เมื่อเห็นชายผู้นั้น ดวงตาของกานหลินหรี่เล็กลงและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“เฟิงอู่เทียน ตราหยกประจำตัวเสร็จแล้วรึ?”
หลงเฉินหันไปมองชายที่เพิ่งมาถึง ชายผู้นี้ดูน่าจะอายุราวยี่สิบปี เขาดูอ่อนเยาว์กว่ากานหลินมากนัก แต่หากเทียบกันแล้ว พลังของเขาดูจะลึกล้ำกว่ามาก
เบื้องหน้าหลงเฉินและคนอื่น ๆ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานามว่าเฟิงอู่เทียนเดินเข้ามาในหอฝึกยุทธ์โดยไม่พูดอะไร เขานำตราหยกประจำตัวจำนวนห้าชิ้นมาให้ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันที ทว่าตอนที่เขากำลังจะออกไป เขาก็หันกลับมามองหลงเฉินด้วยสายตาเย็นชา หลงเฉินรู้สึกหนาวสั่นในหัวใจ
ทำให้เขาถึงกับต้องสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่
หลังจากเฟิงอู่เทียนจากไปแล้ว กานหลิงก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“หลงเฉิน เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?”
หลงเฉินพยักหน้าและเอ่ยถาม
“พี่กาน ข้าไม่เคยพบเฟิงอู่เทียนมาก่อน แต่เหตุใดเขาถึงดูจะไม่ชอบหน้าข้าถึงเพียงนั้น?”
กานหลินหัวเราะเจื่อน ๆ พลางส่ายศีรษะ
“เฟิงอู่เทียนเป็นผู้ติดตามที่มีพรสวรรค์ที่สุดของผู้คุมกฎหลิว ตอนที่เขาอายุได้สิบเก้าปีเขาก็สามารถบรรลุระดับแก่นมนุษย์ได้แล้ว และอาจจะบรรลุระดับแก่นปฐพีได้ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย เจ้าไม่ควรไปเป็นศัตรูกับคนเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ข้าควรจะบอกอะไรเจ้าไว้หน่อยว่าหวงเฟยหยางเคยใกล้ชิดกับเฟิงอู่เทียน และถือได้ว่าเป็นผู้ติดตามของเขา วันนี้ผู้คุมกฎหลิวลงโทษหวงเฟยหยางด้วยเรื่องของเจ้า สำหรับเจ้าแล้วเขา...”
ทันใดนั้น หลงเฉินถึงกับพูดไม่ออก
เป็นเพราะม้าของหลิงชิงจึงทำให้เกิดเรื่องบาดหมางขึ้นระหว่างเขากับหวงเซียง และเพราะเขาทำให้หวงเซียงบาดเจ็บ หวงเฟยหยางจึงต้องการฆ่าเขา การทำให้หวงเฟยหยางถูกลงโทษก็ทำให้ยอดอัจฉริยะเฟิงอู่เทียนผู้นี้ไม่พอใจเขาอีกทอดหนึ่ง…
หลงเฉินรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
‘ข้ายังรับมือหวงเฟยหยางไม่ได้เลย แล้วนี่ยังจะมีเฟิงอู่เทียนโผล่มาอีก...’
สายตาเยียบเย็นที่เฟิงอู่เทียนมองเขาทำให้หลงเฉินอารมณ์เสีย แต่เขาก็ตระหนักดีว่าความแข็งแกร่งของตนเองในตอนนี้ยังทำอะไรคนผู้นั้นไม่ได้ ชีวิตของเขาไม่ได้มีค่าไปกว่าวัชพืช สิ่งเดียวที่หลงเฉินทำได้ในตอนนี้คืออดทนอดกลั้นเอาไว้
‘รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นก่อนเถอะ ใครก็ตามที่มาหาเรื่องลูกพี่คนนี้ ข้าจะต้องทำให้พวกมันชดใช้…’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แสงแห่งลางร้ายก็ฉายแววอยู่ในดวงตาของเขา เมื่อเห็นท่าทีของหลงเฉิน กานหลินก็ส่ายศีรษะและเอ่ยขึ้น
“อย่าเพิ่งวู่วามไป ตอนนี้เจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวงเฟยหยางหรอก และยังห่างชั้นกับเฟิงอู่เทียนอยู่อีกหลายขุม พวกเขาเป็นคนของผู้คุมกฎหลิว ดังนั้นเจ้าอย่าไปมีเรื่องกับพวกเขาจะดีกว่า เฟิงอู่เทียนมีศักยภาพมากกว่าเจ้า และผู้คุมกฎหลิวก็พอใจเขามาก เมื่อเวลานั้นมาถึง ผู้คุมกฎหลิวอาจจะกำจัดเจ้าด้วยมือของนางเองก็เป็นได้ เช่นนั้นแล้วข้าขอแนะนำเจ้าให้ทำตัวดี ๆ และขอโทษเสีย ชายชาตรีย่อมรู้ว่าเมื่อใดควรสู้ และเมื่อใดควรยอม”
คำพูดของกานหลิงเป็นดั่งค้อนที่ทุบลงมาบนศีรษะของเขา เขากัดฟันและตระหนักว่าเพื่อตระกูลหยางแล้ว เขาจำต้องอดทน
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินดูปกติดีแล้ว กานหลินจึงไม่ได้เอ่ยถึงมันอีก เขามอบตราหยกประจำตัวให้ทุกคนและเอ่ยขึ้น
“ทุกคนลองใช้ตราหยกประจำตัวตามที่ข้าได้อธิบายไปได้เลย”
หลงเฉินรับตราหยกประจำตัวที่มีขนาดเท่าฝ่ามือมา มีอักขระแปลกประหลาดสลักอยู่ด้านหน้าตราหยก และด้านหลังมีอักษรสองตัวของชื่อหลงเฉินถูกสลักเอาไว้ มันดูประณีตงดงาม หลงเฉินจับตราหยกไว้และถ่ายเทปราณเข้าไป รายละเอียดต่าง ๆ ผุดขึ้นในหัวของเขาตามที่คาดไว้
‘ชื่อ: หลงเฉิน / สังกัด: เหล่านอกตระกูล เหล่ามรกต สำนักสุริยันมรกต / ระดับพลัง: ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด / ประเภท: นักรบอสูร / วิญญาณสัตว์อสูรปฐมภูมิ: กิ้งก่าโลหิตใต้ดิน / พื้นเพ: นครหยวนหลิง เมืองพฤกษาหมอก ตระกูลหยาง / คะแนนผลงาน: ศูนย์’
“รายละเอียดพวกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาทางร่างกายของพวกเจ้า”
กานหลินอธิบาย
หลงเฉินเก็บตราหยกไว้ในถุงมิติ
ด้วยตราหยกชิ้นนี้ เขาก็อยู่ในสังกัดเหล่าคนนอกตระกูลของตระกูลหลิงอู่อย่างเป็นทางการ
จนกระทั่งตอนนี้ กานหลินยังต้องคอยอธิบายทุกสิ่งที่พวกเขาควรรู้ เขายิ้มและมองไปยังเด็กหนุ่มทั้งห้า
“อีกห้าวันข้างหน้าพวกเจ้าจะได้รับภารกิจแรก ภารกิจนี้สำคัญกับพวกเจ้าทุกคน เช่นนั้นแล้วเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเจ้าก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด!”
‘ต้องรีบร้อนเพียงนั้นเลยรึ?’
หลงเฉินคิดว่าจะมีเวลาพักฟื้นบ้าง เพราะพวกเขาเพิ่งผ่านการคัดเลือกและทุกคนก็มีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง อย่างเช่นหลงเฉินเป็นต้น การที่เขารับหมัดของหวงเฟยหยางทำให้เขาสูญเสียพลังต่อสู้ทั้งหมดไป แม้แต่จะยืนยังต้องรวบรวมพลังใจทั้งหมดที่เขามี
กานหลินพยักหน้าและเอ่ยขึ้น
“นี่เป็นทั้งภารกิจแรกและโอกาสที่พวกเจ้าจะได้แสดงความจงรักภักดีต่อตระกูลหลิงอู่ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามาก และข้าได้จัดเตรียมมาให้แล้ว...”
กานหลินนำต้นสมุนไพรออกมาจากถุงมิติจำนวนหนึ่ง
“นี่เป็นหญ้าดอกผักกาดระดับอำพันขั้นสูง มันมีสรรพคุณในการรักษาอาการบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายใน น่าจะเกินพอให้พวกเจ้าฟื้นพลังกลับคืนมาได้จนถึงขีดสุด สิ่งนี้ถือเป็นรางวัลแรกของพวกเจ้าหลังจากเข้าร่วมกลุ่ม”
เมื่อมีหญ้าดอกผักกาดนี้ หลงเฉินก็ไม่รู้สึกกังวลอะไรอีก เขารับหญ้าดอกผักกาดมาเช่นเดียวกับทุกคนและเก็บมันเข้าไปในถุงมิติ ในขณะเดียวกัน กานหลินก็ล้วงเข้าไปในถุงมิติของตนเองและหยิบแผ่นหนังแกะออกมาแผ่นหนึ่ง เขาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“สมาชิกใหม่ทุกคนจะได้รับของขวัญ พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับทักษะยุทธ์ในระดับล้ำลึกและหยกศักดิ์สิทธิ์สิบชิ้น ข้าจะมอบหยกศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเจ้าเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนอื่น... จงดูรายชื่อทักษะยุทธ์พวกนี้และเลือกมาอย่างหนึ่ง พวกเจ้าถามข้าได้ว่ามันแต่ละอย่างนั้นมีความพิเศษอย่างไร”
กานหลินมอบแผ่นหนังแกะให้พวกเขาคนหนึ่ง จากนั้นก็หยิบหยกศักดิ์สิทธิ์ห้าสิบชิ้นออกมาเพื่อแบ่งให้พวกเขาทั้งห้าคน
ในที่สุดหลงเฉินก็รู้สึกร่ำรวยเมื่อเขามีหยกศักดิ์สิทธิ์ถึงสิบชิ้น
แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นมนุษย์ทั่วไปจะไม่มีหยกศักดิ์สิทธิ์มากกว่าร้อยชิ้นเชียวหรือ?
‘ตระกูลหลิงอู่ช่างใจกว้างเสียจริง ๆ ทั้งหญ้าดอกผักกาดระดับอำพันขั้นสูง หยกศักดิ์สิทธิ์อีกสิบชิ้น และที่สำคัญที่สุด... ทักษะยุทธ์ในระดับลึกล้ำ!”
หลงเฉินรู้สึกตกใจถึงขีดสุด
ไม่นานหลังจากที่กานหลินอธิบาย ทั้งสี่คนก็ได้เลือกทักษะยุทธ์ไปเรียบร้อยแล้ว ครานี้ถึงตาของหลงเฉิน เขากวาดสายตาไปตามแผ่นหนังแกะและพบว่าชื่อของทักษะยุทธ์แต่ละอย่างล้วนน่าน่าเกรงขาม ไม่ว่าทักษะหมัด ทักษะดัชนี ทักษะผนึก ทักษะกรงเล็บ ทักษะการเตะ ทุกอย่างล้วนรวมอยู่ในนั้น แม้กระทั่งทักษะการใช้กระบี่
‘สำหรับทักษะการโจมตีข้าก็มี [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] ซึ่งเป็นทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลางแล้ว ต่อให้ข้าได้ทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำมาอีกก็คงไม่ดีนัก...’
หลงเฉินคิดใคร่ครวญและนิ่วหน้าไล่ดูรายชื่อเหล่านั้น จนกระทั่งเขาอ่านรายชื่อครบทั้งหมดและพบชื่อของกระบวนท่า [มังกรสวรรค์ย่างก้าว]
หลงเฉินเอ่ยถาม
“ข้าสงสัยว่า [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] มีความพิเศษอย่างไร?”
หลงเฉินมีทักษะยุทธ์ในระดับลึกล้ำอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงเลือกกระบวนท่าของร่างกาย กานหลินไม่ได้ดูแปลกใจเลยสักนิด ราวกับรู้ว่าหลงเฉินจะต้องเลือกทักษะยุทธ์เช่นนั้น
“[มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เป็นทักษะยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่กระบวนท่าของร่างกายระดับลึกล้ำ เมื่อใช้ [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] ในการต่อสู้ ร่างกายของเจ้าจะเหมือนกับงูน้ำ ความเร็วที่มิอาจคาดเดาจะทำให้คู่ต่อสู้ของเจ้าไม่สามารถเจาะจงเป้าหมายได้ หากผนวกเข้ากับทักษะการโจมตีที่รุนแรง ก็จะยิ่งส่งผลลัพธ์ดีเยี่ยม ความทนทานของร่างกายเจ้าหลังจากกลายร่างน่าจะเหมาะสมที่สุดที่จะใช้กระบวนท่า [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] แล้วล่ะ!”
ในเมื่อหลงเฉินสรรเสริญ [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] ถึงเพียงนี้ หลงเฉินจึงตัดสินใจได้ทันที
“เช่นนั้นข้าจะเลือกทักษะนี้”
เมื่อหลงเฉินสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง กานหลินจึงรู้สึกดีใจไปกับเขา รายละเอียดต่าง ๆ ถูกถ่ายทอดไปจนหมดแล้ว และของทุกชิ้นก็ถูกนำส่ง ดังนั้นกานหลินจึงยืนขึ้นและลูบผ้าคาดเอวให้เรียบ
“ข้ากวนพวกเจ้ามานานพอแล้ว รีบกลับไปยังที่พักและพักฟื้นเสีย ทำความคุ้นเคยกับทักษะใหม่ที่ได้ไป ข้าจะอยู่ที่ห้องพักของผู้ติดตามระดับหนึ่งของเหล่ามรกต หากมีสงสัยอะไรก็มาหาข้าได้”
เมื่อพูดจบกานหลินก็เดินจากไป
คนที่เหลือต่างก็กังวลที่จะมุ่งหน้ากลับไป ดังนั้นพวกเขาจึงทำความคุ้นเคยกันก่อนที่จะกลับไปที่ห้องพักของตนเอง
‘ไม่มีใครเข้าห้องของผู้ติดตามตระกูลหลิงอู่ได้ เพราะการเปิดห้องจำต้องใช้ตราหยกประจำตัวของเจ้าของห้องเท่านั้น’
หลังจากเปิดประตูเข้าไปแล้ว หลงเฉินมองการตกแต่งที่ประณีตสวยงาม ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาสำหรับเขาจริง ๆ และเป็นไปตามที่คาด ตระกูลหลิงอู่มีทรัพยากรชั้นยอดนับไม่ถ้วน แม้ที่พักอาศัยของผู้ติดตามระดับสี่ก็ยังหรูหราอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากปิดประตู หลิงซีก็ลอยออกมาจากกระบี่หลิงซีในทันที เมื่อเห็นห้องสีขาวราวกับหยก ดวงตาของนางเป็นประกายด้วยความพอใจ นางเหาะไปรอบห้องก่อนจะนอนลงบนเตียงอย่างสบายใจจากนั้นก็ตะโกนออกมา
“ในที่สุดก็มีที่ที่ทำให้ข้ารู้สึกพอใจเสียที! ที่ตรงนี้จะเป็นอาณาเขตของข้านับแต่นี้ไป”
หลงเฉินหยอกล้อนาง
“เสี่ยวซี เจ้าหมายถึงที่ของข้าสินะ? ชายโสดและหญิงโสดอยู่กันตามลำพังบนเตียงมันออกจะไม่ค่อยเหมาะไม่ใช่รึ?”
หลิงซีกระโดดขึ้นมาในทันทีและจ้องมองหลงเฉินอย่างขุ่นเคือง
“ฝันไปเถอะ! เจ้าคนลามกหน้าไม่อาย! ข้าไม่นอนเตียงเดียวกับเจ้าหรอก จากนี้ไปเตียงเป็นของข้า และพื้นเป็นของเจ้า! ”
หลงเฉินหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไม่สนใจนาง หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ตระหนักได้ว่ามีห้องใต้ดินอยู่ภายในห้องซึ่งการออกแบบคล้ายห้องฝึกซ้อม หลงเฉินเข้ามาและนั่งลงบนเสื่อ ก่อนจะตะโกนบอกหลิงซีที่กำลังเริงร่าอยู่ข้างบน
“นี่ เจ้าเล่นอยู่ข้างบนไปก่อนนะ ข้าจะรักษาแผลเสียหน่อย”
หากพูดกันตามตรงแล้ว หมัดของหวงเฟยหยางก่อนหน้าเฉียดอวัยวะภายในของเขาไป หากมิใช่พลังใจอันแรงกล้า รวมทั้งความคาดหวังอันสูงส่งของกานหลินที่ผลักดันให้เขาเข้มแข็ง หลงเฉินคงไม่สามารถทนได้จนกระทั่งตอนนี้
หลังจากเอาหญ้าดอกผักกาดออกมา หลงเฉินก็พิจารณามันใกล้ ๆ และพบว่ากลิ่นของหญ้าดอกผักกาดนั้นฉุนกว่าโสมภูเขาปีศาจเสียอีก
“ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นสมุนไพรระดับอำพันขั้นสูง!”
หลังจากเคี้ยวหญ้าดอกผักกาดเข้าไป หลงเฉินก็สัมผัสได้ถึงพลังอันเย็นเยียบที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและกำลังบำรุงร่างกายของเขา
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป หลงเฉินก็พบว่าอัตราการฟื้นตัวของเขาในเวลานี้ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก คนทั่วไปอาจจะใช้เวลาราวห้าวันในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บระดับนี้ แต่เขากลับใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยแสงสีทอง
“หวงเฟยหยาง หมัดของเจ้าในวันนี้ ไว้ข้าจะคืนให้กับเจ้าเอง!”
แม้จะมีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างพวกเขา แต่การตามให้ทันความห่างชั้นของพลังก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
‘เมื่อข้าเข้าสู่ระดับแก่นมนุษย์ ผนวกกับ [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] และวิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร] แล้ว...’
หลงเฉินตระหนักดีว่าหวงเฟยหยางเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ ขณะที่พวกเขาอยู่ในหอพักต้นหลิวมรกต แม้หลงเฉินไม่ฆ่าเขา ก็คงต้องมีสักวันที่หวงเฟยหยางจะชิงลงมือ
รัตติกาลคืบคลานมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นมีเสียงใครบางคนเคาะที่ประตู ดวงตาของหลิงซีฉายแววรังเกียจขณะที่นางเอ่ยขึ้น
“ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นมาหาเจ้าน่ะ!”
“คนไหนล่ะ?”
หลงเฉินไม่รู้ว่าเหตุใดสีหน้าของหลิงซีถึงดูบูดบึ้ง
“ก็แม่หลิวเมื่อตอนกลางวันนั่นอย่างไร ถ่อมาที่นี่ดึก ๆ ดื่น ๆ ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”
*******************
***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)

***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)