#ออกโบยบิน
หลังจากวันนั้นที่ผมบอกทางครอบครัว ทุกคนซัพพอร์ตเเละเอาใจช่วยผมเต็มที่ พ่อซื้อผ้าผืนความยาวเท่าตัวให้พ่อบอกว่าไม่หนาเเต่กันหนาวได้ดีเอาไว้ห่ม! ไอ้น้องชายก็เหมือนจะหง่อยๆที่ผมจะไปเชียงใหม่!เเต่ก็ยังฝากให้ซื้อนู้นซื้อนี้กลับมา ส่วนเเม่ถึงท่านจะวางใจให้ผมไปเเต่ท่านก็เป็ห่วงผมอยู่ดี(เพราะท่านรักผม) ผมกับไอ้ดินเตรียมของเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ กลัวถึงเวลาเเล้วไม่ทันการ ตอนเเรกชวนกันขึ้นเครื่องบิน เเต่ไปอ่านเจอในพันทิป เขาบอกว่าวิวบนรถไฟสวยมากๆ พวกเราเลยจะลแงกันสักครั้ง!! ผมไม่ตื่นเต้นเลยจริงๆ! เเต่จัดของเสร็จเป็อาทิตย์ก่อนจะไป!
16:40 ณ สถานีรถไฟ ในตัวเมืองจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย
ผมกับไอดินนั่งเล่นโทรศัพทร์รอรถไฟปลายทางกรุงเทพอยู่(โอกาสที่รถไฟจะมาตรงเวลาคงพอๆกับถูกหวยเลขท้ายสองตัวนั่นเเหล่ะ) วันนี้ผมให้พ่อมาส่งผมคนเดียวผมไม่อยากให้เเม่กับน้องชายมา เพราะผมไม่ชอบตอนที่เราต้องลากันที่สถานี เเม้จะรู้ว่าไปไม่กี่วัน เเต่มันหน่วง! ผมเลยถือว่าการกินข้าวเที่ยงพร้อมกันวันนี้ถือเป็ร่ำลากันเรียบร้อยเเล้ว (ทุกคนในคนอบครัวก็เป็อันเข้าใจกัน) ผมไม่อยากเศร้าก่อนไป เพราะนี่เป็การเดินทางเองที่ไกลที่สุดในชีวิตผม!
ชึกชักๆ ชึกชักๆ ปู้นนนน~ เสียงรถไฟดังขึ้นอีกครั้ง พอเห็นเลขขบวนก็เป็อันรู้ ว่าผมได้เวลาเดินทางต่อเเล้ว!
ผมพากระเป๋าเดินทางเป้ใบใหญ่ ไปใบหนึ่ง(ยืมของดินมา) กับกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กเเละถุงอาหารที่เเม่ทำไว้ให้กินตอนเดินทาฝ ส่วนไอดินพากระเป๋าลากกับเป้ใบเล็กไป!! พวกเราช่วยกันเอาของขึ้นไปเก็บบนช่องในรภไฟ เสร็จเเล้วก็จัดเเจงนั่งที่ให้เรียบร้อย เป็เพราะ่นี้มีโรคระบาดด้วยรึเปล่า ผู้โดยสารที่ไม่ได้มาด้วยกันต้องเว้นระยะห่างกัน ทางการรถไฟเขาได้จัดเเจงที่นั่งให้ ผมกับไอดินนั่งด้วยกัน เเละเเน่นอน ว่า มันได้นั่งริมหน้าต่าง ส่วนผมนั่งริมทาง ให้คนเขาได้ทักทายเล่น! ถามว่าผมอยากไหม ตอบเลยว่า ไม่!! ดินมันเมาพาหนะง่ายผมเลยยกอภิสิทธิ์นั้นไป ผมนั่งได้สักพักก็เริ่มง่วงหนังตาผมเริ่มหนักเเล้วมันก็ปิดไป จนเวลาผ่านไป~
"พนา พนา ไอ้พนา!!"เสียงไอ้ดินที่นั่งอยู่ข้างๆทำให้ผมตื่นจากภวังค์(ภวังค์ในฝัน) แล้วมันก็เขย่าตัวผมด้วยความรุนเเรงเเเปดล้านริกเตอร์
"เอิ่ม.. ตื่นเเล้วๆ"ผมตอบมันไปเมื่อเริ่มรู้สึกตัว
"มึงเอาของกินมาป่ะ กูลืมหยิบมา"มันทำเป็ถามหรือไม่รู้จริงก็มันเป็คนขนขึ้นมาเอง
"เอามา อยู่ในถุงนั้นไง"ผมพูดขึ้นเกาขี้ตาไปพลาง อีกข้างก็ชี้มั่วๆให้มัน ผมได้ยินเสียงไอดินเเกะถุงพลาสติกมันคงเจอกับข้าวเเล้ว จากนั้นผมก็ไม่ฟังอะไรเเล้ว พลิกตัวขยับไปอีกข้างเพื่อจะนอนต่อ(ท่าเดิมมันเมื่อย) แปะ!!
"เชี้ย!! ทำอะไรว่ะเนี้ยะ!) ผมสะดุ้งลั่นเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรเย็นๆ ถูกเเนบไว้ที่หน้า มันก็คือน้ำหวานซ่าที่เเช่เย็นนั่นเอง (เอามาเเนบหน้าผมทำเเปะอะไร!)
"มึงหลับนานไปแล้ว อ่ะเเดกข้าว"มันพูดขึ้นพร้อมยื่นอาหารที่เเกะถุงมาให้ผม เเล้วมันก็กินข้าวในชามตัวเองต่อ
"ไม่เรียกดีๆว่ะ..ชอบเห็นกูใหรอ?"ผมบ่นอู้อี้ พร้อมรับอาหารมาเเต่ก็ทันได้ยินที่มันหัวเราะอยู่ น่าขำตรงไหน ชั่งเเม่ง! ไม่สนเเล้วหิว เเล้วก็ตักอาหารเข้าปาก อาหร่อย ผมดูนาฬิกาตอนนี้เกือบสามทุ่ม โห~นี้ผมหลับนานขนาดนี้เชียว ดีที่ดินมันปลุก ไม่งั้นน่ะถ้าไปไกลกว่านี่ิญญาคงวิ่งคลานตามร่างมาไม่ทันเเน่(ผ่านไปตั้งหลายจังหวัดตอนผมหลับ)
"นี้เราถึงไหนกันเเล้ว" ผมถามเพื่อนรัก เพราะมองออกไปนอกหน้าต่างก็มืดมากไม่เห็นอะไรเเล้ว!
"ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยมึง มันเลทมากไง"ไอดินพูดขึ้นพร้อมยื่นโทรศัพทร์ที่เปิดจีพีเอสให้ดู!
"อ่าาา ช้าจังว้าา! งี้ก็เมื่อยตูดเเย่ดิ!!"ผมยังคงบ่นไม่หยุด ไอดินตอบกลับเป็การหยักคิ้วให้ ปากกาเคี้ยวข้าวเย็นตุ๋ยๆ ผมคืนโทรศัพท์ให้ไอดิน เเล้วผมก็หันมาจัดการข้าวของตัวเองต่อจนหมด(รสชาติอาหารของเเมคือที่สุดจริงๆ)
"พรึ่บ!! ลีกขาดิ!!"ไอ้ดิน ที่กินข้าวเสร็จเเล้วลุกขึ้นจะออกจากที่นั่ง(มันนั่งอยู่ด้านใน)
"มึงจะไปไหนอ่ะ!!"ผมพูดขึ้นพร้อมยันขาขึ้นไปบนฝั่งตรงข้าม
"กูจะไปทิ้งขยะ! เเล้วก็จะไปหาที่นั่งด้วย ไม่อยากฟังคนบ่นว่าเมื่อยตูด"มันพูดขึ้นพร้อมกับดันขาผมที่ขวาทางมันอยู่ เเล้วมันก็ยื่นเสื้อกันหนาวให้ผม
"อ่ะ! เดี๋ยวจะหนาวตายซก่อน"(ดิน)"ขอบใจ เเต่ไม่เป็ไร ไม่ได้หนาวมาก มึงเก็บไว้ใช้เหอะ
"ผมปฏิเสธมันไป เพราะไม่ผมหนาวจริง ต่อให้หนาวผมก็มีผ้าห่มที่พ่อให้อยู่ในกระเป๋า
"เออ ฝันดีน่ะมึง"มันพูดขึ้นเเล้วหันหลังตรงไปยังท้ายตู้เพื่อทิ้งขยะ
โชคดีที่คนน้อยมากๆบวกกับการเว้นระยะห่างทำให้มีเบาะนั่งเหลืออีกผมเลยได้นั่งสบายขึ้น เเต่ก็ยังเมื่อยก้นปวดตัวอยู่ดี! จนกระทั่งประมาณตีห้า ไอดินก็กลับมาที่เดิม จะว่าเพราะคนเยอะขึ้นก็ไม่ใช่คงเป็เพราะหนาวล่ะมั้ง!
รวมๆเเล้วผมใช่เวลาเดินทางถึงเชียงใหม่สามวันระหว่างต่อรถไฟกรุงเทพเชียงใหม่ เราได้ไปพักอาบน้ำกินข้าวที่ห้องผมที่กรุงเทพ จนกระทั่งสี่ทุ่มก็ขึ้นรถไฟเดินทางต่อเพื่อไปเชียงใหม่! ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าการเดินทางไกลมันไม่ได้สนุกอย่างที่คิด จนกระทั้งเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น ผมได้เห็นวิวหลายจังหวัดกับสภาพอากาศที่เริ่มหนาวขึ้น ทิวทัศน์ระหว่างรถไฟเคลื่อนที่จากภาพตัวเมืองสลับกับธรรมชาติจากความวุ่นวายสู่ควาามสงบ ภาพทั้งหลายทำให้ผมลืมความปวดเมื่อยของร่างกายไปเลย ทุกอย่างดูเเปลกตาไปหมด
12:35 ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่
รถไฟได้เทียบชาญชลาประมาณประมาณเที่ยงวันพอดี ที่นี่สำหรับผมดูใหม่ไปหมด ผมกับเพื่อนได้เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ เสร็จแล้วก็ออกมาหน้าสถานีเพื่อเดินทางต่อ เเละใช้รีวิวการเดินทางจากเน็ตเป็เข็มทิศ และเข็มทิศก็ได้บอกไว้ว่าให้หารถไปขึ้นรถบัสสีฟ้าแถวประตูเมืองเชียงใหม่เพื่อไปอมก๋อย
"คุณๆ หารถอยู่รึเปล่า" มีลุงท่าทางสูงวัยคหนึ่งเดินเข้ามาทักพวกผม
"ครับลุง พวกเรากำลังหารถอยู่"ดินเอ่ยตอบคุณลุงแล้วพวกเราก็เดินไปหา
"จะไปไหนกันล่ะ"ลุงพูดขึ้นแล้วมองสำรวจพวกผม
"พวกผมจะไปประตูเมืองครับลุง"ก็ยังคงเป็ไอ้ดินที่ตอบ เพราะผมไม่ค่อยกล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้า
"คนละร้อย! เดี๋ยวลุงส่งถึงที่! รถลุงอยู่ทางนั้น!"ลุงพูดขึ้นพร้อมชี้ไปทางรถประจำทางคันสีเเดง
''เอาไงมึง!''ไอดินหันมาถามผม ผมดูเวลาในโทรศัทร์เเล้วรีบตอบตกลงทันที
"อืมม ไปเหอะ! เดี๋ยวไม่ทัน"อีกไม่นานก็ใกล้ได้เวลารถฟ้าออกแล้ว ลุงช่วยขนกระเป๋าขึ้นรถแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกัน ระหว่างทางมีผู้โดยสารขึ้นลงตลอดทางและไม่ถึงยี่สิบนาทีรถก็ถึงที่หมาย และผมรู้ด้วยว่าลุงคิดตังค์พวกเราเกินราคาไปหลายบาท ถึงจะรู้ว่าโดนโกงแต่ผมก็ยังให้เต็มราคา เพราะถือว่าราคาตอนเเรกกำหนดเท่านี้
"คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกน่ะลุง ไม่งั้นผมร้องเรียนลุงเเน่"ไอดินพูดขึ้นขณะยื่นเงินให้ลุง ลุงชะงักเล็กน้อยเหมือนลังเลที่จะรับ
"ก็ลุงขับรถเร็วเกิน ผมดูวิวไม่ทันเลย!...แต่ก็ขอบคุณครับเพราะลุงเลยพวกเราถึงมาทันรถ"ไอดินพูดขึ้นแล้วยัดเงินใส่มือลุงแล้วพวกเราก็แบกกระเป๋าของตัวเองไปตรงที่รอรถบัสสีฟ้า ผมรู้ครับว่าไอดินมันรู้แต่พวกเราก็ตั้งใจให้เป็แบบนี้ เราไม่ได้สงเสริมครับเพราะอย่างน้อยในคำพูดของไอดินเมื่อกี้มันก็น่าจะทำให้ลุงสำนึกบ้างพวกเรารอรถประมาณครึ่งชัวโมง ระหว่างนั้นก็เข้าเซเว่นซื้อของกินไว้เผื่อหิว ตามคำแนะนำของคุณป้าที่นั่งขายของอยู่ใกล้กับที่ขึ้นรถบัส ป้าบอกว่ามีหลายรุ่นที่มาก็ทำแบบนี้เพราะระยะทางมันไกลกว่าจะถึงก็เกือบค่ำ