บทที่ 14-2 หลี่หยางเหวิน
หวังหมิงเยว่อยากให้ทุกคนในครอบครัวเรียนรู้ที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่เสมอ ดังเช่นเมื่อก่อนที่ครอบครัวของนางปลูกข้าวผลผลิตที่ได้กลับลดลงทุกปี แต่ครอบครัวของหวังหมิงเยว่ก็ยังคงปลูกข้าวต่อไปไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอันใด ‘อันนี้ หนูไม่โอค่ะ’ นางจึงทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ครอบครัว
วันนี้คนงานชายสองคนมาเริ่มทำงานที่โรงงานเต้าเจี้ยวครั้งนี้จะทำเต้าเจี้ยวจำนวนหนึ่งร้อยไหใหญ่ ทุกคนในบ้านจึงมาช่วยกัน หวังหมิงเยว่วางแผนการผลิตให้กับท่านแม่และป้าอิงทุกห้าวันให้ผลิตเพิ่มวันละยี่สิบไหใหญ่ โดยให้เขียนกำกับวันผลิตไว้ดังนั้นในหนึ่งเดือนจะผลิตได้หนึ่งร้อยยี่สิบไหใหญ่บรรจุได้หนึ่งพันสองร้อยไหเล็กต่อเดือนวันรุ่งขึ้นท่านพ่อจึงไปซื้อลาเทียมเกวียนเพิ่มอีกสองตัวเพื่อไว้ใช้งาน
เก้าวันถัดมา อากาศเริ่มหนาวขึ้นกว่าเดิมมากเป็นสัญญาณบ่งบอกการเข้าสู่ฤดูหนาว หวังหมิงเยว่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่และชงไฉ่เข้าไปในตำบล โดยนางและท่านพ่อนำผักดองสี่สิบจินไปส่งที่ร้านอาหารและสองร้อยจินไปส่งที่ภัตตาคารเจี้ยนคัง ส่วนท่านแม่ พี่ใหญ่และชงไฉ่นำลาเทียมเกวียนที่พี่รองใช้อยู่เป็นประจำ แยกตัวไปซื้อ อาหาร เครื่องปรุงและเครื่องใช้ เพื่อเตรียมไว้สำหรับช่วงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาแล้ว
เมื่อหวังหมิงเยว่และท่านพ่อส่งของเสร็จจึงกลับมารอพวกของท่านแม่ที่ร้านน้ำเต้าหู้ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามพวกท่านแม่กลับมาพร้อมสิ่งของเต็มเกวียน
‘ผู้หญิงกับการช้อปปิ้งเป็นของคู่กันจริง ๆค่ะ’
“ท่านแม่ ซื้อสิ่งใดมาบ้างรึเจ้าคะ ถึงได้มากมายเยี่ยงนี้”หวังหมิงเยว่เอ่ยถามมารดา
“พวกอาหาร เครื่องปรุง และของใช้ต่าง ๆ นะเยว่เอ๋อร์แม่ยังซื้อชุดใหม่สีแดงให้กับทุกคนใส่ในวันขึ้นปีใหม่และยังมีเครื่องประดับให้เจ้ากับซินเอ๋อร์ด้วย” ใบหน้าของเหอฟางหรูประดับไปด้วยรอยยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงการมีความสุข
‘ถ้าท่านมีความสุข ก็จัดไปเจ้าค่ะท่านแม่’
ท่านแม่ พี่ใหญ่ และชงไฉ่ จึงนำสิ่งของกลับบ้านไปก่อน ส่วนหวังหมิงเยว่และท่านพ่อรอกลับบ้านพร้อมพี่รอง‘เพราะไม่มีที่ให้นั่งเจ้าค่ะ’
วันที่สิบหก เดือนสิบสองร้านน้ำเต้าหู้ต้องปิดร้านเป็นการชั่วคราวเนื่องจากนายช่างหลวนจะทำการซ่อมตึกทั้งสองหลังนายช่างหลวนแจ้งว่าจะเร่งให้เสร็จก่อนวันส่งท้ายปีเก่า หวังหมิงเยว่จึงแจ้งกับทุกคนถึงแผนการบริหารจัดการร้านโดยจะให้เงินค่าแรงแก่ท่านลุงใหญ่ พี่เฟยหมิง ท่านลุงรอง เพิ่มเป็นเดือนละสิบห้าตำลึงแต่ทั้งสามคนปฏิเสธบอกว่าจำนวนเงินมากเกินไป นางจึงบอกกับพวกเขาว่า มันไม่มากเกินไปเมื่อเทียบกับความเหน็ดเหนื่อยและความทุ่มเทที่ทั้งสามคนทำให้ร้านเจริญรุ่งเรืองได้ถึงเพียงนี้จากนั้นจึงให้พี่รองประกาศรับสมัครคนงานเพิ่มอีกสี่คน
ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งถึงวันที่ยี่สิบสี่ เดือนสิบสอง เป็นวันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ท่านแม่และคนงานช่วยกันทำความสะอาดบ้านตั้งแต่เช้าตรู่จากนั้นจึงทำพีธีไหว้เทพเจ้าเตา
วันถัดมาเต้าเจี้ยวก็หมักได้ที่ทุกคนที่ช่วงนี้เว้นว่างจากงานเพาะปลูกและเปิดร้านจึงมาช่วยกันบรรจุเต้าเจี้ยวลงไหได้จำนวนห้าร้อยไหเล็กจากนั้นพี่ใหญ่และพี่รองเข้าไปที่ร้านเพื่อตรวจรับงานเนื่องจากเมื่อวานนายช่างหลวนให้คนงานมาแจ้งว่า ซ่อมตึกเสร็จแล้ว ส่วนหวังหมิงเยว่ท่านพ่อ และชงไฉ่นำเต้าเจี้ยวสิบไหและผักดองสี่สิบจินไปส่งให้ร้านอาหารผักดองหนึ่งร้อยจินและเต้าเจี้ยวหนึ่งร้อยไหส่งที่ภัตตาคารเจี้ยนคังแลที่สุดท้ายคือบ้านท่านลุงไห่ส่งเต้าเจี้ยวอีกสามร้อยไห