ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 112 เรย์ vs ซูโด [II]

              ซูโดไม่เสียเวลาไปอย่างสูญเปล่าง้างอาวุธในมือใช้วิชาโจมตีจากระยะไกลยิงปราณเข้มข้นเป็นกระสุนเส้นตรงต่อเนื่องถี่ยิบ


              เรย์ดีดตัวถอยหลังวิ่งกระโดดชิดไต่ผนังหลบหลีกการโจมตีไปรอบ ๆ อย่างรัดกุม


              “เป็นอะไรไปความซ่าเมื่อกี้หายไปไหน เอาแต่หนีแบบนี้ไม่มีทางชนะฉันได้หรอกนะ”


              ชั่วพริบตาหลังปลายเท้าแตะถึงพื้นเขาขยับตัววูบพุ่งกลับมาประชิดข้างตัวชูโดผ่านก้าวพริบตาแทรกตัวมาถึงข้างกายอีกฝ่ายปานสายฟ้า ทำให้ระยะห่างเมื่อครู่คล้ายไม่มีอยู่จริง


              ปรากฏว่าคราครั้งนี้ไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของซูโดเมื่อเขารู้ดีอยู่แล้วว่าศัตรูต้องการเปิดพื้นที่ดวลกับตนเองในระยะประชิด


              ซูโดก้าวเฉียงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหนึ่งก้าวเห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมรับมือมาอย่างดี


              เรย์บิดข้อมือปรับองศาทิศทางดาบในมือตามศัตรูเปลี่ยนจากการเตรียมแทง เป็นฟันเสยขึ้นในมุมทแยง


              แต่การกระโดดขึ้นสั้น ๆของซูโดช่วยหลบความเป็นไปได้นี้ทั้งหมด เขาจ้วงแทงอาวุธลงมาขณะลอยตัว


              เรย์เหมือนคาดเดาสถานการณ์นี้ได้เช่นกันขณะที่อีกฝ่ายลอยตัวขึ้น เขารีบเก็บดาบเข้าฝัก กลิ้งม้วนตัวออกข้างช่วงเวลาเดียวกับที่คมอาวุธทิ่มลง ลำแสงวาบขึ้นเรย์ชักดาบด้วยท่าวายุกระซิบในระยะประชิดสองครั้งติด


              ซูโดเห็นเช่นนั้นเลยดึงอาวุธกลับเล็กน้อยใช้ท่าสามเขี้ยวอสรพิษเพื่อโจมตีสกัดโจมตี


              แกร๊ง! แกร๊ง!


               เพลงดาบวายุกระซิบของเรย์นั้นเป็นเพียงลำแสงดาบวาบผ่านความสูงคิดจะใช้การจู่โจมเช่นนี้สกัดกั้น ต้องมีการคำนวณวิถีอันแม่นยำเพื่อชิงลงมือสกัดล่วงหน้า ถึงกับสกัดไว้ได้ในระยะประชิดนี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้จากการคิดคำนวณเพียงอย่างเดียวแล้วแต่ต้องมีความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องความเร็วโจมตีของคู่ต่อสู้พอสมควรด้วย


              กระบวนท่าสามเขี้ยวอสรพิษนั้นเป็นการโจมตีสามจังหวะสองจังหวะแรกใช้สกัด จังหวะที่สามจึงแทงจู่โจมเพียงชั่วลมหายใจก็เปลี่ยนรับเป็นรุก


              ระหว่างเรย์ที่อยู่ในช่วงเก็บท่าก็ถูกลำแสงเย็นเหยียบพุ่งใส่ถึงเบื้องหน้า


              ‘เสร็จฉันล่ะไอ้กร๊วก!’


              ซูโดยิ้มอย่างย่ามใจ


              ทว่าตัวของเรย์นั้นกลับหายวับไปราวกับภูตผี


              ‘!?’


              ในใจซูโดเต็มไปด้วยความฉงนในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะหลบพ้นออกไปได้นอกจากใช้ก้าวพริบตา แต่ว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องติดกันได้หากวิชากำลังภายในไม่ส่งเสริมแบบเฉพาะด้านอย่างน้อยตัวซูโดเองก็ทำไม่ได้และอีกฝ่ายที่กำลังภายในอ่อนด้อยกว่าตัวเขายิ่งไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน


              ซูโดก่อนตกถึงพื้นรีบปรับมุมมองเห็นคู่ต่อสู้ปรากฏอยู่ด้านหลังเขาห่างออกไปเพียงสิบเมตรเขาทันสังเกตเห็นประกายแสงเล็กที่เกิดขึ้นจากการแตกสลายของรูนบริเวณใต้เท้าของคู่ต่อสู้ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมเลยคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันทีหลายส่วน


              รูน ᚱ ไรโด ‘SWAP’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวาร์ปสลับตำแหน่งกับรูนได้ตามต้องการหลังจากเปิดใช้งาน


              เงื่อนไขของมันคือหลังจากใช้งานจะเกิดความเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่งของผู้ใช้และตัวรูนในระยะไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรมีช่วงเวลาของการทำงานไม่เกินหนึ่งนาทีหากในช่วงเวลาเงื่อนไขนี้ไม่มีการเรียกใช้งานสลับตำแหน่งตัวรูนก็จะถูกนับว่าถูกใช้งานเช่นกันและแตกสลายหายไป

              ซูโดคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงแอบทิ้งรูนไว้ด้านนอกวงต่อสู้ก่อนใช้ก้าวพริบตาเพื่อเข้ามาประชิดตัวเขา


              “ลูกเล่นเยอะเหลือเกินนะ”


              คำพูดที่แยกแยะไม่ออกว่าเป็นคำชื่นชมหรือเย้ยหยัน


              ความรอบคอบที่อีกฝ่ายแสดงออกยิ่งทำให้ซูโดรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเริ่มเสียเปรียบพอคิดเช่นนั้นก็ยิ่งเร่งเร้ากำลังภายในคราวนี้ตนเป็นฝ่ายใช้ก้าวพริบตาบุกไปถึงตัวศัตรูอาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายยังไม่สามารถใช้ก้าวพริบตาได้ชิงจู่โจม


              ปลายหอกของซูโดแทงปราดมาถึงทรวงอกของเรย์ประกายสั่นพลิ้ววูบวาบเสียดสีอากาศเป็นเสียงดังอึงอลเพียงกระบวนท่านี้ก็ครอบคลุมถึงช่วงใต้ราวอกและไหล่ทั้งสองข้างไม่ว่าเรย์จะแฉลบหลบอย่างไรก็ต้องมีจุดหนึ่งถูกแทงใส่


              ท่านี้ถูกเรียกว่า ‘อสรพิษห้าขย้ำ’ หนึ่งในท่าโปรดที่ซูโดใช้สังหารพวกอวดดีมานักต่อนักเป็นท่าที่พอใช้ออกไป ฝ่ายตรงข้ามมีแต่อาศัยวิชาตัวเบาระดับสูงถอยปราดไปหลายวาทันทีจึงจะหลบรอดได้หรือไม่ก็ต้องเคยเห็นท่านี้มาก่อน เมื่อมันถูกใช้ออกจะต้องถอยปราดไปด้านหลังอย่างฉับไวไม่ลังเล จึงจะรอดจากการถูกปลายหอกทิ่มแทงอกและพอทิ้งร่างถึงพื้นดินยังต้องต้านรับท่าตามติดอันเกรี้ยวกราดซึ่งทยอยตามมาอีกหลายกระบวน และมันจะมีอานุภาพดุร้ายขึ้นทุกขณะจู่โจมอย่างต่อเนื่องกัน


              เรย์เห็นเงาหอกของคู่ต่อสู้กระจายครอบคลุมจุดต่าง ๆ ที่ทรวงอกของตน ในยามแตกตื่นตกใจ จึงใช้สำนึกดาบเลือกกระบวนท่าตีโต้ออกไปอย่างไม่รู้ตัว


              ในยามที่ปลายหอกของซูโดกำลังจะกระทบถูกร่างกายเรย์พลันแทงดาบพุ่งไปยังท้องน้อยของคู่ต่อสู้พร้อมกันแล้ว


              ทว่าความจริงท่าอสรพิษห้าขย้ำนี้แบ่งออกเป็นสองตอนตอนทื่หนึ่งคือใช้พลังของหอกครอบคลุมจุดสำคัญของศัตรูทั้งห้าจุดในขณะที่ศัตรูประหวั่นลนลานอยู่นั้น ค่อยใช้ท่าในตอนที่สองเลือกทิ่มแทงจุดหนึ่ง


              แม้จะครอบคลุมถึงห้าจุดแต่การจะปลิดชีวิตของศัตรู ใช้เพียงหอกเดียวเท่านั้นและไม่ว่าจะแทงถูกจุดใดล้วนสามารถสยบศัตรูได้จึงไม่จำเป็นต้องแทงถึงห้าจุดในเวลาเดียวกันซึ่งก็ไม่อาจแทงถึงห้าจุดในชั่ววูบเดียวด้วย


              การที่ท่าหนึ่งแบ่งออกเป็นสองตอนความจริงเป็นส่วนที่ร้ายกาจของกระบวนท่านี้เพราะต้องควบคุมโอนถ่ายออร่าลมปราณในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อหลอกล่อสำหรับการสลับแทงสองตอน


              ทว่าเมื่อเรย์แทงดาบนี้สวนออกมาในจังหวะตอนที่หนึ่งของกระบวนท่าหลอกกลับเป็นจุดอ่อนในส่วนที่ร้ายกาจนี้ที่ซูโดไม่คาดคิด ดูอย่างหยาบ ๆคล้ายคิดแลกชีวิตกับศัตรู ตกตายกันไปทั้งสองฝ่าย


              ‘บ้าบิ่นเกินไปแล้ว!’


              สีหน้าซูโดแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงในใจกู่ร้องสนั่น จำต้องรั้งอาวุธกลับมาป้องกันกลางคันบีบบังคับจนไม่อาจนับเป็นกระบวนท่าอีก


              ซูโดถูกคู่ต่อสู้ใช้ดาบเพียงครึ่งท่าก็สยบวิชาของตนเองได้จึงแลเห็นวิถีดาบของอีกฝ่ายลึกล้ำพิสดารยิ่งขึ้นกว่าเดิม


              ‘แม่งเอ๊ย! ถ้าเกราะป้องกันที่สวมใส่ไม่ชำรุดฉันคงยอมแลกด้วยอยู่หรอก’


              ทว่าความจริงแล้วเรย์แทงดาบนี้สวนกลับไปผ่านสำนึกดาบที่ซึมลึกจดจำถึงแกนวิญญาณกลับกลายเป็นการทำลายวิชาของอีกฝ่ายโดยบังเอิญ


              ควรทราบว่าข้อที่ร้ายกาจที่สุดของเพลงดาบอาสัญไร้ลักษณ์ก็คือการมองเห็นช่องว่างรอยโหว่ในกระบวนท่าของฝ่ายตรงข้ามทันทีจากนั้นจึงใช้ท่าดาบที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้านรับไม่ได้ ทะลวงเข้าไปในช่องโหว่นั้น ๆดังนั้นมักจะลงมือประสบผลในท่าเดียว ภาพที่ปรากฏต่อสายตาศัตรูและคนดูอยู่รอบนอกจึงมักถูกเข้าใจผิดว่าผู้ใช้เพลงดาบนี้ชอบเอาชีวิตเข้าแลกกับศัตรูอยู่เสมอ


              เมื่อเห็นซูโดถอยกายไปสองก้าวหมายถ่างระยะห่างเรย์ได้จี้ดาบฟันตามติดมาทันที คราวนี้เล็งใส่ชายโครงข้างซ้ายของซูโดยังคงเป็นการเหวี่ยงดาบตามใจนึกปราศจากระเบียบแบบแผน


              ซูโดใช้ด้ามขวานเข้าสกัดหมายจะปัดป้องรับไว้แต่อาวุธทั้งสองยังไม่ทันได้สัมผัสกันซูโดก็พลันรู้สึกว่าช่วงอกข้างขวากำลังจะเปิดเป็นช่องว่างฝ่ายตรงข้ามหากฉวยโอกาสจู่โจมมา ก็จะไม่มีทางตั้งรับได้ทันการปัดป้องครั้งนี้ไม่อาจกระทำเด็ดขาด


              ท่ามกลางความร้อนรนก็รีบแปรเปลี่ยนท่าถอยปราดไปตั้งหลักด้านหลังเพิ่มอีกหลายก้าว พลางตวาดก้องว่า


              “ไอ้เพลงดาบบัดซบ!”


              แล้วแทงสวนกลับมาอย่างว่องไวสถานการณ์ดุร้ายเกรี้ยวกราดยิ่ง ขณะนี้อยู่ ๆ ก็รับแรงกดดัน แม้อยากจะเค้นรอยยิ้มสักหน่อยสุดท้ายก็ยังล้มเหลว


              เรย์เหลือบเห็นว่าตรงข้อศอกซ้ายเป็นช่องโหว่ดาบยาวจึงฟันออกไปพร้อมกัน ซูโดในระหว่างทางหากไม่เปลี่ยนท่าร่างนี้  ศอกของตนจะต้องถูกฟันขาดออกมาเสียก่อน


              ยังโชคดีที่ซูโดมีประสบการณ์สูงเยี่ยมในยามเสียเปรียบได้ลดข้อมือลง ใช้ปลายหอกแทงใส่พื้นอาศัยพลังสะท้อนตีลังกาพลิกกลับไป พลิ้วร่างลงที่ซึ่งห่างออกมาหลายเมตรเขาเริ่มผ่อนจังหวะ เห็นศัตรูเริ่มรุกไล่เข้าหาอีกครั้งหมายเร่งปิดฉากเขาจึงเริ่มก้าวถอยหลังต่อเนื่อง


              แม้ซูโดจะอารมณ์รุนแรงและมั่นใจในตัวเองสูงแต่เขาไม่ใช่คนไร้สมองที่ทระนงตนอย่างสุดขั้ว


              นี่เฉกเช่นกับคนผู้คนหนึ่งเล่นหมากรุกกับผู้ที่มีความสามารถในเชิงหมากรุกสูงกว่าตัวเองกลหมากรุกสูงล้ำกว่าขั้นหนึ่ง ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ หมากรุกเล่นกันหลายสิบตา ทุกๆ ตาล้วนถูกฝ่ายตรงข้ามยึดครองตำแหน่งสำคัญบนกระดาน


              หากใช้กระบวนท่าเข้าต่อกรกับศัตรูต่อไปความจริงซูโดย่อมทำได้เพียงแต่การเข้าดวลเช่นนั้นเริ่มไม่ชาญฉลาดนักเมื่ออีกฝ่ายมีเพลงดาบอันเรวดเร็วซับซ้อนจนเกินคาดเดาหากสู้กันด้วยกระบวนท่าไม่ได้ เขาจะกดข่มมันด้วยกำลังภายในทั้งหมดที่มีขอเพียงแค่ดึงจังหวะให้ช้าเพื่อรอโอกาส


              ซูโดจำต้องทำลายกฎของการเดินหมากเพื่อชัยชนะ


              เรย์สะบัดดาบขวับ ๆสามดาบนี้ทิ่มแทงฟาดฟันจากทิศทางที่ประหลาดพิกล


              ซูโดล้วนอาศัยกำลังภายในอันเหนือกว่าพอเผชิญกับท่าที่ไม่มีทางต้านรับ จึงสะบัดฟาดฟันอย่างหักโหม ทราบดีว่าศัตรูไม่สามารถพุ่งดาบเข้าปะทะหักล้างเมื่อเป็นเช่นนี้ก็หลบรอดออกจากจุดอับ


              และโอกาสนั้นก็มาถึงทันทีซูโดสบโอกาสโยนรูนธอร์น ‘Fire blast ที่เหลืออันสุดท้ายออกไปแสงจากระเบิดวาบขึ้นกึ่งกลางพวกเขาทั้งสอง ดักสกัดการรุกขึ้นหน้าของเรย์ ด้วยจุดประสงค์ไม่หวังผลทำลายเพียงต้องการถ่างระยะห่างออกจากกันมากยิ่งขึ้น


              ซูโดสบโอกาสควงอาวุธเป็นวงกลมด้วยความเร็วกระแสลมหมุนวนด้วยออร่าลมปราณดั่งพายุขนาดย่อมก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ของหัวงูสีม่วงตัวใหญ่กำลังอ้าปากกว้างดูดทุกสิ่งเบื้องหน้าเข้าหาปากของมัน คลื่นลมปราณเข้มข้นถาโถมทะลักทลาย


              ท่าไม้ตายนี้ในระยะไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรบนพื้นที่ปิดชูโดมั่นใจว่ามันไม่มีทางพลาดเป้า


              “ไงล่ะ! เลือดเดือดพล่านแล้วหรือยัง แสดงพลังที่แท้จริงออกมาให้ฉันดูหน่อย!”


              เรย์ซึ่งกำลังถูกกระแสลมดูดเข้าหา รีบชักดาบฟันส่งเพลงดาบวายุกระซิบใส่หวังตีขัดศัตรูแต่ด้วยพลานุภาพความแตกต่างด้านพลังคลื่นคมดาบของเรย์ถูกพายุสลายกำลังจนหายไป ไม่สามารถเจาะทะลวงฝ่าได้


              อาวุธในมือซูโดหยุดหมุนจนชะงักดังกึก!แขนขวาที่กำอาวุธพุ่งออกไปเบื้องหน้าเป็นแนวตรงขนาดพื้น


              ‘พายุอสรพิษพร่ำพรรณนา’


              หลังจากร่างงูยักษ์สะสมพลังจนเต็มที่คลื่นลมปราณพลันเสมือนส่ายศีรษะคล้ายคำราม พวยพุ่งออกไปดุจเกลียวคลื่นลำตัวของลมปราณที่ก่อรูปร่างเป็นงูส่ายไปมาเพิ่มรัศมีของท่าหนึ่งรอบวงบริเวณโดยรอบที่มันเคลื่อนผ่านหลอมละลายตลอดเส้นทาง


              “หลบงั้นหรือไม่ทันกาณ์แล้วมั้ง ระยะห่างเท่านี้รัศมีของท่าครอบคลุมบนล่างซ้ายขวาภายในอุโมงค์จนเกือบหมดแล้ว ดูซิแกจะทำยังไง!”

              ปรากฏจังหวะนั้นเองก่อนที่พลังของซูโดจะพุ่งไปถึง คาตานะในมือของเรย์ระเบิดแสงจ้าเล็กออกมามีเพียงคนที่สายตาดีที่สุดจึงจะสังเกตเห็นว่าท่ามกลางคลื่นลมปราณทะลักทลายนี้มีบางส่วนสลายหายไป


              เกิดเสียงเปรี้ยงปร้างดุจระเบิด     

             

              คลื่นระเบิดจากพลังที่ถาโถมเข้าใส่ส่งผลให้เรย์ถูกอัดกระแทกจนตัวปลิวออกไปไกล


              หลังคลื่นลมสงบ เรย์ปักดาบลงพื้นค่อย ๆพยุงตัวขึ้นอย่างสะบักสะบอม กระอักเลือดออกมาหนึ่งหย่อม เสื้อผ้าทนบนฉีกขาด


              ซูโดเห็นเช่นนี่นพลันพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องต่อให้เขาไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมหนึ่งในท่าไม้ตายเมื่อครู่นั้นถือว่ามีอานุภาพร้ายแรงเป็นอันดับต้น ๆที่สุดแล้วในเวลานี้


              “แกควรอยู่ในสภาพปางตายมากกว่านี้แท้ๆ แต่ยังลุกขึ้นมาได้อีก ฉันขอนับถือเลยว่ะ...”


              “คุณนี่พูดมากจังเลยนะ”


              เรย์ค่อนแคะอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


              ชูโดแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเสียดสีเริ่มหมุนควงอาวุธในมืออีกครั้ง


              “ไปปากดีต่อในโลกหน้าก็แล้วกันจากนี้ผลลัพธ์คงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”


              ซูโดคิดว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายคงใช้วิชาอะไรสักอย่างเพื่อลดทอนอานุภาพจากท่าของเขาและสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายคงสูญเสียกำลังภายในไปเกือบทั้งหมดแล้ว เปิดโอกาสให้เขาทุ่มหมดหน้าตักเพื่อปิดเกม


              ซึ่งดูเหมือนว่าซูโดนั้นเข้าใจไม่ผิดเรย์ทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการโจมตีหักล้างนั่นแล้วจริง ๆ


              ทว่าสิ่งนี้นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เขาเลือกใช้เพื่อให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเขาแทบไม่เหลือกำลังภายในแล้วจริง ๆ


              ริมฝีปากของเรย์คลี่ออกเป็นรอยยิ้มว่างเปล่าไม่มีความรู้สึกอะไรแฝงอยู่เลย


              ร่างของเรย์ถูกลมพายุดึงดูดเข้าไปอีกครั้งเขารีดเร้นลมปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดชักดาบฟันส่งเพลงดาบวายุกระซิบต่อเนื่องสาดทั่วทุกทิศสร้างเศษฝุ่นหินดินทรายคละคลุ้งไปทั่ว


              ในสายตาของซูโดมองว่าช่องเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ใช้ฝุ่นควันเพื่อบดบังพรางตาก็ไม่ช่วยอะไร วิชาของเขาครอบคลุมกินพื้นที่ทั้งกระดานสิ่งที่เห็นอยู่จึงมีแต่เพียงความลนลานของคู่ต่อสู้ที่แสดงออกมาให้เขาหัวเราะในลำคอเมื่ออีกฝ่ายไม่อาจหยุดการดูดของพายุได้ จึงเลือกที่จะยืมแรงดูดและหันคมดาบชี้ตรงเข้ามาที่ตัวเขาซึ่งอยู่ตรงใจกลางพายุ


              “ดับเครื่องชนงั้นรึโง่เง่าสิ้นดี แค่ใจอย่างเดียวเอาชนะฉันไม่ได้หรอกนะน่าจะเห็นผลชัดพอควรแล้วนี่—”


              ในห้วงความคิดเล็ก ๆซูโดกลับฉุกคิดและเริ่มลังเลขึ้นมาว่า


              ‘หรืออีกฝ่ายจะมีไพ่ตายหลงเหลืออยู่อีกแต่จากสภาพการณ์มันแทบไม่เหลือกำลังภายในให้ทำอะไรได้อีกแล้ว’


              จะแลกหรือไม่แลก ซูโดตันสินใจเฉียบขาดเขาไม่ยอมถอย อาวุธในมือเมื่อสะสมพลังเสร็จก็พุ่งแทงออกไปข้างหน้าอย่างหนักหน่วงกล้าแข็งเสียงขู่ฟ่อคำรามของอสรพิษกลับมาอีกครั้ง


              “เข้ามาเลย! ไม่ว่าแกจะใช้วิชาอะไร ฉันจะทำลายมันด้วยพลังที่เหลือกว่าให้หมด!”


              ในห่วงเวลาแห่งความเป็นความตายก่อนที่ร่างอสรพิษจะกลืนกินตัวเป้าหมายมันกลับสลายหายไปในอากาศธาตุราวกับไม่เคยมีอยู่


              ปลายแหลมของดาบคาตานะและปลายคมหัวหอกจึงปะทะกันอย่างรุนแรงด้วยพลังทางด้านกายภาพล้วนๆ เมื่อต่างฝ่ายต่างแทบไม่เหลือกำลังภายในอาวุธที่กำแน่นมือต่างหลุดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง


              ร่างของเรย์พุ่งเฉียดกลางอากาศผ่านตัวของซูโดด้วยความเร็วสูง


              ซูโดได้ยินเสียงรู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ขณะนี้หันไปมองก็ไม่ทันแล้ว


              ทุกอย่างเหมือนภาพสโลว์ซูโดรีบหันกายไปยังทิศทางที่ศัตรูลอยผ่านสายตาเขาเหลือบไปมองขวานด้ามหนึ่งที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากเพดานตำแหน่งแนวระนาบห่างออกไปเพียงห้าก้าวซึ่งตัวเขาไม่เคยสนใจถึงการมีอยู่ของมันเลยสักนิด


              เดิมทีซูโดหวังใช้การโจมตีอันทรงพลังนี้เพื่อปิดฉากจึงทุ่มเทกำลังภายในทั้งหมดลงไปไม่มีเหลือ ทว่าเขากลับอ่านเกมผิดพลาดสิ่งที่เขามั่นใจว่าจะนำพาชัยชนะกลับกลายเป็นอากาศธาตุเหลือเพียงความว่างเปล่าเขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำได้อย่างไรจึงนึกย้อนไปยังช่วงที่อีกฝ่ายโจมตีอย่างลนลานไร้ทิศทาง มันคงทำเพื่อปิดยังเจตนาในการเล็งมาที่ขวานของซาบุโร่ด้ามนี้


              เหมือนกับว่าตัวซูโดเองเล่นไปตามบทที่บรรจงเขียนขึ้นชักนำให้เขาทุ่มเทหมดหน้าตัก และเผลอก้าวไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายวางไว้ซูโดได้แต่คิดอย่างสงสัย แต่สุดท้ายก็ไม่มีเวลาหาคำตอบมากพอภาพทุกอย่างแลดูเหมือนช้าไปเสียหมด เมื่อความตายคืบคลานมาเยือนถึงตรงหน้า ความกลัวต่อชายตรงหน้าที่ตนดูแคลนได้ก่อกำเนิดขึ้นในจิตใจอย่างไม่รู้ตัว


              จิตใจของซูโดจากตึงเปรี๊ยะเป็นหย่อนคลายจากหย่อนคลายเป็นตึงเปรี๊ยะ การเคลื่อนไหวย่อมสะดุด สิ่งที่เรย์หมายปองก็คือวินาทีเช่นนี้


              ทันทีที่เท้าของเรย์แตะพื้นเขารีบปรับสมดุล กระโดดหมุนตัว ฟาดส้นเท้าใส่ด้ามขวานที่กำลังล่วงลงมาอย่างแม่นยำดั่งคำนวณไว้


              ทุกอย่างเกิดขึ้นกระชั้นเกินไปไม่มีเวลาให้ซูโดทำอะไรได้อีกแล้วหลังจากทุ่มเทพลังทั้งหมดจนหัวใจกับปอดรับภาระหนัก ประสิทธิภาพการให้ออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลงความสามารถในการครุ่นคิดของสมองลดต่ำ พลังในการตัดสินใจไม่แม่นยำเหมือนเดิมอีกต่อไป


              ฉึก!


              ขวานศึกถูกส้นเท้าซัดดังเปรี้ยงพุ่งฝังลึกบนกลางทรวงอก


              “อั่ก—!! นี่หรือ... ความตายของฉัน... ช่างน่าขันนัก—”


              ร่างของซูโดโอนเอนทิ้งตัวแผ่ลงกับพื้น


              สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นคือแววตาเยือกเย็นจ้องมองมายังวะระสุดท้ายของเขา


              “การเริ่มรู้สึกกลัวเป็นการหลุดพ้นที่นำมา... ซึ่งความสุข เหมือนกับมีเพียงลมแผ่วเบาพัดใส่หน้า...รู้สึกได้ไหม นั่นคือลมหายใจของพระผู้เป็นเจ้า ท่านเรียกเราอยู่— แกลองฟังสิ ท่านกำลังเรียกเรากลับบ้าน”


              แต่ก่อนที่ความรู้สึกเจ็บปวดจะทันดึงจิตใจอันพร่ำเพ้อของซูโดให้กลับสู่ความเป็นจริงสติของเขาก็ถูกคลุมทับด้วยความมืดไปตลอดกาล


              ไม่ว่ากับใครความตายเป็นสิ่งเท่าเทียมและคาดเดาไม่ได้เสมอ


              ‘มีคำกล่าวว่าการต่อสู้ของผู้ตื่นรู้ไม่อาจตัดสินได้จากการดูออร่าโดยผิวเผิน ปริมาณกำลังภายในทักษะเวทมนตร์ วิชาต่อสู้ พลังใจ ความสามารถเฉพาะ การเตรียมตัว ข้อมูลแผนการลูกล่อลูกชน ฯลฯปัจจัยเหล่านี้ล้วนประกอบเป็นผลแพ้ชนะได้ทั้งหมด


            คำกล่าวนี้ใช้ได้กับทุกฝ่ายดังนั้นจงอย่าประมาทคู่ต่อสู้ว่าจะไม่เตรียมพร้อมแต่ก็อย่าได้ดูแคลนถึงความสามารถของตน แล้วหมั่นฝึกฝนมองหาปัจจัยที่จะทำให้ตัวเองชนะให้ได้มากที่สุด


            สำหรับตัวนายในตอนนี้ที่ห้ามเด็ดขาดเลยคือคิดหุนหันจะวัดกันด้วยกำลัง จุดสำคัญคือต้องใจเย็นรักษาจังหวะของตัวเองให้ได้ตลอด…จำคำพูดของฉันเอาไว้ให้ดีล่ะ’


              ซึ่งเรย์จดจำคำสอนนี้ของจุนเปย์ไว้อย่างขึ้นใจ


              ในเกมจิตวิทยาของการต่อสู้ ทุกก้าวย่างต่างฝ่ายล้วนคำนวณ เรย์หลอกล่อให้อีกฝ่ายทุ่มเทกำลังภายในออกมาเพื่อปิดเกมและเขาก็ทำมันจนสำเร็จ พลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างสิ้นเชิง


              เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจจากนั้นก็ก้มมองร่างไร้ชีวิตของซูโด ไม่มีความเกลียดชังระหว่างกันพวกเขาเป็นศัตรูและต่อสู้กันเพราะอยู่คนละฝั่ง บทเรียนสอนให้เขารู้ว่าถ้าไม่จัดการให้จบ ปัญหาก็อาจตามมาในภายหลัง

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน