The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 49 ยกแรกของแม็กซ์

       เมื่อชายร่างยักษ์ปรากฏตัว ทั้งอัฒจันทร์ก็เงียบกริบ  ทุกคนล้วนตกอยู่ในอาการเดียวกันนั่นก็คือนั่งตัวเกร็ง  ใจรู้สึกตื่นเต้นผสมหวาดกลัว  แม้กระทั่งเจ้าจ๋ออย่างมาวินก็ไม่ยกเว้น 


    “ ฮะๆ  นี่น่ะเหรอ  แทงค์อันดับหนึ่ง  ตัวใหญ่อย่างกับปีศาจเลยแฮะ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ


    “ อืม  ถ้าได้เห็นแม็กซ์ลงมือ  นายจะรู้เองว่าเขาเป็นมากกว่าปีศาจซะอีก ” เหมยลี่พยักหน้ารับ  ปากสั่นเล็กน้อย  เพราะอีกไม่กี่อึดใจ  เธอจะได้เห็นฝีไม้ลายมือของแทงค์ระดับโลก


    ……………………..


        อินอสต้ามองมาที่แม็กซ์  ดวงตาคมหรี่ต่ำ  คล้ายคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง  หน้าหยาบกร้านก็แข็งเกร็ง  ราวกับหินแกรนิต   ท่าทีก็เคร่งเครียดจนบรรดาลูกทีมต้องเอ่ยถาม 


    “ ลูกพี่อินอสต้า  ทำไมทำหน้าเครียดขนาดนั้น ”


     

         อินอสต้านิ่งไปแวบหนึ่ง  ก่อนตอบกลับช้าๆด้วยเสียงที่แหบต่ำ 


    “ แม็กซ์มาแค่คนเดียว  ทีมราสคิดอะไรกันแน่ เพราะต่อให้หมอนั่นเก่งขนาดไหน  ก็รับมือพวกเราไม่ไหว ” 


    “ ฮ่าๆ  นึกว่าเรื่องอะไร  พวกราสคงมองว่าเป็นแค่นัดอุ่นเครื่อง  เลยส่งแม็กซ์มาโชว์ตัวคนเดียว  ลูกพี่อย่าคิดมาก ” ลูกทีมร่างเตี้ยล่ำแจงด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ  แต่อินอสต้ายังไม่คลายกังวล 


    “ ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ”


     

         พอเกมการแข่งใกล้จะเริ่มต้น  อินอสต้าและลูกทีมได้ยินเสียงประกาศของโฆษก


    “ ขอเชิญผู้เล่นทั้งสองทีมกลับฐาน  เพื่อเริ่มการแข่งขัน ”


     

        ผู้เล่นทีมมัฟฟินกลับฐานของตนเอง  ส่วนแม็กซ์ สมาชิกหนึ่งเดียวของราสได้ยืนรออยู่ในฐานแล้ว


     

         บริเวณฐานของทั้งสองทีมเป็นลานกว้างที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เมตร  กลางลานมีเสาคอนกรีตต้นใหญ่ขนาดสามคนโอบตั้งตระหง่าน  มันสูงราวๆสิบเมตร



        อินอสต้ายืนนำหน้า  กัปตันทีมมาดขรึมกวาดตามองทุกคน  ก่อนจะอธิบายแผนการเล่นให้ลูกทีมฟัง


    “ ถึงราสจะมีคนเดียวก็อย่าประมาท  เล่นตามแผนเดิมก่อน  รักษาป้อมทั้งสามจุดไว้  ถ้าเห็นช่องค่อยบุก  ตีป้อมเล็กแล้วดันต่อถึงฐานใหญ่"


     

         แผนดังกล่าวดูรัดกุม  แต่เมื่ออินอสต้าอธิบายจบ  ลูกทีมร่างเตี้ยล่ำผู้อวดดีก็สวนทันควัน


    “ ลูกพี่  มันมาแค่คนเดียวเอง  จะวางแผนอะไรให้ยุ่งยาก  รุมเข้าไปก็จบแล้ว  หรือไม่ก็ให้ผมลองดวลเดี่ยวดูก่อน  จะได้รู้ว่ามันมีดีแค่ไหน ” 


    “ จริงด้วย  ให้หยางลองก่อน  ถ้ายังเอาไม่อยู่  พวกผมขอดวลต่อเอง ” ลูกทีมรายอื่นสนับสนุน  เพราะถ้าใครล้มแทงค์มือหนึ่งของโลกได้  ย่อมได้รับทั้งชื่อเสียงและเงินทองอย่างมหาศาล


     

          อินอสต้าหรี่ตาลงเล็กน้อย  เขานิ่งคิดอย่างสุขุม  ก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตาม 


    “ ลองดูก่อนก็ได้  หยาง  นายออกไปดวลกับมัน ”


     

          เมื่ออินอสต้าเปิดไฟเขียวให้  ชายร่างเตี้ยล่ำก็ยิ้มกริ่ม เขาหยิบทวนสั้นคู่ขึ้นมา  จากนั้นก็เดินไปยังลานกว้างกลางสนาม  เพื่อดวลกับยักษ์ใหญ่ที่ยืนรออยู่ก่อน


     

         หยางเดินตรงไปหาแม็กซ์ด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ  ภายในแอบฝันหวาน


    “ ข้าเคยหลอกแทงแทงค์ช้าๆด้วยทวนคู่สองเล่มนี้มานักต่อนัก  แกคงไม่ต่างกัน  และถ้าล้มมือหนึ่งได้  คงดังเป็นพลุแตก  ดีไม่ดี  อาจมีทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมทีม  ทีนี้ล่ะ  เงินทองไหลมาเทมา ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า..... ”


     

        เมื่อทั้งสองประจันหน้ากัน  หยางก็กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะเย้ย 


    “ หวัดดี  แม็กซ์  ช่วยออมมือให้ข้าด้วยล่ะ ฮ่าๆ ”


     

          ชายร่างยักษ์ไม่ตอบคำ  แต่มองตรงไปยังอินอสต้า ซึ่งยืนชมการต่อสู้อยู่ที่แนวหลัง ดูไปแล้ว  เขาไม่มีท่าทีสนใจหยางเลย ทำให้หนุ่มร่างเตี้ยล่ำถึงกับสะอึก


    “ เฮ้ย  คู่ต่อสู้ของแกอยู่ตรงนี้เฟ้ย  มองไปทางไหนฟะ ” หยางตะโกน ทั่วกายสั่นเทา  เพราะโกรธที่ถูกเมิน


     

         คราวนี้นับว่าได้ผล  ชายร่างยักษ์หันกลับมามองหยาง แววตานิ่งเฉย  อึดใจต่อมา  แทงค์ชื่อดังก็กล่าวสั้นๆ


    “ เข้ามา ” 


    “ หน็อย.....ไอ้แทงค์หน้าโง่ ” หยางเกิดบันดาลโทสะที่ถูกหยาม  จึงพุ่งเข้าไปแทงทวนสั้นใส่หน้าอก  แต่ก่อนที่ปลายศาสตราจะกระทบเป้าหมาย  ขวานขนาดใหญ่ก็ขยับเข้ามาปัดป้องอย่างรุนแรง  ส่งผลให้ทั้งทวนและคนปลิวไปตามทาง


    “ เคร้ง...... ”  


    “ เฮ้ย ” หยางร้องลั่น ความแรงนั้นทำให้เขาล้มก้นจ้ำเบ้า  แต่ก็รีบลุกขึ้นมา  พร้อมเตรียมเข้าไปสัประยุทธ์อีกครั้ง ทว่ามือขวากลับสั่นไม่หยุด  และเมื่อก้มลงไปดู  ก็พบรอยแตกร้าวตรงปลายทวน


    “ เร็วขนาดนั้นได้ไง  แถมแรงยังมหาศาล  แค่ปัดครั้งเดียวก็ทำให้มือเราชา  ทวนเหล็กก็ยังแตกร้าว  หมอนี่เป็นตัวอะไรกันแน่! ” หยางตื่นตระหนก  ใบหน้าที่อวดดีกลับกลายเป็นขาวซีด



         ไม่รู้ว่าแม็กซ์จะรู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่าย เจ้ายักษ์จึงเริ่มกล่าวกับหยางด้วยเสียงที่ห้าวใหญ่


    “ จะบุกเข้ามาหรือจะให้ข้าบุกเข้าไป ”


     

         ด้วยความกลัวที่เริ่มเกาะกินหัวใจ  ทำให้หยางไม่กล้าตอบ แต่ถึงกระนั้น  ชายร่างเตี้ยล่ำก็เป็นนักสู้มืออาชีพที่ผ่านมาหลายสังเวียน  เลยทำให้ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว


    “ สนามกว้างแบบนี้ยังพอมีทาง  เราได้เปรียบเรื่องความคล่องตัว ต้องตีแล้วถอย  อย่าแลกตรงๆ  ค่อยๆตัดกำลังมันไปเรื่อยๆ” หยางคิดแผนอยู่ในใจ  เขาเริ่มเอาจริง  ไม่ติดประมาทเหมือนตอนแรก  เพราะบุคคลที่ยืนตรงหน้าไม่ได้เชื่องช้าเหมือนแทงค์ดาดๆที่เคยเจอ


     

          เมื่อคิดได้ดังนั้น  หยางก็เริ่มวิ่งวนรอบตัว  เพื่อรอจังหวะ เขาเป็นนักสู้ที่เคลื่อนไหวได้เร็วมาก  มันว่องไวจนคนดูแทบมองไม่ทัน   ทว่าแม็กซ์ยังคงนิ่งเฉย ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเหลือบไรที่ไร้ตัวตน


    “ เป็นไงเล่า  งงล่ะสิ  ฮ่าๆ ” หยางเคลื่อนที่ไปรอบๆ ปากก็ร้องตะโกนข่มขวัญ  ความเร็วเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนมองเห็นเขาเป็นเพียงเงาดำที่วูบวาบไปมา ก่อนที่ชายร่างเตี้ยล่ำจะคำรามดัง

     

    “ รับไป  เงาดำปีศาจ ”


     

          สิ้นคำประกาศ  หยางเร่งความเร็วสูงสุด  ก่อให้เกิดเงาดำนับสิบวิ่งวนรอบกาย วินาทีต่อมา  หนึ่งในเงาปีศาจก็พุ่งใส่แผ่นหลังของแม็กซ์ 


    “ ปั้ก ”


     

          เสียงของแข็งกระทบกันดังสนั่น  แม็กซ์จึงรีบหันกลับไปสวน  ทว่าเงาดำนั้นได้ถอยฉากออกไป  แล้ววิ่งวนรอบกายแทงค์คนดังดุจเดิม


     

          สีหน้าของแม็กซ์ยังดูเรียบเฉย  คล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร  ไม่นาน  แทงค์คนดังก็ท้าทาย 


    “ มีแค่นี้เองเหรอ  โจมตีเข้ามาอีก ” 


    “ หน็อย  เจ้ายักษ์  บังอาจดูถูกข้ารึ  แกต้องเจอนี่  เงาดำปีศาจ ” หยางตะโกน เงาดำที่วิ่งวนรอบตัวได้พุ่งโฉบเข้ามาจู่โจม  จากนั้นมันก็ถอยฉากออกไปวงนอก  ไฟท์เตอร์ร่างเตี้ยล่ำเดินเกมแบบนี้อีกหลายวาระ  ทำให้แทงค์คนดังโดนตีอยู่ฝ่ายเดียว


     

         แม้ว่าเงาดำปีศาจจะน่ากลัวและโกงมหาประลัย  แต่ก็เป็นท่าที่ใช้พลังมาก  ดังนั้นนักสู้ร่างเตี้ยล่ำจึงคลายกระบวนท่า  แล้วกลับมายืนประจันหน้ากับแทงค์คนดังอีกครั้ง 


    “ แฮ่ก  แฮ่ก….เป็นไง  แกยังกล้าเมินข้าอีกมั้ย ”


     

         แม้ว่าตามร่างกายล่ำสันจะมีรอยแดงจางๆ  แต่แม็กซ์ยังคงยืนนิ่ง  ราวกับว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแมลงวันที่บินวนไปมา ครู่หนึ่งก็ตอบกลับ


    “ เบาเกินไป  ขอแรงกว่านี้อีก ”


     

          เมื่อหยางได้ยินคำหยาม  เขาก็เกิดอาการคลั่ง  ผมสั้นเป็นกระบังตั้งสูงด้วยความแค้น  ร่างเตี้ยล่ำสันที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเริ่มสั่นเทา ปากก็ตวาดเสียงดัง 


    “ ได้เลย  ในเมื่อแกต้องการแบบนี้  ข้าก็จะจัดให้  เตรียมรับไม้ตายสุดยอด ”


     

          สิ้นเสียงคำราม  หยางก็เกร็งกาย  เพื่อเค้นพลังแฝงจนก่อให้เกิดออร่าสีขาวจางๆแผ่ออกมารอบกาย เมื่อแสงสีเปล่งประกายถึงขีดสุด  ไฟท์เตอร์ร่างเตี้ยล่ำก็เงยหน้าขึ้นมา


    “ ท่าร้อยเงาพุ่งทะลวง ”


     

         วินาทีต่อมา  ร่างของหยางก็กลายสภาพเป็นเงาดำนับสิบ  พวกมันพุ่งเข้าไปหาแม็กซ์  แต่ก่อนจะถึงตัว  ชายร่างยักษ์ก็แหกปากตะโกน  กระแสนั้นรุนแรงจนทำให้ทุกคนในโคลอสเซียมได้ยินอย่างชัดเจน  พร้อมกันนั้นก็ฟาดขวานใหญ่ในมือใส่ฝูงเงาดำ


    “ ฮ้า ” 


    “ โครม ”


      

         เสียงกัมปนาทดังสนั่น  ควันก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ  ฝูงชนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง  เนื่องจากการโจมตีครั้งนี้รุนแรงและรวดเร็วจนเกินบรรยาย  เมื่อฝุ่นจางลง  สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก็คือร่างเตี้ยล่ำของหยางที่นอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของแม็กซ์


      

         เหมือนสวิตช์เปิดเสียงเฮทำงาน  เพราะในอึดใจต่อมา ก็บังเกิดเสียงโห่ร้องจากผู้คน


    “ เฮ.......แม็กซ์....... ”


     

         ใบหน้าของอินอสต้าและมวลหมู่สมาชิกเริ่มถอดสี  เนื่องจากพวกเขาต้องเสียมือดีไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว บ่งบอกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของแทงค์อันดับหนึ่งได้เป็นอย่างดี


    “ เห็นมั้ยเล่า  บอกแล้วว่าอย่าประมาท ” อินอสต้าย้ำกับลูกทีม  น้ำเสียงสั่นเทา  ในใจรู้สึกหวั่นเกรง  เพราะใครก็ตามที่ได้เห็นการโจมตีนี้  ย่อมต้องเกิดความกลัวกันทุกคน


     

          หยางนอนสิ้นสภาพอยู่ครู่หนึ่ง  ก็ปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนแผ่ออกมา มันเปล่งประกายแวบหนึ่ง  ก่อนจะเลือนหายไป  พร้อมนักสู้ร่างเตี้ยล่ำ


    ……………………….


    “ อ้าว  เฮ้ย! เจ้าเตี้ยล่ำนั่นหายไปไหน” มาวินร้องถามเหมยลี่  ท่าทางตื่นเต้น



          เหมยลี่ไม่ตอบทันที  เธอเอาแต่ยืนเกร็ง  ดวงตามองไปยังการต่อสู้เบื้องหน้า  กายสั่นเล็กน้อย  ทำให้มาวินนึกแปลกใจ 


    “ ไม่เคยเห็นยัยโย่งเป็นแบบนี้มาก่อน  การต่อสู้เมื่อครู่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ” แม้มาวินติดใจ  แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นเดิม เลยกระตุกไหล่ของเด็กสาวแรงๆ  พร้อมตะโกนถามเสียงดัง 


    “ ไอ้ตี๋ล่ำนั่นหายไปได้ยังไง  ยัยโย่ง ” 


    “ เอ๊ะ ” เด็กสาวตื่นจากภวังค์ พร้อมหันมามองคู่สนทนา  เธอยืนอึ้งไปพักใหญ่  ก่อนถามกลับ 


    “ เมื่อกี้นายถามว่าอะไร” 


    “ ฮะๆ  สุดยอดไปเลย  เมื่อกี้ชั้นถามเธอว่า.....เจ้าตี๋เตี้ยล่ำนั่นหายไปไหน ” มาวินเกาหัวแกรกๆ


    “ หินกู้ชีพที่ติดตัวผู้เล่นเริ่มทำงานน่ะ ” เด็กสาวกล่าวสั้นๆ  แต่คำตอบดังกล่าวไม่ได้ทำให้มาวินกระจ่างเลย  เลยถามต่อ 


    “ หินกู้ชีพคืออะไร  แล้วเจ้าล่ำนั่นหายไปไหน ”


     

         ดูเหมือนว่าเหมยลี่จะรู้ตัวแล้วว่าคำอธิบายของตนดูไม่เคลียร์  จึงดึงสติกลับมา  พร้อมแจกแจงอย่างละเอียด


    “ มันเป็นไอเท็มที่ผู้เล่นทุกคนต้องมี  ถ้าโดนโจมตีหนักจนถึงตาย  หินจะช่วยลดความเสียหายให้เหลือแค่สลบ  แล้วส่งตัวไปห้องพยาบาล ” 


    “ อ้อ  เข้าใจแล้ว  กีฬานี้น่าจะเซฟผู้เล่นมากกว่าที่คิด  เพราะโจมตีหนักเท่าไหร่  ก็ไม่มีใครตาย  ฮะๆ  ชักคันไม้คันมือ  อยากเล่นบ้างแล้วสิ ” มาวินถูมือไปมา


    “ ใครว่าไม่มี  ถ้าโดนหนักเกินไป  หินก็ช่วยไม่ได้  ฤดูกาลที่แล้วมีนักกีฬาตายเกือบร้อยคนเลยนะ  ส่วนพวกเจ็บหนักหรือพิการมีมากกว่านั้นนับสิบเท่า ” เหมยลี่ร้องค้าน



         ข้อมูลดังกล่าวฟังดูน่าสะพรึงกลัวจนมาวินต้องรีบหันมามองเหมยลี่ เพื่อค้นหาร่องรอยของการหยอกล้อ  แต่ก็พบเพียงสีหน้าที่จริงจัง เลยกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่  พร้อมรำพันกับตัวเองเบาๆ


    “ เฮือก.......ต่อให้ตายซักสิบชาติ  ชั้นก็จะไม่เล่นเกมนี้ ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์) ที่คุณอ่าน