“พวกตระกูลเจียวทำแบบนี้กับตระกูลเล็กๆหลายตระกูลแล้ว หากตระกูลใดที่ค้นพบเหมืองแร่ หากพวกเขาไม่มีกำลังพอก็จะถูกแย่งชิงไปโดยตระกูลเจียว ยังคงมีเหมืองแร่อีกมากที่พวกตระกูลเล็ก ๆครอบครองอยู่และไม่ยอมที่จะเปิดเผย หากพวกเราสามารถรวบรวมเหมืองแร่เหล่านั้นได้จะเป็นประโยชน์กับพวกเรายิ่ง”
“องค์ชายห้านิสัยใจคอเป็นเช่นไรท่านพอจะบอกเราได้ไหม”
“องค์ชายห้านั้นนิสัยชอบกินชอบเที่ยวเขาใช้ให้ตระกูลเจียวหาผลประโยชน์ให้กับเขาโดยกองกำลังที่บุกมาตอนนี้ก็คงเป็นทหารขององค์ชายห้าเองนั่นที่ได้รับคำสั่งมาเป็นแน่”
“พวกเราออกไปดูกันก่อนเถอะ”
................................
เมื่อออกมาด้านนอกกองกำลังสองฝ่ายกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดกองกำลังฝ่ายตระกูลเจียวมีประมาณห้าร้อยนาย แต่กองกำลังของทางฝ่ายตระกูลโหย่วที่มีทหารของเมืองจินเฟิงมาประจำการมีอยู่จำนวนมากกว่าและฝีมือก็ดีกว่าทำให้กองกำลังของตระกูลเจียวพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็วและสูญเสียจำนวนหลายร้อยคน ส่วนทางด้านของตระกูลโหย่วกลับสูญเสียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“พวกเจ้าบังอาจนัก รู้ไหมว่าพวกเราเป็นคนของใคร?”
เสียงของเจียวจ้านหนึ่งในนายกองขององค์ชายห้ากล่าวขึ้นมา ระดับพลังของเจียวจ้านนั้นจัดว่าอยู่ในระดับเทวะขั้นที่หนึ่งแล้วถือว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาณาจักรจันทร์เสี้ยว
“เจียวจ้านเป็นคนของใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา เจ้าเป็นคนของใครก็ช่างแต่กล้ามาบุกเหมืองแร่ของตระกูลโหย่วแบบนี้เจ้าเองก็ไม่รู้หรือไงว่าเหมืองแร่นี้เป็นของใคร”
โหย่วซินกล่าวตอบเจียวจ้านไป
“เพราะพวกเจ้าคิดทรยศแผ่นดินเกิด นำทรัพย์สินของพวกเราไปให้กับคนของอาณาจักรอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลพวกเจ้าเอง พวกข้าจึงต้องมาทวงของพวกเราคืนไงพวกเราต้องนำทรัพยากรเหล่านี้มาพัฒนาอาณาจักรต่อไปฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เจ้าคิดหรือว่าพวกเราไม่รู้ว่าเจ้าคิดยังไง คิดแย่งชิงของผู้อื่นพวกเจ้าเองมิใช่หรือที่แย่งชิงของคนในอาณาจักรเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้าเองไม่เห็นพวกเจ้าจะนำไปพัฒนาอาณาจักรจันทร์เสี้ยวอย่างที่เจ้ากล่าวมาเลยนี่”
เจียวจ้านพลันสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ....
“ทำไมข้าพูดแทงใจดำเจ้าอย่างนั้นหรือ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้นกี่แห่งแล้วที่พวกเจ้ายึดเหมืองแร่ไปจากตระกูลเล็ก ๆ อ้างโน่น อ้างนี่แต่พวกเราก็ไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะนำเงินทองที่ได้มาพัฒนาอะไรเลยมีแต่ตระกูลของเจ้าที่ได้อยู่เพียงฝ่ายเดียว”
“เจ้าช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนัก วันนี้หากข้าไม่จัดการเจ้าคงทำให้ผู้คนในอาณาจักรหัวเราะเยาะคนตระกูลเจียวอย่างข้าเป็นแน่”
“เจ้าคิดว่าตระกูลเจียวของเจ้ายิ่งใหญ่นักใช่ไหม?ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่กล้ามายุ่งกับเหมืองของพวกเรามันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว”เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา
“แล้วเจ้าเป็นใครกันเจ้าหนู เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างเจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร กลับไปดูดนมแม่เสียไป”
“ข้าว่าเจ้าต่างหาก แก่จนจะลงโลงแล้วยังโลภมากระวังจะไม่ได้ใช้เงินที่ปล้นเขามาก็แล้วกัน”
“เจ้าเด็กนี่ช่างไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สงสัยข้าคงต้องสั่งสอนเจ้าแทนพ่อ แม่ของเจ้าแทนเสียแล้ว”
“หากเจ้ากล้าก็เข้ามา คิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวเจ้าอย่างนั้นหรือตาแก่”
ไม่เพียงแต่เจียวจ้าน ผู้คนรอบด้านต่างเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เจียวจ้านจะระเบิดพลัง ลำแสงเปล่งประกาย พลังปราณหมุนวนม้วนรอบกายเจียวจ้านเส้นผมโบกสะบัด ชุดดำพลิ้วไสว พลังตลอดร่างพลันน่ากลัวขึ้น ราวกับขุนเขามารตั้งตระหง่าอยู่ข้างหน้าพวกเฟิ่งหยู
“นายน้อย !!!”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกท่านถอยไปก่อน....”
ฟ้าดินแปรเปลี่ยน ท้องฟ้าถูกความมืดเข้าปกคลุม คลื่นพลังเอ่อล้นออกมากระจายออกไปทั่วบริเวณ
“เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดพลังของมันถึงน่ากลัวเช่นนี้”โหย่วซินเอ่ยขึ้นมา
“มอบชีวิตของเจ้ามาซะ!”เจียวจ้านคำรามลั่น ดาบเล่มหนึ่งถูกดึงขึ้นมา มันระเบิดคมมีดนับหมื่นจั้งตัดแยกนภา โหย่วซินพวกเจ้าจงตายกันไปซะให้หมด ใบมีขนาดใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนลงมาอย่างช้าๆ
ดวงตาของเฟิ่งหยูมีแสงเยือกเย็นวาบผ่าน ตลอดร่างลมปราณพลิ้วไหว ปราศจากแววหวาดกลัวเขาเป็นราชันสวรรค์ ทั้งยังฝึกฝนกายเซียนโบราณจนสำเร็จขั้นแรกแล้วพลังรบของเขาย่อมไม่อาจใช้หลักการใด ๆ มาคำนวณได้
พลังลมปราณที่ผสานรวมกับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดพลันซัดสาดตลบอบอวลด้วยพลังแห่งโลก ราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้เฟิ่งหยูนำดาบราชันออกมา
ครืน...!
เจียวจ้านออกมือโจมตีสุดกำลัง คมมีดขนาดใหญ่เลื่อนลงมาใกล้จะถึงจุดที่กลุ่มของเฟิ่งหยูยืนอยู่แต่ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว เจียวจ้านพลันหนังหัวชาวาบเขารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งแผ่กระจายเข้ามา ทำให้เขาถึงกับขนลุกชัน
ฉึบ....!
ปราณดาบราชัน ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเฟิ่งหยู พลันพ่นลำแสงเจิดจ้านับร้อยนับพันลำแสงแต่ละสายทะลุ ทะลวงขึ้นไปปะทะใบมีดขนาดใหญ่ที่กำลังล่วงหล่นลงมา อย่างรวดเร็วปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
“อ๊ากก....”
หลายคนหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะปราณดาบนี้รวดเร็วเกินไปมันพุ่งไปโจมตีเจียวจ้านพร้อมกับพวกอย่างไม่ปราณี........
“อ๊ากกก...” หลายสิบคนลอยกระเด็นออกไป ร่างกายแตกสลายพวกเขาถูกสังหารจนสิ้น”
ปังงง....
เสียงเพลงดาบปะทะกันอย่างรวดเร็วเฟิ่งหยูพุ่งตัวออกไปปะทะกับเจียวจ้านอย่างซึ่ง ๆ หน้า โดยไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ขั้นเทวะแล้วอย่างไร ขั้นเทวะแล้วตายง่าย ๆ ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?ข้านี่แหละจะสังหารขั้นเทวะให้พวกเจ้าได้เห็นเป็นขวัญตา” เฟิ่งหยูประกาศก้อง
ดาบราชันประสานกับเพลิงฟ้าสวรรค์ เปิดฉากสังหารขึ้น ณที่แห่งนี้เหล่าจอมยุทธ์ตระกูลเจียวหลายสิบคนถูกซัดลอยกระเด็นอีกครั้งพวกเขาต่างก็ไม่สามารถต้านทานได้.....
“เจ้าหมาแก่ เจ้ามีชีวิตอยู่มานานมากพอแล้ว!”
เฟิ่งหยูจ้องเจียวจ้านตาไม่กระพริบ ดาบราชันพลันซัดสาดพลังสูงเทียมฟ้ามันหนักอึ้งราวกับภูเขาโบราณ ตกลงมา คมดาบผ่าแยกฟ้าดิน ชั่วพริบตาก็ปะทะกับดาบของเจียวจ้าน
ตึง..!
ดาบของเจียวจ้านถูกดาบราชันปะทะจนแหลกสลาย พลังของมันฟันลงมาระเบิดแสงสีฟ้าสดใสของเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ผ่าร่างของเจียวจ้านออกเป็นสองซีกอย่างรวดเร็ว
ฝนโลหิตสาดกระจายทั่วท้องฟ้า รอบด้านพลันเงียบกริบหลายคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“หนีเร็ว....”
เหล่าคนตระกูลเจียวที่ตั้งสติได้ พลันตะโกนลั่น พร้อมกับหนีตายกันอย่างรวดเร็วพวกมันไม่แม้แต่จะหันมามองด้านหลัง
“มาแล้วก็อย่าได้คิดหนี...”
เฟิ่งหยูมองด้วยสายตาเยือกเย็น จ้องมองจอมยุทธ์ราชันสวรรค์หกคนที่ทะยานออกไปกว่าสิบลี้ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไอสังหาร
“ดัชนีเพลิงฟ้า”
ฟิ้ววว....ฟิ้วว.....
ฟิ้ววว....ฟิ้วว....
ฟิ้ววว....ฟิ้วว.....
ทั้งหกถูกดัชนีเพลิงฟ้าเจาะเข้ากลางศีรษะอย่างแม่นยำพลันสิ้นลมหายใจในทันที โดยมิทันได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย .....
เพียงไม่นานเหล่าจอมยุทธ์ของตระกูลเจียวและกองกำลังที่มาบุกเหมืองแร่แห่งนี้ถูกสังหารจนหมดสิ้นโดยกองกำลังของเมืองจินเฟิงพวกเขาจัดการกับซากศพจนหมดสิ้น โดยไม่เหลือร่องรอยใด ๆ
ทางด้านตระกูลเจียว...........
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คราวนี้ตระกูลของพวกเราคงจะได้ประโยชน์ไม่น้อยเลยต้องขอบคุณองค์ชายห้าจริง ๆ ที่ส่งกองกำลังมาสนับสนุนพวกเรา”
“เล็กน้อย เล็กน้อย ท่านผู้นำตระกูลพวกท่านก็ช่วยเหลือเรามาหลายครั้งหลายคราแล้วพวกเราต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอดมิต้องเกรงใจดีเสียอีกหากตระกูลของท่านกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้ก็อย่างลืมสนับสนุนข้าในอนาคตด้วยก็แล้วกัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหาองค์ชายดีกับพวกข้าขนาดนี้ จะให้พวกเราทรยศองค์ชายได้ยังไงขอเพียงกำจัดตระกูลโหย่วให้พ้นทางได้ตระกูลเจียวของข้าก็จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของอาณาจักรจันทร์เสี้ยวได้อย่างง่ายดาย”
“ทำไมถึงยังไม่มีรายงานกลับเข้ามาอีกนะ”
“องค์ชายไม่ต้องเป็นห่วง กองกำลังของพวกเรามีห้าถึงหกร้อยนาย พวกตระกูลโหย่วมันเพิ่งจะเปิดเหมืองแร่คงไม่มีปัญญาไปจ้างคนมาดูแลจำนวนมากหรอก”
“แต่ที่ข้าได้ข่าวมา คนที่สนับสนุนพวกเขาอยู่ที่เมืองจินเฟิงของอาณาจักรเมฆาหวนเชียวนะ”
“อยู่ห่างไกลขนาดนั้น จะดูแลทั่วถึงได้อย่างไร องค์ชายคิดดูหากว่าท่านเป็นพ่อค้าท่านจะจ้างคนจำนวนมากเพื่อมาเฝ้าเหมืองแร่ที่พึ่งจะเปิดอย่างนั้นหรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีแร่มากหรือน้อยขนาดไหนพวกพ่อค้าส่วนมากมักจะหวังผลกำไรมากที่สุดเท่านั้นพวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอก”
“ท่านพูดมาก็มีเหตุผลนะ พวกพ่อค้ามักจะตระหนี่กันทุกคนคงไม่จ้างคนเป็นพันเพื่อมาเฝ้าเหมืองแร่งหรอก อย่างมากก็คงจ้างแค่ร้อยสองร้อยคนเท่านั้น”
“ถึงแม้ตระกูลโหย่วจะเป็นตระกูลใหญ่ในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวแห่งนี้แต่หากไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ พวกเขาก็ไม่อาจจะมีอำนาจได้ขอเพียงพวกเราจำกัดรายได้และทรัพยากรของพวกเขาได้ เพียงแค่นี้ เราก็สามารถเอาชนะตระกูลโหย่วได้อย่างง่ายดายแล้วพะยะค่ะองค์ชาย”
“องค์ชายไม่ต้องกังวลไป คนที่นำทัพไปครั้งนี้ ก็เป็นถึงหลานชายของข้าน้อยเจียวจ้านพลังฝีมือของเขาก็อยู่ในขั้นเทวะระดับหนึ่งแล้วในอาณาจักรนี้น้อยคนนักที่จะต่อกรกับเขาได้และยังเป็นหนึ่งในนายกองขององค์ชายอีกมิใช่หรือพะยะค่ะ”
“อื่ม ใช่ ใช่ ใช่ เช่นนั้นข้าก็เบาใจมากขึ้น เรามาดื่มกันต่อดีกว่า แล้วรอข่าวดีที่จะได้รับอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เอ้า พวกเราดื่ม ดื่ม ดื่มให้กับความสำเร็จของพวกเราตระกูลเจียวและดื่มให้กับองค์ชายห้าของอาณาจักรจันทร์เสี้ยวที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรนี้ในอนาคต”
ทางด้านเหมืองแร่........
“นายน้อยพวกเราควรจะทำยังไงกันต่อดี หากเป็นแบบนี้ พวกเราคงถูกรบกวนอยู่ร่ำไปเป็นแน่”
“ท่านพี่เฟิ่งหยู ทำไมท่านไม่วางค่ายกลไว้รอบ ๆพวกเขาจะได้หาที่นี่ไม่เจอ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ หนิงเอ๋อ ท่านผู้อาวุโสโหย่วซินพวกท่านช่วยเตรียมทรัพยากรในการทำค่ายกลพวกนี้ให้ข้าด้วย”
เฟิ่งหยูหยิบใบรายการส่งให้ผู้อาวุโสโหย่วซิน
“ขอรับนายน้อยข้าจะรีบไปจัดเตรียมทรัพยากรให้เร็วที่สุด เชิญนายน้อยพักผ่อนก่อน”