ตอนที่ 110 วิ่งไต่? วิ่งไต่เนี่ยนะ!
โพรงถ้ำทางด้านซ้ายที่เชนและฟางหรูเข้ามานั้น ภายในนี้ก็มีหินเรืองแสงพอให้เห็นประปราย ทำให้มีแสงเพียงพอแค่เห็นทางเดินเพียงรางๆเท่านั้น แม้แสงจะไม่มากนักแต่ก็พอทำให้เชนนั้นเห็นลักษณะของถ้ำนี้ได้ ถ้ำแห่งนี้ไม่เหมือนถ้ำที่ผ่านๆมาที่เขาเคยเข้า ทุกถ้ำที่เขาเคยเข้าไปในนั้นเต็มไปด้วยหินงอกและหินย้อยเต็มไปหมดทั้งบนเพดานและพื้นถ้ำ แต่ที่นี่ไม่มีหินงอกหินย้อยให้เห็นเลยแม้แต่อันเดียวต้องบอกก่อนว่าหินงอกหินย้อยนั้น เกิดขึ้นได้โดยน้ำที่มีกรดคาร์บอนิกและแคลเซียมจากหินปูนที่ค่อยๆหยดลงมาจากเพดานถ้ำ เมื่อน้ำที่หยดลงมาเหล่านั้นระเหยไป ก็จะเกิดการทับถมของแคลไซต์และหินปูน เมื่อเวลาผ่านไปพันปีหรือเป็นหมื่นๆปี การทับถมนี้ก็จะให้กำเนิดหินงอกและหินย้อยอย่างที่เราได้เห็นกันปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยก็คือน้ำ แต่ภายในถ้ำแห่งนี้นั้นมีความร้อนที่สูงมาก น้ำภายในถ้ำแห่งนี้จึงระเหยไปจนหมดสิ้นแล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ไร้ซึ่งหินงอกหินย้อยให้เห็น..เชนและฟางหรูค่อยๆเดินไปตามทางที่มืดมิดนั้นเรื่อยๆ"หรูหรู ซิลมันเก่งมากไหม"เชนกล่าวถามขณะกำลังเดินไปเรื่อยๆ"ฉันไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวหรอกค่ะ แค่พอเคยได้ยินชื่อมาบ้าง เพราะงั้นเลยไม่เคยเห็นเขาสู้มาก่อนเลย..แต่ฉันเคยได้ยินคนในสังกัดพูดถึงเขาว่า เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาที่สูงมาก สูงจนถึงขั้นไปเตะตาผู้เชี่ยวชาญโอสถท่านหนึ่งในศูนย์ใหญ่เทพโอสถ จนท่านลงมารับเขาเป็นลูกศิษย์ด้วยตัวเองเลยล่ะค่ะ"ฟางหรูที่เดินอยู่ด้านข้างกล่าวสิ่งที่เธอพอจะรู้เกี่ยวกับซิล"ผู้เชี่ยวชาญโอสถ.."เชนเคยได้ยินชื่อนี้มาจากชินหมอประจำตัวของไรม์ ผู้เชี่ยวชาญโอสถ..ถ้าต้องการให้ผู้ที่อยู่ในระดับขั้นนี้รักษามิ้นท์น้องสาวของเขา เขาต้องจ่ายเงินในราคา..เก้าร้อยล้านคลีด"ถ้าฉันฟังไม่ผิด เมื่อกี้มันบอกว่าหรูหรูเคยสู้กับรุ่นพี่มันหรือยังไงนี่แหละใช่ไหม?"เชนสลัดเรื่องเงินเก้าร้อยล้านคลีดออกจากหัวแล้วชวนฟางหรูคุยต่อ โดยที่เท้าก็ยังไม่หยุดย่ำพื้นเดินฝ่าความมืดไปเบื้องหน้า"ก็ไม่รู้ว่าใช่รุ่นพี่เขาไหมนะคะ แต่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ฉันเจอกับคนของเทพโอสถจริงๆค่ะ"ฟางหรูกล่าวตอบโดยไม่ปิดบัง เธอเองก็รู้สึกแปลกใจตัวเองไม่น้อย ทั้งที่ปกติเธอนั้นไม่ใช่คนชอบคุยเท่าไหร่นักแท้ๆ แต่พอคุยกับเชนเธอกลับรู้สึก..ปลอดภัยและไว้ใจอย่างประหลาด จนไม่มีความรู้สึกว่าต้องปิดบังอะไรเลย"จากที่ได้ยินมันพูด หรูหรูคงจัดการซะอยู่หมัดเลยสิท่า""เรียกแบบนั้นก็คงจะเกินไปสักหน่อยค่ะเชน เรียกว่าสไตล์การต่อสู้ของฉันชนะทางคงจะเหมาะสมกว่าค่ะ"ฟางหรูกล่าวอย่างถ่อมตน ทั้งที่การได้รับตำแหน่งอันดับหนึ่งสาขาย่อยสี่สังกัดเช่นนี้ มันมีพลังมากพอที่จะโอ้อวดใครก็ได้แท้ๆ ยิ่งย้ำให้เห็นชัดถึงนิสัยของฟางหรูได้เป็นอย่างดีเชนเมื่อได้ยินฟางหรูกล่าวเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจว่าฟางหรูนั้นกล่าวถ่อมตัวตามนิสัยของเธอ แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องหนึ่งนั่นคือ ผู้ที่สามารถเข้าไปถึงรอบแปดคนสุดท้ายในการประลองระดับนั้นได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา นักล่าของเทพโอสถผู้นั้นย่อมเป็นผู้แข็งแกร่งที่หาตัวจับยากอย่างแน่นอน..แต่ การที่สามารถชนะทางคนระดับนั้นได้อย่างฟางหรู ยิ่งชี้ชัดถึงฝีมือของเธอได้เป็นอย่างดีจนเชนรู้สึกขึ้นมาว่า..อยากเห็นฟางหรูสู้สักครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เขาเพียงโดนจิตกดดันของเธอ เขาก็รู้สึกได้เลยทันทีว่าผู้หญิงคนนี้..แข็งแกร่ง!เดินไปพลางพูดคุยกันไปพลางตามทางเดินอันมืดสลัวราวสิบนาที ทันใดนั้นเชนและฟางหรูก็ต้องหยุดชะงักแล้วมองตรงไปยังเบื้องหน้า เพราะเบื้องหน้าของทางเดินถ้ำอันมืดสลัวแห่งนี้ตรงนั้นมีปากถ้ำปรากฏอยู่! แถม..นอกปากถ้ำนั้นยังมีแสงสีแดงส้มอันแปลกประหลาดให้เห็นอีกด้วย!เชนกับฟางหรูหันมามองหน้าแล้วก็พยักหน้าให้กัน พวกเขารีบวิ่งเหยาะๆไปยังปากถ้ำที่มีแสงสีแดงส้มนั้นเพื่อหวังจะออกไปจากทางเดินอันมืดมิดนี้เสียทีเสียงเท้าสองคู่กระทบพื้นดังเป็นเสียงสะท้อนไปตามทางเดินถ้ำ เชนยิ่งวิ่งเข้าใกล้ปากถ้ำมากเท่าไหร่ แสงสีแดงส้มที่เขาเห็นรางๆจากที่ไกลนั้น ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดทั้งสองก็วิ่งมาถึงปากถ้ำ..แต่แทนที่ทั้งสองจะรีบก้าวเดินออกไป พวกเขากลับ..หยุดชะงักนิ่งตรงปากถ้ำทั้งสองคน"นี่.."เชนที่หยุดยืนอยู่ตรงปากถ้ำ มองออกไปด้านนอกที่มีแสงสีแดงส้มสว่างไสวนั้นพร้อมกับอ้าปากขึ้นเล็กน้อยนั่นเพราะด้านนอกถ้ำนั้น..ไร้ทางเดิน! กล่าวว่านอกปากถ้ำแห่งนี้เป็นหลุมลึกที่เหมือนหุบเหวก็ไม่ได้กล่าวเกินไปนัก จากที่เขาเห็น ด้านนอกนี้เหมือนเป็นโถงทรงกลมขนาดใหญ่เท่าครึ่งสนามฟุตบอล มีเพดานที่สูงขึ้นไปเกือบยี่สิบเมตร ส่วนด้านล่างนั้น.."เชน..ดูด้านล่างสิคะ"เชนได้ยินเสียงฟางหรูจึงละสายตาจากเพดานถ้ำแล้วหันไปมองเธอ จึงเห็นว่าขณะนี้ฟางหรูเธอกำลังชะโงกและหน้ามองนิ่งลงไปในหลุมเหวลึกที่คาดว่าเป็นต้นกำเนิดแสงสีแดงส้มเหล่านี้เชนก็ไม่รอช้าก้าวขาไปหยุดที่ปากถ้ำที่เหมือนขอบผา แล้วชะโงกหน้าลงไปมอง แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง!นั่นเพราะด้านล่างของหลุมเหวนี้ ลึกลงไปประมาณยี่สิบเมตรนั้นเต็มไปด้วย..แมกมา!แมกมาจำนวนมหาศาลกำลังเดือดปุดๆจนทั้งสองที่อยู่สูงขึ้นไปเกือบยี่สิบเมตรยังสังเกตเห็นได้ แสงสีแดงส้มที่สาดส่องให้โถงทรงกลมนี้สว่างไสวก็มาจากแมกมาที่กำลังเดือดพล่านเหล่านี้นั่นเอง ถ้าไม่มีวิชากระบี่ปรับสภาพ ด้วยระยะแค่นี้คงทำเอาเชนเหงื่อแตกเป็นสายน้ำแน่นอน"ให้ตายสิ ทางตันเหรอเนี่ย"เชนกล่าวพร้อมถอนหายใจอย่างเสียดาย"ช่วยไม่ได้ คงต้องเดินกลับไปแล้วไปอีกทา..""เดี๋ยวค่ะเชน ดูนั่นสิคะ"ขณะที่เชนคิดว่าคงมาเสียเปล่าแล้วนั่น ฟางหรูที่ยืนอยู่ข้างด้านข้างก็กล่าวขัดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังด้านบนผนังถ้ำฝั่งตรงข้ามเชนมองตามนิ้วของฟางหรูอย่างสงสัยว่าเธอให้เขามองอะไร ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าด้านนอกเป็นหลุมเหวที่ไร้ทางเดิน แต่เมื่อเชนเงยหน้ามองไปยังทิศที่นิ้วเรียวของฟางหรูชี้ เขาก็ต้องขมวดคิ้วพร้อมหรี่ตาเพ่งมองทันที"นั่นมัน.."เชนอุทานเบาๆเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่บนผนังถ้ำของอีกฝั่ง เพราะอีกฝั่งที่ไกลออกไปประมาณห้าสิบเมตร ด้านบนของผนังฝั่งนั้นมันมี..ปากถ้ำ! มันมีปากถ้ำอยู่ตรงอีกฝั่งหนึ่ง!"ปากถ้ำ!"ด้วยระยะที่ไกลพอสมควรทำให้ในตอนแรกเชนจึงไม่ได้สังเกต ยิ่งตำแหน่งของมันนั้นอยู่สูงขึ้นไปจากตำแหน่งปากถ้ำที่พวกเขาอยู่ราวๆสิบเมตรยิ่งทำให้มองยากเข้าไปใหญ่ แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาที่เฉียบคมของฟางหรูไปได้ ปากถ้ำนั้นดูแล้วคงมีขนาดเท่าปากถ้ำที่ทั้งสองยืนอยู่ในขณะนี้ ส่วนด้านในถ้ำอีกฝั่งเชนเห็นเพียงความมืดเท่านั้นแม้จะเห็นว่ามีปากถ้ำอยู่อีกฝั่ง แต่ปัญหาก็คือ.."แล้วจะไปยังไงล่ะเนี่ย"ก็อย่างที่บอกว่าด้านนอกถ้ำนั้นไม่มีที่หยั่งถ้ำหรือสะพานเลยสักนิด แถมด้วยระยะที่ไกลขนาดนี้การจะกระโดดข้ามไปก็ตัดทิ้งไปได้เลย แต่เมื่อเชนชะโงกคอมองสำรวจตามผนังถ้ำแล้วนั้นก็พบว่า ผนังถ้ำของโถงนี้นั้นมีรูปร่างขรุขระและตะปุ่มตะป่ำ ถ้าต้องการจะไปยังอีกฝั่งก็อาจจะสามารถไต่ไปตามผนังถ้ำเหล่านี้ได้อยู่ แต่..มันก็เสี่ยงไม่น้อยยิ่งด้านล่างเป็นแมกมาด้วยแล้ว"อืม..อาจจะใช้ผนังถ้ำที่ผิวตะปุ่มตะป่ำพวกนี้หยั่งเท้าและจับเพื่อไต่ไปได้อยู่ แต่ปัญหาอีกอย่างก็คือผนังถ้ำที่น่าจะร้อนมากนี่แหละ..หรูหรูคิดว่าไง"เชนหันไปถามความเห็นฟางหรู"ฉันว่าก็ได้อยู่นะคะ ผนังแบบนี้น่าจะใช้เป็นฐานหยั่งเท้าเพื่อวิ่งไต่ไปอีกฝั่งได้"ฟางหรูกล่าวออกความเห็นพร้อมมองไปยังผนังถ้ำ"นั่นสินะถ้าวิ่งไต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนของผนัง...เดี๋ยว หรูหรูว่าอะไรนะ"เชนหยุดชะงักเพราะเหมือนเขาจะได้ยินฟางหรูบอกว่า..วิ่งไต่? วิ่งไต่เนี่ยนะ!"ว่าอะไรคะ?"ฟางหรูหันมามองเชนอย่างสงสัย"ก็เมื่อกี้หรูหรูบอกว่าวิ่งไต่..ไปบนผนังถ้ำ""ใช่ค่ะ ฉันบอกว่าวิ่งไต่ไปบนผนังถ้ำ"ฟางหรูกล่าวตอบด้วยสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมเชนถึงถามเธอแบบนี้ ถ้าเป็นผนังเรียบ การวิ่งไต่ไปก็คงยากจริงๆนั่นแหละ แต่ผนังที่ขรุขระแบบนี้มัน..ง่ายจะตายไปส่วนเชนเมื่อได้เห็นสีหน้างุนงงของฟางหรู เขาก็รีบกล่าวออกมาทันที"ก็มันแปลกตรงวิ่งไต่ไปไงเล่า!" "นี่เชนไม่มีวิชาตัวเบาเหรอคะเนี่ย!"ฟางหรูกล่าวด้วยสีหน้าตกใจ หลังจากพูดคุยกันอยู่สักพักเธอก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเชนถึงตกใจเมื่อเธอบอกว่าจะวิ่งไต่ไป นั่นเพราะเชนไม่มีวิชาตัวเบา!"วิชาตัวเบา? เอิ่ม น่าจะไม่มีนะ"เชนครุ่นคิดอยู่ครู่แล้วกล่าวตอบไป"ทั้งที่เชนใช้ก้าวพริบตาได้ แต่กลับใช้วิชาตัวเบาไม่ได้เนี่ยนะคะ"ฟางหรูตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินว่าเชนนั้นไม่มีวิชาตัวเบาวิชาตัวเบา คือวิชาและเทคนิคในการก้าวเท้า ขยับเคลื่อนไหวร่างกาย และหมุนเวียนปราณให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหว เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ส่วนจะมีเทคนิคการก้าวเท้าและหมุนเวียนปราณเช่นไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับแนวและวิชาตัวเบาที่ฝึกส่วนก้าวพริบตานั้นจะเรียกว่าวิชาตัวเบาก็คงไม่ถูกนัก ควรเรียกมันว่าวิชาเคลื่อนที่เสียมากกว่า เพราะก้าวพริบตานั้นใช้เคลื่อนที่เป็นครั้งๆไป ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องติดต่อกันได้เหมือนวิชาตัวเบา แต่ถ้าถามว่าวิชาตัวเบากับวิชาเคลื่อนที่แบบไหนฝึกยากกว่ากัน ก็คงต้องบอกว่าเป็นวิชาเคลื่อนที่แน่นอน และการจะใช้วิชาเคลื่อนที่ได้นั่น ก็ต้องมีวิชาตัวเบาเป็นพื้นฐานก่อนเป็นอันดับแรก....แต่เชนนั้นกลับไม่ได้มีพื้นฐานวิชาตัวเบาอะไรเลย กลับสามารถใช้ก้าวพริบตาที่แม้แต่เธอก็ยังใช้ไม่ได้..แปลก ยิ่งรู้จักเขามากเท่าไหร่เธอยิ่งรู้สึกว่าชายคนนี้ช่าง..แปลกประหลาดนัก -----------เกร็ดความรู้เล็กน้อยจากคิดเอง เขียนเอง ลงเองเคยสงสัยกันไหมครับว่าแมกมา(Magma)กับลาวา(Lava)ต่างกันยังไง? วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟัง มันต่างกันตรงที่สะกดไม่เหมือนกันครับ..ล้อเล่นๆ มันต่างกันตรงที่แมกมา(Magma)นั้นคือหินหนืดที่เคลื่อนตัวอยู่ในวงจำกัดหรือเอาง่ายๆมันคือหินหนืดที่ยังไม่ปะทุและอยู่ใต้ภูเขาไฟนั่นเอง ส่วนลาวา(Lava)คือชื่อเรียกของหินหนืดที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟแล้วนั่นเองครับ