บทที่17 การกลับมาของท่านพ่อ
่นี้อากาศเริ่มเย็นลง ชาวบ้านเริ่มกักตุนอาหาร แม้แต่ที่บ้านอันผิงท่านแม่ก็เริ่มทำผักดองแล้ว อันผิงสังเกตจากท่านแม่เวลาทำแล้วมีแค่ใช้เกลือหมักเท่านั้น แสดงว่าสมัยนี้ยังไม่ผักดองแบบอื่นๆ ใช่หรือไม่ เธอจึงนึกถึงนิยายที่เคยอ่านอีกแล้วเกี่ยวกับหมวดอาชีพผักดอง จึงเดินสำรวจดูในบ้าน ดูว่าสิ่งที่จะนำมาเป็ส่วนผสมได้นั้นมีอะไรบ้าง
อันผิงจึงขอท่านแม่ดองผักเองบ้าง ท่านแม่ไม่ห้ามปรามและสนับสนุนคงดีกว่าที่เธอจะนอนอย่างเดียวบนที่นอนล่ะมั้ง เพื่อความชัวร์ในการทำเธอจึงใช้ระบบค้นหาวิธีทำไปด้วยอันผิงจึงดองผักโดยใช้เกลือ น้ำข้าว และน้ำตาลเพราะจากที่อ่านวิธีนี้จะทำให้ผักดองนั้นหอมมาก
อีกสักเดือนค่อยมาลุ้นอีกที ถ้าได้ตามที่คิดจริงอนาคตก็ให้ท่านแม่ทำขายได้เลย ถือเป็อีกอาชีพหนึ่งที่จะทำเงินให้ครอบครัวที่จริงในโลกปัจจุบันมีผักดองนานาชนิดเลย แต่คงต้องเอาไว้ก่อนเพราะวัตถุดิบบางอย่างนั้น ตอนนี้ดูในครัวยังมีไม่ครบ
เพราะอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ ครอบครัวอันจึงมักเก็บตัวอยู่ในบ้านและไม่ได้ออกมานั่งที่แคร่หน้าบ้านอีกส่วนหนึ่งเพราะท่านแม่เป็ห่วงสุขภาพของอันผิง
เสียงะโข้างนอกรั้วบ้านดังขึ้น เป็เสียงของป้าโจวสามคนแม่ลูกเลยออกมาเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน จึงเห็นชาวบ้านมุงทั้งหลายยืนอยู่พวกเขาส่วนมากแสดงสีหน้ายินดี และเห็นใจ เมื่อมองไปตามสายตาของชาวบ้านจึงเห็นว่ามีเปลวางอยู่บนนั้นมีชายในชุดเก่ามากจนแทบจะเปื่อยขาด เพียงแค่ดึงเบาๆ เนื้อตัวมอมแมมมาก
ท่านแม่ถึงกับร้องไห้ออกมา และทรุดลงนั่งกับพื้นข้างๆ ชายคนนั้นปากพึมพำว่า
“ท่านพี่”
ส่วนอันหยางอาการไม่ต่างจากท่านแม่เขาก็เข้าไปนั่งอยู่ข้างท่านพ่อเหมือนกัน และเอ่ยเสียงเรียกออกมา
“ท่านพ่อ”
อันผิงจึงเข้าใจไปโดยปริยายว่า นี่คือท่านพ่อของเธอ เพราะมีแสงสีขาววิ่งผ่านเข้ามาในหัวพอดี คงเป็เพราะพรเธอสัมฤทธิ์ผลแล้วแต่ดูจากสภาพท่านพ่อที่ถูกหามมาบนเปล อาการน่าจะไม่ดี
“พวกเ้าพาอันหานเข้าบ้านไปก่อนเถอะ” เป็ป้าโจวเอ่ยขึ้น ท่านแม่จึงได้สติ แต่ยังไม่หยุดร้องไห้ส่วนท่านพ่อน้ำตาไหลไม่ต่างจากท่านแม่ ส่วนอันหยางนั้นท่านลุงโจวกอดปลอบไว้ จากนั้นก็ไปช่วยผู้ชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งยกท่านพ่อเข้าไปในบ้าน และมีเด็กชายอีกคนที่อายุน่าจะเท่าๆ อันหยาง ตามเข้าไปในบ้านด้วย
ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆ สลายตัวไปกันหมดแล้ว ไม่ตามเข้ามา มีเพียงป้าโจวที่ตามเข้ามาในบ้านและช่วยจัดแจงเื่ต่างๆให้ลุงโจวไปบอกลูกชายที่อยู่บ้านให้ขับเกวียนไปตามหมอในเมืองมาดูอาการท่านพ่อลุงโจวจึงผละไป
ลุงโจวกลับมาอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะความไม่ไว้ใจผู้ชายวัยกลางคนและเด็กน้อยคนหนึ่งที่สภาพน่าจะเรียกได้ว่าขอทานที่เป็คนพาท่านพ่อมาส่ง ท่านพ่อคงจะรู้สึกถึงความระแวงของลุงโจว จึงบอกกล่าวว่าทั้งสองคนนี้คือผู้มีพระคุณ ที่คอยช่วยเหลือเขาตอนที่ถูกทิ้งให้อยู่ที่หยางโจวซึ่งชายวัยกลางคนมีนามว่า หยางสือ ส่วนเด็กน้อยมีนามว่า หยางเป่า
ลุงโจวจึงดูคลายความกังวลลง แต่ก็ยังลอบมองสองพ่อลูกหยางเป็ครั้งคราวแต่พอป้าโจวใช้ไปต้มน้ำ เพื่อให้ท่านพ่อเช็ดตัว และให้สองพ่อลูกชำระร่างกายด้วยเพราะสภาพมอมเหลือเกิน ดังนั้นสองพ่อลูกหยางจึงตามไปช่วยลุงโจว
ส่วนป้าโจวบอกกล่าวท่านแม่ให้เตรียมเสื้อผ้าเก่าสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ไว้ให้ทั้งสามีของตนและสองพ่อลูกหยาง ส่วนตนเองจัดเตรียมอาหารสำหรับคนปกติ และคนป่วยอย่างท่านพ่อคือโจ๊ก
ลุงโจวยกน้ำอุ่นมาส่งให้ท่านแม่ที่ห้อง แถมยังช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้ท่านพ่อ เพราะถือว่าตนมีกำลังมากกว่า จนตอนนี้ท่านพ่อดูสะอาดขึ้นแต่ตุ่มและแผลที่ิั ลำตัวที่โผล่พ้นเสื้อนั้นเต็มไปหมด
อันผิงเห็นแล้วอนาถใจ ไม่รู้ว่าท่านพ่อต้องผจญกับอะไรมาบ้าง
จากนั้นป้าโจวก็นำน้ำอุ่นมาให้ท่านพ่อจิบ เพื่อรอท่านหมอมาตรวจก่อนส่วนทางพ่อลูกหยางหลังจากได้อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็นั่งกินอาหารอยู่ที่ห้องโถง
เมื่อท่านหมอมาถึง ก็รักษาท่านพ่อโดยการฝังเข็ม และจ่ายยามีทั้งยาต้มและยาทา ส่วนยาต้องกลับไปเอาที่ร้านหมอ ตอนนี้ให้ท่านพ่อกินอาหารอ่อนเช่น โจ๊ก และให้จิบน้ำบ่อยๆ จากนั้นจึงออกมานอกห้อง ท่านแม่ตามออกมาด้วยท่านหมอจึงได้บอกกล่าวท่านแม่ว่า สำคัญที่ขาของท่านพ่อนั้นไร้ความรู้สึกอาจจะเพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง คงต้องฝังเข็มไปสักระยะ และกินยาต้มแต่ไม่รับปากว่าจะสามารถรักษาหายได้หรือไม่
พร้อมทั้งเอ่ยปลอบท่านแม่ว่า รักษาชีวิตไว้ได้ก็ถือว่าดีแล้ว
ส่วนาแ ตุ่มอย่างอื่นทายา กินยา รักษาไปตามอาการ แต่อาจจะหายช้าเพราะใกล้เข้าหน้าหนาว าแมักจะหายช้า
ส่วนเื่ของอนาคต ถ้าเดินไม่ได้จริงๆ ท่านหมอก็แนะนำว่า ที่ร้านยาเต๋อซงมีสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนที่เดินไม่ได้ มันเป็เก้าอี้มีล้อ คนป่วยจะเข็นเองหรือคนในบ้านจะเข็นให้ก็ได้ ให้ท่านแม่ไปสั่งประกอบได้ ราคาตัวละ ห้าตำลึงเงิน
ด้วยความคุ้นเคยกับท่านหมอมาก่อน เพราะเคยรักษาอันผิงท่านแม่จึงฝากท่านหมอให้ติดต่อให้ด้วย ฝากเงินมัดจำไปกับท่านหมอและสองสามวันถ้าเข้าเมืองไป จะไปจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้หรือถ้าเสร็จก่อนก็ให้ร้านมาส่งที่บ้านได้เลย
ท่านหมอตกลงจะเป็ธุระจัดการให้ เมื่อท่านแม่ถามถึงค่ารักษาท่านหมอบอกว่าวันนี้จ่ายแค่ค่ายาอย่างเดียวพอ 1 ตำลึงเงิน
เท่ากับว่า แค่ท่านพ่อกลับมา หมดไปแล้ว 6 ตำลึงเงิน ดีนะที่อันผิงชี้เป้าหารายได้ให้ครอบครัว ไม่งั้นลำบากแน่ๆ
เมื่อทราบที่มาที่ไปของขอทานสองคน ป้าโจวกับลุงโจวก็ขอตัวกลับออกไปพร้อมท่านหมอท่านแม่จึงกล่าวขอบคุณครอบครัวโจว
ตอนนี้ในบ้าน จึงเหลือท่านพ่อที่นอนอยู่ในห้อง และพ่อลูกหยาง ท่านแม่ตอนนี้ที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงกล่าวขอบคุณสองพ่อลูกหยางที่พาท่านพ่อกลับมาและยกห้องของอันผิงให้ทั้งสองคนได้พักผ่อนก่อน
ส่วนอันผิงนั้นย้ายไปนอนที่ห้องของอันหยางแทนพวกเขาจึงหายเข้าไปในห้องของอันผิง
ลับหลังพวกเขาอันผิงจึงใช้พรค้นหาประวัติของคนทั้งสองว่าเป็ใครมาจากไหน ถ้าไม่ชอบมาพากลจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน
ข้อมูลปรากฏขึ้นมาตรงหน้า อันผิงที่ี้เีอ่าน จึงให้เสี่ยวหลงเป่าอ่านให้ฟังในหัว
หยางสือ เป็ชื่อที่ใช้ปลอมตัวมีความจำเป็ต้องปิดบังชื่อแซ่และหน้าตา ใบหน้าจึงมีรอยแผลเป็ เป็ผู้มีวรยุทธสูง เป็คนที่ไม่ดี และไม่เลว และกตัญญูรู้คุณและพร้อมที่จะสังหารคน ที่มาทำร้ายหยางเป่า
ส่วนหยางเป่า ความลับ์ ไม่อาจแพร่งพรายได้
อ้าว แบบนี้ก็ได้เหรอ อันผิงอุทานในใจ
เมื่ออ่านจบ เสี่ยวหลงเป่าก็หายตัวไปทันทีอย่างกับไม่เต็มใจทำหน้าที่นี้
อันผิงไม่ได้สนใจ เพราะกำลังคิดถึงประวัติของพ่อลูกหยางนี่มันต้องเป็เื่ยุ่งยากในอนาคตเป็แน่ นึกถึงนิยายพวกชิงอำนาจ ก็มักมีเนื้อเื่เกี่ยวกับเด็กชายที่ต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอกพร้อมกับองครักษ์เพื่อหลบหนีจากผู้ไม่หวังดี
และที่สำคัญเด็กคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา อาจจะเป็ลูกหลานขุนนางยศสูงเชื้อพระวงศ์ ลูกอ๋อง ดีไม่ดีอาจเป็องค์รัชทายาท ภายภาคหน้าอาจได้เป็ถึงฮ่องเต้แต่นั่นล่ะ ก็ต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ก่อน ซึ่งก่อนจะรอดหรือไม่รอดนั้นใครที่เคยพบเจอนี่สิ ไม่รู้จะต้องติดร่างแหไปด้วยขนาดไหน
ดีไม่ดี ถ้าพวกนักฆ่าตามมาทัน บ้านเธออาจโดนฆ่าปิดปากได้ถึงแม้ความจริงจะเป็ไปได้ยาก เพราะพรที่ขอให้พวกคิดทำร้ายคนบ้านเธอ เป็ลมก่อน 1ชั่วยาม(2ชั่วโมง) แต่ถ้ามากันจริงๆไม่เท่ากับครอบครัวเธอต้องหนีหัวซุกหัวซุนตามไปด้วยเหรอและต้องจุดต่อมความสงสัยของใครต่อใคร ว่าแค่จะทำร้ายคนในบ้านอันทำไมต้องเป็ลม 1ชั่วยาม(2ชั่วโมง)ตลอด
และสองพ่อลูกหยางก็ต้องจับจุดได้เป็แน่ และพวกเขาก็ถือไพ่ว่าเป็ผู้มีพระคุณท่านพ่อและท่านแม่ที่ถือเื่ตอบแทนบุญคุณ จะต้องช่วยเหลือพวกเขาเป็แน่
คิดมาถึงจุดนี้ เ้าเสี่ยวหลงเป่าจงใจใช่ไหมผู้คนตั้งมากมายมีตั้งเยอะ แต่คนที่ช่วยท่านพ่อกลับเป็คนที่อาจนำภัยมาให้ได้ทุกเมื่อแบบนี้
เงียบ เสี่ยวหลงเป่าไม่แม้แต่จะแก้ต่างให้ตัวเองซึ่งปกติระบบก็ไม่ทำอยู่แล้ว
หัวน้อยๆ ของอันผิงจึงคิดหาวิธีป้องกันถ้าเรามีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าคงจะดีไม่น้อย อ้า คิดออกแล้วว่าจะขออะไรดี
‘ข้าขอไอเทม ถ้ามีเหตุร้ายจะเกิดกับสองพ่อลูกหยางนั้นหรือครอบครัวอันของเรา ให้เสี่ยวหลงเป่าแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนสามวัน’
เมื่อแสงสีขาววิ่งผ่านหัวไป การขอถือว่าสำเร็จมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าก่อน 3 วันถึงตอนนั้นน่าจะหาวิธีเอาตัวรอดปลอดภัยกันได้แล้ว
แต่จะให้ดี หวังว่า เื่ที่เธอคิดเป็ตุเป็ตะ จะไม่เกิดขึ้นถึงจะดีที่สุด
อาจเพราะท่านพ่ออ่อนเพลีย หลังจากกินโจ๊กที่ท่านป้าโจวป้อนตอนที่ท่านแม่ฟังท่านหมอ จึงหลับไปส่วนยาต้องรอให้ลูกชายคนโตของป้าโจวเอาส่งให้อีกที หลังจากกลับจากส่งท่านหมอในเมือง
ส่วนสองพ่อลูกหยาง(เขาแนะนำตัวแบบนี้ ก็คงต้องเรียกแบบนี้)หลังจากแยกเข้าห้องของอันผิง ก็เงียบไปเลยอันผิงทำทีเป็เดินเข้าห้องผิด เปิดประตูเข้าไปดู จึงเห็นหยางสือนอนอยู่บนเตียงและหยางเป่านอนอยู่ด้านใน ไม่รู้หลับกันจริงหรือเปล่า เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เลยปิดประตูลงอย่างเบามือ
พอถึงกลางยามเซิน(15.00-17.00) ท่านแม่ก็ให้อันหยางไปตามสองพ่อลูกหยางออกมากินข้าวเย็นจึงเป็มื้อแรกที่สองพี่น้องอัน และพ่อลูกหยางได้นั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันอันผิงเพราะรู้ประวัติเขาอยู่แล้วจึงไม่แปลกใจที่เห็นพวกเขาสองคนกินอาหารกันอย่างมีมารยาท
เมื่อมาได้เห็นหน้าตากันอย่างชัดเจนหลังจากที่ตอนแรกวุ่นอยู่ที่ความอยากรู้อยากเห็นอาการของท่านพ่อ
หยางสือหน้าตาดูขึงขัง ตัวโต รอบกายแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ใครไม่อยากจะเข้าใกล้รู้สึกยำเกรง ถ้าเธอไม่ใช่ผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ตอนที่อยู่ใกล้ๆเขาเช่นนี้คงร้องให้จ้าแล้ว เพราะอันหยางผู้เป็พี่ยังมีอาการเกร็งและหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูกแสดงออกเป็บางคราว
ส่วนหยางเป่า แม้จะอยู่ในเสื้อผ้าเก่าของอันหยางแต่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เด็กนี่หน้าตาดีโดยกำเนิดของจริง ดูหน้าตาผิวพรรณบ่งบอกว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ และถ้าเมื่อโตมาจะต้องหล่อเหลาจนหญิงสาวต้องเฝ้าฝันถึง เพราะทุกส่วนบนใบหน้ารวมกันเรียกได้ว่า เหมาะเจาะ ไม่มีอะไรขาดอะไรเกินอันหยางพี่ชายของเธอที่ว่าหน้าตาดีแล้ว แต่มาเจอเด็กนี่ก็กลายเป็แค่หล่อแบบบ้านนอกเท่านั้น
พอได้เห็นหน้าตาหยางเป่า ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงนิยายที่เคยอ่านแบบคิดเข้าข้างตัวเอง
เด็กที่โผล่มาที่บ้านของตัวเอกที่ทะลุมิติมาแบบเธอ มักจะได้บทนางเอกและมีโอกาสสูง ที่พระเอกจะเป็เด็กชายหยางเป่าตรงหน้าหรือนี่คือว่าที่สามีของเธอในอนาคตบางทีพรที่มีอาจมีไว้เพื่อช่วยเหลือพระเอกก็เป็ได้
แต่เนื้อเื่แนวนี้ถ้าเสพเพื่อความบันเทิง ก็พอโอเคอยู่เพราะเธอนึกไม่ออกว่า ถ้าตัวเองจะต้องไปต่อสู้กับพระเอกเคียงบ่าเคียงไหล่แล้วเธอคงไม่มีความสามารถนั้น
เธอฝันแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่า การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นนั้นด้วยสติปัญญาอย่างเธอ ไม่น่าจะรอด แถมคนที่มีฐานันดรศักดิ์ส่วนมากมักมีหลายเมีย เพื่อเส้นสายของอำนาจ
ถึงแม้จะมีหลายเื่ ที่พระเอกรักเดียวใจเดียวแต่ในความเป็จริงมันจะเป็แบบนั้นได้จริงหรือและยิ่งเด็กน้อยตรงนี้ที่ระหกระเหินหนีตายไปทั่วแบบนี้เมื่อมีวิธีที่เขาจะได้อำนาจ เขาน่าจะทำทุกทาง เพื่อหวนกลับไปอยู่จุดเดิมเพื่อแก้แค้นพวกที่ทำร้ายเขา ดีไม่ดีพอได้สิ่งที่้า หญิงสาวที่แต่งปูทางเพื่ออำนาจก็อาจจะถูกนักเขียนเ้าของเื่ เขียนให้ทำชั่ว หรือตายจากไป ซึ่งไม่ยุติธรรมกับหญิงสาวเ่าั้เลยสักนิด
ไม่อย่างนั้นจะมีเื่อย่างหญิงสาวที่ถูกหลอกใช้ในเื่เมื่อตายไปย้อนเวลากลับมาอีกครั้งใน่เด็ก หรือเด็กสาวเหรอ ใครที่มันทำร้ายหล่อนหล่อนก็จะตอบแทนพวกมันอย่างสาสม ผลาญมันให้หมดดีไม่ดีกลัวมันจะเป็กงกรรมกงเกวียนกันอยู่แบบนั้น
แค่คิดเนื้อเื่นิยายที่อ่านกันหลายเื่ก็วิ่งวุ่นชนกันอยู่ในหัว
เลิกคิดดีกว่า ปวดหัว
อาจเพราะเป็เด็กผู้ชายวัยเดียวกัน หลังจากกินข้าวเย็นได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อดี(15 นาที) ทั้งอันหยางและหยางเป่าก็สามารถพูดคุยกันได้แล้วอันหยางจึงพาเขาไปเดินดูหลังบ้าน ส่วนหยางสือก็ตามไปด้วย คงจะไปสำรวจหาทางหนีทีไล่
อันผิงไม่ได้ตามไป เธอย้ายตัวเองไปยังห้องท่านแม่ที่ตอนนี้ทายาให้พ่ออยู่
ยามโหย่ว(17.00-19.00) ท่านพ่อก็ตื่น แต่ท่านแม่ออกไปอุ่นโจ๊กอยู่ทั้งห้องจึงมีเพียงเธอและท่านพ่อ เมื่อสายตาท่านพ่อมองมา เธอจึงมองตอบไปตอนนี้หน้าตาท่านพ่อดูอิดโรย เห็นดังนั้นเธอจึงลงจากเก้าอี้ไปเปิดประตูเรียกท่านแม่ เพื่อบอกว่าท่านพ่อตื่นแล้ว
ท่านแม่จึงกลับเข้ามาในห้อง ในมือถือถ้วยโจ๊กมาด้วย กล่าวชมอันผิง
“ผิงเอ๋อร์เก่งมาก ดูแลท่านพ่อ”
“ข้าเก่งที่สุดเ้าค่ะ” ชมตัวเองเสียหน่อยพวกผู้ใหญ่มักชอบกริยานี้ของเด็ก
“ท่านพี่นี่คือผิงเอ๋อร์ของเรา ลูกหายดีแล้วท่านพี่ไม่ต้องกังวลแล้ว”
อันผิงยิ้มแฉ่งให้ท่านพ่อแต่อาจเพราะป่วยมานานสีหน้าท่านพ่อจึงมีแต่ความอิดโรย รอยยิ้มส่งตอบมาของท่านพ่อนั้นดูฝืนๆ
ท่านแม่จึงป้อนโจ๊กท่านพ่อระหว่างป้อนก็เล่าเื่ที่ผ่านมาให้ท่านพ่อฟังละเว้นเื่ที่ต้องไปทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงดูเธอและอันหยางไว้เธอเดาว่าคงเพราะไม่อยากให้ท่านพ่อนั้นเครียด มีผลต่อการรักษา ท่านแม่เล่าว่าโชคดีอย่างมากขึ้นเขาไปเจอเห็ดหลินจือ จึงนำไปขายได้เงินถึง 200 ตำลึงทองนั่นจึงทำให้ท่านแม่ไม่ลำบากอีกเลย
อันผิงหูผึ่ง รวยแล้ว ครอบครัวเธอรวยแล้ว
“ท่านพี่ไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ พวกเราสบายดีและมีกำลังพอที่จะดูแลท่านพี่ได้ ท่านพี่ต้องรักษาตัว กินยา ไม่นานก็จะหาย”
จากนั้นก็ออกไปยกชามยา สองพ่อลูกจึงถูกทิ้งไว้ด้วยกันอีกครั้ง อันผิงจึงเดินไปใกล้เตียงท่านพ่อ ซึ่งตอนนี้น่าจะตกอยู่ในภวังค์บางทีอันผิงก็คิดว่า ถ้าเธอไม่ขอพร ท่านพ่ออาจจะยอมใช้ชีวิตขอทานเป็แน่เพราะถ้ากลับมา อาจกลัวว่าจะเป็ภาระของครอบครัว
“เพี้ยง หายๆ” อันผิงจึงเลียนแบบผู้ใหญ่ที่ชอบหลอกเด็กเวลาซนแล้วล้ม แค่เป่าตรงแผลเบาๆ อาการก็จะดีขึ้น แผลไม่หาย แต่มันดีต่อใจคนเราเมื่อใจดี ทุกอย่างก็ดีเอง
ลมเบาๆ ที่เป่าโดนแขนท่านพ่อนั้น ทำให้เขารู้สึกตัวหันมามองทางลูกสาวตัวน้อย ที่ยืนยิ้มให้อยู่ แสดงสีหน้าว่าชมข้าสิท่านพ่อจึงยกมือขึ้นลูบหัวน้อยๆ นั่น เป็่ที่ท่านแม่ถือชามยาเข้ามาพอดี
“ผิงเอ๋อร์ ทำอะไรจ๊ะ” ท่านแม่ถาม
“เป่าๆ แบบนี้เ้าค่ะ” ทำให้ท่านแม่ดูอีกรอบ
“อย่างนี้ท่านพ่อต้องหายไว แน่ๆ ผิงเอ๋อร์เก่งที่สุด”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าเก่งที่สุด”
แน่นอนมันเพียงแค่การแสดงเล็กน้อย ที่จะทำให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้นน่ะหรือจริงๆ เธอก็มีฝีการแสดง