"สองคนนี้แอบติดตามมาตั้งแต่ในเมืองเหอหนานและเพื่งมาแสดงตัวเอาตอนนี้ ในเขตป่าเขารกร้างมิมีผู้ใด คงจะมิใช่เจตนามาดีแน่ ข้าจะสอบถามก่อนว่าพวกมันแอบสะกดรอยตามมาเพราะเหตุใด เพราะข้ามิเคยรู้จักคนพวกนี้มาก่อน มิทราบแม่นางเหมี่ยวเซี๊ยะเคยพบเจอหรือมีความแค้นกับคนเหล่านี้มาก่อนบ้างรึไม่ จะได้รู้ต้นสายปลายเหตุ"
"ข้ามิเคยรู้จักสองคนนี้และมั่นใจว่ามิเคยสร้างความเจ็บแค้นให้ผู้ใดมาก่อนเช่นกัน แต่จากการพูดจาหยาบคายเช่นนี้มิสมควรจะให้พวกมันมีชีวิตอยู่ สองคนนี้คงมิใช่คนดีอะไร ที่ผ่านมาคงอาศัยพลังฝีมือก่อกรรมทำเข็ญกับผู้บริสุทธิ์มามิน้อย"
นงคราญสุรางสวรรค์กล่าวด้วยเสียงเย็นยะเยียบ กังหลงก้าวออกมาพร้อมสอบถามคนทั้งสอง
"มิทราบพวกท่านเป็นใครมาจากที่ไหน มีเจตนาใดถึงได้แอบสะกดรอยตามพวกข้ามาตั้งแต่ในเมืองเหอหนาน ข้าจำได้ว่าข้ากับพวกท่านมิเคยรู้จักกันมาก่อน"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มพวกข้ากับพวกเจ้าย่อมมิเคยรู้จักกันมาก่อน แต่พวกเจ้าต้องมาอายุสั้นเพราะความเป็นอัจฉริยะนี่แหละ นายของข้ามิต้องการให้อาณาจักรของพวกเรามีคู่แข่งที่มีความสามารถมาแย่งชิงสิทธิ์อัจฉริยะของอาณาจักรของพวกข้าไป พวกเจ้ามิผิดหรอกแต่ผิดที่ความสามารถด้านโอสถของพวกเจ้าโดดเด่นจนเกินไป แต่มิต้องกลัวไป ข้าจะรวบรัดให้ความสบายแก่เจ้าในทันทีเห็นแก่เจ้าที่นำพาสาวงามมาเป็นของกำนัลให้กับพวกข้า นับเป็นสาวงามที่ยากจะพบพานในใต้หล้า ในอาณาจักรของข้าสตรีงามเช่นนี้ยากจะพบเจอนัก ฮ่า ฮ่า"
ได้ยินเช่นนั้นทั้งกังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์ถึงกับตกใจ ที่มีคนจากอาณาจักรอื่นคิดมาสังหารพวกตน มิทราบเป็นเพราะเหตุใดอาณาจักรอื่นถึงกับส่งคนมากำจัดคู่แข่ง คงต้องมีสิ่งสำคัญยิ่งที่เป็นชนวนเหตุให้พวกเขาทำเช่นนี้หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการแข่งขันระดับอาณาจักรที่จะเกิดขึ้น ทั้งคู่โพล่งถามไปทันที
"พวกท่านมิใช่คนของอาณาจักเนตรอสูรเราหรอกรึ ?"
"เจ้าสามเจ้าถึงกับเปิดเผยตัวตนไปหากนายท่านล่วงรู้เจ้าได้รับโทษหนักแน่..รีบจัดการเร็วเข้า..หากมีเหตุเปลี่ยนแปลงหรือมีใครหนีไปได้ปัญหาที่ตามมาพวกเรามิอาจจะรับไหว.!!"
ผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวตำหนิและสั่งให้ลงมือผู้ที่ถูกเรียกเจ้าสามจึงปลดปล่อยพลังปราณระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ช่วงชั้นสูงสุดออกมาพร้อมพุ่งเข้าหากังหลงในทันที
"วูบบบบ.."
"ปัง..!!"
"ฮั่ก..!!"
ผู้ที่ถูกเรียกเจ้าสามยังมิทันจะจู่โจมถึงตัวกังหลงก็ต้องกระเด็นหมุนเหมือนลูกข่างตีลังกากลับหลังเลือดลมพลุ่งพล่านสัมผัสได้ถึงท่าร่างอันรวดเร็วยิ่งพร้อมระดับปราณราชันย์ที่แผ่พุ่งออกมาฟาดโจมตีจนตนสะท้อนกลับมาเมื่อยืนหยัดมั่นหันไปมองพบว่าผู้ที่ต้านรับการจู่โจมของตนกลับเป็นสตรีโฉมสะคราญปานเทพธิดาที่มากับบุรุษหนุ่มถึงกับตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด ระล่ำระลักกล่าวอย่างหวาดหวั่น
"ราชันย์..!! ถึงกับเป็นราชันย์รุ่นเยาว์หรือจะเป็นคนผู้นี้ที่กำจัดเหวินต้าหัวไป พี่ใหญ่จะทำอย่างไรดีท่านกับข้าร่วมมือกันมิทราบสามารถกำจัดหนึ่งในสองได้รึไม่ ? "
"คงจะเป็นอัจฉริยะที่เพิ่งเข้าสู่ปราณราชันย์ทั้งระดับปราณทั้งประสบการณ์การต่อสู้คงยังไม่หนาแน่นพอหากเราสองร่วมมือกันจู่โจมคงจะมิเป็นปัญหาใด ในเมื่อทั้งสองเห็นพวกเราและทราบถึงเรื่องราวแล้วคงมิอาจให้เรื่องราวเหล่านี้เปิดเผยออกไปได้ลงมือพร้อมกันสยบสตรีนางนี้ก่อนถ้าร่วมมือกันแล้วเป้าหมายตึงมือมากค่อยหาทางหลบหนี"
ทั้งสองปรึกษากันผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวขึ้น
"มินึกว่าอาณาจักรเนตรอสูรถึงกับกำเนิดราชันย์รุ่นเยาว์ขึ้นแล้ว หรือว่าเป็นแม่นางผู้นี้ที่ก่อนหน้านี้เป็นผู้กำจัดเหวินต้าหัวไป "
"ข้ามิรู้จักเหวินต้าหัวอะไรนั่นท่านทั้งสองเมื่อมิมีเจตนาดีก็มิอาจจากไปอย่างรวบรัด"
หันไปกล่าวกับกังหลงอย่างนุ่มนวล
"คุณชายรบกวนท่านไปอยู่ด้านตรงข้ามคอยช่วยจัดการต่อหากมีผู้ใดคิดหลบหนีรอบแรกให้ข้าได้ระบายโทสะในวาจาอันหยาบช้าของพวกมันทั้งสองก่อน"
กังหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสงบเมื่อได้ยินนงคราญสวรรค์กล่าวจึงเดินอ้อมไปอีกทางไปดักอยู่ตรงตำแหน่งที่สามารถควบคุมชายกลางคนทั้งสองได้ พร้อมกล่าวขึ้น
"แม่นางโปรดระมัดระวังตัวด้วย"
"เหอ..ๆ..รีบพลอดรักสั่งลากันให้จบก่อนที่จะมิมีโอกาส..แต่มิต้องกังวลสตรีงามยากจะพบพานเช่นเจ้าพวกเราทั้งสองจะดูแลให้ความสุขอย่างจุใจก่อนตายฮ๋า ..ฮ่า..ฮ่า"
ผู้ที่ถูกเรียกเจ้าสามหัวเราะลั่นพร้อมน้ำลายอันหท่นกนะหายที่เริ่มไหลย้อยออกมาอย่างน่าเกลียดกล่าวขึ้นพร้อมจ้องมองนงคราญสุรางค์สวรรค์จนน้ำลายสอแทบจะหยดลงสู่พื้นเนื่องจากมันตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้ยังมิเคยพบเจอสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อนและคิดว่าถึงแม้นางจะอยู่ในระดับปราณราชันย์ แต่ด้วยอายุที่ยังเยาวว์วัยยิ่งประสบการณ์และเล่ห์กลต่าง ๆในการต่อสู้ก็คงมิอาจเทียบเทียมกับพวกตนที่ผาดโผนมาแล้วมากกว่าอายุของสตรีนางนี้เสียอีก
"สาวหาว..!!..ด้วยวาจาอันลามกสกปรกเช่นนี้..ข้าจะให้เจ้าแหลกลาญมิมีชิ้นดี"
หลังจากได้ยินวาจาจาบจ้วงอันน่าบัดสีและท่าทางอันน่าสะอิดสะเอียน นงคราญสุรางค์สวรรค์เปี่ยมด้วยสีหน้าอำมหิตพุ่งกายเข้าหาผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้าสามด้วยความรวดเร็วยิ่งจนมิอาจมองทันว่าเคลื่อนไหวด้วยท่าร่างใดเสียงตบดังสนั่นหวั่นไหวร่างหนึ่งกระเด็นออกไปพร้อมโลหิตและฟันจำนวนสามซี่กระเด็นออกจากปาก
"ฟ้าววว..."
"เพี๊ยะ.."
"โครม.!!"
"ฮั่ก..!!"
ผู้เป็นพี่ใหญ่ถึงกับตะลึงงันขยี้ตามองอีกครั้งตนถึงกับมองมิออกว่าสตรีงามเยาว์วัยเคลื่อนที่อย่างไรเพียงเห็นเงาร่างเลือนลางสั่นไหววูบเดียวแล้วกลับไปยืนที่เดิมเหมือนยังมิเคยเคลื่อนที่แม้แต่น้อยเผลอพึมพำออกมา
"ท่าร่างอันรวดเร็วนักหรือจะเป็นท่าร่างระดับเลิศล้ำที่ตกทอดมาแต่โบราณเห็นที่ต้องรีบร่วมมือกับเจ้าสามสยบสตรีนางนี้ให้ได้เร็วที่สุดส่วนเจ้าหนุ่มนั่นระดับปราณยุทธอยู่แค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งคงเหมือนลูกไก่ในกำมือมิต้องกังวลมากความแล้ว"
"เจ้าสามรีบลุกขึ้นร่วมมือกันต้องรีบสยบสตรีนางนี้โดยเร็วมิเช่นนั้นหากมีผู้ใดผ่านมาช่วยเหลือจะยิ่งลำบากจนคลาดโอกาสอันดีงามเช่นนี้แล้ว"
ผู้ที่ถูกเรียกเจ้าสามโซเซลุกขึ้นหน้าตาบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยโลหิตฟันด้านหน้าหักไปสามซี่ดูอัปลักษณ์ยิ่งนักเดินไปเคียงคู่ผู้เป็นพี่ใหญ่ใช้สายตาเคียดขึ้งโกรธแค้นมองไปยังสตรีงามเบื้องหน้าขู่คำรามพร้อมชักอาวุธคล้ายค้อนระดับราชันย์ออกมา เมื่ออาวุธระดับราชันย์ถูกแสดงออกมาพลังกดดันของอาวุธที่เพิ่มขึ้นเสริมกับพลังปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดทำให้ผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้าสามมีพลังเทียบเท่าผู้มีระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขั้นสุดในทันที ผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ดึงอาวุธประหลาดรูปเคียวระดับราชันย์ออกมาเช่นกันทั้งสองมองหน้าส่งสายตา พร้อมพุ่งจู่โจมออกไปพร้อมกันทันที
"นางแพศยาจงตายซะ..!!"
"ค้อนปฐพีพิฆาต"
"เคียวสะบั้นวิญญาณ..โจมตี"
อาวุธระดับราชันย์สามารถเพิ่มระดับพลังให้ผู้ใช้ถึงห้าระดับย่อยเมื่อทั้งสองลงมือพร้อมกันเทียบเท่าจอมยุทธปราณราชันย์ระดับสี่ขั้นสุดสองคนโจมตีพร้อมกันพลังกดดันที่ได้รับนงคราญสุรางค์สวรรค์จึงยากที่จะเอ่ยแม้จะเป็นราชันย์ที่แท้จริงก็อดจะปั่นป่วนมิได้ จนบางครั้งแทบจะทำร้ายนาง ทำได้เพียงอาศัยท่าร่างอันเลิศล้ำที่ยากจะจำแนกหลบหลีกไปมา