[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    62 กำจัด

    ความรู้สึกตกใจเผยบนใบหน้าของโยฮัน อาการของน้องสาวควรสลบไปเป็นวัน เธอกลับลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ได้รับเลือดจากเขาเพียงเท่านั้น โยฮันจึงรู้ได้เลยว่าร่างกายของเธอจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเส้นเลือดสีดำปูดโปนตามร่างกายที่บอกถึงการติดเชื้อกำลังจางหายลงไปอย่างรวดเร็ว


    “ หนูสลบไปนานหรือยัง ”


    “ หมอบอกว่าเธอถูกพามาที่นี่เมื่อกลางดึก ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ว่าแต่ทำไมเธอถึงไม่หนีล่ะ ”


    แอลลี่ยิ้มแห้งๆ เธอทำตามทุกอย่างที่พี่ชายบอกแล้ว แม้กระทั่งให้หนีเมื่อเกิดอันตรายเธอก็ทำตาม เพียงแต่ว่าซอมบี้ที่เจอในครั้งนี้แข็งแกร่งมาก มันเป็นถึงระดับ 4 นอกจากนั้นยังมีความฉลาดแล้วยังเป็นมนุษย์ เธอจึงเหมือนกระต่ายตัวเล็กๆที่กำลังวิ่งหนีปากกระบอกปืน แม้จะหลบพ้นมันกลับต้องแลกมากับบาดแผลมากมาย


    “ เอาเถอะ รอดมาได้ก็ดีแล้ว ” แอลลี่รู้ว่าพี่ชายไม่ได้จะต่อว่าอะไรอีก เสียงถอนหายใจเมื่อครู่ทำให้เธอรู้ว่าเขายอมรับสิ่งที่เธอทำลงไปแล้วเธอจึงรู้สึกโล่งใจ การฟื้นของเธอมาจากความรู้สึกอยากเจอพี่ชายเพราะอีกฝ่ายบอกให้เธอกลับมารอที่สถานีก่อนหลังจากเข้าสำรวจคฤหาสน์เจ้าพ่อ เธอจึงตื่นขึ้นมาดูว่าพี่ชายของเธอกลับมาแล้วหรือยังหลังจากมีแรงมากพอจะเปิดเปลือกตา


    “ ข้างนอกเป็นยังไงบ้างคะ ”


    “ วุ่นวาย ”


    “ แสดงว่าซอมบี้บุกไม่หยุด พี่ยังไม่ได้ช่วยพวกเขาเหรอคะ ”


    โยฮันส่ายหน้า เขาไม่อยากตอบคำถามอะไรอีก ขณะที่กำลังมองดูอาการแอลลี่ หมอที่ตรวจเลือดของเขาก็เข้ามาตรวจร่างกายของเธอก่อนจะยิ้มด้วยท่าทางโล่งอก


    “ น้องผมเป็นยังไงบ้างครับ ”


    “ เธอพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย คงเป็นเพราะการวิวัฒนาการ 2 ครั้งของเธอทำให้มีความแข็งแกร่งต่างจากคนอื่นๆจึงฟื้นตัวได้เร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังขยับร่างกายไม่ได้ในเร็วๆนี้”


    แอลลี่ได้ยินสิ่งที่หมอพูดเธอจึงกระพริบตารับฟัง เป็นอย่างที่หมออธิบาย ร่างกายของเธอฟื้นตัวแล้วแต่ยังไม่มากพอจะทำให้เธอเคลื่อนไหว เธอรู้สึกเจ็บปวดทั่วร่างกายราวกับว่าถูกสิบล้อทับร่าง กระดูกบริเวณขาเจ็บปวดไปหมด บริเวณกลางหน้าอกดูแน่นไปหมดราวกับมีหินวางทับเอาไว้


    “ ส่วนเรื่องเลือดของคุณ หมอไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆเลยนะคะ มันไม่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนทุกอย่างปกติทั้งหมดค่ะ ”


    “ ปกติอย่างนั้นเหรอครับ ”


    “ ใช่ค่ะ เลือดของคุณปกติ ” ความรู้สึกแปลกใจเผยบนใบหน้าของโยฮัน เขาไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่หมอพูดสักเท่าไหร่ หากเลือดของเขาปกติหมายความว่ากระดองปูที่คลุมทับร่างกายจะต้องเป็นพลังพิเศษเหมือนในนิยาย แต่ความรู้สึกของเขาไม่ใช่อย่างนั้น พลังนี้มีที่มาที่ไป เลือดทุกหยดในร่างกายของเขามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับมัน การที่หมอไม่สามารถแยกแยะความผิดปกติในเม็ดเลือดของเขาได้นั้น โยฮันคิดว่าเลือดของเขาอาจจะมีกระบวนการป้องกันตัวบางอย่าง เพื่อทำให้มันดูไม่ต่างจากเลือดผู้คนทั่วไป


    “ พี่คะ หนูอยากหลับอีกสักหน่อย ”


    “ เธอหลับเถอะ รู้สึกดีแล้วค่อยตื่นก็ได้ ”


    “ ค่ะ ส่วนของที่พี่ให้หนูเก็บมาด้วยอยู่ในลิ้นชักที่เราเก็บอาวุธนะคะ โหลดองเหล้าหนูเอามาไม่ได้ พี่ไปที่ตึกหลังที่ 5 นะหนูซ่อนไว้บนดาดฟ้า ”


    “ ได้ ถ้าว่างแล้วฉันจะไปเก็บมัน เธอพักผ่อนเถอะ ”


    โยฮันมองดูใบหน้าน้องสาวที่เริ่มผ่อนคลาย เขาจึงออกจากชั้น 5 ที่เต็มไปด้วยคนบาดเจ็บรอฟื้นตัวหลังจากถูกหมอช่วยรักษาอาการไปแล้วพอสมควร


    เมื่อลงมาถึงชั้น 1 เขาจึงเดินไปยังล็อกเกอร์ของน้องสาว ทันทีที่เปิดเข้าไปดูด้านในเขาก็พบเข้ากับหนังเสือขาว งาช้าง หนังเสือชีตาร์และหัวกวางม้วนอยู่ด้านใน โยฮันจึงนำพวกมันขึ้นสะพายหลังแล้วเดินออกไปด้านนอกกวาดตามองดูทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น


    ผู้คนที่คอยต่อสู้กับซอมบี้ตอนนี้ได้หลบอยู่หลังบังเกอร์ที่ขุดขึ้นหลังกำแพงสถานีวิจัย คนที่ต่อสู้ได้พยายามใช้หอกของพวกเขาแทงซอมบี้ที่พยายามจะปีนป่ายข้ามบังเกอร์เข้ามา ทันใดนั้นก็มีหนึ่งในคนโยนระเบิดเข้าใส่ฝูงซอมบี้ทำให้พวกมันตายไปหลายสิบ ตัวที่รอดชีวิตแขนขาขาดพยายามลากร่างของมันไปกับพื้นมุ่งหน้าเข้าหาบังเกอร์เช่นเดิม


    พอมองหาหัวหน้ากลุ่ม โยฮันก็พบวินกำลังพันแผนที่แขนด้วยท่าทางเจ็บปวด ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นเกมเมอร์เล่นเกมมามากมายจนรู้วิธีวางแผนเอาชีวิตรอด สัญชาตญาณและความสามารถในการต่อสู้กลับต่ำจนไม่สามารถตามทันความรู้ในสมอง สุดท้ายคนที่ต่อสู้ได้ดีที่สุดกลับเป็นเหล่าตำรวจทั้ง 8 ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะวิวัฒนาการครั้งที่ 2 ไปแล้ว แม้ร่างกายของพวกเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลและค่อนข้างอ่อนแรง กลับยังคงฝืนต่อสู้ได้เช่นเดิมจนซอมบี้ยังไม่สามารถก้าวข้ามบังเกอร์มาได้


    หลังจากมองดูซอมบี้ที่กรู่กันมาด้านหน้าสถานีวิจัย โยฮันจึงมองไปยังตึกหลังที่ 5 ห่างออกไปไม่ไกล ด้านบนยังคงปลอดภัยเพราะเขามองไม่เห็นซอมบี้เกาะอยู่ตำแหน่งนั้น เมื่อตรวจสอบสถานการณ์ทุกอย่างพลางกวาดตามองหาซอมบี้ระดับ 4 จนพบว่ามันไม่ได้อยู่รอบๆ โยฮันจึงกระโจนออกจากหน้าทางเข้าตึกลอยตัวข้ามบังเกอร์ตกลงสู่ใจกลางฝูงซอมบี้


    จากเสียงกระแทกดังออกไปรอบๆทำให้ทุกคนที่กำลังต่อสู้ตกใจตื่น แต่เมื่อพวกเขามองเห็นว่าใครยืนอยู่ใจกลางกลุ่มซอมบี้ หลายคนเริ่มรู้สึกเบาใจเพราะชายที่ฆ่าซอมบี้ระดับ 3 ออกมาจากตึกแล้ว


    เหล่าตำรวจทั้ง 8 ที่เห็นโยฮันพวกเขาจึงทิ้งตัวหลบหลังบังเกอร์ในทันที ต่อให้จะพยายามสู้ต่อไปพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกเพราะแรงหมดแล้ว จากการตกลงกันพวกเขายื้อเวลาให้ครบ 30 นาทีแล้วจึงปล่อยทุกอย่างที่เหลือให้โยฮันจัดการ


    ทันทีที่ร่างของโยฮันกระแทกใจกลางฝูงซอมบี้ ขาทั้งสองข้างของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นขาจิ้งหรีด เพียงแค่เขาเตะขากวาดออกไปรอบๆร่างของซอมบี้ล้วนแหลกเละราวกับพวกมันเป็นเต้าหู้เท่านั้น หลังจากฆ่าซอมบี้ในระยะที่ขากวาดไปถึง เขาจึงงอกกรงเล็บออกมาจากนิ้วแล้วพุ่งตัวเป็นเส้นตรงไปทางด้านหลังของฝูงพวกมัน ท่ามกลางเส้นทางที่พุ่งผ่านล้วนเต็มไปด้วยซากซอมบี้ถูกตัดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น


    ฟู่ว!


    เลือดสีแดงพุ่งออกจากศีรษะสุนัขระดับ 3 ตัวหนึ่ง มันสัมผัสได้ถึงศัตรูที่พุ่งเข้ามาใกล้ ทว่าศัตรูของมันจู่ๆก็โผล่มายืนด้านข้างโดยไม่ทันได้รู้ตัวก่อนจะตัดคอของมันทิ้งไป ทำให้มันตายโดยที่ยังไม่เปิดปากเลยแม้แต่น้อย


    เป้าหมายในการฆ่าของโยฮันคือจัดการระดับ 3 ที่เป็นตัวปัญหา จากการสำรวจหน่วยล่าพวกเขาวิวัฒนาการครั้งที่ 2 เกือบจะครบทุกคนแล้ว ดังนั้นหากมีซอมบี้ระดับ 3 หลุดออกไปสักตัวพวกเขาสามารถฆ่าได้ง่ายดาย สิ่งที่เขาทำจึงเป็นการฆ่าซอมบี้ที่เป็นปัญหาก่อน  ขณะฆ่าซอมบี้ระดับ 3 ไปเรื่อยๆ โยฮันก็เริ่มตีปีกจิ้งหรีดด้านหลังจนทำให้เกิดเสียงดังออกมา ซอมบี้หลายตัวที่ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขาล้วนแล้วหันมองมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาศัตรูที่วิ่งอยู่ในกลุ่มพวกมัน


    เสียงจิ้งหรีดร้องดังกังวาล เหล่าคนที่อยู่หลังบังเกอร์ต่างพากันปิดหู เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่และยังคงดังขึ้นเรื่อยๆเป็นของจิ้งหรีดอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครรู้ว่าเสียงๆนี้มีต้นตอมาจากอะไรเพราะยังไม่มีใครเห็นจิ้งหรีด


    วินที่อยากรู้อยากเห็นเขาจึงโผล่หน้าออกจากบังเกอร์ ก่อนจะมองหาต้นตอของเสียงที่กำลังดึงซอมบี้ให้กรู่เข้าไปรวมกัน เมื่อเขามองเห็นปีกเล็กๆด้านหลังของโยฮัน ดวงตาของเขาถึงขั้นเบิกกว้างเพราะดูเหมือนว่าโยฮันจะเปิดเผยพลังเพียงแค่ส่วนเดียวให้เขาเห็นในช่วงที่พูดคุยกันเพียงเท่านั้น เนื่องจากตอนนี้ทั่วทั้งร่างของโยฮันถูกหุ้มเอาไว้ด้วยกระดองปู ส่วนขาของเขาไม่ใช่ของมนุษย์ มันเหมือนกับจิ้งหรีด ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือปีกเล็กๆด้านหลังที่กระพือด้วยความเร็วจนทำให้เกิดเสียงจนเรียกซอมบี้ให้ไปรวมกลุ่มกัน 


    เมื่อมองไปยังมือที่กวัดแกว่งไปรอบๆ เขาก็เห็นเล็บมือเรียวยาวโผล่ออกมาจากปลายเล็บทั้งสองข้าง โดยสิ่งนี้ทำให้เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าอาวุธที่แอลลี่ใช้ได้มาจากที่ไหน เขาสังเกตเห็นความคมของมันที่ต่างจากดาบที่สร้างมาจากกระดูกซอมบี้ระดับ 3 ในมือของตน จึงคิดว่ามันอาจจะเป็นเล็บของซอมบี้ระดับ 4 ที่สลัดทิ้งจากร่าง


    ในขณะที่โยฮันพยายามฆ่าซอมบี้ทุกตัวที่กรู่กันเข้ามารอบข้าง เขากลับหยุดเท้าตนเองลงพลางมองตรงไปยังทิศตะวันออก หลังจากได้ยินเสียงระเบิดดังก้องมาจากฝั่งนั้น เสียงระเบิดเมื่อครู่ราวกับว่ามีตึก 10 ชั้นถล่มลงมา จากระยะเสียงที่เขาสัมผัสมันไม่ได้อยู่ใกล้ตำแหน่งที่เขาอยู่เลย ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดมาจากทางทิศใต้ เสียงของมันดังไม่ต่างจากเสียงเมื่อครู่ โยฮันจึงย่อตัวติดพื้นก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนฟ้าสูงจากนั้นก็ใช้สายตาของเขากวาดดูทุกสิ่งอย่างรอบข้างด้วยความสงสัย


    ตู้ม!


    เสียงระเบิดและควันไฟลอยขึ้นไปบนอากาศ ร่างของเขาที่กระโดดขึ้นมาสูงราว 200 เมตรได้มองไปยังจุดที่เกิดการระเบิดก่อนจะหรี่ตาแคบลงเมื่อเห็นว่าซอมบี้กำลังต่อสู้กัน หลังจากมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นอีกตำแหน่งเขาจึงหันมองตำแหน่งนั้น ก่อนจะพบว่าซอมบี้กำลังยกพวกโจมตีกันและกัน ทันใดนั้นร่างของเขาก็ค่อยๆร่วงตกลงจากฟ้าสูง 


    เมื่อขาทั้งสองข้างแตะถึงพื้นโยฮันจึงเริ่มสังหารซอมบี้ด้วยความไวกว่าเดิม เนื่องจากภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ทำให้เขากลัวว่าจะมีซอมบี้ฝูงใหญ่บุกมาที่นี่อีก แม้จะยังไม่รู้ว่าซอมบี้จำนวน 3 จุดบุกไปต่อสู้กันจนทำให้ตึกแถวนั้นพังราบ เขากลับต้องทำให้ที่นี่ปลอดภัยเอาไว้ก่อนจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นเพราะซอมบี้ตัวใหญ่ที่อยู่กลางกลุ่มดูท่าจะเป็นระดับที่แข็งแกร่งกว่า 4 


    “ หรือว่าพวกมันจะกินกันเพื่อวิวัฒนาการ ”


    ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของโยฮัน ภาพการต่อสู้ของสุนัขระดับ 3 และหนูท่อระดับ 3 ในวันนั้นทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าซอมบี้สามารถฆ่ากันได้เพื่อกินอีกฝั่ง จากการยกกลุ่มโจมตีกันเขาจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นหนึ่งในรูปแบบที่เชื้อไวรัสใช้สร้างระดับที่แข็งแกร่งขึ้นมา


    จนกระทั่งการลงมือของโยฮันใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที รอบตัวของเขาก็ไร้ซึ่งซอมบี้ไม่มีตัวใดรอดชีวิตอีก แต่ถึงอย่างนั้นเขายังได้ยินเสียงเท้าซอมบี้จำนวนมากเดินมาแต่ไกล อีกไม่นานพวกมันคงจะมาถึงสถานีวิจัยอย่างแน่นอน


    “ วิน ฉันจะหายไปราว 30 นาที ต่อจากนี้นายดูแลคนอื่นๆไปก่อน ”


    “ คุณจะไปไหน ” วินถามด้วยใบหน้าตกใจ เขาพักมากพอแล้ว พละกำลังฟื้นขึ้นมาครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นโยฮันกลับไม่ตอบคำถาม เขากระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าหายไปอีกครั้งโดยไม่มีใครตามหาตัวของเขาได้อีก


    ขณะที่กำลังเกิดความสงสัยว่าโยฮันเดินทางไปไหนนี้เอง เสียงทุบทำลายข้าวของจากทางทิศใต้ได้เรียกสติของทุกคนที่กำลังพักให้กลับมาตื่นตัวก่อนจะเตรียมการป้องกันการโจมตีครั้งต่อไป.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน