนขนาดมหึมาทุบมาตำแหน่งที่วาสยืนอยู่อย่างดุดัน!
ตูมมม!!
วาสกระโดดออกจากตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่อย่างรวดเร็วหลบรอดจากกำปั้นสีดำอย่างหวุดหวิด แต่เหล่าซากทัพก็อบลินไม่โชคดีอย่างเขา
เพียงหมัดเดียวเหล่าซากทัพก็อบลินที่ต่อตัวเป็นบันไดกันอยู่ต่างก็เละเทะกลายเป็นเศษเนื้อเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่กำปั้นสีดำจะทุบลงที่พื้นวิหารเสียงดังสนั่น!
วาสเหงื่อตกเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นถึงความรุนแรงของมัน ชายหนุ่มหันไปมองรอบข้างอย่างเลิ่กลั่กคิดหาทางออกจากสถานการณ์นี้
เมื่อหันไปมองเหล่าซากทัพที่เหลืออยู่ชายหนุ่มก็รู้สึกหวั่นวิตกมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับความสามารถของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ที่เขาเห็นเมื่อครู่เหล่าซากทัพของเขาไม่สามารถสู้กับมันได้เลย
เพียงการโจมตีของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์เพียงครั้งเดียวก็สามารถฉีกกระชากร่างของซากทัพของเขาเป็นชิ้นๆอย่างง่ายดาย
ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของเขา
'ต้องฝากความหวังไว้กับมันแล้ว'ชายหนุ่มคิดในใจ
สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตาย!!
วูบ!
อยู่ๆภาพในดวงตาของวาสก็กลายเป็นเพียงสีขาวดำ ชายหนุ่มหันไปมองรอบข้างอย่างตกใจก่อนเขาจะพบว่าเขาสามารถมองเห็นดวงไฟวิญญาณสีดำทมิฬที่กำลังสถิตอยู่ที่เหล่าซากทัพของเขาทุกตัว
ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงความสามารถบางอย่างของสกิลที่ถูกส่งออกมาจากห้วงลึกภายในจิตใจของเขา
"เราสามารถเลือกจำนวนซากทัพที่จะใช้บูชายัญได้สินะ"ชายหนุ่มไม่รอช้าเลือกบูชายัญซากทัพที่มีทั้งหมดยกเว้นซากทัพกลายพันธุ์ที่เขาแยกไว้ในช่องว่างมิติ
ร่างของเหล่าซากทัพค่อยๆสลายกลายเป็นละอองสีดำ ก่อนที่ละอองสีดำเหล่านั้นจะเคลื่อนที่ลอยมายังเบื้องหน้าวาส หมุนวนกลายเป็นพายุขนาดเล็กและหล่อหลอมรวมกันถือกำเนิดเป็นบางสิ่ง
ก๊าซซซซ!
เสียงร้องแหลมบาดหูดังขึ้นต่อหน้าวาส ที่ตรงหน้าเขาปรากฏสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ตัวหนึ่งที่มีสองแขนสองขาราวกับมนุษย์และมีขนาดพอๆกับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ มันมีลำตัวหนาใหญ่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดมากมายหลากสี ศีรษะของมันมีลักษณะคล้ายกับหัวของก็อบลินแต่มีกลับนัยน์ตาเรียวแหลมและเขี้ยวยาวเรียวโค้งคล้ายกับงู หางอสรพิษขนาดใหญ่แกว่งไกวไปรอบๆแหวกอากาศดังขวับๆ
"นี้นะหรอราชันแห่งความตาย"วาสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่จะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาชื่นชมราชันแห่งความตายตรงหน้าเขา
"จัดการมันซะ"วาสออกคำสั่งกับราชันแห่งความตายของเขา
ก๊าซซ!
ราชันแห่งความตายคำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าไปโรมรันกับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์อย่างดุเดือด!
ตึงงง! ตูมมม!...
สองยักษ์ใหญ่ต่อสู้กันอย่างรุนแรง เสียงปะทะของทั้งสองดังสนั่นลั่นห้องจนชายหนุ่มต้องถอยฉากออกมา
ทุกครั้งที่พวกมันปะทะกันสภาพรอบด้านของห้องลับก็เริ่มที่จะพังพินาศมากขึ้นเรื่อยๆ
วาสเฝ้ามองการต่สู้ของพวกมันเงียบๆ คิ้วของเขาขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆก่อนที่ชายหนุ่มจะสบถออกมาว่า
"บ้าเอ้ย! ราชันแห่งความตายของเราสู้พละกำลังมันไม่ได้"แม้ทั้งสองจะต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านแต่ราชันแห่งความตายกลับไม่สามารถสร้างแม้แต่ริ้วรอยให้กับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ กลับกันหุ่นเหล็กสีดำยักษ์กลับสามารถโจมตีใส่ร่างของราชันแห่งความตายอย่างต่อเนื่อง จนร่างของราชันแห่งความตายเริ่มที่จะบอบช้ำแล้ว
หัวใจวาสเต้นถี่รัวในใจเขาอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นๆแต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ การโจมตีแต่ละครั้งของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์สามารถที่จะทำลายโครงสร้างวิหารอย่างง่ายดาย
จุดประสงค์การคงอยู่ของมันคงจะมีไว้เพื่อปกป้องแหวนสีแดงเพลิงในมือวาส
หากเขาหนีไปก็มีโอกาสสูงที่มันจะไล่ตามเขาไป ยิ่งระหว่างทางกลับยังมีกับดักมากมายที่รอเขาอยู่ เผลอครู่เดียวมันอาจจะตามเขาทันแล้วก็ได้เพราะฉะนั้นเขาจะต้องจัดการกับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ให้ได้
วาสเคลื่อนกายไปยังมุมอับของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ ก่อนจะหยิบหอกเงินระดับ7ออกมาและแทงไปที่ข้อเท้าของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์เต็มแรง!
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นแรงสะท้อนจากการปะทะทำเอามือวาสชาด้านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึง
กระทั่งหอกระดับ7ก็ยังไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้กับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์
วาสเริ่มเกิดความท้อแท้ขึ้นในใจ ชายหนุ่มเริ่มที่จะอับจนหนทางในการจัดการกับหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ตรงหน้าแล้ว
ฮูมมมมมม!
อยู่ๆหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ก็ร้องเสียงดังลั่นจนชายหนุ่มตกในผงะถอยหลัง มันยกร่างของราชันแห่งความตายขึ้นด้วยสองแขนก่อนจะเหวี่ยงร่างราชันแห่งความตายลอยละลิ่วออกไปจากห้องลับ
ราชันแห่งความตายตกกระทบพื้นห้องโถงเสียงดังสนั่นไถลไปไกล
หุ่นเหล็กสีดำยักษ์ไม่รอช้าวิ่งตรงไปหาราชันแห่งความตายต่อทันที ไม่เหลือบแลวาสแม้แต่ครู่เดียว
วาสฝืนยิ้มเจื่อนออกมา ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเป็นเพียงตัวประกอบไปแล้ว
ราชันแห่งความตายเมื่อเห็นหุ่นเหล็กสีดำยักษ์มุ่งตรงมาหามันก็ร้องคำรามลั่นก่อนจะอ้าปากออกกว้างและพ่นของเหลวสีขาวขุ่นจำนวนมากออกมารดเข้าที่ร่างของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์
ฟู่ๆๆ!
ไอควันจำนวนมากระเหยออกมาจากร่างของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ ของเหลวนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง วาสจ้องมองผลลัพธ์อย่างลุ้นระทึกแต่เขาก็ต้องผิดหวังเพราะว่าร่างของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ยังคงไร้รอยขีดข่วนเช่นเดิม
หุ่นเหล็กสีดำยักษ์ไม่สนใจการโจมตีของราชันแห่งความตาย มันใช้แขนทั้งสองข้างของมันจับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของราชันแห่งความตายและออกแรงกระชากออกจนแขนข้างนั้นขาดกระเด็น
เลือดสีดำกระฉูดออกจากปากแผลราวกับน้ำพุ
วาสมองภาพนั้นด้วยใจที่สั่นระรัว ตอนนี้สภาพราชันแห่งความตายย่ำแย่ลงทุกขณะแล้ว ดูท่าอีกไม่นานมันคงแพ้หุ่นเหล็กสีดำยักษ์อย่างหมดรูป ตอนนี้เขารู้สึกผิดหวังกับความสามารถของสกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายไม่น้อย
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดตอนนี้ต่อให้ลนลานไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
"มันไม่ใ่ชสิ่งมีชีวิตแน่ๆ เพราะฉะนั้นมันต้องมีแหล่งจ่ายพลังงานอยู่ในตัว"สองขาชายหนุ่มออกแรงวิ่งพาเจ้าของร่างไปจุดที่กำลังต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว
วาสวิ่งวนไปรอบๆพยายามมองหาจุดอ่อนของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่สามารถพบจุดอ่อนของมัน ทั่วร่างของมันมีเพียงเหล็กสีดำด้านมีเพียงดวงตาที่ส่องประกายสีแดงเลือดเท่านั้นที่แตกต่าง
"หรือว่าดวงตาของมันคือจุดอ่อน"วาสพึมพำขึ้นเบาๆ
ชายหนุ่มคว้าหอกเงินระดับ7ออกมาอีกครั้ง อาศัยจังหวะที่มันกำลังพัวพันกับราชันแห่งความตายขว้างหอกในมือไปเต็มแรง
เคร้ง!
แต่วาสก็ยังคงพบกับความผิดหวังเช่นเดิม หอกของเขายังคงไม่สามารถทำอะไรมันได้แม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มที่จะสิ้นหวังขึ้นเรื่อยๆ เขากัดฟันกำหมัดแน่นก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงบางอย่างที่อยู่ภายในมือ
วาสก้มมองแหวนสีแดงเพลิงที่เขาถือไว้ตลอดเวลา ก่อนที่ความหวังจะเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา
วาสไม่รอช้าถอยฉากออกมาจากจุดต่อสู้เขาหยิบหินตรวจสอบออกมาและใช้มันกับแหวนสีเพลิงทันที
[แหวนกายาแห่งเอลไฮม์] คุณสมบัติ:[สกิลทลายขีดจำกัด]
มือข้างที่ถือแหวนอยู่สั่นสะท้าน นะ..นี่หรือว่าเขาพบสิ่งของระดับพิเศษเข้าให้แล้ว!
วาสอยากจะโห่ร้องด้วยความยินดีให้ดังลั่นในใจเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกอันบ้าคลั่งแต่ก็ยับยั้งชั่งใจไว้ ชายหนุ่มตรวจสอบความสามารถสกิลที่ติดมากับแหวนทันที
สกิล ทลายขีดจำกัด[Lv. -(ไม่สามารถเพิ่มได้) ] [ความสามารถ:เพิ่มค่าสถานะ3เท่าทุกค่าสถานะให้แก่ผู้ครอบครองเป็นระยะเวลา 30 นาที]
(ผลข้างเคียง:หลังใช้งานร่างกายผู้ใช้จะอยู่ในสภาพอ่อนล้าสุดขีด)
วาสฉีกยิ้มอย่างยินดีเมื่อ่านความสามารถสกิลจบ แต่แล้วชายหนุ่มก็นิ่งเงียบเบือนหน้าไปมองยังหุ่นเหล็กสีดำยักษ์เงียบๆก่อนจะพึมพำในใจว่า
"ต่อให้มีสกิลนี้เรายังจะสามารถล้มมันได้หรือเปล่านะ"วาสถอนหายใจตัวเขารู้ดีว่าต่อให้มีสกิลใหม่อันนี้ก็ยังไม่สามารถล้มหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ตัวนั้นได้ เขาจึงเลือกจะทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นเฝ้ามองการต่อสู้ตรงหน้าเงียบๆพลางเปิดหน้าต่างสกิลขึ้นมาไล่เปิดอ่านหวังว่าจะเกิดความคิดดีๆขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ทะลึ่งพรวดยืนขึ้นมา สายตาเขาจ้องมองไปที่สกิลหนึ่งที่มีอยู่สกิลหนึ่ง และเกิดความคิดแปลกๆขึ้นมา วาสไม่รอช้าทดลองทำบางอย่างเงียบๆ
ก่อนจะเบือนหน้าไปมองยังหุ่นเหล็กสีดำยักษ์และแสยะยิ้มเย็นออกมา