“งั้นหรือ! ดีดีดี รีบทำเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
สัตว์อสูรเมื่อได้ยินคำว่าที่พักและอาหาร ก็เมินเฉยต่อคำพูดอื่นไปจนหมดสิ้น หัวเราะออกมาอย่างยินดี
“แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ ขอเพียงแค่ไม่เป็นอะไรที่มากมายจนเกินไป ก็สามารถที่จะช่วยเหลือได้อยู่”
เหมือนว่ามันจะหัวเราะจนพอใจแล้ว สัตว์อสูรพยัคฆ์ก็พยายามที่จะข่มอารมณ์ของตนเองให้สงบ กล่าวออกมา
"ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร กระทำเพียงแค่สังหารมนุษย์ที่มาวุ่นวายกลับพวกเราก็แค่นั้น นอกจากคนของข้าและของเจ้า ใครอื่นที่เข้ามาวุ่นวาย สังหารพวกมันให้หมดเสีย…."
เซียวเย่คล้ายว่าขี้เกรียจที่จะอธิบายอะไรที่มันยากและซับซ้อน จึงกล่าวออกมาหวังให้สัตว์อสูรตรงหน้าเข้าใจอย่างง่ายๆ
"ฆ่าทั้งหมดเลย? ง่ายดายขนาดนั้นเชียวเรอะ ปั๊ดโถ่ว แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรก! ถ้ากระทำเพียงแค่นั้น ก็พอที่จะรับได้อยู่ "
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวเข้าใจอย่างว่าง่าย เรื่องแค่นี้ไม่ใช่อะไรที่มันจะไม่เข้าใจ
เซียวเย่กล่าวปรึกษาและแนะนำเรื่องต่างๆอยู่อีกสักพัก ก่อนที่จะเดินตามสัตว์อสูรพยัคฆ์แดงออกไปที่นอกถ้ำ
ตึก ตึก ตึก
แฮ่~~~
เมื่อเดินออกมาข้างนอก สัตว์อสูรหมาป่าที่เป็นยามเฝ้าถ้ำ เมื่อสังเกตเห็นมนุษย์เดินออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะแตกตื่น แยกเขี้ยวข่มขู่ออกมาเตรียมที่จะพุ่งเข้าขย้ำ แต่เมื่อเห็นอสูรพยัคฆ์แดงเค้นเสียงคำรามต่ำออกมา ก็ต่างพากันร้องเสียงหลง ก้มหน้าต่ำหวาดกลัวไปตามๆกัน
หงิงๆๆๆ
เซียวเย่เดินตามสัตว์อสูรพยัคฆ์แดงไปเรื่อยๆจนถึงลานกว้าง สัตว์อสูรตัวอื่นๆที่อยู่โดยรอบเมื่อพบเห็นมนุษย์ปรากฎตัวขึ้นมาก็ต่างพากันหวาดกลัวและกรีดร้อง บางตัวก็ตั้งท่าที่จะต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต
แฮ่!
เจี๊ยก!
ฮู้!
สัตว์อสูรพยัคฆ์แดงกวาดสายตามองออกไปรอบๆ เฉยเมยต่อสิ่งรอบข้าง ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกคำรามออกมาอย่างสุดเสียง
โฮ๊ก!!!!!
พรึบ!
ฝูงนกต่างพากันแตกตื่น พร้อมใจกันบินหนีออกจากรังบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงคำรามของมันดังกึกก้องกระจายออกไปทั่วหมู่บ้านและหุบเขา ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าสัตว์อสูรทั้งหมดจะต้องได้ยินเสียงคำรามของมันเป็นแน่แท้
โฮ้ๆๆๆ
พรึบๆๆๆ
ตึกๆๆๆๆ
เหมือนกับว่าเสียงคำรามของมันเป็นสัญญาณเรียก สัตว์อสูรน้อยใหญ่ทั้งหมดต่างพร้อมใจกันวิ่งมารวมตัวที่จุดเดียว ผ่านไปเพียงไม่นานก็ปรากฎพบสัตว์อสูรออกมานับหมื่น พวกมันรวมตัวกันอยู่โดยล้อมรอบ อสูรพยัคฆ์แดงและเซียวเย่ด้วยท่าทางที่คล้ายว่ากำลังมึนงงและสงสัย
“ห-เห้ย! เจ้ามนุษย์!!! เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง หนอยเน่! จะกระเหี้ยนกระหือรือเกินไปแล้ว!!! ”
สัตว์อสูรอีกาบินโฉบลงมายังพื้นดิน กล่าวตะคอกออกมาทันทีเมื่อพบเจอกับมนุษย์เบื้องหน้า ทำท่าทางจะพุ่งเข้าใส่เซียวเย่ให้รู้แล้วรู้รอดไป
หมับ!
สัตว์อสูรวัวเดินเข้ามาอย่าง งุงงง ยกแขนที่กำยำเอื้อมไปจับขาของอสูรอีกาที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่เอาไว้
"หืม! โวยวายอะไรของเจ้าน่ะ มันอาจจะไม่ใช่มนุษย์ก็ได้นา….เอ๊ะ! พี่ใหญ่! ท่านเรียกพวกเรามาทำไมเรอะ! นั่นไง เจ้าเห็นหรือไม่ ถ้ามันเป็นมนุษย์จริง มันจะไปยืนอยู่ข้างๆพี่ใหญ่ได้ยังไง ข้าว่าเจ้ามัวแต่ตามหาอะไรบางอย่างของเจ้าจนหลอนไปแล้ว"
สัตว์อสูรวัวหันหน้าไปมองอสูรพยัคฆ์แดงด้วยรอยยิ้มกว้าง ตะโกนกล่าวพร้อมกับโบกมือไปมาเหมือนไม่ได้เจอกันมานานซะอย่างนั้น
ตุบตับๆๆ
"เจ้าวัวโง่!! ถึงเจ้าจะไม่เคยเห็นมนุษย์มาก่อนก็ตาม แต่เจ้าก็น่าจะดูออกมามิใช่เหรอว่ามันคือมนุษย์น่ะ! โอ่ยยย ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดีเนี่ย!!…ข้าเคยแอบสอดส่องพวกมันมานับครั้งไม่ถ้วน อย่าว่าแต่มองเห็นเลยแค่กลิ่นข้าก็จำได้แล้ว!"
อสูรอีกาหันหน้ากลับไปทุบตีอสูรวัวอย่างเกรี้ยวกราด แต่ดูแล้วเหมือนสัตว์อสูรวัวจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำนั้นเลย มันปล่อยให้อสูรอีกาทุบตีต่อไปคล้ายว่ามันคืออากาศฝุ่น
"เอ้า….ก็…ข้าเห็นมันยืนอยู่กับพี่ใหญ่นี่นา ถ้ามันเป็นมนุษย์จริง มันจะไปยืนอยู่ข้างๆพี่ใหญ่ได้อย่างไร เจ้าคิดมากไปเองหรือเปล่า"
ตุบตับๆๆ
"ฮื้ยยย! ยังจะมาเถียงอีก! "
อสูรอีกาโมโหทุบตีสัตว์อสูรวัวยกใหญ่ สัตว์อสูรโดยรอบก็ต่างร้องเป็นภาษาสัตว์ออกมาเสียงดังไม่ขาดสาย คล้ายว่าพวกมันกำลังสับสนและไม่เข้าใจ ถ้าเผลอพูดอะไรไปตอนนี้ เกรงว่าแม้แต่เสียงพูดของตนเองก็คงจะไม่ได้ยิน
"เงียบ!!!!!!"
หงิงๆๆ
สัตว์อสูรพยัคฆ์แดงเริ่มที่จะรำคาญต่อเสียงร้องโวยวายของพวกมัน ตัดสินใจตะโกนห้ามออกมาเสียงดัง สัตว์อสูรโดยรอบเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ต่างพร้อมใจกันหยุดนิ่งเป็นหุ่นไม้และขนลุกตั้งชันด้วยความยำเกรง
"ข้ารู้ว่าพวกเจ้ารู้สึกอย่างไร? แต่ขอให้พวกเจ้าตั้งใจฟังข้าก่อน….ตลอดเวลายาวนานที่พวกเราอยู่กันอย่างแร้นแค้นและอดอยาก พวกเจ้าได้ลองหันหน้าไปมองรอบๆตนเองบ้างหรือไม่ พวกเรามีชีวิตเป็นอยู่กันเช่นไร พวกเราหนีออกมาจากพวกสายเลือดเพื่อหวังมีชีวิตรอด แต่พวกเราก็ยังต้องมาประสบพบเจอความอดอยากเช่นนี้อีก มันยุติธรรมแล้วเรอะ!"
เซียวเย่ขยับสายตาหันออกไปมองโดยรอบ เมื่อเห็นว่าเหล่าสัตว์อสูรเริ่มที่จะคล้อยตาม ยืนนิ่งตั้งใจฟังอย่างจริงจัง พยักหน้าให้กับอสูรพยัคฆ์แดงเล็กน้อย เหมือนจะบอกให้มันกล่าวต่อไป
อสูรพยัคฆ์แดงพยักหน้าตอบกลับ เสร้งแสดงทำท่าทางภูมิฐานและสง่างาม กล่าวออกมาอย่างตั้งใจ
"พวกเจ้าเข้าใจถูกแล้ว เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านข้างข้านั้นคือมนุษย์ตัวจริงเสียงจริง มนุษย์ที่กำเนิดจากแผ่นดินต้าเชียงนั่น! ข้าขอรับรองด้วยชีวิตของข้าเองว่า เด็กน้อยคนนี้มิได้มาร้าย เขาต่างหากที่มาดีหวังช่วยพวกเราให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น! พวกเราจะมีบ้านที่น่าอยู่ มีอาหารให้กินทุกวันไม่ขาดสาย มนุษย์คนนี้จะเข้ามาช่วยเหลือเราทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเจ้าพึงปรารถนาขอเพียงบอกข้ามา ข้าจะบอกมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้าให้พึงกระทำให้!!!"
สัตว์อสูรโดยรอบต่างพากันซุบซิบกันเสียงเบา คล้ายว่ากำลังปรึกษาอะไรบางอย่างกันอยู่ แต่เมื่อได้ฟังคำว่าอาหารและที่พักออกมาจากปากพยัคฆ์แดง พวกมันทั้งหมดก็พากันกระโดดโลดเต้น ร้องออกมาด้วยความสุขกันทั้งหมด สัตว์อสูรอีกาก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
"พี่ใหญ่…ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่…"
เมื่อสัตว์อสูรได้ยินคำพูดของสัตว์อสูรอีกา ก็ต่างพากันหยุดซุบซิบ หันหน้ากลับไปมองสัตว์อสูรพยัคฆ์แดงอย่างตั้งใจ
“พวกเราจะเป็นพันธมิตรกับมนุษย์ผู้นี้ ต่อไปนี้ศัตรูของมนุษย์ผู้นี้ก็คือศัตรูของพวกเรา พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่!!!”
โฮ๊ก!ๆๆ
ฮู้!ๆๆ
เจี๊ยก!ๆๆๆ
แกว้ง!ๆๆ
สัตว์อสูรทั้งหมดพร้อมใจกันโห่ร้องออกมาเสียงดังกึกก้อง กระโดดไปมาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างเปี่ยมล้น ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจที่พี่ใหญ่ของมันกล่าวออกมามากเท่าไหร่นัก แต่เพียงแค่ได้ยินและเข้าใจคำว่าอาหารก็เพียงพอ
“นี่ๆ พวกมันดีใจอะไรกันน่ะ แล้วพี่ใหญ่พูดอะไร ข้าฟังแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง”
"เอ่อ…คือ…พี่ใหญ่บอกว่าเด็กมนุษย์คนนั้นจะหาของกินมาให้พวกเราน่ะ.."
อสูรอีกายืนครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน พยายามหาคำตอบที่จะทำให้เจ้าวัวโง่ตัวนี้เข้าใจได้ง่ายดีสุด
“ของกินน่ะหรอ!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าตัวเล็ก! ต่อไปนี้เจ้าคือสหายของข้าแล้ว!!!”
ตึก! ตึก! ตึก!
สัตว์อสูรโห่ร้องกันจนเลิกไปแล้ว แต่เจ้าวัวโง่ตนนี้พึ่งจะมาเข้าใจเอาเสียได้ มันหัวเราะอย่างมีความสุข วิ่งเข้าไปหาเซียวเย่อ้าแขนกว้าง คล้ายหวังจะกอดให้หายคิดถึง
อสูรอีกาเมื่อเห็นว่าอสูรวัววิ่งเข้าไปหาเซียวเย่หวังจะกอดด้วยความดีใจ อสูรอีกาก็รีบเปิดปาก พยายามจะกล่าวออกมาทันที เจ้าอสูรวัวนั่นถึงมันจะโง่เง่า แต่พละกำลังของมันกลับมากเหลือ เกรงว่าถ้าได้กอดเซียวเย่เข้าใจ พันธนง พันธมิตรก็คงไม่ต้องมีกันแล้ว!
"ด-เดี๋ยวก่อน! เจ้าห้ามกอดมนุษ-…."
หมับ!
แต่เมื่อมันพยายามที่จะกล่าวห้ามนั่น อ้าปากกล่าวยังไม่ทันจบ เจ้าวัวนั่นก็คว้าเซียวเย่เข้ามากอดเอาไว้ กระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ เสียงกระโดดของมันดังกึกก้องไปทั่ว จนพื้นที่มันเหยียบกลายเป็นหลุมลึกขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่รู้ตัว
อสูรอีกาอ้าปากค้างอย่างตกใจ ยืนดูเซียวเย่ที่ปล่อยให้เจ้าวัวโง่กอดกระโดดไปมาจนพอใจ จนมันยอมปล่อยตัวในที่สุด
"น-นี่เจ้ามนุษย์….เจ้าไม่เป็นอะไรเลยเหรอ!!"
พละกำลังของเจ้าวัวโง่ มิใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่น ยิ่งเป็นเจ้าสมองน้อยที่ไม่รู้จักออมพลังแล้วละก็ ทุกการกระทำของมันล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยงของคนอื่นๆโดยแท้
“ก็แค่กอดกันเพียงเท่านั้น มีอะไรให้ต้องกังวลกัน…”
เซียวเย่กล่าวออกมาอย่างสบายอารมณ์ เสร้งแสดงว่าไม่เข้าใจความหมายของคำถาม
“หืม! เป็นอะไรกันงั้นหรือ ทำไมพวกเจ้าถึงเอาแต่ยืนนิ่งจัง ข้าทำอะไรผิดหรือเปล่า?”
อสูรวัวหันหน้าไปมองรอบๆ กล่าวออกมาอย่างสงสัยและมึนงง ทำไมทุกๆคนต้องหันมามองที่มันและเซียวเย่ด้วยเล่า หรือว่ามันทำอะไรผิดอีกแล้วกัน
"ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ! พวกเราไปคุยกันต่อข้างใน"
เซียวเย่คร้านจะสนใจอสูรรอบข้าง หันหน้าไปมองพยัคฆ์แดง กล่าวออกมา
“อ่อ..อ้อ! ดี ดี ไปกัน…ล-แล้วไปไหนล่ะ”
อสูรพยัคฆ์แดงเหมือนพึ่งจะได้สติ รีบเดินตามเซียวเย่ไปอย่างว่าง่าย
เซียวเย่และอสูรพยัคฆ์แดงเดินจากไปยังทิศทางขึ้นหุบเขา สัตว์อสูรตัวอื่นๆเมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนกลับไปแล้ว ก็พากันแยกย้ายกลับไปยังทิศทางของตน ทิ้งไว้เพียงแค่อสูรอีกากับอสูรวัวที่คล้ายว่ายังไม่รู้สึกตัวอยู่
“เป็นอะไรของเจ้าน่ะ ข้าเห็นเจ้าเอาแต่จ้องมองสหายน้อยนั่นไม่วางตามาได้สักพักแล้ว คงไม่ได้คิดจะจับเขากินหรอกนะ ไม่ได้นะข้าบอกเลย ห้าม! ห้าม! ”
อสูรอีกานิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนที่อ้าปากกล่าวออกมาโดยไม่หันมอง
“เจ้ากอดมนุษย์น้อยนั่นไปแล้ว…แต่…”
อสูรวัวงุงงกอยู่สักพักก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างออก ตบมือคล้ายเป็นสัญญาณ พร้อมหัวเราะลั่น
“พูดอะไรของเจ้าน่ะ…จริงด้วย! ข้าเผลอกอดเจ้าสหายน้อยนั่นไปแล้วจริงๆด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า สหายของเรา เขาแข็งแกร่งมากเลยล่ะ…ดูสิ! ดูสิ!"”
อสูรวัวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ยืนมือทั้งสองข้างออกมาให้อสูรอีกาดูด้วยความยินดี