บทที่ 22
เคยคิดมาตลอดว่าชีวิตประจำวันมันช่างน่าเบื่อ วอนพระเจ้าช่วยนำความความหน้าเบื่อไปจากชีวิตด้วย
นั่นคือความคิดสุดท้ายก่อนอุบัติเหตุรถชนระหว่างการทัศนศึกษาที่ชิสึโอกะจะเกิดขึ้น มันควรจะเป็นการทัศนศึกษาที่แสนหน้าเบื่อเฉกเช่นเดียวกับที่มันเกิดขึ้นทุกๆปีถ้าไม่ใช่เพราะคนรวยขับที่มีปริมาณแอลกอฮอลในเลือดสูงซิ่งรถยนต์หรูราคาแพงเบียดเข้ากับรถบัสโรงเรียน
ในวันนั้นเองที่ชีวิตประจำวันของ โนโซมิ ฮิคาริ เด็กสาวสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 15 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอและอีกสามได้พบกับผู้เรียกตัวเองว่าเทพเจ้าได้ปรากฏตัวเพื่อนำตัวพวกเธอทั้งสี่ไปยังต่างโลกพร้อมกับความสามารถที่ดูคล้ายกับระบบเกมส์ออนไลน์
จิโตเสะ ฮิเมะ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีดำยาวฉายาองค์หญิงแห่งชมรมยิงธนูลูกสาวของมหาเศษรฐีชื่อดังเจ้าของธุรกิจมูลค่าารวมกันมากติดอันดับโลกเพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทที่ดีงามสมชื่อ ได้รับคลาสผู้กล้าแห่งคันศร
ฮิเมคาวะ คาโอรุ เจ้าของผลการเรียนอันดับ 1 ในรุ่น แชมป์การแข่งขันวิชาการผู้มีไอคิวสูงถึง 160 สามารถแก้โทย์คณิตศาสตร์ระดับปริญญาโทได้ตั้งแต่อายุ 13 ถูกทาบทามจากมหาวิทยาลัยโตเกียวให้สามารถสอบเทียบชั้นไปเรียนปริญญาตรี ได้รับคลาสผู้กล้าแห่งเวทย์
ทาเคโนอุจิ ทาเคชิ หนุ่มหล่อเจ้าของตำหน่งประธานนักเรียนบุตรชายนักการเมืองไฟแรงผู้มีอำนาจในสภาปกครองที่ปรึกษาประจำตัวนายกรัฐมนตรี คว้าถ้วยรางวัลการแข่งขันสุนทรพจน์มากมายเป็นไอดอลที่ใครๆก็ชื่นชอบผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนได้รับคลาสผู้กล้าแห่งดาบ
และสุดท้ายก็คือตัวเธอเอง โนโซมิ ฮิคาริ นักเรียนธรรมดาๆที่มีความสามารถด้านกีฬานิดหน่อยเท่านั้นที่บังเอิญตายด้วยอุบัติเหตุและตกกระไดพลอยโจนถูกส่งตัวมาต่างโลกผ่านระบบอัญเชิญของอาณาจักรหนึ่ง พระเจ้าได้มอบคลาสผู้กล้าแห่งหมัด
พระเจ้าได้บอกว่าโลกที่พวกเธอจะถูกส่งตัวไปนั้นถูกเรียกขานกันว่าเซลิออนมีอาณาจักรของมนุษย์เรียกว่าริชมอนด์ที่ต้อสู้เพื่อมนุษยชาติต้องการรวมความปรารถนาของมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เรียกว่าปีศาจ
แม้จะไม่ได้อ่านนิยายแนวนี้อย่างจริงจังแต่คอนเซปไปต่างโลกด้วยการอัญเชิญเพื่อไปปราบจอมมารเป็นอะไรที่เกลื่อนตลาดสุดๆต่างกันแค่แทนที่จะถูกพามาต่างโลกด้วยทรัคซัง(รถบรรทุก)กลับถูกส่งตัวมาด้วยอุบัติเหตุแทน ไม่ว่าจะฟังยังไงเหตุผลของชายวัยกลางคนที่เรียกตัวเองว่ากษัตริย์ก็ฟังดูน่าสงสัยสุดๆ
“แน่นอนว่าเราจะช่วย เจ้าพวกปีศาจต่ำช้าพวกนั้นจะต้องถูกพวกเราปราบอย่างแน่นนอน”
แต่ไม่รู้ทำไมทาเคโนะอุจิ ทาเคชิถึงได้เชื่อเหตุผลที่คนแปลกหน้าพวกนี้ยกขึ้นมาอ้าได้อย่างสนิทใจ แถมคุณฮิมะและคาโอรุก็ดูจะเห็นด้วยกับทาเคชิคุงหากฮิคาริคัดค้านอะไรไปอาจจะดูแปลกๆแถมเธอก็ไม่มีที่ไปอยู่แล้วเลยเลือกจะตามน้ำไปก่อน
ถึงปากจะบอกว่าจะไปกู้โลกเลเวลของพวกเธอก็มีแค่ 1 เท่านั้น แต่พระเจ้าที่ส่งพวกเธอมาก็ไม่ได้ใจร้ายไปเสียทีเดียวเพราะเขาได้มอบความสามารถที่เกี่ยวข้องกับคลาสของตัวเองแถมยังได้ค่าสถานะพิเศษทุกครั้งที่เลเวลอัพยิ่งทำให้โลกนี้ดูเหมือนเกมส์เข้าไปทุกที
พวกทาเคชิดูจะสนุกกับการใช้ชีวิตในโลกใหม่ซึ่งทางอาณาจักรริชมอนด์ก็อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ในช่วงเดือนแรกเพื่อให้กลมกลืนไปกับคนของโลกนี้พวกเธอทั้งสี่ได้รับการศึกษาเรื่องภาษาและประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี
ริชมอนด์เป็นอาณาจักรเล็กๆที่เป็นหน้าด่านคอยต่อสู้กับศัตรูต่างเผ่าพันธ์มานับพันๆปีในทางกลับกันอาณาจักรอื่นๆล้วนมัวแต่แย่งชิงอาราเขตกันภายใต้ธงของสงครามโยอาณาจักรที่ใหญ่และชั่วร้ายที่สุดก็คือมหาจักรวรรดิโนวาที่นอกจากจะถูกปีศาจชักใยแล้วยังคอยปล้นชิงทรัพยากรจากอาณาจักรเล็กๆเสมอ
ยิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้นยิ่งทำให้เนว่ามนุษย์กลังวิกฤตขนาดไหน เมื่อผ่านการศึกษามาแล้วก็ถึงเวลาที่จะได้ลงสนามจริง
คุณฮิเมะแสดงพรสวรรค์ของนักธนูชั้นยอดที่ยิงได้แนอยู่แล้วยิ่งได้พลังของสกิลหรือที่คนของเซลิออนเรียกกันว่าทักษะยิ่งทำให้ฮิเมะแข็งแกร่งขึ้นราวับพยัคฆ์ติดปีก เธอสามารถยิงธนูเข้าไปได้จากระยะ 1 กิโลเมตรโดยไร้เสียงราวับมือสไนเปอร์อาชีพ
คลาสผู้กล้าแห่งเวทย์ราวกับเกิดขึ้นมาเพื่อคุณคาโอรุโดยเฉพาะตามปกติแล้วนักเวทย์สามารถใช้เวทย์พื้นฐานได้ครบทุกธาตุแต่จะใช้ได้ดีหรือแย่นั้นขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของร่างกาย พรที่พระเจ้ามอบให้ทำให้เธอสามารถใช้ร่ายเวทมนต์ได้ทุกธาตุโดยที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับสูงสุดเวทมนต์เป็นร้อยๆบทถูกบันทึกลงในมันสมองอัจฉริยะของเธอ
หาสองคนนี้เรียกว่าดีแล้วคลาสผู้กล้าแห่งดาบนั้นสามารถนิยามได้อย่างเดียวคือโกงเข้าขั้น ทาเคชิสามารถลอกเลียนแบบทักษะดาบของคนบนโลกนี้โยไม่สนใจเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็นทักษะที่ได้รับเมื่อเลเวลถึงหรือแม้แต่วิชายุทธที่เกิดจากการคิดค้น เพียงมองแวบเดียวทาเครุสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นทักษะเรียกใช้ได้แถมมีความรุนแรงเทียบเท่ากับของเดิมทั้งยังสามารถใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าพลังเวทมนต์จะหมดลง
น่าเศร้าถึงฮิคาริจะได้รับคลาสผู้กล้าแห่งหมัดที่โดดเด่นด้านการต่อสู้ระยะประชิดแต่ต้องแลกมาด้วยการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลากว่าสามเดือนที่เธอยังคล้าหลังเพื่อนๆที่ใช้ทักษะสุดโหดกันอย่างสนุกสนานตัวเธอกลับต้องมาถูกฝึกโดยครูฝึกศิลปะการต่อสู้ประจำราชสำนักเพื่อฝึกฝนทักษะผนึกพลังข้อดีเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือค่าสถานะพื้นฐานที่สูงกว่าเพื่อนๆ
แน่นอนว่านี่เป็นปัญหาที่ทำให้เอนๆหนักใจและตระหนักว่าเธออาจเป็นตัวถ่วงได้ทำให้ทั้งสามขอร้องแกมบังคับฮิคาริให้แสดงรายละเอียดทักษธที่มีออกมา หลังจากปรึกษากันซักพักทั้งสามก็ลงความเห็นให้ฮิคาริเป็นแท๊งค์เกอร์(Tanker)คอยรับหน้าที่รับตีนมอนสเตอร์แทนคนอื่นๆ
“ฮาร์ดเนส(Hardness)”
ฮิคาริรำพึงเบาๆเพื่อร่ายทักษะเสริมพลังป้องกายให้ตนเอง ผิวของเด็กสาวกลายเป็นสีเงินชั่วขณะหนึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่มอนสเตอร์สุนัขป่ากัดเข้าที่หัวไหล่ของเด็กสาวที่ยืนทำอะไรไม่ถูกท่ามกลางฝูงหมาป่าในขณะที่เพื่อนๆอีกสามคนคอยรับหน้าที่กำจัดพวกมันโดยมีเธอเป็นตัวล่อผิวหนังที่ถูกฉาบก้วยพลังเวทมนต์ทำให้ฟันของสุนัขป่าไม่อาจจะเผิวหนังของเด็กสาวเข้าแต่ค่าความเสียหายยังคงอยู่
“พาวเวอร์ช็อต(Power shot)”
เสียงรำพึงเบาๆดังออกมาจากริมฝีปากขอเด็กสาวเรือนผมสีดำยาวรวบมัดเป็นหางม้าหลวมๆสวมชุดคิวโดกิ(ชุดมาตรฐานของนักธนูญี่ปุ่นมือซ้ายถือคันศรที่ใหญ่กว่าของทั่วไปมือซ้ายถือลูกสาวยาวที่ฉาบด้วยพลังเวทมนต์ก่อนที่จะป่อนมันออกไป
ฉึก
1451
ลูกศรทะลวงผ่านร่างสุนัขป่าสองตัวที่ยทนอยู่ในเดียวเดียวกันค่าความเสียหายมากพอจะส่งพวกมันไปสวรรค์ในทันที ร่างของพวกมันแตกสลายกลายเป็นกองสิ่งของพร้อมกับเสียงของโลกที่ดังขึ้นแจ้งค่าประสบการณ์ที่ได้รับจำนวนหนึ่ง ฮิเมะส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจขณะที่กำลังเล็งยิงธนเพื่อช่วยเหลือฮิคาริดวงาแหลมคมของเด็กสาวพลันเหลือบไปเห็นสุนัขป่าอีกฝูงกำลังใกล้เข้ามาจึงรับตะโกนขึ้น
“ทางทิศตะวันออก หมาป่าอีกฝูงกำลังใกล้เข้ามาใกล้แล้ว”
“ให้ชั้นจัดการเอง”
น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาวสัญชาติเดียวกันสวมใส่แว่นตาหนาเตอะจนไม่อาจคาดเดาอารมณ์และแววตามาพร้อมกับชุดคลุมยาวและหมวกปีกกว้าง สองมือกำไม้เท้าเวทมนต์ยาวที่มีอัญมณี 12 เม็ดหลากสีสันประดับอยู่ ผู้กล้าแห่งเวทย์เริ่มบริกรรมคาถาวงแหวนเวทย์ก่อร่างขึ้นที่หิวไม้เท้าก่อนที่เธอจะหันมันไปทางฝูงหมาป่า
“ไลท์นิ่ง บลาสท์ (Lightning Blast)”
วี้ดดดด บรึ้มมม
ลำแสงสีเหลือถูกยิงออกจากไม้เท้ากระแทกเข้ากับกลุ่มหมาป่าเข้าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง เวทมนต์ที่มีระดับความรุนแรงเทียบเท่าเวทมนต์ระดับกลางของโลกนี้ได้ลบสุนัขป่ากว่าสิบตัวให้หายไปพร้อมกันทั้งฝูงเทมนต์ของเธอทำเอาจอมเวทย์ประจำราชสำนักถึงกับเหงื่อตก เพราะด้วยพรที่ติดตัวมาของเด็กสาวนอกจากจะใช้เวทมนต์ได้ทุกธาตุแล้วยังส่งผให้ระยะเวลาในการร่ายลดลง
แรงระเบิดส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทกไปถึงฮิคาริที่กำลังสู้อยู่ใกล้ๆจะเด็กสาวล้มระเนระนาดโชคร้ายเป็นอย่างยิ่งที่ดูเหมือนบัพของเธอดันหมดลงพอดีแถมหมด่าที่รอดชีวิตยังโจมตีมาอีก เด็กสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัวตอนนั้นเองร่างในชุดเกราะสีเงินเงางามร่อนลงมาจากท้องฟ้าด้ามจับดาบในมือที่ไร้ใบดาบพลันมีใบดาบขนาดใหญ่โผล่ออกมา ใบดาบถูกฉาบด้วยพลังเวทย์และเขาใช้มันฟัดมันลงกับพื้น
“ดาบฝ่าสวรรค์”
เปรี๊ยะ ซูมมมมมมม
ราวกับฟ้าถล่มลงตรงหน้าใบดาบยักษย์พลันปลดปล่อยพลังมหาศาลสาดเข้าใส่หมาป่าตนนั้นประดุจคลื่นยักษ์ถาโถมป่าบริเวณใกล้เคียงถูกเป่าจนกระจุยไปทั้งแถบมอนสเตอร์หมาป่าฝูงใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นกองสมบัติทาเคชิเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าไอเท็มดรอป
“ไม่เป็นไรนะฮิคาริ”
“ขอบใจนะทาเคชิ”
ฮิคาริกล่าวขอบคุณก่อนจะส่งมือให้ทาเคชิดึงเขาขึ้นทาเคชิมองดูฮิคาริที่ร่างกายมีบาดแผลเต็มไปหมดตอนนั้นเองได้มีบุคคลอีกสามคนเพิ่งปรากฏตัวขึ้น คนแรกอัศวินในชุดเกราะสีขาวสวมรัดเกล้าสีเงินวาวและอีกคนหนึ่งคือเด็กสาวในชุดนักบวชตัวแทนของศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์พันธมิตรของอาณาจักรริชมอนด์
อัศวินเกราะขาวที่เปราอะไปด้วยเลือดกำลังลากสิ่งหนึ่งติดมือมาด้วยสิ่งนั้นคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างเตี้ยผิวสีเขียวมีจมูกและหูยาวใบหน้าหน้าเลียดหน้ากลัวสิ่งนั้นมีใบหน้าที่อิดโรยเนื่องจากแผลที่เกิดจากคมดาบและการเผาไหม้จากพลังศักดิ์สิทธิ์
เมื่อทุกคนเห็นนักบวชและอัศวินก็ลดอาวุธลงก่อนจะเดินมารวมกัน
“ต้องขอบคุณท่านผู้กล้า ด้วยการลงแรงของท่านในที่สุดเราก็สามารถจับกุมหัวหน้าก๊อบลินเผ่าอาชาได้สำเร็จ”
เด็กสาวชุดนักบวชขาวเอ่ยขึ้นในที่สุด
เป็นโชคดีของกลุ่มผู้กล้าเพราะการต่อสู้กับก๊อบลินเผ่าอาชานั้นเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้ด้วยกำลังของคนเพียงสี่คนศาสนจักรแห่งแสงพันธมิตรหนึ่งเดียวของอาณาจักรริชมอนด์ได้มีท่านหญิงลิเลียน นักบุญหญิง คลาสนักบวชแรงค์ A ที่นอกจากจะเป็นเอกในด้านทักษะรักษารูปแบบต่างๆก็ยังเพียบพร้อมด้วยทักษะสนับสนุนที่แข็งแกร่งกว่าคลาสนักบวชทั่วไปในระดับคนละมิติและโจมตีหมู่ระดับทำลายกองทัพด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ได้เหมือนจอมเวทย์
คลาสนักบุญหญิงเป็นคลาสที่หายากทำให้ทางศาสนจักรให้ความสำคัญกับท่านหญิงลิเลียนเป็นอย่างมากแม้จะต้องนอมปล่อยให้เธอเข้าร่วมคณะเดินทางแต่ก็ส่งอัศวินคนหนึ่งติดตามมาคุ้มครองด้วย
ฮิลฟีเดย์ อัศวินแห่ศาสนจักรที่ถูกชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กมีพรสวรรค์ในการต่อสู้สูงผนวกกับคลาสของเธออย่าง อัศวินศักดิ์สิทธิ์ แรงค์ A ที่ทรงพลังแถมอายุยังเทียบเท่ากับกับท่านหญิงลิเลียนจึงไม่แปลกเลยที่ท่านศาสนจักรจะวางตัวเธอเอาไว้ในฐานะผู้พิทักษ์ของนักบุญหญิง
“พ พวกเราเคยทำอะไรให้เจ้า ถึงกับต้องฆ่าหมดหมูบ้าน”
หัวหน้าก๊อปลินที่เหมือนตายไปครึ่งตัวแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งก่อนที่มันจะถูกฝ่ามือของฮิลฟีเดย์ตบเข้าไปที่ใบหน้าหนึ่งฉาด
“หุบปากเน่าซะเจ้าตัวตนต่ำต้อยอย่ามาเสนอหน้า”
เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแรงตบของเธอมากพอจะทำให้หัวหน้าก๊อปลินคลาสคนฝึกสัตว์ที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วแทบสลบในมือเดียว
“เบามือหน่อยสิ เดี๋ยวก็ตายหรอก”
ลิเลียนเอ่ยพลางยกมือขึ้นปิดจมูกระงับกลิ่นเลือดเขียวของก็อปลินที่ลอยหึ่งหากไม่ได้เวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับทำลายกองทัพของเด็กสาวคงไม่มีทางจับตัวหัหน้าเผ่าอาชาท่ามกลางบริวารนับร้อยๆได้บวกกับฝีมือต่อสู้ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องเธออยู่ในขณะที่กำลังร่ายทักษะ
ฮิลฟีเดย์พยักหน้าก่อนจะเหวี่ยงร่างของก๊อบลินที่ตายครึ่งไม่ตายครึ่งลงตรงหน้าพวกทาเคชิที่กำลังมองมันด้ยแววตาลุกวาวเพราะหัวหน้าก๊อบลิบเผ่าอาชามีเลเวลมากึง 80 แม้ค่าประสบการณ์จะโดนหารสี่แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้จากบอสมอนสเตอร์ก็ยังคงมากสำหรับพวกเขาที่มีเลเวลอยู่ที่ 50 อยู่ดี
ในสายตาของทะเคินอกจากมนุษย์แล้วสิ่งอื่นล้วนเป็นก้อนค่าประสบการ์เดินได้ ไม่มีเหตุผลให้รับฟังคำของผู้ที่กำลังจะตายเพื่อให้พวกเขาแกร่งยิ่งขึ้น ความแข็งแกร่งก็เหมือนยาเสพติดสิ่งที่โลกที่พวกเขาจากมาไม่สามารถมอบให้ได้ก็คือความตื่นเต้นจากประธานนักเรียกที่ต้องควบคุมอารมณ์ตนเองให้ยิ้มแย้มกับคนื่นตลอดเวลา
“คราวนี้ตาเธอ ฮิเมะ”
ทาเคชิเอ่ยขึ้นก่อนจะหลีกทางให้กับผู้กล้าแห่งคันศรก็ก้าวเข้ามาในวินาทีนั้นเองที่ฮิคาริไม่อาจทนดูได้จำต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อผู้กล้าแห่งคันศรยกคันธนูยาของเธอขึ้นก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงบนศีรษะของหัวหน้าก็อบลิน
ผลัก
25
ค่าความเสียหายแสนน้อยนิดปรากฏขึ้นไม่ได้ทำมันตายอย่างที่ควรจะเป็นกลับคนฮิเมะต้องระดมฟาดด้วยคันศรอีกหลายครั้งเพราะข้อจำกัดที่เธฮกับผู้กล้าคนอื่นๆล้วนมีเหมือนกันก็คือข้อจำกัดในการถืออาวุธได้เพียงหนึ่งชนิด หลังจากฟาดลงไปอีกหลายครั้งจนร่างกายเปรอะไปด้วยเลือดกว่าหัวหน้าก็อบลินเผ่าอาชาสุดท้ายก็สลายกลายเป็นกองไอเท็มหล่นอยู่กับพื้น
“คราวนี้ดรอปของที่มีประโยชน์ใช้ได้ถึงหน้าตามันจะน่าเกลียดไปหน่อยก็เถอะ”
แม้จะมีอาการหอบหายใจแต่ฮิเมะยังคงเก็บการ์ดที่มีรูปของหัวหน้าก็อบลินเผ่าอาชาขึ้นมาด้วยใบหน้าเฉยเมย หากเป็นคนปกติคงไม่มีใครใจเย็นได้แบบนี้โยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลจากโลกที่ห่างกลจากการฆ่าฟัน ด้วยทักษะหัวใจแห่งคนกล้าทำให้พวกเธอทั้งสี่ยังคงใจเย็นได้แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสถานะการณ์ที่กดดันอย่างเช่นการเข่นฆ่า
เด็กสาวโยนการ์ดใบนั้นเข้าไปในหน้าต่างระบบอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่พระเจ้าได้มอบให้อีกชิ้นหนึ่งที่สามารถเก็บของได้อย่างไร้ขีดจำกัดเหมือนกับในเกมส์
“ทำได้ดีมากค่ะทุกท่าน”
ลิเลียนกล่าวขณะปรบมือ
“หัวหน้าหมู่บ้านจะต้องยินดีมากแน่ๆที่ภัยคุกคามที่มีมานานในที่สุดก็ได้รับการคลี่คลายสักที”
ลิเลียนกำลังกล่าวถึงหัวหน้าหมู่บ้านละแวกใกล้ๆนี้เรื่องที่อยู่ของก็อบลินเธอก็ทราบจากหัวหน้าหมู่บ้านเช่นกัน แม้เรื่องที่เธอได้ยินจะเป็นเรื่องที่ว่าหมู่บ้านก๊อบลินเผ่าอาชากับหมู่บ้านมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยแม้รูปร่างจะน่าเกลัยดในสายตามนุษย์แต่พวกมันล้วนมีจิตใจที่ดีงาม
ในสายตาของศาสนจักรแห่งแสงทุกเผ่าที่ไม่ใช่มนุษย์ล้วนเป็นภัย เธอไม่สนว่าตอนนี้ก็อบลินจะเป็นมิตรเพียงสร้างเรื่องนิดๆหน่อยๆเพื่อชักจูงให้กลุ่มผู้กล้าตรงไปยังหมู่บ้านก็อบลินโดยไม่ลืมข่มขู่หัวหน้าหมู่บ้านให้เหยียบเรื่องนี้เอาไว้ ผลคือทาเคชิเปิดฉากงมือกับก็อบลินตามคาดเพราะคิดว่ามันเป็นแค่มอนสเตอร์
ในบรรดาผู้กล้าทั้งสี่ทาเคชิเป็นคนที่ขอเพียงเป็นเรื่องคุณธรรมก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการชักจูงให้ทำในสิ่งที่เธอต้องการถืว่าเป็นคนที่สามารถรับมือได้ง่ายที่สุดรองลงมาก็จะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดอย่างคาโอริแม้ทีแรกจะสงสัยในตัวตนของโลกนี้ถึงขนาดใช้เวทมนต์ล่องหนไปตรวจสอบข้อมูลในห้องสมุดด้วยตนเองแต่ทางริชมอนด์ก็ตอบโต้ด้วยการใส่หนังสือที่พวกเขาต้องการให้พวกผู้กล้าได้เห็นลงไป
คนฉลาดย่อมไม่คิดว่าตนเองจะถูกหลอกโดยเฉพาะข้อมูลจากสิ่งที่เป็นของตายอย่างหนังสือหรือเอกสารลับบางฉบับที่ฮิคาริเป็นคนพบลงเอยด้วยเธอกลายเป็นกคนหนึ่งที่ลิเลียนามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ง่ายพอๆกับทาเคชิ
ตรงกันข้ามฮิเมะนั้นรับมือได้ยากที่สุดใบหน้านิ่งๆของหล่อนทำให้ยากที่จะคาดเดาความคิดอาจเป็นเพราะเธออยู่ในโลกสีเทามาตั้งแต่เด็กทำให้สามารถอ่านสายตาละสีหน้าของคนอื่นได้ง่ายใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าที่ริชมอนด์จะวิเคราะห์จุดอ่อนของฮิเมะได้นั่นคือเธอมักจะเชื่อในตัวเพื่อนเสมอและระมัดระวังตัวตลอดจึงใช้จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบค่อยๆป้อนข้อมูลเท็จใส่หัวฮิคาริเด็กสาวที่รู้เรื่องทุกอย่างจึงได้กลับมาพบและรายงานเพื่อนๆแบบลับๆแต่นั่นก็อยู่ในสายตาของริชมอนด์ตลอดเวลา
ฮิคาริกลับเป็นคนที่ลิเลียนตีค่าเอาไว้น้อยที่สุดนอกจากพละกำลังช้างสารแล้วก็มีดีอย่างอื่นเลย ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูดและขี้อายบวกกับนิสัยที่ไม่ค่อนสู้คนทำให้ลิเลียนตีค่าของฮิคาริเอาไว้ในระดับต่ำที่สุด
เมื่อทุกอย่างสงบลงพวกเขาก็ใช้ทะเลสาบใกล้ๆเพื่อตั้งที่พัก กระโจมเวทมนต์ราคาแพงถูกนำออกมาใช้งานเพียงแค่โยนมันลงบนพื้น ทั้งหกคนมาประชุมกันก่อนเข้านอนเพื่อแจกจ่ายไอเท็มที่ได้รับมาในวันนี้ตามสัดส่วนก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อน
ฮิคาริหายเข้ามาในกระโจมของตนเอง ถอดชุดที่เลอะเลือดออกเผยให้เห็นร่างกายบอบบางที่มีรอยแผลจางๆเวทนต์รักษาของท่านหญิงลิเลียนยังคงความยอดเยี่ยมเอาไว้เหมือนเคย บาดแผลจากการต่อสู้ทั้งหมดเหลือเพียงรอยจางๆที่จะหายไปเองในวันรุ่งขึ้น
ระหว่างที่กำลังแช่ในอ่างอาบน้ำเด็กสาวก็ยังคงหวนนึกถึงตอนที่เธอยังคงเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาที่ตื่นเช้าไปโรงเรียนเลิกเรียกก็ไปเข้าชมรมกรีฑาที่ที่เธอจะได้ปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการวิ่งก่อนจะถูกลากมายังโลกใบนี้ เพื่อนๆทั้งสามที่เหมือนอยู่คนละโลกในอีกโลกหนึ่งพอมาโลกนี้กลับยิ่งรู้สึกเหมือนอยู่ไกลออกไปมากขึ้นทุกที
เสียงฟืนแตกจากความร้อนบนกองไฟที่ใกล้จะมอดดับเป็นสิ่งเดียวที่ดังขึ้นท่ามลางค่ำคืนที่เงียบสงัดเมื่อสี่ผู้กล้าหลับใหลไปแล้วลิเลียนที่ยังคงรั้งยู่ก็เดินหลายออกมาจากกระโจมที่พักอย่างเงียบงันหากมีอะไรไม่ชอบาพากลฮิลฟีเดย์จะรีบส่งสัญญาณให้ลิเลียนได้รู้ล่วงหน้า
เมื่อไม่ต้องอยู่ต่อหน้ามนุษย์จากต่างโลกลิเลียนก็ไม่จำเป็นต้องสวมใบหน้าของนักบุญอีกต่อไป บรรยากาศรอบตัวเด็กสาวเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงความอ่อนโยนที่แสดงมาตลอดถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศหน้าเกรงขามราวกับผู้ที่ผ่านโลกมามากมายเด็กสาวเดินตามป่าเขาที่มืดมิดอย่างมีจุดหมายด้วยเครื่องรางนำทางก่อนที่ร่างของเด็กสาวจะผลุบหายไปในความมืดมิด
อีกด้านหนึ่งในเขตอาคมอำพรางที่ร่างด้วยจอมเวทย์ระดับสูงผ่านอุปกรณ์เวทมนต์เฉพาะทางที่ช่วยให้เขตอาคมแข็งแกร่ง ภายใต้เขตอาคมคือกองอัศวินกลุ่มหนึ่งนำโดยคนสนิทของกษัตริย์ริชมอนด์ ทันทีที่เห็นลิเลียนเข้ามาเขตอาคมตามกำหนดการณ์พวกมันจึงเชิญเธอไปพบกับผู้นำของมันทันที
“เหนื่อยหน่อยนะขอรับท่านหญิง”
อัศวินหนุ่มเอ่ยขึ้นแต่ดวงตากำลังจ้องมองไปยังแผนที่ที่บางส่วนได้ถูกปากกาขีดค่าไปแล้ว ท่าหญิงที่เห็นดังนั้นก็ไม่ถือสาอะไรก่อนที่เธอจะนั่งลงแล้วเริ่มพูด
“ไม่ไหวเลยจริงๆ ถึงจะร่วมทางกับเด็กพวกนั้นมาพักหนึ่งแต่ก็ไม่อาจบงการความคิดของพวกเขาได้เต็มที่”
ลิเลียนเอ่ยก่อนจะวาดมือผ่านใบหน้าใบหน้า ตอนนั้นเองที่ใบหน้าของสาววัยแรกแย้มพลันพร่าเลือนก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้างามของสตรีวัย 20 ปี
ชื่อ ลิเลียน แอชฟอร์ด
เลเวล 130
พลังชีวิต 54600 / 54600
มานา 87000 / 87000
คลาส นักบุญหญิง(A)
ฉายา นักบุญศักดิ์สิทธิ์, สตรีแห่งแสง, ผู้นำศรัทธา
พละกำลัง 1200
ความว่องไว 1010
สติปัญญา 4500
ความอดทน 2170
โชค 15
ทักษะติดตัวที่ครอบครอง 15 ชนิด
ทักษะเรียกใช้ที่ครอบครอง 40 ชนิด
ค่าสถานะที่แท้จริงของหญิงสาวถูกบิดเบือนไปจากสิ่งที่พวกทาเคชิเห็นค่อนข้างมากด้วยเครื่องรางมายาบิดเบือนที่สามารถทำให้หญิงสาวซ่อนค่าสถานะส่วนใหญ่ไม่เช่นนั้นลำพังแค่นักบัญเลเวลไม่ถึง 50 ไม่มีทางถล่มหมู่บ้านก็อบลินได้ตามลำพัง
“พัฒนาการของพวกเขาค่อนข้างน่าชื่นชมถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหนึ่งปีน่าจะมีศักภาพเทียบเท่ากับอัจฉริยะขออาณาจักร ที่หมายต่อไปล่ะคะไทเบอร์”
ลิเลียนรำพึงก่อนจะหันไปถามอัศวินหนุ่มไทเบอร์ที่กำลังจ้องมองแผนที่จักรวรรดิด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แผนสร้างความปั่นป่วนให้จักรวรรดิและฝึกฝนผู้กล้าของเรากำลังไปได้สวยก็จริง แต่พัฒนาการของพวกผ๔กล้านั้นรวดเร็วเกินกว่าที่คาดทำให้ทางผมกำลังปรับแผนใหม่”
ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่
“ตอนนี้ต้องให้พวกเขาไล่กำจัดอมนุษย์ตามหมู่บ้านเล็กๆไปก่อน กองกำลังของจักรวรรดิเองก็เริ่มรู้สึกถึงควมผิดปกติแล้วแม้จักรวรดิจะยังมีความเกรงใจศาสนจักรอยู่บ้างแต่หากมากไปพวกเขาคงไม่อยู่เฉยแน่ๆ”
ไทเบอร์เอ่ยโยอ้างอิงจากภูมิหลังของจักรวรรดิ แม้จักรวรดิโนว่าจะเป็นอาณาจักรที่ปกครองโดยมนุษย์แต่ก็ไม่มีกฏหมายกีดกันเผ่าพันธ์ๆอื่นๆทั้งยังมีพันธมิตรอย่างอาณาจักรเอลฟ์คอยเกื้อกูล ที่ไทเบอร์สามารถทำเพื่อผู้กล้าได้ตอนนี้คือการโจมตีกองกำลังที่ไม่ขึ้นทะเบียนกับจักรวรรดิคอยทำตัวเหมือนหนูท่อเพื่อ่สร้างความวุ่นวายให้ชายแดนจักรวรรดิเท่านั้น
“น่าเสียดาย ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องมุ่งเน้นไปที่การประลองภายในลูมินัสแล้วล่ะค่ะ”
ลิเลียนเองก็เห็นด้วยกับแนวคิดของไทเบอร์ที่จักรวรรดิยังคงมีความเกรงใจศาสนจักรอยู่เพราะศาสนจักรแห่งแสมีอนาจมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการก่อตั้งจักรวรรดิเสียอีก แม้เซลิออนจะมีเทพเจ้าหลายองค์แต่เทพที่ได้รับความนับถือมากที่สุดของมนุษย์กลับเป็นอาริอันนาของศาสนจักรแห่งแสง
“ผมก็คิดเช่นนั้น เพราะงั้นนี่จะเป็นหมู่บ้านสุดท้ายที่เราจะแทรกแซงวันรุ่งขึ้นคุณต้องพาพวกเขาไปที่ลูมินัสทันที”
“ทราบแล้วค่ะ”
ลิเลียนพยักหน้าก่อนที่เธอจะรายงานพัฒนาการของผู้กล้าทั้งสี่โดยละเอียด ข้อมุลตรงนี้กองทัพริชมอนด์จะนำไปใช้เพื่อให้ฝ่ายยุทธการวางแผนได้ในอานาคต
“เลเวลของผู้กล้าฮิคาริไม่น้อยไปหน่อยรือขอรับ”
ไทเบอร์ที่ฟังอย่างเงียบงันมาตลอดพลันขมวดคิ้วเพราะในขณะที่ผู้กล้าสามคนมีเลเวลที่สูงจนน่าพึงพอใจแต่ผู้กล้าแห่งหมัดฮิคาริกลับมาเลเวลและพัฒนาการที่เชื่องช้า
“ดิฉันก็จนปัญญาแล้วเหมือนกันค่ะ”
ลิเลียนอนหายใจ
“เด็กคนนั้นยังติดนิสัยของคนขี้ขลาดอยู่ทั้งที่มีทักษะที่ช่วยให้สามารถฆ่าคนได้โดยจิตใจไม่สั่นไหวแท้ๆ”
ทั้งสองพูดด้วยน้ำเสียงดายจากการวิเคราะห์ของฝ่ายยุทธการทักษะของฮิคารินั้นมีศํกยภาพไม่ได้ด้ยไปกว่าผู้ลาคนอื่นเลยซักนิด หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องฮิคาริจะกลายเป็นโล่ที่ไม่ว่าอัจฉริยะหน้าไหนก็ล้วนเกรงกลัว
“เรียกว่าเธอเป็นคนธรรมดาที่สุดจะดีกว่าครับ...ว่าแต่อัศวินของคุณละครับ คุณหญิงฮิลฟีเดย์น่ะ”
“รายนั้นไม่จำเป็นต้องห่วงหรอกค่ะ เธอปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีแถมยังค่าความชำนาญอาวุธสามชนิดของเธอยังทรงพลังมากเสียด้วย”
ลิเลียนเอ่ยพลันนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอกังร่ายเวทย์ทำลายล้างเพื่อลบหมู่บ้านก็อบลิน ฮิลฟีเดย์ที่มีทักษะต่อสู้และใช้อาวุธในระดับสูงคอยต้นฝงมอนสเตอร์เอาไว้ด้วยตัวคนเดียวความเก่งกาจของเด็กสาวนั้นหากนับแค่ทักษะส่วนตัวถือว่าเหนือกว่าผู้กล้าแห่งดาบเสียด้วยซ้ำ
“ที่น่าห่วงคือยุทธภัณฑ์เทวะของพวกผู้กล้ามากกว่าค่ะ ถึงจะไม่มีวันถูกทำลายแต่หากค่าความทนทานหมดกะไม่สามารถใช้งานได้ หินซ่อมแซมเองก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย”
ผู้กล้าทั้งสี่ไม่ได้เดินทางมาเซลิออนตัวเปล่า ดูเหมือนเทพเจ้าที่คอยสนับสนุนพกผู้กล้าจะยังมอบยุทธภัณฑ์เทวะให้คนละหนึ่งชิ้นรือก็คืออาวุธแรงค์ S ที่ทรงพลังแต่กลับปราะบางเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีหินซ่อมแซมแต่ของพวกนี้ถือเป็นของที่มีราคาสูงและหาซื้อได้จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนอักษรรูนเท่านั้น
“เราต้องพักเติมเสบียงที่ลูมินัส คุณพอจะหาคนที่ขายหินซ่อมแซมในปริมาณมากได้รึเปล่า?”
ลิเลียนถามขึ้น
“ผมหาได้ดีกว่านั้นซะอีก”
ไทเบอร์ยิ้มก่อนจะหยิบรายานฉบับหนึ่งส่งให้ลิเลียนได้ดูหญิงสาวรับมาอ่านก่อนจะขมวดคิ้ว
“เป็นช่างฝีมือเอเลน? คลาสขยะนี่จะทำอะไรได้คะ”
ลิเลียนกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลนเป็นที่รู้กันดีว่าคลาสจับฉ่ายอย่างช่างฝีมือนั้นไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแต่อย่างใดไทเบอร์ที่ได้ฟังดังนั้นก็คลี่ยิ้มก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้าเป็นช่างฝีมือคนอื่นล่ะก็ใช่ แต่คุณอย่าได้ดูถูกนคนนี้เด็ดขาดเพราะเขาคนนี้เป็นช่างฝีมือที่มีชื่อในหมู่นักผจญภัยเพราะมีทักษะที่สามารถซ่อมแซมอาวุธได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหน”
!
“ฝ่ายยุทธการลงความเห็นว่าเราควรจะดึงตัวคนๆนี้เขามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะเดินทาง และในอนาคตด้วยการสนับสนุนจากฝ่าบาทเขจะกลายเป็นบุคลากรที่มีค่าของเรา”
“น่าแปลกนะคะ ทำไมจักรวรรดิถึงไม่ดึงตัวเขาไปใช้งานล่ะ”
ไทเบอร์ที่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้ามืดลง
“ทางนั้นเองก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพราะแบบนั้นผมจึงเล็งเห็นว่าเราควรเร่งมือ”
หน่วยข่าวกรองของจักรวรรดิยังคงเป็นที่หนึ่งเสมอพวกเขาจับตาดูเอเลนมานานแรมปีแล้วแต่ยังไม่มั่นใจว่าเด็กหนุ่มมีค่ามากพอให้ทำการสนับสนุนหรือไม่ กลับกันหน่วยของกรองริชมอนด์ที่มาทีหลังกลับไม่สามารถหาประวัติของเด็กหนุ่มได้ ภูมิหลังและความสามารถของเด็กหนุ่มนั้นค่อนข้างลึกลับ