ห้องโถงตึกกลางสำนักหมื่นบรรพต
หัวหน้าตึกทั้งห้ากำลังหารือเกี่ยวกับการเลือกศิษย์ โดยนั่งเรียงตามลำดับความแข็งแกร่งซึ่งเริ่มจากหัวหน้าตึกอสูรฟ้า ต้วนยี่เหอ ไปจนถึงหัวหน้าตึกหมื่นเทพ ไป๋เทียนหยู กำลังถกกันด้วยเรื่องการแบ่งศิษย์ใหม่ในปีนี้ “เป็นยุคท่ีเข้มแข็งกลืนอ่อนแอแท้ๆ กระทั่งเอ่ยวาจายังต้องรอให้ผู้เข้มแข็งได้เสนอก่อน อีกหน่อยมิใช่ตึกเราแทบจะไม่มีที่ให้หายใจได้แล้ว ” ไป๋เทียนหยูได้แต่คิดโดยไม่สามารถพูดออกมาได้ จนถอนใจอย่างท้อแท้ออกมา
“ท่านต้วน ความจริงท่านก็ได้เลือกศิษย์สายตรงก่อนใครมาหลายปีแล้ว ปีนี้พวกข้าก็อยากขอให้ท่านมอบโอกาสแก่พวกเราบ้าง” ถังตู้หลง หัวหน้าตึกจอมราชันย์ ที่อยู่อันดับสองหาทางให้ตนมีโอกาสบ้าง โดยคิดว่าปีนี้หากมันมีโอกาสได้เลือกก่อน โอกาสที่ปีนี้จะก้าวขึ้นไปเทียบเท่าตึอสูรฟ้าก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว
“เรื่องอันใดที่ข้าจะต้องไปเสี่ยงกับการถูกปรับลดทรัพยากรเล่า เฒ่าถังหรือเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่ หากทำดังเจ้าว่าใยมิเท่ากับเราตัดเนื้อตนไปปะให้ท่านเล่า กว่าจะมีวันนี้ได้เราทนอดสูมากี่ปีใครบอกได้มั่งฮา ๆๆๆ มันควรถึงทีข้าหัวเราะได้มั่ง” ต้วนยี่เหอคิดขึ้นมาด้วยท่าทางวางก้ามน่าดู
“ความจริงการจัดให้มีการทดสอบเลือกตึกปีละ 2 ครั้งก็เอื้อโอกาสให้ท่านต้วนและท่านถังมากโขพอแล้วนี่ ศิษย์ที่แข็งแกร่งล้วนทดสอบย้ายตึกไปหาตึกพวกท่านท่านปีละไม่น้อยเลยท่านต้วน ท่านถัง กลับเป็นข้า หงส์เสี่ยวหวา ที่ถูกกระทำดั่งลูกเมียน้อยจริงๆ”
“เฮอะ ๆๆ เช่นนั้นได้แต่โทษที่พวกเจ้าอ่อนแอ สอนศิษย์ไม่ดีแล้ว สรุปว่าไม่ต้องพูดอีกแล้วนอกจากพวกท่านปีนี้ชนะข้าให้ได้แล้วไปขอเปลี่ยนกติกากับท่านเจ้าสำนักเท่านั้น ไปกันเถอะ” มันปิดโอกาสของคนอื่นลงทันที มันกระหยิ่มลำพองอย่างยิ่ง “เห็นทีว่าทั้งชาตินี้และชาติหน้าพวกสวะทั้ง4 ตึกก็ไม่มีโอกาสไล่ตามข้าได้ทันอีกแล้วเฮอะๆๆๆ”
“เรียนท่านหัวหน้าตึกทั้งห้า ศิษย์สายนอกทั้งหมด3803 คนที่เป็นศิษย์ส่วนกลางนั้นได้เข้าหอพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนนี่เป็นรายนามของศิษย์สายใน จำนวน 48 คน ที่ยืนอยู่ในสี่แถวด้านนั้น และ นี่คือศิษย์สายตรง ทั้ง 4 คน ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นศิษย์ที่ไม่มีระดับ ขอเชิญหัวหน้าทั้ง 5 ท่านได้พิจารณาคัดเลือกเข้าตึกขอรับ” พร้อมกับได้ยื่นกระดาษปึกหนึ่งมาให้ต้วนยี่เหอ เมื่อรับมาแล้วมันเปิดพลิกดูแล้วค่อยหันไปทางศิษย์ใหม่พลางถามไป
“ตี้อู๋หมิง เจ้าอยากเป็นศิษย์สายตรงของเราหรือไม่”
“คารวะท่านอาจารย์ศิษย์ย่อมยินดีอย่างยิ่ง” มันรีบคารวะลงอย่างน้อบน้อมอย่างพอใจ
“ดี ดีมากงั้นตามเรามา” มันเดินไปทางศิษย์สายใน แล้วเลือกคัดไปอีก 10 คน ซึ่งในนั้นมีต้วนหวังลี้อยู่ด้วย มันพาศิษย์ที่มันเลือกไปยืนออีมุมหนึ่ง
“เฒ่าถังนี่เป็นโอกาสของท่านแล้ว” ถ้ามองไปในดวงตาของมันยามกล่าวจะเห็นแววเยาะเย้ยอย่างโหดร้ายทีเดียว
ถังตู้หลงรับปึกกระดาษมาพลิกดูแล้วเดินไปเลือกอูเสี่ยวเมิ่งเป็นศิษย์สายตรงและศิษย์สายในอีก10คน มันพลันมีรอยยิ้มลึกๆปรากฏขึ้นมา
“เฒ่าต้วนเอ๋ยข้าว่าปีนี้ฟ้าเข้าข้างข้าไม่น้อยเลยเพราะคนที่ข้าเลือกย่อมไม่มีทางแพ้คนที่เจ้าเลือกแน่ๆ” มันคิดอย่างหมั้นใจว่าปีนี้มันต้องชนะแน่ๆ
ส่วนหญิงงามวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าตึกหงสาเพลิงนาม หงส์เสี่ยวหวานั้นเลือก เย่ยี่จูเป็นศิษย์สายตรง และในกลุ่มศิษย์สายใน ทั้ง10 คนที่นางเลือกมีจวงยี่หลานอยู่ด้วย “ปีนี้ข้าคงมีโอกาสที่จะสอนพวกเจ้าให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคนแพ้บ้างว่าเป็นเช่นไร เพราะนางพบตั้งแต่แรกถึงตัวตนอันแท้จริงของ เย่ยี่จูว่าเด่นล้ำกว่าใคร ซือคงเชี่ย หัวหน้าตึวารีเทพ ผู้ที่มีท่าทีสุขุมนุ่มลึก กลับมีความพอใจอย่างเต็มที่ในตัวศิษย์สายตรงที่มันได้รับอย่าง เซี่ยลี้อวี้ นี่เป็นครั้งแรกในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ที่เขาไม่ได้ห่อเหี่ยวกับการคัดเลือกศิษย์ แม้จะไม่มีสิทธิ์เลือกก่อนเลยก็ตาม
“หากการเลือกศิษย์สายตรงเป็นเช่นนี้ทุกปี มีหรือที่คนอย่างข้าจะให้พวกเจ้าได้เยาะเย้ยถากถางเช่นที่ผ่านมาได้” มันคิดพลางเดินไปเลือกศิษย์สายในอีก9 คนแล้วแยกออกไป
“ฮ่าๆท่านไป๋ ถือว่าท่านเป็นพิเศษคนเดียวที่ดวงไม่ดีเพราะมีศิษย์สายตรงแค่เพียง4 คน แต่ข้าว่าด้วยตึกพวกท่านในปัจจุบันต่อให้มีศิษย์สายตรงเพิ่มให้ก็คงแทบจะไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว สู้ไม่มีดีกว่าข้าว่า”
มันเหน็บแนมจนคล้ายไม่เห็นตัวตนของอีกฝ่ายเลยก็ป่านนั้น แต่ไป๋เทียนหยูที่บุคลิกนุ่มนวลอ่อนโยนที่สุด เพียงแต่ยิ้มน้อยๆคล้ายมิได้ยินอีกฝ่ายพูดอันใด เขาเดินไปหาศิษย์สายในที่เหลือ
ดังนั้นตรงกลางตอนนี้จึงเหลือเพียง เล้งปวย ยืนอยู่คนเดียว
“อ้าว แล้วเจ้าที่เหลือนี่…เอ้ะ” เมื่อต้วนยี่เหอจำเล้งปวยได้จึงอุทานออกมาอย่างแปลกใจยิ่ง เขารีบก้มดูในใบรายงาน แต่แล้วพลันหัวเราะดังๆขึ้นมา
“ฮะๆๆ ข้าก็นึกว่า… ที่แท้แล้วเจ้าถึงกับเป็นขยะไปได้ ขยะที่มีค่าความเป็นอัจฉริยะเป็นศูนย์ เสียด้วย หากจะไล่ออกไปเจ้าก็บังอิญสอบผ่านเข้ามาได้แล้ว เอาเยี่ยงนี้ สมมุติว่าเขาเป็นอัจฉริยะศิษย์สายตรง แถมให้ท่านไป๋ ก็แล้วกัน ดูเหมาะสมกันดีเสียอีก ฮ่าๆๆๆๆ”
“ฮะๆๆๆๆฮ่าๆๆๆๆ” ครานี้ไม่เพียงมันที่หัวเราะ กระทั่งหัวหน้าคนอื่นๆ ก็พลอยหัวเราะอย่างมีความสุขตามไปด้วย ที่ได้กลั่นแกล้งคนอ่อนแอกว่า
“เหอะๆๆ เจ้าขยะเอ๋ย นับว่าโชคดียังเป็นของข้าที่เจ้าปฏิเสธในตอนนั้น หาไม่แล้ว ข้าคงกระอักเลือดตายแน่ๆ ที่ไปจองเอาขยะเช่นเจ้ามาเป็ทองคำ หากรู้ว่าเจ้าเป็นแค่ขยะ เหอะๆ ข้าคงฟาดเจ้าให้ตายตั้งแต่ตอนปฏิเสธข้าแล้ว” มันคิดเห็นให้แก่ตัวเอง
เล้งปวยย่อมอ่านความคิดมันได้ และยิ่งไม่เสียใจที่ได้ปฏิเสธมันไป
“เจ้าเฒ่าโง่งมนี่ ช่างมีจิตใจที่คับแคบนักพอข้าปฏิเสธไม่ยอมเป็นศิษย์เจ้าหน่อยเดียว กลับทำให้เจ้าเลอะเลือนจนขาดสติไต่ตรองเรื่องแสงสีขาวไปเลย ดีให้พวกเจ้าได้หัวเราะกันไปก่อนเถอะ อีกหน่อยข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นดีแน่นอน” เล้งปวยคิดอย่างเบื่อหน่ายที่เห็นพวกโง่แต่อวดฉลาดทั้งหลายนั้น
“ขอบคุณพวกท่านที่ประทาน ข้าย่อมยินดีรับไว้” เหมือนจะเหน็บแนมแต่ก็เหมือนจะพูดจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขารู้สึกถูกชะตากับเล้งป่วยอยู่บ้าง แต่แม้ไม่เช่นนี้ เขาก็ต้องรับไว้อยู่ดีเพราะผู้ชนะเท่านั้นที่เป็นเจ้าขยะอย่างพวกเขา ไม่มีสิทธิ์กระทั่งอ้าปากอยู่แล้ว
“เล้งปวยเจ้ามากับข้า” ไป๋เทียนหยูพยักหน้ายิ้มให้เด็กหนุ่ม
“ขอขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส” มันคารวะอย่างน้อบน้อม แล้วเดินตามเขาไปหา
เช่นนี้การคัดเลือกเสร็จสิ้นผ่านไป