ที่ศาลากลางแม่น้ำแห่งหนึ่ง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่า ช่วยด้วย”หญิงสาวกรีดร้องขึ้นหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา หลังจากที่นางสลบไปครึ่งชั่วยาม[1]
เมื่อมองเห็นหยางเฟยิและหวังเสี่ยวเหยาและร่างกายของตนเองยังคงปกติ นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
“คงเป็ท่านทั้งสองที่ช่วยข้าไว้ ขอบคุณเหลือเกินเ้าค่ะข้าน้อยเซียวซูเม่ย บุญคุณครั้งนี้ซูเม่ยขอโอกาสได้ตอบแทน” เซียวซูเม่ยเอ่ยขึ้นพร้อมยอมตัวคาราวะทั้งสอง
หยางเฟยิและหวังเสี่ยวเหยาจึงได้แนะนำตัวเช่นกัน
“ไม่ต้องๆ เป็คนอื่นพี่สาวก็ต้องทำเช่นนี้อยู่แล้ว”หวังเสี่ยวเหยาเอ่ยปฏิเสธ
เห็นสตรีตรงหน้าอายุน้อยกว่าตนเองหวังเสี่ยวเหยาที่หวังจะมีน้องสาวบ้างจึงถือโอกาสให้เซียวซูเม่ยเรียกว่า พี่สาวเสียเลย
เซียวซูเม่ยเองก็รู้สึกยินดีที่ได้ยินเช่นนั้นนางเองก็รู้สึกถูกชะตากับพี่สาวคนนี้อยู่ไม่น้อย
นางเป็บุตรีของอดีตฮูหยินเอกแห่งจวนตระกูลเซียวถูกบิดาบีบบังคับให้แต่งงานกับติงเกาเล่อ ชายแก่วัย 50เมื่อนางไม่ยินยอมและกำลังหาทางหนีก็ถูกคนของฮูหยินเอกคนใหม่จับตัวส่งมาที่จวนติงในคืนนี้
ก่อนนั้นนางได้ยินเสียงของใครซักคนจึงได้เสี่ยงะโร้องขอความช่วยเหลือ แต่สติก็ดับวูบไป เมื่อตื่นมาพบกับทั้งสองคนจึงพอจะคาดเดาได้ว่า การร้องขอของตนเองสัมฤทธิ์ผล
“ข้าก็มิได้คิดว่าเป็บุญคุณอันใด”หยางเฟยิเอ่ยขึ้นเช่นกัน
ทำให้เซียวซูเม่ยรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตารื้นชีวิตนี้นอกจากมารดาที่เสียไปกับซูเจินซึ่งเป็สาวใช้ข้างกาย ก็ไม่มีผู้ใดรักและเป็ห่วงนางเลยสักคนแม้แต่บิดาผู้ให้กำเนิดพวกเขาเ่าั้เห็นนางเป็เพียงเครื่องมือเพื่อความก้าวหน้าของตนเองเท่านั้น
แต่คนแปลกหน้าทั้งสองคนกลับให้ความช่วยเหลือนางโดยไม่กล่าวถึงสิ่งตอบแทนใดๆ
การที่นางถูกบิดาบังคับให้ไปเป็อนุของติงเกาเล่อก็เพื่อเป็การตอบแทนที่ตาเฒ่าติงให้การสนับสนุนเซียวเจียงซึ่งเป็บุตรชายคนโตของฮูหยินเอกคนใหม่ได้เลื่อนขั้นเป็หัวหน้ากองปราบของศาลในอำเภอฉาง ที่อยู่ใกล้ๆกับเมืองหลวงนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวปลอดภัยดี ตอนนี้ก็ยามโฉว่[2]ซึ่งถือว่าคุณหนูในห้องหอไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ หวังเสี่ยวเหยาจึงเอ่ยขึ้น “เอาล่ะเดี๋ยวพี่สาวไปส่งเ้าที่จวน”
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่เสี่ยวเหยา” เซียวซูเม่ยเอ่ย
ระหว่างที่เดินไปส่งเซียวซูเม่ยนั้นหยางเฟยิกับหวังเสี่ยวเหยาก็ได้พูดคุยกันตามประสาคนของกองทัพ
ทั้งสองได้ทำความรู้จักกันคร่าวๆ ใน่ที่คุณหนูเซียวยังคงไม่ได้สติ
“ข้าจะออกเดินทางกลับพรุ่งนี้ ท่านล่ะ”หวังเสี่ยวเหยาเอ่ยถามก่อน
หยางเฟยิถอนหายใจเบาๆ “ข้าก็คงเช่นกัน”
แม้เขาจะรักจ้าวลี่ถิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้รู้เช่นเห็นชาติถึงเนื้อในของนางแล้วก็ไม่รู้ว่าจะอยู่แสดงความยินดีให้เจ็บใจตัวเองไปทำไม
แค่หวังเพียงว่าระยะทางและเวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจของเขาให้ดีขึ้นในเร็ววัน
“ข้ามากับคนสนิทของข้า ข้ามีข้อเสนอ ท่านจะว่าอย่างไรหากพวกข้าจะขอร่วมเดินทางกับท่าน พวกเราค่อยไปแยกกันที่เมืองหานซื่อ”
เมืองหานซื่อ คือเมืองที่อยู่ถัดไปจากเมืองหลวงไปทางเหนือมีเส้นทางเชื่อมต่อไปทางเมืองเป่ยและเมืองซี ให้หยางเฟยิเดินทางต่อไปทางเหนือส่วนนางก็เลี้ยวออกมาทางตะวันตก
ซึ่งหยางเฟยิเมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ก็เห็นว่าดีแม้เขาจะมาพร้อมมารดา แต่ขากลับเขาต้องเร่งเดินทางกลับที่ชายแดนก่อนเพราะตัวแม่ทัพอยู่ห่างจากชายแดนมากไม่เป็การดี ส่วนมารดาของเขากลับกับขบวนทีหลังขากลับมีเพื่อนร่วมเดินทางคงจะดีไม่น้อย
ดีเสียอีก จะได้ช่วยกันระวังภัย
อีกอย่าง นางเป็ถึงรองแม่ทัพฝีไม้ลายมือคงจะไม่อ่อนด้อยไปกว่ารองแม่ทัพใดในแคว้นในกองทัพของเขาก็มีนายทหารหญิงไม่น้อย เขาพอจะเข้าใจดีว่า พวกนางไม่ได้อ่อนแอดังที่ใครๆมอง
“ตกลงตามนั้น”เขาตอบ
จากนั้นทั้งสองก็แลกเปลี่ยนเื่ราวของเขตชายแดนของตัวเองโดยเซียวซูเม่ยได้ยินทุกอย่างนางไม่ได้เอ่ยแทรกหัวข้อสนทนาของทั้งสองหากแต่เป็ผู้รับฟังที่ดีตลอดเส้นทางอย่างเงียบๆจนถึงประตูด้านหลังของจวนตระกูลเซียว
คล้อยหลังที่หยางเฟยิและหวังเสี่ยวเหยาเดินเลี้ยวออกไปจากตรอกเซียวซูเม่ยผลักประตูบานเล็กเข้าไปอย่างแ่เบา
การที่เซียวซูเม่ยสามารถเปิดประตูเข้าไปได้อย่างง่ายดายเป็เพราะว่าสลักประตูแตกเมื่อหลายเดือนก่อนซึ่งทางพ่อบ้านยังมิได้ให้ช่างไม้มาซ่อม เพราะฮูหยินเอกถือตนว่าบุตรชายของตนเป็หัวหน้ากองปราบของศาลในอำเภอฉางแล้วคงจะไม่มีขโมยหน้าไหนกล้าที่จะลักลอบเข้ามาที่จวนนี้เป็แน่จึงมิได้ใส่ใจในเื่นี้เท่าใดนัก
เซียวซูเม่ยรีบตรงไปยังเรือนนอนของตน แต่แล้วนางต้องรีบหลบตรงพุ่มไม้หน้าเรือนเมื่อเห็นบ่าวรับใช้สองคนแบกเสื่อที่ม้วนอะไรสักอย่างไว้อย่างทุลักทุเลตามหลังพ่อบ้านที่ยกเท้าก้าวอย่างรีบเร่ง
พวกเขาทั้งสามเพิ่งออกมาจากเรือนของนาง!
ไม่ ต้องไม่ใช่สิ่งที่นางคิด
เซียวซูเม่ยรู้สึกชาไปทั้งตัว มือไม้ของนางสั่นไปหมดนางตามทั้งสามคนอย่างระมัดระวังไปจนถึงสวนดอกไม้ซึ่งเป็อาณาเขตของเรือนฮูหยินเอกคนใหม่
บ่าวชายคนหนึ่งรีบวิ่งออกไปไม่นานเขากลับมาพร้อมกับพลั่วสองอัน
บ่าวทั้งสองคนช่วยกันขุดดินอย่างเอาเป็เอาตายพ่อบ้านก็ดูลุกลี้ลุกลน เขามองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลาราวกับกำลังกลัวว่าจะมีคนมาเห็น
เมื่อได้หลุมขนาดใหญ่พอสมควรบ่าวทั้งสองคนก็ช่วยกันยกร่างของใครคนหนึ่งทิ้งลงไปในหลุมนั่นแล้วรีบกลบดินทันทีไม่นาน ทั้งสามคนก็ออกไปจากตรงนั้น
เซียวซูเม่ยมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้ก่อนที่เสียงสะอื้นของตนเองจะเล็ดลอดออกไปแม้จะไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าใครเป็ผู้โชคร้ายที่อยู่ในหลุมนั้นแต่นางก็พอจะเดาออก
จะเป็ใครไปได้ถ้าไม่ใช่ สาวใช้เพียงคนเดียวของนาง
ซูเจิน!
“เรียบร้อยแล้วขอรับฮูหยิน”พ่อบ้านกล่าวรายงานกับผู้เป็ฮูหยินเอกคนใหม่ของจวนสกุลเซียว
นางพยักหน้าอย่างพอใจ
สาวใช้คนสนิทมอบถุงเงินให้พ่อบ้าน เขารับมาแล้วรีบถอยออกไปทันที
เซียวฮูหยินกระหยิ่มในใจ
เท่านี้ก็กำจัดเสี้ยนหนามของบุตรสาวตนเองได้แล้ว
หลังจากที่เซียวฮูหยินคนก่อนจบชีวิตลงไม่นาน นางก็ใช้มารยาหญิงสารพัดเพื่อถีบตัวเองจากอนุภรรยาจนได้กลายมาเป็ฮูหยินเอกในวันนี้ได้
บุตรชายเพียงคนเดียวก็เป็แค่รองหัวหน้ากองปราบของศาลในอำเภอฉาง
ส่วนบุตรสาวก็เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาได้ครึ่งปี
แม้จะมีแม่สื่อมาทาบทาม แต่หากแต่งออกไปบุตรสาวของนางก็คงเป็ได้แค่อนุเช่นกัน
และที่สำคัญ คุณชายใหญ่สกุลเจิ้ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็ถึงรองเ้ากรมพิธีการกำลังจะมาทาบทามเพื่อสู่ขอเซียวซูเม่ย แต่บุตรสาวของนางก็พึงใจคุณชายเจิ้งเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นางใช้การตายของอดีตฮูหยินเอกเป็ข้ออ้างในการเลื่อนงานหมั้นระหว่างคุณชายเจิ้งกับเซียวซูเม่ยเพื่อรั้งเวลาให้นางได้ขึ้นเป็ฮูหยินเอก
ดังนั้น เมื่อตอนนี้นางสมใจปรารถนาแล้วนางจึงต้องจัดการกับเซียวซูเม่ยโดยการเกลี้ยกล่อมผู้เป็สามีเพื่อส่งเซียวซูเม่ยเข้าจวนสกุลเกาโดยมีข้อแม้ในการแลกเปลี่ยนคือตำแหน่งหัวหน้ากองปราบของศาลในอำเภอฉางของบุตรชายคนโต
บุตรชายที่จะเป็หน้าตาให้กับตระกูลและที่พึ่งพิงยามแก่เฒ่ากับบุตรสาวที่ต้องแต่งออกไปแม้จะเป็ถึงฮูหยินของรองเ้ากรมพิธีการ ระหว่างแซ่เจิ้งกับแซ่เซียวมีหรือที่สามีของนางจะชั่งน้ำหนักไม่ได้
และอีกประการ เซียวซื่อหยวนเคยเกริ่นให้ทางเจิ้งฮุ่ยิ่ช่วยเหลือในเื่ตำแหน่งของบุตรชายคนโตแต่ทางคุณชายเจิ้งปฏิเสธ นายท่านแห่งสกุลเซียวจึงปฏิเสธการหมั้นหมายไป
แผนครั้งนี้นอกจากเพื่อบุตรชายแล้วบุตรสาวของนางยังได้รับประโยชน์อีกด้วย
ส่วนบุตรสาว นางก็มีแผนสำหรับเื่นี้ไว้แล้ว
เขวี้ยงหินก้อนหนึ่งได้นกสองตัว
มองมุมไหน กำไรก็ตกที่นาง
หึหึ
แต่ว่าซูเจินซึ่งเป็สาวใช้ของเซียวซูเม่ยกลับคิดจะลอบออกจากจวนเพื่อไปแจ้งทางการนางจึงสั่งให้พ่อบ้านลงโทษ ทำให้ซูเจินจบชีวิตลงในที่สุดหากปล่อยให้มีคนมาเห็นร่างไร้ิญญาของสาวใช้ อาจจะมีคนในจวนปากโป้งในเื่นี้ก็เป็ได้นางไม่อยากเสี่ยงให้มีเื่กระทบถึงตำแหน่งของบุตรชาย จึงได้สั่งให้พ่อบ้านไปจัดการให้เรียบร้อย
เท่านี้ แผนทุกอย่างของนางก็เป็อันบรรลุผล
[1] 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
[2] เวลา 01.00-02.59 น.