คุรุโอกะยืนใช้นิ้วนวดขมับตัวเองเบาๆ ที่ริมระเบียงทางเดินยาวชั้นล่างของเรือ สายลมทะเลอ่อนๆ พัดผ่านใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อยู่หลายครั้งตอนแรกลมหายใจของเธอยังคงแรงระส่ำระสาย เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แต่พอทำซ้ำๆ กันห้าถึงหกครั้ง ความสงบใจค่อย ๆ กลับคืนมา
ในขณะที่เธอพยายามควบคุมอารมณ์คุรุโอกะนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตนเองมีโทสะ ในงานเลี้ยงสำหรับแขกวีไอพีเธอมาร่วมงานในฐานะคู่ควงของ โทชิยูกิชุดเดรสยาวสีแดงเลือดนกที่เธอสวมใส่นั้นขับเน้นรูปร่างอย่างงดงามผ้าชีฟองโปร่งเบาลู่ไปตามร่างกายเมื่อเคลื่อนไหวทุกสายตาในงานเลี้ยงต่างจับจ้องมาด้วยความชื่นชม
ระหว่างที่คุรุโอกะพยายามเข้าใกล้โคอิซูมิ เป้าหมายสำคัญของเธอ จู่ ๆ โคอิซูมิก็เดินออกจากงานไปกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งทำให้คุรุโอกะต้องติดตามออกไปอย่างเร่งรีบ ทว่าโทชิยูกิกลับเดินตามเธอออกมาด้วยแม้เธอจะอ้างว่ารู้สึกไม่สบายและขอตัวกลับแล้วก็ตาม โทชิยูกิยังคงเซ้าซี้ว่าจะไปส่งที่ห้องให้ได้ทำให้คุรุโอกะต้องคลาดสายตากับโคอิซูมิในท้ายที่สุด
คุรุโอกะสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งหนึ่งรู้สึกว่าอารมณ์ของเธอเริ่มสงบลง จึงหันไปมองทะเลที่มืดมิดด้านนอกดวงตาจับจ้องที่ผิวน้ำที่ระยิบระยับเพียงชั่วครู่ แสงจันทร์สลัว ๆตกกระทบกับพื้นน้ำ คลื่นทะเลอ่อนโยนสั่นไหวเป็นระลอก
โทชิยูกิ เกาะแกะอยู่ไม่ห่างเขาพยายามสร้างบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบ บอดี้การ์ดทั้งสี่คนของโทชิยูกิยืนเฝ้าระวังอยู่รอบนอกพวกเขากระจายตัวไปตามตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ทั่วบริเวณระเบียงทางเดิน
“รู้สึกดีขึ้นหรือยัง? บางทีคุณควรจะกลับไปพักผ่อนนะ ด้านนอกลมยิ่งแรงอยู่ด้วยเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความห่วงใย
คุรุโอกะสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่งจึงสามารถตัดใจสะกดคำแขวะชั่ววูบเอาไว้ได้ เธอหันมามองเขา รอยยิ้มบาง ๆปรากฏบนใบหน้า ปกปิดความหงุดหงิดไว้ในใจมิดชิด
“ฉันสบายดีค่ะขอบคุณที่เป็นห่วง”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดวงตาของปกปิดความรู้สึกอย่างแนบเนียน แม้ข้างในจะถอดถอนใจสุดขีด หนังตากระตุกยิกๆ แต่ในใจก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเป็นนักแสดงชั้นแนวหน้าคนหนึ่งแล้วเหมือนกัน
ตลอดหลายวันมาที่ผ่านมาบนเรือโทชิยูกิตามติดเธอไม่ห่างบางครั้งก็มักหาโอกาสเยินยอน้องสาวให้เธอฟังอย่างสม่ำเสมอซึ่งเธอก็ไม่เคยนึกรำคาญแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายแลดูเป็นพี่ชายที่น่ารักทว่าก็ไม่เคยถามอะไรซอกแซกเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวด้วยความสอดรู้สอดเห็นเกินพอดี
ยิ่งในช่วงเวลาที่ได้อยู่ในงานเลี้ยงท่ามกลางแวดวงนักธุรกิจชื่อดังคุรุโอกะก็สัมผัสถึงความเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ของโทชิยูกิอาศัยมาดของคนมีเงินมีอำนาจ ควบคุมบรรยากาศการสนทนาไว้ทั้งหมดโทชิยูกิเป็นคนที่แม่นยำและเฉียบแหลมอย่างยิ่ง สามารถจับประเด็นของเรื่องได้อย่างง่ายดายทั้งยังล้วงข้อมูลคู่แข่งได้อย่างเก่งกาจ ทว่าเมื่ออยู่กับเธอเพียงลำพังเขากลับทำตัวได้น่ารำคาญสุด ๆ ไอ้มาดนักธุรกิจสุดขรึมนั่นโยนทิ้งไปหมด
“วันนี้คุณดูสวยมากนะครับ… ชุดนี้ช่างเหมาะกับคุณจริงๆ”
ทางด้านโทชิยูกิเองไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนถึงรู้สึกติดใจผู้หญิงคนนี้นักไม่ใช่ว่าตัวเองไม่เคยผ่านผู้หญิงสวย ๆ มาก่อน ทั้งดารานางแบบก็ล้วนฟาดเรียบมาหมดหรืออาจเป็นเพราะว่าคุรุโอกะคนนี้ดูสงบนิ่งอย่างผิดแผลกช่างขัดกับบุคลิกภายนอกตั้งแต่หัวจดเท้า ทำให้ตนเกิดความรู้สึกอยากจะงัดเปลือกของเธอแง้มดูข้างในให้เห็นชัดๆ ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นเช่นไร
“อา...”
คุรุโอกะแอบทำหน้าละเหี่ยใจเพียงขานรับคลุมเครือไม่ได้สาระ ความรำคาญเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างชัดเจนอาจเป็นเพราะความหงุดหงิดที่ภารกิจของเธอไม่ก้าวหน้าปนอยู่หลายส่วน
ขณะที่ทั้งคู่สนทนากันอยู่นั้นบอดี้การ์ดคนหนึ่งสังเกตเห็นเงาเล็ก ๆ ที่เคลื่อนไหวบนผิวน้ำมันเป็นเงาของเรือประมงที่ลอยลำอยู่ไม่ไกลนัก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ยังไม่ทันที่จะตะโกนเตือนเสียงกระสุนนัดหนึ่งก็ฉีกกระชากความเงียบสงบของทะเล
เสียงเปรี้ยง!ดังสนั่น กระสุนทะลุผ่านศีรษะของบอดี้การ์ดคนหนึ่งเขาล้มลงทันทีโดยไม่มีโอกาสร้องออกมา สไนเปอร์ซุ่มอยู่บนเรือประมงใช้ความมืดและคลื่นทะเลอันเงียบสงบเป็นประโยชน์ในการโจมตีบอดี้การ์ดคนที่เหลือพยายามหาที่กำบัง แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวกระสุนอีกนัดก็พุ่งเข้าใส่ร่าง ทำให้ล้มลงจมกองเลือดตามไปอีกคนเช่นกัน
จากนั้นเสียงฝีเท้าหนัก ๆดังมาจากปลายทางเดิน คุรุโอกะหันขวับไปทันทีดวงตาคมกล้าของเธอจับจ้องไปยังเงามืดที่เคลื่อนไหวอยู่ปลายทางเดิน กองกำลังปริศนากลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาเกือบสิบคนได้นับคร่าวๆ จากสายตา
พวกมันทุกคนอยู่ในชุดบอดี้สูทสีดำสนิทและสวมหน้ากากกรองอากาศคุรุโอกะเห็นพวกมันยกปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะโจมตี
โทชิยูกิเริ่มตื่นตระหนกกลับพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น? พวกแกป็นใคร! อยากได้อะไร ฉันไม่มีให้หรอกนะ—”
เสียงของเขาถูกตัดขาดเมื่อคุรุโอกะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาอันเย็นชา
“คุณช่วยหุบปากซะ”
เธอกระชากเสียงดุท่าทีเปลี่ยนจากเดิมแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า ทำให้โทชิยูกิอึ้งจนพูดไม่ออกกับบุคลิกที่ผิดแผลกไปของหญิงสาวที่ตนหมายปอง
กลุ่มศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้คุรุโอกะรู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลหรืออธิบายใด ๆ เธอกระชากชายกระโปรงเดรสยาวที่พันขาให้ขาดออกมาอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นขาที่แข็งแกร่งและทรงพลังของเธอ ศัตรูคนแรกพุ่งเข้ามาเธอถีบตัวออกจากราวระเบียง ใช้วิชาตัวเบาในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยความไวสูง ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเบาเหมือนขนนกแต่แข็งแกร่งราวเหล็กกล้า การเคลื่อนไหวของเธอราวกับการร่ายรำในอากาศ หมุนตัวและใช้ศอกซ้ายฟาดใส่ศัตรูที่เข้ามาใกล้สุดจนร่างของมันล้มลงไปกองกับพื้น
ศัตรูอีกคนหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยมีดแคมแบทไฟฟ้าในมือคุรุโอกะหลบการฟันของมัน คลื่นอากาศพร้อมปะจุไฟฟ้าลอยผ่านหน้า เธอขยับก้าวเท้าซ้ายขึ้นหนึ่งก้าวใช้สองมือจับที่ต้นคอศัตรู จากนั้นกระแทกเข่าขวาไปที่หน้า ด้วยท่า ‘หักคอเอราวัณ’ ศัตรูลอยค้างกลางอากาศ เธอหมุนตัวเตะตวัดใส่ท้องเป็นการส่งท้ายอีกครั้งส่งมันลอยละลิ่วตกทะเลไป
ศัตรูอีกสองคนพยายามจะตีโอบ พวกมันประสานงานกันได้ดียกมีดแคมแบทที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าขึ้นพร้อมกันเพื่อโจมตีจากสองทิศทาง ทว่าคุรุโอกะไวกว่าเธอก้าวถอยหลบออกไปจากการฟันของคนหนึ่งและใช้แขนซ้ายปัดปืนของอีกคนให้เบี่ยงไปทางหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวต่อเนื่อง ออร่าแก่กล้าแผ่ออกยกศอกฟาดเข้าที่ขมับของศัตรูจนร่วงกองกับพื้น
ระหว่างการเปลี่ยนกระบวนท่าคุรุโอกะสบโอกาสปลดปืนจากศัตรูคนหนึ่งที่เธอเพิ่งเหวี่ยงมันล้มลง อาศัยความชำนาญในการยิงส่งกระสุนออกไปสองนัด เจาะเข้าที่หัวไหล่ของศัตรูอีกคนที่พยายามเข้าใกล้
โทชิยูกิตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“พระเจ้า!คุณทำอะไรน่ะ? เราควรหนีสิ!”
โทชิยูกิกล่าวด้วยเสียงอึ้งทึ่งความหวาดหวั่นและความตื่นตระหนกฉายชัดในดวงตาของเขา
“คุณรีบหุบปากแล้วหมอบลงเดี๋ยวนี้!”
คุรุโอกะตะโกนกลับขณะที่เธอยังคงใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ กลุ่มศัตรูไม่หยุดคอยระวังมือสไนเปอร์ที่อาจจะยิงมาได้ทุกเมื่อร่างของเธอหมุนไปมารอบศัตรูที่เหลืออีกสามคน ใช้ทักษะมวยไทยเสริมปราณ แจกหมัด เท้าเข่า ศอก ให้ศัตรูอย่างถ้วนหน้าเธอโยนปืนที่ขโมยมาให้ศัตรูที่กำลังเล็งยิงไม่กล้ายิง เมื่อเห็นพรรคพวกของตัวเองอยู่ในวิถีกระสุน
ทันใดนั้นศัตรูอีกคนหนึ่งยกปืนขึ้นเตรียมยิงไปที่โทชิยูกิซึ่งยังคงตื่นตระหนก หวังให้คุรุโอกะเปิดช่องโหว่
หญิงสาวเห็นอันตรายที่ใกล้เข้ามาจึงถีบตัวพุ่งออกไปหาโทชิยูกิและใช้เท้าถีบเขาเข้าไปหลบในมุมฝั่งตรงข้ามข้างตู้กดน้ำแบบพอดิบพอดีกระสุนพุ่งข้ามหัวโทชิยูกิไปชนกับผนังด้านหลัง
“แกจะบ้าหรือไง! นั่นเป้าหมายของเรานะ”
เสียงตวาดของศัตรูคนหนึ่งดังขึ้นในกลุ่ม
“อย่าอยู่ให้เป็นเป้า!ถ้าอยากรอดก็ทำตามที่ฉันบอก!”
คุรุโอกะสั่งเสียงเข้มขณะที่เธอจัดการจนเหลือศัตรูคนสุดท้าย เธอกระโดดขึ้นไปในอากาศ หมุนตัวฝาดฝ่าเท้ากระแทกเข้าที่หน้าอกของศัตรูอีกคนที่พยายามเข้ามาใกล้ แล้วยกขาสูงเตะก้านคออีกคนที่ถือมีดพุ่งเข้ามา
โทชิยูกิมองดูเธอด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วเขาไม่เคยเห็นด้านนี้ของคุรุโอกะมาก่อน ความสงบและความน่ารักที่เธอแสดงออกในยามปกติบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบขาดและความแข็งแกร่งที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนของเขาเคยเทียบ
เมื่อศัตรูคนสุดท้ายถูกจัดการคุรุโอกะยืนผ่อนลมหายใจอยู่ท่ามกลางร่างของศัตรูที่ล้มลงรอบตัว ก่อนจะรีบเข้าไปหลบด้านในเธอหันไปมองโทชิยูกิที่นั่งอึ้ง ๆ จ้องมองเธออยู่ที่ซอกมุมเรือ
“นี่มันอะไรกัน...พวกโจรสลัดบุกปล้นงั้นเหรอ!?”
คุรุโอกะมองเขาด้วยสายตาเหมือนมองสัตว์โง่ไม่รู้ความหลังจากใช้เวลาปรับความรู้สึกครู่หนึ่ง อารมณ์ของเธอก็กลับสู่สภาวะปกติเลิกมีท่าทีหัวร้อนและยอมหันหน้าคุยกับเขาดี ๆ ด้วยเหตุผลแม้ข้างในจะยังคงกักเก็บความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมดทั้งมวลไว้อย่างครบถ้วน
“โจรสลัดในน่านน้ำของญี่ปุ่นถูกกวาดล้างไปหมดแล้วเจ้าพวกนี้คงไม่ใช่หรอก”
จากที่คุรุโอกะได้ยินมาเมื่อสักครู่ดูเหมือนว่าหนึ่งในเป้าหมายของพวกมันก็คือผู้ชายคนนี้
“ตะ... แต่ว่า—”
โทชิยูกิเบิกตากว้างขึ้นชะงักจนต้องหยุดคำพูดที่กำลังจะกล่าวออกมา เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาว
“—ฟังให้ดีอีเธอร์เซนเซอร์ไม่ส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาในขณะที่มีคนเร่งพลังแบบนี้อีกทั้งไม่มีการประกาศสภาวะฉุกเฉิน หรือสั่งการอพยพแต่อย่างใดมีความเป็นไปได้สูงว่าเรือลำนี้ถูกไฮแจ็คไปแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ทั้งเรือคงเต็มไปด้วยพวกผู้ก่อการร้ายถ้าคุณไม่อยากตายก็อย่าอยู่ห่างจากฉัน เข้าใจไหม”
คุรุโอกะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วและสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ตอนนี้น้ำเสียงเธอเคร่งเครียดพอ ๆ กับสีหน้า
โทชิยูกิพยักหน้างึกงักได้แต่มองคุรุโอกะด้วยสายตาเซ่อ ๆ อย่างพูดอะไรไม่ออกเขาเพิ่งรู้ว่าเบื้องหลังความงามที่เย็นชาและสง่างามนั้นมีพลังและความสามารถที่น่ากลัวซ่อนอยู่ แต่แทนที่จะรู้สึกกลัวจนหนีห่างเขากลับยิ่งตกหลุมรักเธอมากขึ้นกว่าเดิมความแข็งแกร่งและความมั่นใจของเธอทำให้เขารู้สึกทึ่งและหลงใหลในตัวตนยิ่งขึ้นไปอีก…