ตอนที่ 09. อาวุธครบมือและสายตาที่จับจ้อง
เช้าวันเสาร์ที่สดใสสำหรับนักศึกษาทั่วไปที่ควรจะได้นอนตื่นสายหรือออกไปเที่ยวเล่น แต่สำหรับ "วิน" นี่คือวันที่เขารอคอยมาตลอดสองเดือน
หลังจากนั่งสัปหงกในวิชา "ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร" มาตลอด่เช้า ทันทีที่อาจารย์ปล่อยคลาส วินก็รีบเก็บของลงกระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ยวิน รีบไปไหนวะ? พวกไอ้บอลชวนไปเล่น เคาเตอร์ ที่ร้านเกมหลังมอ ไปป่าว?" จอมเอ่ยชวนขณะกำลังบิดี้เี
"โทษทีว่ะเพื่อน วันนี้มีธุระสำคัญต้องเข้าเมือง" วินตอบปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มขอโทษ
"ไว้วันหลังนะ เดี๋ยวเลี้ยงชั่วโมงเน็ต"
"เข้าเมือง? เข้ากรุงเทพฯ อ่ะนะ? ไปทำไรวะ?" แว่นถามแทรกขึ้นมา
"ไปซื้อ... อุปกรณ์การเรียนน่ะ" วินตอบเลี่ยงๆ ซึ่งก็ไม่ได้โกหกเสียทีเดียว เพราะดนตรีก็คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับเขา
วินรีบผละออกมาจากกลุ่มเพื่อน ก่อนจะตรงดิ่งไปขึ้นรถตู้โดยสารเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เป้าหมายของเขาไม่ใช่สยามสแควร์แหล่งรวมวัยรุ่น แต่เป็ย่านเวิ้งนครเกษมและห้างสรรพสินค้าดนตรีชื่อดังใจกลางเมือง แหล่งรวมอุปกรณ์ระดับ Pro Audio ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
……
ร้าน "Grand Music Center"
วินยืนอยู่หน้าร้านเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ที่เป็กระจกใสบานั์ ภายในเต็มไปด้วยกีตาร์เรียงรายเป็ตับ กลองชุดหลากสี และโซน Recording ที่แยกออกไปเป็สัดส่วน
แม้เขาจะอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มปี 1 สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่แววตาที่มองเข้าไปในร้านกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของมืออาชีพ วินสูดลมหายใจเข้าลึก ผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมของไม้และกลิ่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก
"สวัสดีครับน้อง... มองหากีตาร์โปร่งตัวแรกอยู่เหรอเปล่าครับ? ทางด้านนี้มีโปรโมชั่นสำหรับนักเรียนนักศึกษาด้วยนะ" พนักงานขายหนุ่มเดินเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงเอ็นดูตามมาตรฐาน
วินยิ้มรับบางๆ ก่อนจะส่ายหน้า "เปล่าครับพี่ ผมมาดูโซน Recording... ผมจดรายการมาแล้ว รบกวนพี่เช็กของให้หน่อยครับ"
วินยื่นกระดาษโน้ตใบเล็กที่จดสเปคอย่างละเอียดส่งให้ พนักงานรับไปดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อไล่สายตาอ่านชื่อรุ่นอุปกรณ์ รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความประหลาดใจ
Audio Interface รุ่น M-Audio FireWire 410, ไมโครโฟน Rode NT1-A, ลำโพง Monitor Yamaha MSP5 Studio และหูฟัง Sony MDR-7506 รวมถึงสายสัญญาณเกรดพรีเมียม
"เอ่อ... น้องครับ" พนักงานเงยหน้ามองวินสลับกับกระดาษ "ของพวกนี้มันเกรดที่โปรดิวเซอร์ใช้เลยนะ ราคารวมๆ กันนี่เกือบแสนเลยนะน้อง มั่นใจนะว่าจดมาถูกรุ่น?"
"ถูกแล้วครับพี่" วินตอบเสียงเรียบ แววตาไม่มีความลังเล "เอาตามนี้เลยครับ มีของครบไหมครับ? ผมพร้อมจ่ายสดเลย"
พนักงานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าทีเป็กระตือรือร้นทันที "ครบครับ! เดี๋ยวพี่ไปเบิกของหลังร้านให้ รอสักครู่นะครับ เชิญนั่งรอด้านในได้เลย!"
ระหว่างที่นั่งรอพนักงานจัดของและทดสอบระบบ วินกวาดสายตาดูบรรยากาศภายในร้านอย่างเพลิดเพลิน เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับของใหม่เหมือนเด็กๆ แต่รู้สึกเหมือนได้กลับมาเจอ "เพื่อนเก่า" ที่คุ้นเคยมากกว่า
ที่มุมหนึ่งของร้าน ใกล้กับโซนกีตาร์ High-End มีเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งนั่งลองกีตาร์ไฟฟ้าทรง Telecaster สีพาสเทลอยู่ เธอสวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกระโปรงสั้น รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ดูเป็สาวแฟชั่นนิสต้าที่มีสไตล์เป็ของตัวเอง ผมซอยสั้นระต้นคอถูกย้อมเป็สีไฮไลท์เล็กน้อย
เธอเล่นเก่ง... วินฟังจากเสียงที่ลอดออกมา แม้จะไม่ได้เก่งระดับเทพ แต่สำเนียงการดีดมีความเป็ตัวของตัวเองสูง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะตอนนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับกองกล่องอุปกรณ์ที่พนักงานกำลังเข็นออกมา
"เรียบร้อยครับน้อง ทั้งหมด 85,500 บาทครับ... น้องลดสเปคสายสัญญาณลงหน่อยไหม จะได้ประหยัดเงินได้อีกหน่อย?" พนักงานถามด้วยความหวังดี
"ไม่เป็ไรครับ สายสัญญาณสำคัญที่สุด ถ้าไมค์ดีแต่สายห่วย เสียงก็ดรอป"
วินตอบสวนทันควัน พลางหยิบปึกธนบัตรสีเทาที่เพิ่งถอนจากธนาคารออกมานับวางบนเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่ว
การกระทำและคำพูดของวิน ทำให้เด็กสาวที่กำลังลองกีตาร์อยู่ตรงมุมร้านถึงกับหยุดมือ
เธอแอบมองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่เสา เห็นเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ หรืออาจจะแก่กว่าสักปีสองปี กำลังยืนเช็กบิลอุปกรณ์กองโตด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ ไม่มีความตื่นเต้นดี๊ด๊าแบบที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปควรจะเป็เวลาได้ของเล่นใหม่เลย
‘Audio Interface ตัวท็อป... ลำโพง Monitor รุ่นในตำนาน... แถมยังรู้เื่สายสัญญาณ Mogami?’
เด็กสาวขมวดคิ้วเรียวสวยด้วยความสงสัย เธอเป็ลูกสาวเ้าของค่ายเพลงชื่อดัง เติบโตมาในห้องอัด เห็นโปรดิวเซอร์เก่งๆ มาเยอะ แต่เธอไม่เคยเห็นเด็กวัยรุ่นคนไหนเดินเข้าร้านมาแล้วสั่งของพวกนี้แบบไม่ขอคำแนะนำ ไม่ต่อราคา และจ่ายเงินสดหน้าตาเฉยแบบนี้มาก่อน
"หมอนั่น... เป็ใครกันนะ?" เธอพึมพำเบาๆ
เธอวางกีตาร์ลง แล้วทำทีเป็เดินไปดูปิ๊กกีตาร์ใกล้ๆ เคาน์เตอร์ เพื่อจะแอบฟังบทสนทนา
"พี่ครับ รบกวนช่วยห่อกันกระแทกหนาๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวผมต้องขนของขึ้นแท็กซี่กลับต่างจังหวัด" วินกำชับพนักงาน
"ได้เลยครับน้อง... ว่าแต่น้องซื้อไปทำเพลงเองเหรอ? หรือที่บ้านทำห้องอัด?" พนักงานอดถามไม่ได้
วินยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบสั้นๆ "ทำเล่นๆ ที่หอพักน่ะครับ"
คำตอบนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวที่แอบฟังอยู่รู้สึกขัดใจ 'ทำเล่นๆ ที่หอพัก? ด้วยอุปกรณ์ราคาเฉียดแสนเนี่ยนะ? บ้านรวยอย่างเดียวทำไม่ได้นะ ต้องบ้าด้วย'
หลังจากที่วินตรวจสอบใบเสร็จ รับเงินทอนเสร็จแล้ว เขาก็ขอฝากของไว้ที่ร้านชั่วคราว ก่อนจะเดินออกจากร้านไปเพื่อเรียกรถแท็กซี่ ด้วยท่าทางที่ดูทะมัดทะแมง แข็งแรง และมั่นใจในทุกย่างก้าว
เด็กสาวมองตามแผ่นหลังของวินที่เดินหายลับไปทางประตูหน้าร้านด้วยความรู้สึกประหลาดใจปนทึ่ง
"หน้าตาก็ดูซื่อๆ เหมือนเด็กเรียน... แต่ทำไมแววตาเหมือนพวกโปรดิวเซอร์เขี้ยวลากดินที่พ่อชอบจ้างมาเลยแฮะ"
เธอสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะหันกลับไปหากีตาร์ตัวโปรด แต่ลึกๆ ในใจ เธอจดจำใบหน้าของ "ลูกค้ากระเป๋าหนัก" คนนั้นไว้แล้ว
……
ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า อาณาจักรไอทีในตำนาน บรรยากาศภายในห้างพันธุ์ทิพย์ปี 2548 คึกคักและวุ่นวายสุดขีด
เสียงะโขาย "โป๊ไหมพี่ ซอฟต์แวร์ไหมน้อง" ดังเซ็งแซ่ตามทางเดินแคบๆ กลิ่นไอระเหยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และกระดาษโบรชัวร์ราคาคอมพิวเตอร์ปลิวว่อนไปทั่ว
วินกำเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ประมาณ 34,000 บาท ในกระเป๋าแน่น เขาเดินตรงดิ่งไปยังร้านประกอบคอมพิวเตอร์เ้าประจำที่ชั้น 3 ร้านที่ดูบ้านๆ แต่มีช่างฝีมือดี
"พี่ครับ จัดสเปคให้ผมชุดนึง ขอแรงๆ เอาไว้ทำเพลง" วินวางใบรายการสเปคคอมพิวเตอร์ที่เขาคำนวณมาแล้วอย่างดิบดีลงบนตู้กระจก
ช่างคอมฯ หยิบใบสั่งขึ้นมาดูแล้วต้องขมวดคิ้ว "โหว... น้อง สเปคนี้มันระดับ Workstation แล้วนะเนี่ย จะเอาไปเปิดเซิร์ฟเวอร์เหรอ?"
สเปคที่วินเขียนมาคือที่สุดของเทคโนโลยีปี 2005 เท่าที่งบจะอำนวย
CPU: Pentium 4 3.0GHz (LGA775) รองรับ Hyper-Threading
Mainboard: ASUS P5GD1 ที่ใช้คาปาซิเตอร์แบบ Solid ทนทาน
RAM: Kingston DDR2 1GB x 2 แถว รวม 2GB - ซึ่งมหาศาลมากในยุคที่คนทั่วไปใช้แค่ 256MB หรือ 512MB
Harddisk: Seagate SATA 160GB x 2 ลูก รวม 320GB เพื่อแยก Drive ลงโปรแกรมกับ Drive เก็บไฟล์เสียง
Power Supply: Enermax 450W จ่ายไฟนิ่งๆ เพื่อกันเสียงจี่
Case: เคสเหล็กธรรมดาๆ ไม่เน้นสวย เน้นระบายความร้อน
Monitor: จอ CRT 17 นิ้ว จอแบน เพราะงบไม่พอซื้อ LCD ดีๆ และจอ CRT ก็ให้สีที่ตรงกว่าสำหรับงานกราฟิกปกเพลง
"ทั้งหมดนี้... 32,500 บาทครับน้อง เดี๋ยวพี่แถมเมาส์กับคีย์บอร์ดให้ด้วย" ช่างกดเครื่องคิดเลขรัวๆ
วินถอนหายใจโล่งอก "โอเคครับพี่ ประกอบเลยครับ ผมรอรับได้เลยไหม?"
"ได้ครับ นั่งรอแป๊บ เครื่องแรงขนาดนี้ลงวินโดวส์แป๊บเดียวเสร็จ"
วินนั่งมองช่างประกอบคอมฯ ด้วยใจที่เต้นรัว เงินเก็บแสนกว่าบาทที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตลอด 2 เดือน ตอนนี้เหลือติดตัวอยู่แค่พันกว่าบาท... เขาเทหมดหน้าตักแล้วจริงๆ
"ไม่มีทางถอยแล้วนะวิน..." เขาบอกกับตัวเอง
…
แมนชั่นบ้านสวนตอนหกโมงเย็น วินปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามขมับ หลังจากแบกของทั้งหมดขึ้นบันไดมายังชั้น 4 ห้องพักที่กว้างขวางตอนนี้เริ่มดูเป็รูปเป็ร่างและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี
โต๊ะทำงานตัวใหญ่ถูกวางชิดผนังด้านที่บุฟองน้ำซับเสียง ลำโพง Yamaha MSP5 สีดำทมึนวางขนาบข้างจอคอมพิวเตอร์ CRT จอแบนในระดับสายตาเป๊ะๆ ไมโครโฟน Rode NT1-A สีเงินวาววับตั้งตระหง่านอยู่บนขาตั้งพร้อม Pop Filter ราวกับงานศิลปะ
วินจัดการเดินสายไฟและสายสัญญาณทุกเส้นอย่างเป็ระเบียบ ไม่ให้พันกันยุ่งเหยิง นี่คือนิสัยของมืออาชีพที่เขายึดถือมาตลอด
จากนั้นเขาเสียบปลั๊กเปิดสวิตช์ทุกอย่าง วู๊บบบบ....
เสียงพัดลมคอมพิวเตอร์ตัวแรงเริ่มทำงาน ไฟ LED สีต่างๆ สว่างพรึ่บขึ้นมาในห้องที่มืดสลัว หน้าจอมอนิเตอร์สว่างวาบขึ้นพร้อมโลโก้ Zentus XP
"สวยงาม..."
วินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน หมุนตัวซ้ายขวาด้วยความพึงพอใจ เขาััได้ถึงพลังบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในอุปกรณ์พวกนี้ มันคือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนความคิดในหัวของเขาให้กลายเป็คลื่นเสียงที่จับต้องได้
วินเปิดโปรแกรมทำเพลง (DAW) ขึ้นมา หน้าจอที่ว่างเปล่ารอคอยการเติมเต็ม
แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำเพลงแรกอย่างจริงจัง วินก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... เสียงร้องของ "พี่เมย์" ที่ร้านหมูกระทะยังคงดังก้องอยู่ในหู
"เพลงแรกที่จะเปิดตัวในฐานะ Future... ต้องเป็เพลงที่โชว์ศักยภาพงานดนตรีของฉัน"
"แต่ถ้าจะให้คนทั้งประเทศหันมามองด้วยความซึ้งกินใจ... บางทีฉันอาจจะต้องยืมเสียงของใครบางคน"
วินหันไปมองสมุดโน้ตที่กางอยู่ เขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเริ่มที่เพลงไหน แต่คืนนี้... คืนนี้จะเป็คืนแรกที่ "Future" จะเริ่มทำงานอย่างเต็มระบบ
นิ้วมือของวินวางลงบนลิ่มคีย์บอร์ดใบ้ (MIDI Controller)
"เอาล่ะ... มาเริ่มสร้างอนาคตกันเถอะ”