พร้อมน้ำเสียงเจียงจือ นางจะกล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา “เจียงหยางเป็นเจ้าใช่หรือไม่ น้องชายของข้า พี่ไม่มีทางลืมพลังหยินบริสุทธ์เจ้าได้… เรากลับกันเถอะน้องชายข้า”
เสียงสั่น เจียงหยางเอ่ยชวนท่านพี่ออกมาทันใด “พี่เจียงจือ มากับข้าเถอะ!!”
หลางเทียนที่บาดเจ็บหนักเลือดอาบทั่วร่าง เขาแค่นเสียง พร้อมริมฝีปาก ที่กระอักเลือดสดออกมาทันที แม้แต่สุ่ยเยว่นางยังไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นท่าทีของ เจียงหยาง แม้จะมีความทรงจำเหลืออยู่บ้าง ทว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อยู่อีกต่อไป
“เจียงจือ เจ้าอย่าไปฟัง นั้นไม่ใช่น้องชายของเจ้าอีกต่อไปแล้ว” ครั้นหลางเทียน เห็นเจียงจือ นางคิดจะก้าวฝีเท้า ออกไปหาน้องชายนาง เขาแค่นเสียงออกมาห้ามปรามนาง ด้วยความยากลำบากทันใด
เสียงเจียงหยางที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดัน พุ่งปราดอายหยิน น้ำแข็งบริสุทธ์เข้ากดข่ม ร่างหลางเทียน กับสุ่ยเยว่ในทันใด “พวกเจ้าหุบปาก!!”
พร้อมความหนาวเย็นที่ทวีความรุนแรง อุณหภูมิโดยรอบ ยุบลงอย่างฮวบฮาบ กายาหนาวเย็นจวนไปถึงกระดูก พร้อมปากซีดเซียวของพวกเขา พ้นอายหนาวปะปนโลหิต ออกมาไม่ขาด
แค่ก!! แค่ก!!
หลางเทียนที่ไร้ทางเลือก เขาขับเคลื่อนกายา ดูดปราณพลังอายหยินบริสุทธ์ เข้าไปภายในร่างกายอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขาบีบจับเถาวัลย์ แทงทะลุร่างเขาไว้แน่น ทำให้กายาหลางเทียน ราวกับเป็นกายาหยินบริสุทธ์ พร้อมอุณหภูมิค่อยๆ กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ทว่าตามเนื้อตามตัวของหลางเทียน กลับเต็มไปด้วยรอยปริแตก ของปราณพลังหยินบริสุทธ์ที่เข้มข้น จากการสูบกลืนปราณพลัง เข้าไปอย่างรวดเร็ว
ครั้นเห็นได้ชัดว่า ร่างที่อยู่เบื้องหน้า อ่อนแอลงอย่างชัดเจน หลางเทียนเอ่ยสั่ง เตือนสติเด็กสาวออกมาทันที “สุ่ยเยว่มีแค่โอกาศนี้เท่านั้น รีบจัดการเซียงหยางเร็วเข้า”
“หืม!!เป็นไปได้อย่างไร เจ้าสามารถดูดซับ ปราณพลังหยินบริสุทธ์ ของข้าได้ จริงๆหรือ?” สีหน้าเจียงหยางซีดเผือดราวกับคนตาย มีสีหน้าประหลาดใจ กายาของหลางเทียนไม่น้อย ก่อนเด็กหนุ่มจะหันขวับ มาจับจ้องสถานการณ์เบื้องหน้า เมื่อเห็นร่างสุ่ยเยว่ เด็กสาวปลดปล่อยแรงกดดันสายเลือดที่รุนแรงเข้ากดข่ม พร้อมส่งฝ่ามือกระบวนท่าทำลายร้าง ด้วยไฟสวรรค์สีฟ้าครามออกมา
เสียง เคร้ง!! ฝ่ามือที่ปะทะกันทำให้ สุ่ยเยว่ถอยกรูดกระเด็น ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาคำรบใหญ่ แม้แต่หลางเทียน ยังไม่เคยเห็นเปลวไฟสวรรค์ที่นางสำแดง ความรุนแรงของมัน ถึงกับแผดเผา แขนเจียงหยางให้กลายเป็นเถ้าธุลีได้
“สำเร็จเช่นนั้นหรือสุ่ยเยว่ การโจมตีของเจ้ามันได้ผล”
แม้แต่เจียงจือ นางยังมีท่าทีเป็นห่วงเจียงหยางน้องชายของนาง เมื่อเห็นความบ้าคลั่งของเขา “เจ้า!! เจ้า!! บัดซบ!! บัดซบ!!”
ทันใดเส้นสายที่ระโยงระยางออกไปทั่ว เชื่อมต่อกับแมลงกาฝาก มันก็ค่อยๆทยอยตายตก ส่งปราณพลังที่มันออกไปเก็บเกี่ยว ส่งมาให้ร่างของเจียงหยาง อย่างบ้าคลั่ง ทำให้บริเวณกำแพงเมืองรอบนอก ค่อยๆคลี่คลาย สถานการณ์ความวุ่นวายลงไป
ร่างเจียงหยางที่เปี่ยมไปด้วยปราณพลัง แขนที่ถูกไฟไหม้ ค่อยๆงอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมเสียงกลั้วหัวเราะคลี่ยิ้ม ออกมาอย่างชั่วร้าย “ฮ่าๆ เกรงว่าหัวเราะทีหลัง จะดังกว่าซินะ!”
หลางเทียน สุ่ยเยว่ พวกเขาหน้ามืดทะมึนขึ้นมาทันที เมื่อเห็นร่างที่เปี่ยมไปด้วยปราณพลังพลุ่งพล่าน ก่อนจะปรากฏฝ่ามือน้ำแข็ง ขนาดใหญ่แหลมคมยื่นออกมา ตะปบเข้าใส่ร่างพวกเขา ฝีเท้าหลางเทียนเคลื่อนที่ขึ้นหน้าปกป้อง สุ่ยเยว่ไว้ทันใด
“ยามนี้ มีเพียงแค่การโจมตี ของเจ้าเท่านั้น ที่จะจัดการเจียงหยางได้”
พร้อมเสียง ฉัวะ!! จะดังออกมาหนักแน่น เมื่อหลางเทียนพุ่งปราด ออกไปรับการโจมตีแทนนาง ก่อนร่างที่โชกโลหิตจะปลิวกระเด็น ติดผนังหิน สลบเหมือดเปลือกตาปิดสนิทลงไปทันใด
อัก!!
สุ่ยเยว่กระแทกเท้า แค่นเสียง ชิ!! ออกมาอย่างไม่พอใจ “ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย ใครบอกเจ้าให้มารับการโจมตีแทนข้า” ทว่าหัวใจเด็กสาว สั่นสะท้านไม่น้อย
เสียงแค่น หึ!! เจียงหยางกล่าวพูดขึ้นมาทันที “ที่นี่ ก็เหลือแค่เจ้าแล้ว แม่เด็กสาวตัวปัญหา ข้าจะจัดการเจ้าอย่างไม่ทรมาน สายเลือดเจ้าเอง ก็ไม่เลวเช่นกัน”
สุ่ยเยว่กล่าวยอกย้อน ออกมาทันที หึ!! “แม้ว่าเจ้าจะขอโทษ... ข้าก็ไม่ยกโทษให้เจ้าเด็ดขาด จงตายเน่าที่นี่ไปเสีย” ครั้นสิ้นเสียงของนาง แผ่นยันต์ขอความช่วยเหลือ ถูกนางขับเคลื่อนปราณพลัง เผาผลาญ มันทิ้งอย่างไม่เสียดาย
เสียงเจียงหยาง แค่นเสียงกราดเกรี้ยวขึ้นมาทันที “เจ้า!! เจ้า!! คิดจริงหรือว่า จะมีคนมาช่วยเหลือตัวเจ้าทัน” เสี้ยวฉับพลันที่เขากระทืบเท้า ปัง!! หอกน้ำแข็งนับไม่ถ้วน ก็ผุดพรายขึ้นมาทั่ว พร้อมพุ่งปราดเข้าทิ่มแทงร่างสตรี ที่คลี่ยิ้มออกมากว้าง ด้วยความโอหัง
“จงตายเสีย!!”
เสี้ยวขณะ ก่อนจะมีแสง บางสิ่งตกลงมายังหุบเหวลึกอย่างรุนแรง ทำให้หอกน้ำแข็ง แตกกระจัดกระจาย ออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยออกไปทั่วในเสี้ยวพริบตา พร้อมเสียง เคร้ง!! ที่ดังออกมาก้องสนั่น เจียงหยางเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา ว่าจะมีคนมาช่วยเหลือ เด็กสาวรวดเร็วถึงเพียงนี้
แม้แต่ทิศทางเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เริ่มจะคลี่คลายสถานการณ์ ความวุ่นวายบริเวณด้านหน้าเมือง เขายังรับรู้ได้ว่ามีบุคคลไม่ธรรมดา มาเยือนยังป่า ก้นเหวลึกแห่งนี้
เจียงหยางเขามีท่าทีร้อนรนทันใด “ไม่!! ไม่!! เป็นไปไม่ได้!! พวกเจ้าเป็นใครกันแน่!!” เมื่อเห็นร่างชายหนุ่ม สีหน้าเรียบนิ่งภายใต้ผ้าคลุมดำ มายืนขวางตัวเขาไว้ พร้อมรับรู้ถึงความตาย ขึ้นมาอย่างเด่นชัด
ก่อนเสียงภายใต้ผ้าคลุมดำจะกล่าวพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย “คนของลัทธิเงาจำศีล พฤกษาธาตุ ยังหลงเหลือเมล็ดพันธุ์ อยู่อีกเช่นนั้นหรือ?”