ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 108 สังหารราชันเทวะ

    “พวกตระกูลเจียวทำแบบนี้กับตระกูลเล็กๆหลายตระกูลแล้ว หากตระกูลใดที่ค้นพบเหมืองแร่ หากพวกเขาไม่มีกำลังพอก็จะถูกแย่งชิงไปโดยตระกูลเจียว ยังคงมีเหมืองแร่อีกมากที่พวกตระกูลเล็ก ๆครอบครองอยู่และไม่ยอมที่จะเปิดเผย หากพวกเราสามารถรวบรวมเหมืองแร่เหล่านั้นได้จะเป็นประโยชน์กับพวกเรายิ่ง”

                “องค์ชายห้านิสัยใจคอเป็นเช่นไรท่านพอจะบอกเราได้ไหม”

                “องค์ชายห้านั้นนิสัยชอบกินชอบเที่ยวเขาใช้ให้ตระกูลเจียวหาผลประโยชน์ให้กับเขาโดยกองกำลังที่บุกมาตอนนี้ก็คงเป็นทหารขององค์ชายห้าเองนั่นที่ได้รับคำสั่งมาเป็นแน่”

                “พวกเราออกไปดูกันก่อนเถอะ”

                ................................

                เมื่อออกมาด้านนอกกองกำลังสองฝ่ายกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดกองกำลังฝ่ายตระกูลเจียวมีประมาณห้าร้อยนาย แต่กองกำลังของทางฝ่ายตระกูลโหย่วที่มีทหารของเมืองจินเฟิงมาประจำการมีอยู่จำนวนมากกว่าและฝีมือก็ดีกว่าทำให้กองกำลังของตระกูลเจียวพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็วและสูญเสียจำนวนหลายร้อยคน ส่วนทางด้านของตระกูลโหย่วกลับสูญเสียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                “พวกเจ้าบังอาจนัก รู้ไหมว่าพวกเราเป็นคนของใคร?”

            เสียงของเจียวจ้านหนึ่งในนายกองขององค์ชายห้ากล่าวขึ้นมา ระดับพลังของเจียวจ้านนั้นจัดว่าอยู่ในระดับเทวะขั้นที่หนึ่งแล้วถือว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาณาจักรจันทร์เสี้ยว

            “เจียวจ้านเป็นคนของใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา  เจ้าเป็นคนของใครก็ช่างแต่กล้ามาบุกเหมืองแร่ของตระกูลโหย่วแบบนี้เจ้าเองก็ไม่รู้หรือไงว่าเหมืองแร่นี้เป็นของใคร”

            โหย่วซินกล่าวตอบเจียวจ้านไป

            “เพราะพวกเจ้าคิดทรยศแผ่นดินเกิด นำทรัพย์สินของพวกเราไปให้กับคนของอาณาจักรอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลพวกเจ้าเอง พวกข้าจึงต้องมาทวงของพวกเราคืนไงพวกเราต้องนำทรัพยากรเหล่านี้มาพัฒนาอาณาจักรต่อไปฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “เจ้าคิดหรือว่าพวกเราไม่รู้ว่าเจ้าคิดยังไง คิดแย่งชิงของผู้อื่นพวกเจ้าเองมิใช่หรือที่แย่งชิงของคนในอาณาจักรเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้าเองไม่เห็นพวกเจ้าจะนำไปพัฒนาอาณาจักรจันทร์เสี้ยวอย่างที่เจ้ากล่าวมาเลยนี่”

            เจียวจ้านพลันสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ....

            “ทำไมข้าพูดแทงใจดำเจ้าอย่างนั้นหรือ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้นกี่แห่งแล้วที่พวกเจ้ายึดเหมืองแร่ไปจากตระกูลเล็ก ๆ อ้างโน่น อ้างนี่แต่พวกเราก็ไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะนำเงินทองที่ได้มาพัฒนาอะไรเลยมีแต่ตระกูลของเจ้าที่ได้อยู่เพียงฝ่ายเดียว”

            “เจ้าช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนัก วันนี้หากข้าไม่จัดการเจ้าคงทำให้ผู้คนในอาณาจักรหัวเราะเยาะคนตระกูลเจียวอย่างข้าเป็นแน่”

            “เจ้าคิดว่าตระกูลเจียวของเจ้ายิ่งใหญ่นักใช่ไหม?ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่กล้ามายุ่งกับเหมืองของพวกเรามันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว”เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา

            “แล้วเจ้าเป็นใครกันเจ้าหนู เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างเจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร กลับไปดูดนมแม่เสียไป”

            “ข้าว่าเจ้าต่างหาก แก่จนจะลงโลงแล้วยังโลภมากระวังจะไม่ได้ใช้เงินที่ปล้นเขามาก็แล้วกัน”

            “เจ้าเด็กนี่ช่างไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สงสัยข้าคงต้องสั่งสอนเจ้าแทนพ่อ แม่ของเจ้าแทนเสียแล้ว”

            “หากเจ้ากล้าก็เข้ามา คิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวเจ้าอย่างนั้นหรือตาแก่”

            ไม่เพียงแต่เจียวจ้าน  ผู้คนรอบด้านต่างเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เจียวจ้านจะระเบิดพลัง ลำแสงเปล่งประกาย พลังปราณหมุนวนม้วนรอบกายเจียวจ้านเส้นผมโบกสะบัด ชุดดำพลิ้วไสว พลังตลอดร่างพลันน่ากลัวขึ้น ราวกับขุนเขามารตั้งตระหง่าอยู่ข้างหน้าพวกเฟิ่งหยู

            “นายน้อย !!!”

            “ไม่เป็นไรหรอก พวกท่านถอยไปก่อน....”

            ฟ้าดินแปรเปลี่ยน ท้องฟ้าถูกความมืดเข้าปกคลุม คลื่นพลังเอ่อล้นออกมากระจายออกไปทั่วบริเวณ

            “เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดพลังของมันถึงน่ากลัวเช่นนี้”โหย่วซินเอ่ยขึ้นมา

            “มอบชีวิตของเจ้ามาซะ!”เจียวจ้านคำรามลั่น ดาบเล่มหนึ่งถูกดึงขึ้นมา มันระเบิดคมมีดนับหมื่นจั้งตัดแยกนภา โหย่วซินพวกเจ้าจงตายกันไปซะให้หมด ใบมีขนาดใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนลงมาอย่างช้าๆ

            ดวงตาของเฟิ่งหยูมีแสงเยือกเย็นวาบผ่าน ตลอดร่างลมปราณพลิ้วไหว ปราศจากแววหวาดกลัวเขาเป็นราชันสวรรค์ ทั้งยังฝึกฝนกายเซียนโบราณจนสำเร็จขั้นแรกแล้วพลังรบของเขาย่อมไม่อาจใช้หลักการใด ๆ มาคำนวณได้

            พลังลมปราณที่ผสานรวมกับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดพลันซัดสาดตลบอบอวลด้วยพลังแห่งโลก ราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้เฟิ่งหยูนำดาบราชันออกมา

            ครืน...!

            เจียวจ้านออกมือโจมตีสุดกำลัง คมมีดขนาดใหญ่เลื่อนลงมาใกล้จะถึงจุดที่กลุ่มของเฟิ่งหยูยืนอยู่แต่ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว เจียวจ้านพลันหนังหัวชาวาบเขารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งแผ่กระจายเข้ามา ทำให้เขาถึงกับขนลุกชัน

            ฉึบ....!

            ปราณดาบราชัน ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเฟิ่งหยู พลันพ่นลำแสงเจิดจ้านับร้อยนับพันลำแสงแต่ละสายทะลุ ทะลวงขึ้นไปปะทะใบมีดขนาดใหญ่ที่กำลังล่วงหล่นลงมา อย่างรวดเร็วปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

            “อ๊ากก....”

            หลายคนหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะปราณดาบนี้รวดเร็วเกินไปมันพุ่งไปโจมตีเจียวจ้านพร้อมกับพวกอย่างไม่ปราณี........

            “อ๊ากกก...” หลายสิบคนลอยกระเด็นออกไป ร่างกายแตกสลายพวกเขาถูกสังหารจนสิ้น”

            ปังงง....

            เสียงเพลงดาบปะทะกันอย่างรวดเร็วเฟิ่งหยูพุ่งตัวออกไปปะทะกับเจียวจ้านอย่างซึ่ง ๆ หน้า โดยไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย

            “ขั้นเทวะแล้วอย่างไร ขั้นเทวะแล้วตายง่าย ๆ ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?ข้านี่แหละจะสังหารขั้นเทวะให้พวกเจ้าได้เห็นเป็นขวัญตา” เฟิ่งหยูประกาศก้อง

            ดาบราชันประสานกับเพลิงฟ้าสวรรค์ เปิดฉากสังหารขึ้น ณที่แห่งนี้เหล่าจอมยุทธ์ตระกูลเจียวหลายสิบคนถูกซัดลอยกระเด็นอีกครั้งพวกเขาต่างก็ไม่สามารถต้านทานได้.....

            “เจ้าหมาแก่ เจ้ามีชีวิตอยู่มานานมากพอแล้ว!”

            เฟิ่งหยูจ้องเจียวจ้านตาไม่กระพริบ ดาบราชันพลันซัดสาดพลังสูงเทียมฟ้ามันหนักอึ้งราวกับภูเขาโบราณ ตกลงมา คมดาบผ่าแยกฟ้าดิน ชั่วพริบตาก็ปะทะกับดาบของเจียวจ้าน

            ตึง..!

            ดาบของเจียวจ้านถูกดาบราชันปะทะจนแหลกสลาย พลังของมันฟันลงมาระเบิดแสงสีฟ้าสดใสของเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ผ่าร่างของเจียวจ้านออกเป็นสองซีกอย่างรวดเร็ว

            ฝนโลหิตสาดกระจายทั่วท้องฟ้า รอบด้านพลันเงียบกริบหลายคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

            “หนีเร็ว....”

            เหล่าคนตระกูลเจียวที่ตั้งสติได้ พลันตะโกนลั่น พร้อมกับหนีตายกันอย่างรวดเร็วพวกมันไม่แม้แต่จะหันมามองด้านหลัง

            “มาแล้วก็อย่าได้คิดหนี...”

            เฟิ่งหยูมองด้วยสายตาเยือกเย็น จ้องมองจอมยุทธ์ราชันสวรรค์หกคนที่ทะยานออกไปกว่าสิบลี้ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไอสังหาร

            “ดัชนีเพลิงฟ้า”

            ฟิ้ววว....ฟิ้วว.....

            ฟิ้ววว....ฟิ้วว....

            ฟิ้ววว....ฟิ้วว.....

            ทั้งหกถูกดัชนีเพลิงฟ้าเจาะเข้ากลางศีรษะอย่างแม่นยำพลันสิ้นลมหายใจในทันที โดยมิทันได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย .....

            เพียงไม่นานเหล่าจอมยุทธ์ของตระกูลเจียวและกองกำลังที่มาบุกเหมืองแร่แห่งนี้ถูกสังหารจนหมดสิ้นโดยกองกำลังของเมืองจินเฟิงพวกเขาจัดการกับซากศพจนหมดสิ้น โดยไม่เหลือร่องรอยใด ๆ

            ทางด้านตระกูลเจียว...........

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า คราวนี้ตระกูลของพวกเราคงจะได้ประโยชน์ไม่น้อยเลยต้องขอบคุณองค์ชายห้าจริง ๆ ที่ส่งกองกำลังมาสนับสนุนพวกเรา”

            “เล็กน้อย เล็กน้อย ท่านผู้นำตระกูลพวกท่านก็ช่วยเหลือเรามาหลายครั้งหลายคราแล้วพวกเราต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอดมิต้องเกรงใจดีเสียอีกหากตระกูลของท่านกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้ก็อย่างลืมสนับสนุนข้าในอนาคตด้วยก็แล้วกัน”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหาองค์ชายดีกับพวกข้าขนาดนี้ จะให้พวกเราทรยศองค์ชายได้ยังไงขอเพียงกำจัดตระกูลโหย่วให้พ้นทางได้ตระกูลเจียวของข้าก็จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของอาณาจักรจันทร์เสี้ยวได้อย่างง่ายดาย”

            “ทำไมถึงยังไม่มีรายงานกลับเข้ามาอีกนะ”

            “องค์ชายไม่ต้องเป็นห่วง กองกำลังของพวกเรามีห้าถึงหกร้อยนาย พวกตระกูลโหย่วมันเพิ่งจะเปิดเหมืองแร่คงไม่มีปัญญาไปจ้างคนมาดูแลจำนวนมากหรอก”

            “แต่ที่ข้าได้ข่าวมา คนที่สนับสนุนพวกเขาอยู่ที่เมืองจินเฟิงของอาณาจักรเมฆาหวนเชียวนะ”

            “อยู่ห่างไกลขนาดนั้น จะดูแลทั่วถึงได้อย่างไร องค์ชายคิดดูหากว่าท่านเป็นพ่อค้าท่านจะจ้างคนจำนวนมากเพื่อมาเฝ้าเหมืองแร่ที่พึ่งจะเปิดอย่างนั้นหรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีแร่มากหรือน้อยขนาดไหนพวกพ่อค้าส่วนมากมักจะหวังผลกำไรมากที่สุดเท่านั้นพวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอก”

            “ท่านพูดมาก็มีเหตุผลนะ พวกพ่อค้ามักจะตระหนี่กันทุกคนคงไม่จ้างคนเป็นพันเพื่อมาเฝ้าเหมืองแร่งหรอก อย่างมากก็คงจ้างแค่ร้อยสองร้อยคนเท่านั้น”

            “ถึงแม้ตระกูลโหย่วจะเป็นตระกูลใหญ่ในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวแห่งนี้แต่หากไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ พวกเขาก็ไม่อาจจะมีอำนาจได้ขอเพียงพวกเราจำกัดรายได้และทรัพยากรของพวกเขาได้ เพียงแค่นี้ เราก็สามารถเอาชนะตระกูลโหย่วได้อย่างง่ายดายแล้วพะยะค่ะองค์ชาย”

            “องค์ชายไม่ต้องกังวลไป คนที่นำทัพไปครั้งนี้ ก็เป็นถึงหลานชายของข้าน้อยเจียวจ้านพลังฝีมือของเขาก็อยู่ในขั้นเทวะระดับหนึ่งแล้วในอาณาจักรนี้น้อยคนนักที่จะต่อกรกับเขาได้และยังเป็นหนึ่งในนายกองขององค์ชายอีกมิใช่หรือพะยะค่ะ”

            “อื่ม ใช่ ใช่ ใช่ เช่นนั้นข้าก็เบาใจมากขึ้น  เรามาดื่มกันต่อดีกว่า แล้วรอข่าวดีที่จะได้รับอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “เอ้า พวกเราดื่ม ดื่ม ดื่มให้กับความสำเร็จของพวกเราตระกูลเจียวและดื่มให้กับองค์ชายห้าของอาณาจักรจันทร์เสี้ยวที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรนี้ในอนาคต”

            ทางด้านเหมืองแร่........

            “นายน้อยพวกเราควรจะทำยังไงกันต่อดี  หากเป็นแบบนี้ พวกเราคงถูกรบกวนอยู่ร่ำไปเป็นแน่”

            “ท่านพี่เฟิ่งหยู ทำไมท่านไม่วางค่ายกลไว้รอบ ๆพวกเขาจะได้หาที่นี่ไม่เจอ”

            “ก็ดีเหมือนกันนะ หนิงเอ๋อ ท่านผู้อาวุโสโหย่วซินพวกท่านช่วยเตรียมทรัพยากรในการทำค่ายกลพวกนี้ให้ข้าด้วย”

            เฟิ่งหยูหยิบใบรายการส่งให้ผู้อาวุโสโหย่วซิน

    “ขอรับนายน้อยข้าจะรีบไปจัดเตรียมทรัพยากรให้เร็วที่สุด เชิญนายน้อยพักผ่อนก่อน” 

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน