ตอนที่ 57
การส่งมอบกระโหลกแก้วเป็นไปอย่างราบรื่น โกมินทร์จึงพาลูกน้องที่ติดตามมาด้วย เดินทางไปยังเกาะไวท์ เนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องการปะทุที่รุนแรง ผลึกสีแดงอาจจะอยู่ที่นั่นก็เป็นได้
โกมินทร์ได้ซื้อเรือขนาดกลาง เพื่อเดินทางไปยังเกาะไวท์ แต่ทว่าระหว่างทางกลับพบเรือลำหนึ่งจอดขวางทางไว้ หน้าตาของพวกมันดูเหมือนชาวอาหรับ เสื้อคลุมยาวและผ้าโพกหัวสีดำยิ่งทำพวกมันดูลึกลับและชั่วร้าย
“ฉันสัมผัสได้ถึงผลึกโลหิตจากตัวแก ส่งมันมาซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป" ชายชาวอาหรับตะโกนมาทางเรือของโกมินทร์ เป็นภาษาอังกฤษ
ฟังดูเหมือนพวกมันต้องการให้เขาส่งผลึกสีแดงให้ ‘ผลึกโลหิต... นั่นคือชื่อของมัน หรือเป็นชื่อที่พวกมันตั้งขึ้นเองกันแน่' เขาไม่รู้จักคนพวกนี้มาก่อน แต่การสัมผัสได้ถึงกลังงานจากผลึก ชาวอาหรับพวกนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา
โกมินทร์และลูกน้อง ชิงเปิดการโจมตีก่อน ภายในมือแต่ละข้างของพวกเขา มีตะปูทั้งหมดสามดอก มันถูกเขวี้ยงออกไป ด้วยความเร็วที่เทียบเท่ากระสุนปืน ศัตรูสร้างม่านพลังสีดำขึ้นมาปกป้อง แต่ทั้งหมดกลับไร้ผล ต่อหน้าตะปูสังฆวานรที่สร้างจากโลหะชนิดพิเศษ และผ่านการปลุกเสกมานับครั้งไม่ถ้วน มันสามารถทะลวงพลังเหนือธรรมชาติได้ทุกชนิด
ฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บหลายคน พวกมันยิงพลังธาตุมืดออกมาเพื่อตอบโต้ โกมินทร์ดึงเอายันต์ลงอาคมออกมาสี่ใบ สร้างเป็นกำแพงม่านพลังสีทอง มันสามารถต้านทางพลังมืดได้อย่างไม่มีปัญหา แต่คงทนได้อีกไม่นานนัก
ทันใดนั้นเอง ทั้งสองฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร และดวงตาที่จับจ้องอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาหยุดการปะทะ แล้วแหงนหน้าขึ้นมองบนต้องฟ้า เมฆที่บดบังดวงอาทิตย์ ทำให้ภาพตรงหน้าดูเด่นชัดขึ้น
พวกเขามองเห็นร่างของมนุษย์สองคนยืนก้มหน้า มองมายังพวกเขาจากบนท้องฟ้า ราวกับเทพที่กำลังเฝ้ามองเหล่ามวลมนุษย์
จากการประเมินของชิงเทียน ทั้งสองกลุ่มแข็งแกร่งเทียบเท่า ขอบเขตก่อตั้งร่างกายเลยทีเดียว แม้ว่าว่าชิงเทียนจะอยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นกลาง แต่หากนับรวมเคล็ดวิชา พลังปราณ รวมถึงพลังอำนาจจากดาบชิงหลง ทำให้เขาแข็งแกร่งพอๆกับจิ่วหยวนปิง
ชิงเทียนเรียกดาบชิงหลงออกมา แล้วชูขึ้นไปบนท้องฟ้า อุณภูมิลดต่ำลง รวมถึงบรรยากาศที่แปรปรวน ก่อเกิดพายุทอร์นาโด มันเริ่มหลอมรวมกับน้ำทะเล จนกลายเป็นเสาน้ำวนขนาดใหญ่ เขาชี้ดาบไปยังเรือของผู้บ่มเพาะสายมาร
ผู้บ่มเพาะสายมาร ล้วนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เมื่อเสาน้ำวนเคลื่อนตัวเข้ามา เพื่อหวังบดทำลายเรือเป็นชิ้นๆ บางคนถึงกับกระโดดหนีลงทะเล เพื่อเอาชีวิตรอด แต่กลับถูกเสาน้ำวนดูดเข้าไป ชิ้นส่วนของตัวเรือที่กระจัดกระจาย ทำหน้าที่เหมือนใบมีดในเครื่องปั่น เสาน้ำวนเปลี่ยนสีเป็นสีแดง โกมินทร์และลูกน้องพากันยืนอ้าปากค้าง หลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
ชิงเทียนและจิ่วหยวนปิง ร่อนลงบนเรือของโกมินทร์ “พวกนายเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่นี่"
โกมินทร์และลูกน้องควักมีดรูปร่างประหลาดออกมา มันดูเหมือนมีดคูคริ ที่นักรบกรุข่าจากประเทศเนปาลใช้กัน แต่มีพวกนี้ดูมีขนาดเล็กกระทัดรัดมากกว่า
“แร่สัตโลหะ?" ชิงเทียนรู้จักวัสดุที่ใช้ในการสร้างมีดเหล่านี้ มันเกิดจากการผสานแก่นโลหะ 7 ชนิดเข้าด้วยกัน เป็นเคล็ดหลอมศาสตราวุธ ช่างตีเหล็กในแดนเซียน ล้วนต้องเรียนการหลอมแร่สัตโหะ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนศาสตร์หลอมโลหะ ในระดับต่อไป
“น...นายรู้จักแร่สัตโลหะได้ยังไง?" โกมินทร์เริ่มรู้สึกสับสน เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร และต้องการอะไร พลังที่เขาแสดงออกมา ทำให้ทุกคนบนเรือหวาดกลัวไม่น้อย
ดาบในมือชิงเทียนเปลี่ยนเป็นปากกา เขานำมันไปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต “เราไม่ได้จะทำร้ายนาย" ชิงเทียนสัมผัสได้ถึงหินแก่นหยาง เขาพอจะรู้แล้วว่า โกมินทร์หวาดระแวงอะไร
“ฉันไม่อยากได้หินแก่นหยางก้อนเล็กๆของนายหรอก ปริมาณแค่นั้นมันไม่มีประโยชน์สำหรับฉัน"
โกมินทร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชายตรงหน้าบอกว่าไม่สนใจหินก้อนเล็กๆ แสดงว่าเขาเคยเห็นก้อนใหญ่กว่านี้มาแล้วอย่างนั้นหรือ
“ต้องขอโทษด้วย ดูเหมือนผมจะเสียมารยาท กับคนที่พึ่งช่วยชีวิตซะแล้วสิ" โกมินทร์พึ่งคิดได้ว่าชิงเทียนพึ่งช่วยพวกตนไว้ เขามัวแต่พะวงว่าชิงเทียนจะมาแย่งชิงของของตน เหมือนพวกชาวอาหรับก่อนหน้านี้
ชิงเทียนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ชายหนุ่มคนนี้ดูเข้าท่าไม่น้อย และการผูกมิตรกับผู้ใช้อาคม ก็น่าจะมีผลดีตามมาเช่นกัน
“ฉันชิงเทียน นายชื่ออะไร?"
“ผมโกมินทร์ ยินดีที่ได้รู้จัก" เขาคาดไว้แล้ว ว่าชิงเทียนต้องเป็นคนจีน พ่อเขาก็เคยพูดถึงผู้บ่มเพาะจากจีนให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง แต่ความแข็งแกร่งของชิงเทียน ดูจะเกินจากที่พ่อเขาเล่าไปไกลนัก
จิ่วหยวนปิง เข้ามากระซิบที่ข้างหูของชิงเทียน “บอสใหญ่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใช้ไสยเวทย์จากไทยนะค่ะ"
ชิงเทียนพยักหน้ารับ เขาเห็นด้วยกับเธอ ดูเหมือนว่าที่ดาวดวงนี้ พวกเขาจะใช้ชื่อว่า ผู้ใช้ไสยเวทย์ แต่ในแดนเซียนจะถูกเรียกว่าผู้ใช้อาคม เคล็ดวิชาส่วนใหญ่ เป็นการสลักอักขระตามร่างกายเพื่อเสริมความสามรถทางร่างกาย การสร้างวัตถุอาคม และมนต์คาถา ที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้ตามสถานการณ์ อาจจะมีวิชามนต์ดำด้านคำสาป หากศึกษาถึงระดับสูง
“ฉันอยากจะจ้างพวกนายเป็นผู้คุ้มกัน โดยการจ่ายเป็นศิลาแก่นหยาง พวกนายสนใจหรือเปล่า"
โกมินทร์ไม่รู้ว่าชิงเทียนคิดอะไรอยู่ ถึงให้คนที่อ่อนแอกว่าตนเองไปเป็นผู้คุ้มกัน แต่โอกาสดีๆเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งหากชิงเทียนต้องการจะสังหารเขา ก็คงจะทำไปตั้งนานแล้ว
“ตกลง พวกเราจะเป็นคนคุ้มกันให้คุณ"
ชิงเทียนยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาต้องการทดสอบโกมินทร์เล็กน้อย ก็ได้แต่หวังว่าโกมินทร์จะสอบผ่าน เขาขอตัวกลับไปที่เรือเพื่อเก็บมันไว้ในแหวนมิติ แล้วใช้เรือของโกมินทร์ เพื่อไปยังจุดหมาย
ด้านหน้าปรากฏกลุ่มควันขนาดมหึมา พวยพุ่งไปในอากาศ มันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่มีแค่ปากปล่องภูเขาไฟ ที่มีลาวาปะทุอยู่ภายใน ชิงเทียนยืนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ อย่างไม่เกรงกลัว เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่หลบซ่อนอยู่
“คิดไว้แล้วว่า สถานที่ที่มีปราณธาตุไฟเข้มข้นเช่นนี้ ต้องมีสัตว์ปีศาจอาศัยอยู่" ชิงเทียนใช้ดัชนีพิฆาตเทพ ยิงใส่จุดที่สัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิต ลำแสงสีขาวทะลวงผ่านชั้นหินหนืดลงไป จากนั้นแผ่นดินก็เริ่มสั่น สร้อยกับกิ้งก่าเพลิงขนาดยักษ์ ที่กระโดดออกมาจากปล่องภูเขาไป มันมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นกลาง
มันคำรามเสียงดังแสบแก้วหู พุ่งขึ้นมาหวังจะกลืนกินชิงเทียนในคำเดียว ชิงเทียนเหยีบย่างไปในอากาศ เขาหลบการโจมตี แล้วเตะกิ้งก่ายักษ์ไปทางโกมินทร์และลูกน้อง
พวกเขาหน้าซีดทันที เมื่อเห็นกิ้งก่ายักษ์ลอยมา โกมินทร์อยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นตนเท่านั้น เขาไม่สามารถต่อกรกับสัตว์ปีศาจตนนี้ได้แน่ อาคมป้องกันถูกใช้ออกมา ม่านแสงไม่สามารถรับแรงกระแทกขนาดนั้นได้ มันแตกสลายในทันที กิ้งก่าตกกระแทกพื้นด้านหน้าโกมินทร์ แรงลมพัดร่างเขาและลูกน้อง กระเด็นไปอัดกับโขดหิน
กิ่งก่าเพลิงที่นอนหงายท้อง พลิกตัวกลับมายืนสี่ขาอีกครั้ง มันมองเห็นมนุษย์ที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตร หางขนาดใหญ่ที่ทีเปลวเพลงลุกท่วม ตวัดฟาดไปด้านหน้า ด้วยขนาดและความเร็วขนาดนั้น มันสามารถโค่นตึกขนาดใหญ่ ได้โดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว โกมินทร์ไม่มีทางเลือก หากเขาหลบ ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังต้องตายแน่นอน เขาใช้คาถาคงกระพันชาตรี เพื่อรับการโจมตีทั้งหมด
ดาบเพลิงสีฟ้าเล่มหนึ่ง สับเข้าที่โคนหางของกิ้งก่ายักษ์จนขาดกระเด็น
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา'
คมมีดเปลวเพลิงสีฟ้าคราม ที่มีขนาดใหญ่กว่ากิ้งก่ายักษ์ถึงสองเท่า เฉือนกิ้งก่ายักษ์เป็นสองซีกตั้งแต่หัวจรดหาง ชิงเทียนร่อนลงมาด้านหน้าโกมินทร์
“ทำไมคุณถึงโยนมันมาทางผม!!" โกมินทร์ตะคอกใส่เขาด้วยความโมโห
ชิงเทียนมีสีหน้าที่เรียบเฉย ”ยินดีด้วย... นายสอบผ่าน"
“สอบผ่าน?" โกมินทร์งุนงงกับคำพูดชิงเทียน
ชิงเทียนผายมือไปทางลูกน้องของโกมินทร์ “ฉันชื่นชอบคนที่เสียสละ เพื่อให้พวกพ้องรอดชีวิต ในทางกลับกัน ฉันรังเกียจคนที่เห็นแก่ตัว และคิดว่าชีวิตตนมีค่ามากกว่าพวกพ้อง"
โกมินทร์ยังคงสับสนอยู่ดี “แล้วคุณทำไปเพื่ออะไร ทำไมคุณต้องทดสอบผมด้วย"
“ฉันรู้สึกถูกชะตากับนาย จึงอยากรับนายมาเป็นลูกศิษย์ ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ " ชิงเทียนมีเคล็ดวิชาของผู้ใช้อาคม เขาจดจำได้ทุกอย่าง แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากเขาไม่ใช่เชื่อสายของผู้ใช้อาคม เขาจึงอยากมอบมันให้กับใครสักคน ที่สามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ได้
ชิงเทียนลอยตัวขึ้นไป บนปากปล่องภูเขาไฟ จากนั้นเขาก็กระโดดลงไปด้านล่าง โกมินทร์รีบวิ่งมาหาจิ่วหยวนปิง ที่กำลังยืนมองปากปล่องภูเขาไฟอย่างไม่ทุกข์ร้อน “นี่... เธอจะไม่ไปช่วยเขาหน่อยเหรอ!!"
“บอสใหญ่เคยพูดไว้ว่า ร่างกายของเขาทนไฟทุกชนิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเขาหรอก" เธอยังคงจ้องมองไปยังปากปล่องภูเขาไฟ ลึกๆแล้วจิ่วหยวนปิงก็เป็นห่วงเขาเช่นกัน
ชิงเทียนว่ายผ่านหินหนืดอย่างยากลำบาก เส้นผมของเขายังคงอยู่ครบ แต่เสื้อผ้ากลับถูกเผาตั้งตอนที่กระโดดลงมา ดาบสีฟ้าครามที่อยู่ในมือและแหวนมิติ ยังคงมีสภาพดีดังเดิม ชิงเทียนใช้เวลาหลายชั่วโมงใต้ธารลาวา เขาพบหินแก่นหยางทั้งสิ้น 5 ก้อน ก้อนที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเท่ากับศรีษะของมนุษย์ม และก้อนที่มีขนาดเล็กที่สุด มีขนาดเท่ากับกำปั้น
หลังจากเก็บหินแก่นหยางเข้าไปในแหวนมิติ ภูเขาไปที่ปะทุตลอดเวลาก็เริ่มที่จะสงบลง ชิงเที่ยนพุ่งขึ้นมาจากธารลาวา เขามองเห็นจิ่วหยวนปิงยืนรออยู่ปากปล่องภูเขาไฟ ชิงเทียนมุ่งหน้ามาหาเธอ แต่จิ่วหยวนปิงกลับใช้มือปิดหน้า
“เธอเป็นอะไรรึเปล่า แล้วเอามือปิดหน้าทำไม?"
“บ...บอสไม่ได้ใส่เสื้อผ้าค่ะ" จิ่วหยวนปิงพูดด้วยความเขินอาย เธอแทบช็อคหมดสติ หลังจากเห็นร่างที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่ม
ชิงเทียนรีบน้ำเสื้อผ้าออกมาจากแหวนมิติ แล้วรีบแต่งตัวอย่างลนลาน เนื่องจากต้องแหวกว่ายอยู่ในหินหนืดหลายชั่วโมง จึงทำให้เขาลืมเสียสนิทว่าตนเองกำลังล่อนจ้อนอยู่
--------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771