เขาใช้เวลาทั้งวันในการแร่เนื้อ และพักเบรกอีกหนึ่งครั้งเพื่อกินอาหาร ก่อนที่จะกินอีกครั้งหลังจากแร่ส่วนสุดท้ายเสร็จ ค่าการเรียนรู้ของทักษะบอลแห่งแสงตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเพียง 0.8 เป็น [5/1] ค่าการเรียนรู้เพิ่มน้อยลงเรื่อยๆ และมีท่าทีว่าจะน้อยลงอีก แต่เขายังคงเพิ่มค่าการเรียนรู้ให้กับทักษะบอลแห่งแสง อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มที่จะเพิ่มแล้ว
วันที่ 2 ผ่านไป วันนี้เป็นวันที่ 3 ตั้งแต่เขาเข้ามาสู้ดันเจี้ยนพิเศษ เขาเดินออกมาจากเต็นท์และเก็บมันลงไปในสร้อยคอ สิ่งที่เขาคิดตอนนี้คือจะตามหากลุ่มของเขา หรือว่าจะลุยต่อด้วยตัวคนเดียวดี ในแบบที่เขาถนัดและทำอยู่ตลอดมา เขาตัดสินใจเลือกเดินทางด้วยตัวคนเดียว แต่ถ้าหากบังเอิญเจอกลุ่มของเขา ค่อยเข้าร่วมกลุ่มทีหลังก็คงไม่สาย หวังว่าทั้งสามคนจะเดินทางด้วยดี
เขาเลือกที่จะเดินทางไปในทิศตะวันออก หวังว่าจะมันจะเป็นทิศทางที่ดี เขาใช้ทักษะความเร็วของอัจฉริยะ[1/1] ในการเดินทาง ตลอดเส้นทางที่เขาวิ่ง ยังคงไร้ซึ่งผู้คนและมอนสเตอร์ แต่การที่จะเจอคนอื่นในดันเจี้ยนที่ไม่รู้จุดสิ้นสุดคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างน้อยเขาควรจะเจอมอนสเตอร์ เขาวิ่งมาได้ประมาณ 500 กิโลเมตร จึงพอเห็นบางอย่างแต่มองได้ไม่ชัด เขาจึงเปลี่ยนทิศและตรงไปทางนั้น
พอเข้ามาใกล้ขึ้นจนมองเห็นว่าข้างหน้าคือสิ่งใด กับทำให้เขาตกใจจนหยุดวิ่งลงและยืนตลึงอยู่ตรงนั้น เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะได้พบเห็นสิ่งนี้ในดันเจี้ยน มันคือหมู่บ้าน มีผู้คนเดินพลุกพล่านอยู่เต็มหมู่บ้าน จำนวนบ้านเท่าที่เขามองเห็นมีไม่ต่ำว่า 20-30 หลัง ยังไม่นับด้านในที่ลึกเข้าไปอีก มันสมควรเรียกว่าเป็นหมู่บ้านขนาดกลางแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย รอบนอกหมู่บ้านมีคนถืออาวุธเป็นเหมือนกับทหาร
ภายนอกหมู่บ้านมีหลายคนกำลังจูงและขี่ภาหนะแปลกประหลาด และตรงมายังหมู่บ้าน แถมคนเหล่านั้นยังมีหน้าตาที่ไม่เหมือนว่าจะเป็นมนุษย์ แต่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ เหมือนกับว่ามันเป็นสถานที่ชุนนุม หรือสถานที่สำหรับรวมตัวกัน เขาเดินตามคนอื่นๆเพื่อไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน ดีที่ทหารของหมู่บ้านไม่ได้มีการตรวจค้นอะไรและปล่อยให้ทุกคนผ่านเข้าไปได้ เขาจึงเข้ามาในหมู่บ้านได้
ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอย ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารและเครื่องแต่งกาย เขาพอจะได้ยินเสียงคนพูดคุยกันและเสียงแม้ค้าแผงลอย มันเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่เขากับฟังออกว่าใครกำลังพูดอะไร เป็นเรื่องแปลก แต่ก็เป็นเรื่องดี อย่างน้อยเขาทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น เขาเดินไปเรื่อยๆจนเจอกับร้านแห่งหนึ่ง หน้าร้านเขียนไว้ว่ารับแลกเปลี่ยน มีคนกำลังต่อแถวอยู่ยาว แต่ละคนถือของประหลาด
ที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร บางคนก็ถืออาวุธ บางคนถือสมุดทักษะก็ยังมี ที่น่าสนคือมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังถือ ขาเอาไว้ มันเหมือนจะเป็นส่วนเท้าของมอนสเตอร์ ด้วยความอยากรู้ว่าคนเหล่านี้กำลังนำของพวกนี้ไปแลกกับอะไร เขาจึงเดินเข้าไปในร้าน ภายในร้านแบ่งแถวออกเป็น 3 แถว มีพนักงาน 3 คนยืนรับของที่นำมาแลก และมีหญิงสาวที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนจะเป็นเจ้าของร้าน
" 10 เหรียญเงิน นี่ก็ 10 เหรียญเงิน น้องชายไม่เลวนี่รับไปเลย 1 เหรียญทอง ได้ของดีมาแบบนี้ คงดวงดีเจออะไรเข้าละสิท่า"
"ต่อไป 50 เหรียญเงิน นี่ 25 เหรียญเงิน นั้น 36 เหรียญเงิน"
พนักงานที่รับของพอได้ยินว่าต้องให้เท่าไหร่ ค่อยยื่นเหรียญออกมาให้ ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่สำหรับนำสิ่งต่างๆมาแลกเป็นเงิน เพื่อทำไปใช้ซื้อสิ่งอื่นๆ เขาตัดสินใจยืนดูอีกพักนึง คนที่ต่อแถวก็ไม่ได้น้อยลงเลย เหมือนกับว่ามีคนมาเพิ่มอยู่ตลอดเวลา
"สมุดทักษะระดับทั่วไป เอาไป 10 เหรียญทอง"
นี่คือสิ่งที่เขากำลังรอคอย เขาอยากรู้ว่าคนที่กำลังถือสมุดทักษะนั้น ถ้าเอาไปแลกแล้วจะได้เงินออกมาเท่าไหร่ 10 เหรียญทองดูเหมือนจะเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดที่เขาได้ยินมาตั้งแต่ เขามายืนดู ไม่เลวเหมือนกัน เขามีทักษะระดับบลอนที่ไม่ได้ใช้อยู่ นำมันไปแลกสักเล่มคงไม่ใช่เรื่องเสียหาย เผื่อว่าเขาอยากจะซื้ออะไร จะได้ไม่ต้องกลับมาแลกเงิน
เขาเดินตามหางแถวไปเพื่อที่จะต่อแถว แต่ดูเหมือนว่ามันจะยาวกว่าที่เขาคิด ระหว่างทางที่เขาเดิน เจอร้านที่หน้าสนใจอยู่หลายร้าน มันไม่ใช่ร้านแผงลอย แต่เป็นร้านใหญ่เหมือนกับร้านรับแลกเปลี่ยน ในหมู่บ้านแห่งนี้ถึงกับมีร้านขายทักษะ ร้านอาวุธ ร้านรับจ้าง ที่น่าสนใจที่สุดกับเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง มันเขียนไว้ว่าเป็นร้านอาหารสำหรับเพิ่มพูนทักษะ ภายในร้านมีคนนั่งอยู่เกือบเต็มร้าน
เขาไม่ได้เข้าไป แต่หน้าร้านมีเมนูและราคาที่ติดอยู่หน้าร้าน เนื้อระดับต่ำ ราคา 30 เหรียญเงิน เนื้อระดับกลางราคา 1 เหรียญทอง เนื้อระดับสูง ราคา 10 เหรียญทอง ผลไม้แดง ราคา 100 เหรียญทอง เหมือนว่าตอนนี้เขาจะต้องเปลี่ยนความคิด ทักษะระดับบลอนเล่มเดียวอาจจะไม่พอสำหรับเขา อย่างน้อยวันนี้เขาต้องได้ลอง ผลไม้แดง ไม่อย่างนั้นต่อไปนี้อย่าเรียกเขาว่า หลิน เขาเดินไปต่อแถวพร้อมกับเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะหิวอีกแล้ว