8
กิจวัตรประจำวันของผมคือเวลาตีห้าของทุกวันผมต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว และเริ่มทำงานกับคุณเจมส์ในตอนเช้าผมจะต้องมาฝึกทำข้าวผัดไข่ที่ผมชอบเพื่อนำไปให้กับคนที่อยู่อีกเกาะหนึ่งซึ่งก็คือเกาะที่ผมเคยพบก่อนมายังบ้านของคุณเจมส์นั่นเองผมถามคุณเจมส์ว่าทำไมต้องเอาอาหารไปให้คนพวกนั้นด้วย คุณเจมส์บอกมาว่าคนพวกนั้นเป็คนยากจน ไม่มีครอบครัว คุณเจมส์จึงพาพวกเขามาอยู่ด้วยกันโดยให้ช่วยเหลือกันเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันซึ่งในทุกวันนี้คุณเจมส์ได้สอนให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัวเองให้ได้แต่ว่าคนพวกนั้นพึ่งมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ได้ไม่นานเช่นเดียวกันกับผม จึงพึ่งเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ว่าคนพวกนั้นไม่ยอมคุยกับผมเลย แถมบางคนยังทำเหมือนกับผมไม่มีตัวตนซะอย่างนั้นแถมตอนนี้การสืบหาความจริงก็ไม่เดินหน้าสักที เพราะคนพวกนั้นที่ไม่ยอมคุยกับผมและคุณเจมส์ก็ยังไม่ยอมบอกอะไรเกี่ยวกับที่นี่อีก
และยังมีเื่แปลกๆอีกมากมายที่ผมพบเจออย่างเช่น ที่เกาะแห่งนี้ไม่มีโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารใด ๆทุกชนิดพอถามคุณเจมส์ทีไรก็จะเปลี่ยนเื่ทันที แถมผมยังได้ทำงานทุกวันไม่ได้พักเลยและอีกอย่างมันไม่ได้เหมือนกับการทำงานเลย สิ่งที่คุณเจมส์ให้ผมทำคือ การหัดทำอาหารนอกจากข้าวผัดเพื่อที่จะนำไปให้กับคนพวกนั้น พอเสร็จจากงานนั้นก็ต้องออกเรือไปหัดตกปลาทุกวันหัดแล่เนื้อปลาต่าง ๆ
เื่เงินเดือนนั้นผมก็ยอมรับได้เพราะว่าที่คุณเจมส์ให้มันเยอะมากจริงๆ เด็กบ้านนอกแบบผมได้รับเงินเดือนห้าหมื่นบาทต่อเดือน มันเป็อะไรที่เกินคาดไปมากในตอนแรกนั้นผมวางแผนไว้ว่าผมจะทำงานเก็บเงินให้ได้หนึ่งแสนบาทและกลับมาดูแลยายอยู่ที่บ้านพร้อมกับปลูกบ้านหลังเล็ก ๆสักหนึ่งหลังแต่ว่าในตอนนี้ถ้าผมทำงานแค่สองเดือนผมก็ได้แล้ว แล้วเื่อะไรที่ผมจะไม่ทำตอนนี้ผมอยู่มาได้หนึ่งเดือนแล้ว ผมวางแผนใหม่แล้วว่าจะเก็บเงินให้ได้หนึ่งล้านบาท หรือยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดีเอาให้คุ้มกับความจนที่เพื่อนๆต่างคอยจะดูถูกผม ผมจะสร้างบ้านหลังโตๆเอาให้ใหญ่กว่าใคร ๆในหมู่บ้านเลย
ในตอนนี้กับ่ระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มมันก็มีบางอย่างที่แปลกๆมาให้ผมได้พบเจออยู่เรื่อยๆ ในตอนนี้ผมได้เลิกจากการขับเรือไปหาปลามาทำอาหารแล้วคุณเจมส์ให้ผมหยุดทำแบบนั้นมาประมาณสิบวันแล้วในตอนนี้ผมได้หัดทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ โดยการหัดใช้เครื่องมืองานช่างต่าง ๆผมทำมาได้สิบวันแล้ว มันเป็อะไรที่หนักและเหนื่อยมากคุณเจมส์ให้ผมเลิกงานหกโมงเย็น แถมหลังเลิกงานก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรเลยแค่เลิกงานมาอาบน้ำก็อยากจะนอนแล้วและเมื่อก่อนอาหารที่ผมได้กินก็มาจากที่ผมหัดทำในทุก ๆวันแต่ตอนนี้ผมก็ต้องเจียดเวลามาทำกับข้าวกินเอง ไม่เหลือเวลาให้ได้หยุดหายใจเลยจริง ๆร้านอาหารที่นี่ก็ไม่มี ร้านค้าก็ไม่มี แล้วแบบนี้ผมจะทำงานเก็บเงินไปซื้ออะไรกัน
แสงแดดจ้ายามบ่ายในขณะที่ผมกำลังเลื่อยไม้อยู่นั้นอากาศต้องร้อนระอุแล้วซิ แต่ทำไมถึงไม่รู้สึกถึงความร้อนเลยแม้แต่นิดมีแต่อาการเหนื่อยล้าที่ต้องตัดไม้อยู่ทุกวันและวันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปรกติ ทำให้ผมโมโหและหงุดหงิดเล็กน้อยและเผลอพูดออกไปว่า
“ไม่คิดจะมีวันหยุดให้กันเลยหรือยังไง”
ผมบ่นแบบนี้อยู่ทุกวันเป็ปรกติถึงเงินเดือนจะเยอะแต่ก็ควรจะมีวันหยุดให้กันบ้างสิ ผมคิดในใจ
“นายอยากมีวันหยุดหรือ”
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่ข้างหลังของผมและคงไม่ต้องเดาเลยว่าเสียงปริศนานั้นเป็ของใคร คุณเจมส์นั่นเองและเขายังคงพูดต่อ
“เอาเป็ว่าหลังเลิกงานนายไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วมาเจอกันที่ท่าเรือ อ้ออีกอย่างฉันเตรียมชุดไว้ให้นายแล้ว อยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะ”
พอพูดจบเขาก็หันหลังเดินไปปล่อยให้ผมยืนงงอยู่อย่างนั้นและผมก็รีบถามก่อนที่เขาจะเดินจากไป
“จะไปไหนหรือครับ”
เขาค่อยๆหันหลังมาแล้วฉีกยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดว่า
“ไปพักผ่อนยังไงล่ะ”