บนโลกใบนี้มีเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาที่อาศัยอยู่ร่วมกันมากมาย โดยแต่ละเผ่าจะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อผู้พบเห็นมองไปก็จะสามารถระบุได้จากเอกลักษณ์นั้น ว่าบุคคลที่เป็นเป้าสายตามาจากเผ่าไหน นอกจากเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางกายภาพแล้ว แต่ละเผ่าพันธุ์ก็ยังมีวิถีชีวิตที่ต่างกัน ตามถิ่นที่อยู่ การดำรงชีวิตและวัฒนธรรมประจำเผ่า ด้วยความแตกต่างหลายอย่างนี้เอง เผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงมีการใช้กำลังชิงชัย เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่ง และอยากประกาศให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเผ่าของตนอยู่เหนือเผ่าอื่น การชิงชัยเกิดขึ้นและเคลื่อนผ่านเวลาอันแสนเนิ่นนาน ในที่สุดโลกใบนี้ก็ปรากฏเผ่าพันธุ์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด 10 เผ่า ซึ่งพวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘เผ่าหลัก’ แบ่งปกครองใน 10 ทวีปทั่วโลก ส่วนเผ่าพันธุ์อื่นที่แข็งแกร่งเป็นลำดับถัดมาจะถูกเรียกว่า ‘เผ่ารอง’
เผ่าออร์ค (เผ่าหลัก)
ผู้ปกครองสูงสุด : ราชันย์ออร์คมาเอสโตร
ออร์คเป็นเผ่าพันธุ์ที่นับว่ามีพละกำลังสูงที่สุดในโลก ร่างกายกำยำ กล้ามเนื้อใหญ่โตน่าเกรงขาม มีเขี้ยวงอกออกมาที่มุมขากรรไกรล่างทั้งสองข้าง โดยปกติจะมีผิวกายสีเขียว แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์พิเศษจะมีผิวกายสีแดง สัญชาตญาณดิบเถื่อนติดตัวมาแต่กำเนิด ชอบการต่อสู้ฆ่าฟัน อัตราการเกิดของเพศชายสูงกว่าเพศหญิงถึงสามเท่า นั่นจึงทำให้นักรบออร์คเกือบทั้งหมดจะเป็นเพศชาย มีทักษะความสามารถในการดึงดูดศัตรูให้มาโจมตีที่ตนเองได้ อีกทั้งยังมีทักษะที่สามารถเพิ่มพลังขึ้น จนเกินขีดจำกัดของร่างกายในชั่วขณะหนึ่ง เป็นทักษะที่เผ่าออร์คภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก มันถูกเรียกว่า ‘โหมดสงคราม’ ออร์คเป็นพวกที่ชอบใช้กำลังเหนือสิ่งอื่นใด บางเผ่าที่ชอบใช้ปัญญาและเหตุผลจึงรู้สึกรังเกียจกับความป่าเถื่อนเช่นนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและทรงพลังมาก นั่นเป็นเหตุให้ทหารรับจ้างเผ่าออร์คคือตัวเลือกแรกๆ ของผู้จ้างวาน
อุรุกไฮ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)
วิวัฒนาการมาจากออร์คที่ตื่นรู้ทางภูมิปัญญาและมีพลังกายพร้อม ในสังคมของออร์ค อุรุกไฮถือเป็นอีกชนชั้นที่มีสิทธิ์เหนือกว่าออร์คธรรมดา หลังจากที่ออร์ควิวัฒนาการเป็นอุรุกไฮ ร่างกายและกล้ามเนื้อจะหดเล็กลง แต่น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมาก นั่นเพราะความหนาแน่นของร่างกายเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหล หน้าตาดูดีขึ้น ฉลาดยิ่งขึ้น มีเขี้ยวที่งอกขึ้นมาจากขากรรไกรล่างเช่นเคย ปกติจะมีผิวกายสีเขียว ส่วนสายพันธุ์พิเศษจะมีผิวกายสีแดง มีความสามารถในการขยายร่างให้เป็นยักษ์ที่มีความสูงกว่าสิบเมตร ถือว่าเป็นนักรบผู้น่าเกรงขามแห่งสมรภูมิ
โทรล (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)
วิวัฒนาการมาจากออร์คที่มีพลังกายพร้อม แต่ไม่สามารถตื่นรู้ทางภูมิปัญญาได้ แม้จะเป็นร่างวิวัฒนาการ แต่ในสังคมออร์คกลับไม่ได้ให้การยกย่องโทรลเช่นอุรุกไฮ เพราะถือว่าเป็นการวิวัฒนาการที่ล้มเหลว ออร์คสายพันธุ์พิเศษไม่สามารถวิวัฒนาการเป็นโทรลได้ มีผิวกายสีเขียว หน้าตาอัปลักษณ์ สติปัญญาต่ำต้อยกว่าออร์คปกติ เรียกได้ว่าวิวัฒนาการมาแล้วโง่ลงกว่าเดิมก็ว่าได้ แต่สิ่งที่มาทดแทนคือร่างกาย นั่นเพราะโทรลมีร่างกายสูงใหญ่กว่าห้าเมตร และมีความสามารถขยายร่างขึ้นไปอีกจนถึงสิบเมตร พละกำลังเหนือกว่าอุรุกไฮ เป็นแนวหน้าในสมรภูมิที่ศัตรูหน้าไหนก็ต้องเข็ดขยาด
อาชูร่า (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
วิวัฒนาการมาจากอุรุกไฮ มีรูปร่างและขนาดตัวพอๆ กับอุรุกไฮ แต่มีสี่แขน หน้าตาดีกว่าร่างก่อน เขี้ยวโค้งยาวมากขึ้น ผิวกายอัดแน่นจนมันวาวดั่งโลหะต้องแสง แม้จะตัวเท่าเดิมแต่กลับมีน้ำหนักมหาศาล อาชูร่าถือเป็นชนชั้นปกครองของเผ่าออร์ค เชี่ยวชาญการใช้อาวุธหลายๆ อย่างพร้อมกันในการต่อสู้ สามารถขยายร่างให้ใหญ่โตจนมีความสูงกว่าร้อยเมตรได้
ไซครอปส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
วิวัฒนาการมาจากโทรล รูปร่างสูงใหญ่ถึง 20 เมตร มีตาเดียว สติปัญญาต่ำยิ่งกว่าโทรล ใช้สัญชาตญาณในการดำรงชีวิต ผิวกายสีเขียว พละกำลังพอๆ กับอาชูร่า แต่การฟื้นฟูร่างกายสูงกว่า มักติดอาวุธและชุดเกราะหนัก สามารถขยายร่างให้มีความสูงร้อยเมตรได้ กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าออร์คมีชื่อว่า ‘กองกำลังภัยพิบัติ’ สมาชิกทุกตนในกองกำลังคือไซครอปส์ เป็นกองกำลังที่ราชันย์ออร์คมีอำนาจสั่งการแต่เพียงผู้เดียว
ไททัน (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
วิวัฒนาการมาจากอุรุไฮ ไททันถือเป็นสายพันธุ์ราชันย์แห่งเผ่าออร์ค ราชันย์ออร์คทุกตนล้วนแต่มาจากไททัน รูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มากกว่าอุรุกไฮ ผิวกายสีเหลืองอ่อน เขี้ยวที่งอกออกมาจากขากรรไกรล่างสั้นลงเล็กน้อย มีสติปัญญาสูง สามารถใช้ทั้งทักษะกายภาพและเวทย์ได้ ผิวกายแข็งแกร่งดุจเพชร มีพละกำลังมากกว่าทั้งอาชูร่าและไซครอปส์ ขยายร่างให้กลายเป็นยักษ์สูงร้อยเมตรได้เช่นเดียวกัน
เผ่าเอลฟ์ (เผ่าหลัก)
ผู้ปกครองสูงสุด : ราชินีเอลฟ์ไททาเนีย
เอลฟ์เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มากที่สุด แต่รูปร่างหน้าตาเฉลี่ยแล้วมีความสวยงามยิ่งกว่าเผ่ามนุษย์ ไม่มีอ้วนหรือผอมเกินไป มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือ ใบหูด้านบนจะยาวและชี้ขึ้นสูง ผิวกายเปล่งปลั่ง ผมยาวสลวย อัตราการเกิดของเพศหญิงสูงเป็นสามเท่าของเพศชาย เอลฟ์เป็นนักธนูโดยกำเนิด แต่ทุกตนก็สามารถใช้เวทย์พื้นฐานของเผ่าได้ แม้จะมีประชากรไม่มากเมื่อเทียบกับเผ่าอื่น แต่ก็มีช่วงชีวิตที่ยาวนานมากกว่า มักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหามากกว่าการต่อสู้ เกลียดพวกป่าเถื่อนบ้าสงครามอย่างออร์คเข้าไส้ และด้วยช่วงชีวิตที่ยาวนาน เผ่าเอลฟ์จึงไม่นิยมที่จะสอนหรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่กัน โดยเอลฟ์ส่วนมากจะเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ด้วยตนเอง
ดาร์คเอลฟ์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)
เป็นร่างที่เอลฟ์วิวัฒนาการในช่วงเวลากลางคืน มีผิวกายสีดำ เคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วรวดเร็ว โดยเฉพาะเวลากลางคืน มีความสารถในการลอบเร้นสะกดรอย ใช้ธนูและมีดสั้นเป็นอาวุธ สามารถดูดซับแสงจันทร์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตนเองได้
ไลท์เอลฟ์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)
เป็นร่างที่เอลฟ์วิวัฒนาการในช่วงเวลากลางวัน มีผิวกายสีขาวเปล่งประกาย เป็นผู้ใช้เวทย์แห่งเผ่าเอลฟ์ ไม่ค่อยมีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ ใช้ธนูและไม้กายสิทธิ์เป็นอาวุธ สามารถดูดซับแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตนเองได้
ไฮเอลฟ์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)
ร่างวิวัฒนาการพิเศษของเอลฟ์ที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องของช่วงเวลา ลักษณะไม่มีความแตกต่างจากเอลฟ์ธรรมดา นอกจากปีกใสคู่หนึ่งที่งอกออกมาจากด้านหลัง สามารถบินไปบนอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ใช้ธนูยาวเป็นอาวุธ มีความสามารถในด้านการยิงธนูที่สูงมาก น้อยนักที่ลูกศรของไฮเอลฟ์จะพลาดเป้า แม้เป้าหมายนั้นจะพยายามหลบมันแล้วก็ตาม
ชาโดว์เอลฟ์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
ร่างวิวัฒนาการของดาร์คเอลฟ์ เคลื่อนที่ได้รวดเร็วไร้ร่องรอย แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวันก็ตามที สามารถลอบสังหารเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วเด็ดขาด บางครั้งศัตรูอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนตายไปตอนไหน ใช้มีดสั้นและมีดบินเป็นอาวุธ ชาโดว์เอลฟ์เป็นเพียงเอลฟ์สายพันธุ์เดียวที่นิยมชมชอบการต่อสู้ เพราะโดยส่วนมากพวกเอลฟ์จะรักสงบและมักใช้ปัญญามากกว่าการใช้กำลัง
เซนต์เอลฟ์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
ร่างวิวัฒนาการของไลท์เอลฟ์ ถือว่าเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาและมหาจอมเวทย์แห่งเผ่าเอลฟ์ มีพลังในการรักษาฟื้นฟูให้ผู้อื่นยอดเยี่ยมที่สุดในโลก สติปัญญาสูงส่ง มีพลังเวทย์สะสมในร่างมหาศาล ใช้ไม้กายสิทธิ์เป็นอาวุธ และที่ด้านหลังของเซนต์เอลฟ์จะมีลูกแก้วแสงห้าลูก มันจะลอยและส่องแสงตลอดเวลา สามารถดูดซับพลังแห่งธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสามารถให้ตนเองหรือถ่ายโอนให้ผู้อื่นได้
พาราดิน (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)
ร่างวิวัฒนาการของไฮเอลฟ์ พาราดินถือเป็นสายพันธุ์ราชันย์แห่งเผ่าเอลฟ์ แม้ผู้ปกครองสูงสุดของเอลฟ์บางรุ่นจะไม่ได้มาจากพาราดิน แต่โดยรวมแล้วพาราดินก็ยังเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี มีรูปร่างสวยงามยิ่งกว่าสายพันธุ์อื่นๆ มีปีกใสติดอยู่ด้านหลังสองคู่ เคลื่อนที่ไปมาบนอากาศได้รวดเร็ว มีอาวุธคือธนูยาวที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นดาบได้ มีความสามารถหลากหลาย เชี่ยวชาญทั้งทักษะระยะประชิด ระยะไกลและการใช้เวทย์