สวรรค์นิรันดร์กาล

พ่อครัวจักรพรรดิมาเยือน

        “ศิษย์ข้าของเหล่านี้ข้าให้เจ้าทั้งหมด จงดูดซับและทะลวงขั้นเซียนให้เร็วที่สุดซะ” ฉางเฟิงนำอุปกรณ์เซียนทั้งหมดให้กับถูคงทันที

        “ขอบคุณท่านอาจารย์”ถูคงนำอุปกรณ์เซียนดูดซับเข้าสู่ร่างกายทันที

        กายาทรราชจะดูดซับอาวุธหรืออุปกรณ์เพื่อยกระดับกายาตอนนี้ถูคงอยู่จุดสูงสุดของระดับจักรพรรดินานแล้วด้วยอุปกรณ์เซียนแค่ถูคงดูดกลืนไปเพียงชิ้นเดียวกายาของถูคงก็ทะลวงขั้นเซียนทันที

        เมื่อกายามาถึงขั้นเซียนไม่เพียงแต่พลังการป้องกันและพละกำลังที่มหาศาลแล้วการฟื้นฟูก็สูงมากอีกด้วยถูคงไม่หยุดและกลืนกินอุปกรณ์เซียนไปอย่างต่อเนื่อง

        ส่วนฉางเฟิงก็ยังไม่ขายอาหารและนำการย่อมความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากเทพกระบี่จ้าวนภาเสียก่อนเรียกได้ว่าการไปสุสานกระบี่ครั้งนี้ฉางเฟิงได้กำไรอย่างมาก ไม่เพียงแต่เต๋ากระบี่จะแข็งแกร่งขึ้นพลังบ่มเพาะก็มาถึงจุดสูงสุดของขั้นเซียนแล้วผนึกเองก็ถูกคลายแล้วตอนนี้พลังจิตของฉางเฟิงเทียบได้กับระดับเทพไปแล้ว

        แม้ข้างนอกจะเริ่มเกิดความวุ่นวายเพราะมีการต่อสู้ระหว่างนิกายเทพกระบี่และพันธมิตรต่อต้านกระบี่ที่สร้างขึ้นมาใหม่อยู่แต่ในเมืองการค้ากลับยังคงเหมือนเดิม

        ฉางเฟิงใช้เวลา10 วันในการพักจากนั้นฉางเฟิงก็กลับมาขายอาหารและสุราเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ฉางเฟิงสร้างร่างแยกพลังจิตออกมานับสิบร่างทำให้สามารถทำอหารได้หลายๆอย่างพร้อมกัน

        “ดูเหมือนเมื่อผนึกถูกคลายความสามารถในการใช้พลังจิตของเจ้าก็ต้องได้รับการฝึกฝนเพิ่มขึ้นสินะแต่แบบนี้ก็ไม่เลวการควบคุมร่างแยกพลังจิตพร้อมกับ 10 ร่างถือเป็นการฝึกที่ดี”ซีรั่วหยานกล่าว

        “ใช่ใหมละน่าเสียดายที่ภรรยาของข้าไม่อาจะช่วยข้าทำอาหารได้” ฉางเฟิงกล่าว

        “มีเจ้าทำให้ข้ากินอยู่แล้วข้ายังตองทำอาหารทำไมอีกอย่างข้าเองก็ต้องทำหน้าที่ของข้าอยู่ไม่ใช่เหรอ” ซีรั่วหยานกล่าวขณะบังคับให้เสี่ยวเสี่ยวและศิลาน้อยนั่งฝึกฝน

        ฉางเฟิงได้แต่ส่ายหัวและยังคงทำอาหารต่อไปส่วนลั่วจีตอนแรกนางต้องการติดต่อกับเผ่าปีศาจที่อยู่ในโลกกระบี่แต่หลังจากที่นางได้ไปติดต่อแล้วนางก็รู้ว่าปีศาจที่อยู่ในโลกกระบี่คือปีศาจที่ถูกขับไล่ออกจากโลกปีศาจมานานแล้ว

        ส่วนเหตุผลนั้นโลกปีศาจนั้นเป็นโลกรที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กถ้าเจ้าอ่อนแอเจ้าก็จะอยู่ไม่ได้และเป็นการดีกว่าที่จะออกมาจากโลกปีศาจและใช้ชีวิตอย่างสงบในโลกต่างๆ

        เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ติดต่อกับโลกปีศาจมานานแล้วข้อมูลที่ลั่วจีต้องการก็ไม่สามารถหาได้นางเลยกลับมาอยู่กับพวกฉางเฟิงเหมือนเดิม

        ขณะที่ร้านกำลังไปด้วยดีตอนนี้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามายังร้านของฉางเฟิงคนกลุ่มนี้แต่งตัวค่อนข้างมีฐานะ คนที่นำหน้าสวมชุดพ่อครัวมองดูเหมือนจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง

        “นั่นมันคนของร้านอาหารจักรพรรดินี่”

        “คนนำหน้านั่นมันไม่ใช่พ่อครัวจักรพรรดิงั้นเหรอ”

        “พ่อครัวจักรพรรดิเป็นผู้หญิงเหรอเนี่ย”

        “ใช่แล้วข้าเคยได้ยินจากคนรู้จักมาว่าพ่อครัวจักรพรรดิเป็นผู้หญิง”

        “เรื่องนั้นไม่สำคัญพวกเขามาทำไม”

        “ไม่ใช่ว่ามาหาเรื่องร้านสวนบุปผานะ”

        “ถ้าเช่นนั้นข้ายอมไม่ได้ร้านอาหารที่คนอย่างพวกเราเข้ามากินได้แถมรสชาติอร่อยแบบนี้พวกเราจะยอมให้คนอื่นมาทำลายได้อย่างไร”

        “รอดูต่อไปก่อนถ้าพวกเขามาหาเรื่องจริงๆมันไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นที่จะต่อต้าน เจ้าดูสิสายตาของคนจำนวนมากเป็นอย่างไรพวกนั้นพร้อมลงมือทุกเมื่อ” ผู้คนที่เห็นคนของร้านอาหารจักรพรรดิก็จ้องมองด้วยสายตากังวลบ้างไม่เป็นมิตร บ้างสงสัย

        “ยินดีต้อนรับคุณลูกค้าไม่ทราบว่าอยากจะทานอาหารหรือสุราดี”ลั่วจีเข้าไปต้อนรับทันที

        "เอาอาหารที่พวกเจ้าคิดว่าอร่อยที่สุดและสุราที่พวกเจ้าอร่อยที่สุดออกมา"คนของร้านอาหารจักรพรรดิกล่าว

        “ถ้าเช่นนั้นเชิญขึ้นไปนั่งบนชั้นสอง”ลั่วจีพาคนทั้งหมดไปบนชั้นสองทันที

        ฉางเฟิงที่ได้ยินก็แปลกใจเขาไม่คิดว่าร้านอาหารจักรพรรดิจะมายังร้านตน ฉางเฟิงเองก็ไม่อยากมีปัญหาจึงทำอาหารหนึ่งชุดและสุราอย่างละไหให้กับพวกคนของร้านอาหารจักรพรรดิ

        แน่นอนว่าฉางเฟิงย่อมทำสุดฝีมือคนของร้านอาหารจักรพรรดิพากันมองอาหารของฉางเฟิง ซึ่งอาหารของฉางเฟิงหน้าตามันไม่ได้หรูหราอะไรมากมันไม่ได้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนกับร้านอาหารจักรพรรดิอาจจะเป็นเพราะฉางเฟิงไม่ได้สนใจจะทำและฉางเฟิงก็ไม่ได้มีอาชีพพ่อครัวเป็นหลัก

        “หน้าตาก็ธรรมดาไม่ใช่เหรอ”ผู้ช่วยพ่อครัวคนหนึ่งกล่าว

        “นั่นสิแม้กลิ่นจะยังหอมอยู่บ้างแต่ก็เทียบกับของร้านเราไม่ได้”

        “รสชาติก็คงจะงั้นๆแหละ”

        “ไม่แปลกใจเลยคนจนๆถึงพากันเข้ามากินประจำ”คนของร้านอาหารจักรพรรดิพากันเย้ยหยัน

        “เจ้าพวกอวดดีพอตัวเองโด่งดังหน่อยก็ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา เหอะ อาหารหร่อยแล้วไง พวกเจ้าทำให้ลูกค้าเขามีความสุขได้เหมือนกับร้านอาหารร้านนี้หรือไม่”มีคนหนึ่งไม่พอใจกล่าวออกมาตรงๆ

        “พวกเจ้ากล้าเอาร้านของพวกเรามาเทียบกับร้านอาหารบ้านๆแบบนี้งั้นเหรอ”ผู้ช่วยพ่อครัวคำรามด้วยความโกรธ

        “หุบปากและทานอาหารได้แล้ว”พ่อครัวจักรพรรดิที่เงียบและจ้องมองอาหารตรงหน้าก่อนจะเริ่มกิน สิ่งแรกที่นางกินคือเนื้อหมูย่างหลังจากที่นางกินเข้าไปนางก็แปลกใจ แม้มันจะไม่ทำให้นางต้องตกตะลึงแต่ฝีมือของฉางเฟิงก็ทำให้นางประทับใจแล้ว

        “นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ”

        “ถึงหน้าตาจะบ้านๆแต่รสชาติก็ไม่เลวเลย”

        “เหอะรสชาตินี้ไม่มีทางเทียบกับร้านของพวกเราได้หรอก” คนอื่นๆพากันยอมรับอาหารของฉางเฟิงยกเว้นผู้ช่วยพ่อครัวกลุ่มหนึ่งที่ยังแสดงท่าทางไม่เป็นมิตรออกมา

        “ข้าถามเจ้าหน่อยเจ้าสามารถทำอาหารที่มีรสชาติสู้กับพ่อครัวของที่นี่ได้หรือไม่” พ่อครัวจักรพรรดิหันไปมองผู้ช่วยของตนเอง

        “เอ่อเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว ระดับของข้าเป็นรองเพียงแค่ท่านเท่านั้น” ผู้ช่วยพ่อครัวตกใจแต่ก็ยังแสดงท่าทางยโสออกมา

        “ดีเมื่อกลับไปเจ้าทำเมนูพวกนี้ให้ข้าทาน ถ้าเจ้าทำไม่ได้อย่างที่ปากพูดข้าจะไล่เจ้าออก”พ่อครัวจักรพรรดิกล่าว

        “นี่!!!!!”พวกผู้ช่วยพ่อครัวพากันหน้าซีด

        “ฮ่าฮ่า ฮ่า ดูหน้าพวกมันสิ เห็นได้ชัดว่าทำไม่ได้”

        “เหอะทำมาเป็นอวดดีที่แท้ก็เอาแต่อ้างชื่อเสียงของคนอื่นเพื่อกดหัวผู้อื่น”

        “ชั่วเป็นคนที่น่ารังเกียจจริงๆ”หลายคนบนชั้นสองพากันเย้ยหยันออกมา

        พ่อครัวจักรพรรดิไม่สนใจจากนั้นนางก็ดื่มสุราร้อยบุปผาและสุราหวนคำนึงหลังจากได้ดื่มสุราทั้งสองนางก็รู้ทันทีว่าเรื่องอาหารนางเหนือกว่าฉางเฟิงหนึ่งขั้นแต่เรื่องสุรานางด้อยกว่าฉางเฟิงมาก

        “เป็นอาหารที่ยอดยเยี่ยมมาข้าอยากจะพบหน้าพ่อครัวของที่นี่สักครั้ง” พ่อครัวจักรพรรดิกล่าว

        ตั้งแต่แรกยังไม่มีใครเห็นใบหน้าของพ่อครัวจักรพรรดิเลยเพราะอีกฝ่ายใช้พลังจิตปกปิดใบหน้าของตนเองซึ่งพลังจิตของนางนั้นแข็งแกร่งถึงขั้นจักรพรรดิเทพขั้นสูงสุดแล้ว

 

 

คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน