“ฟื้นแล้ว! ลูกพี่ฟื้นแล้ว!”
บ็อบอุทานออกมาด้วยความดีใจ คนในห้องนั้นลุกขึ้นมาและจ้องไปที่เตียงอย่างไม่วางตา มือของแกรนด์ขยับ ตาของเขาค่อยๆ เปิดขึ้น เมื่อลืมตาตื่นเขาสามารถที่จะพยุงตัวและลุกขึ้นมานั่งบนเตียงได้เลย
“ที่นี่ที่ไหนอีกล่ะเนี่ย? แล้วพวกเจ้ามาทำไมกันเยอะแยะ?”
แกรนด์หันไปทางเหล่าคนที่จ้องมองมาทางเขาอยู่เหมือนตัวประหลาด
“เพิ่งจะฟื้นอย่าลุกขึ้นมานั่งเลยสิ ตอนนี้เจ้าอยู่ที่โรงพยาบาลของข้าเอง รู้ตัวรึเปล่าว่าเจ้าเองหลับไป 5 วันเลย”
หมอฮาเวิร์ดเป็นคนที่เอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก เขาเดินเข้ามาหาพร้อมกับตรวจร่างกายส่วนต่างๆ ของชายหนุ่ม แกรนด์รู้สึกสับสนเล็กน้อยที่รู้ว่าตัวเขาเองได้หลับไปนานขนาดนั้น
“ข้าแปลกใจมากเลยนะที่จู่ๆ ร่างกายของเจ้าฟื้นฟูตัวเองขึ้นมากะทันหันเมื่อคืนน่ะ ทั้งที่หลายวันก่อนอาการเจ้ายังทรงตัวแบบไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเร็วๆ นี้เลย พอเพื่อนๆ เจ้ารู้เข้า พวกเขาก็มาเฝ้าดูตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว กลิ่นอายพลังเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะ รึว่าเจ้าเลื่อนคลาสแล้ว?”
หมอฮาเวิร์ดถามอย่างแปลกใจ เป็นไปได้หรือที่ภายในคืนเดียวคนที่นอนอยู่ในสภาพร่อแร่ฟื้นขึ้นมาแล้วลุกได้เลย มันมีด้วยหรือที่มนุษย์จะฟื้นฟูตัวเองแบบนี้ได้ รอดตายและฟื้นร่างกายอย่างปาฏิหาริย์ไม่พอ ออร่าพลังในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมจนแทบไม่อยากเชื่อ แม้คนอื่นจะไม่รู้ แต่เขาซึ่งเคยรักษาบุคคลผู้มีชื่อเสียงและบุคคลระดับสูงมากมายมีหรือจะไม่รู้ เรื่องนี้มันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายได้ องค์ความรู้ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการเป็นหมอของเขา ไม่มีส่วนไหนเลยที่จะอธิบายความเป็นไปได้ของเคสนี้
“อืม น่าจะเป็นแบบนั้นนะ”
แกรนด์แบมือออกแล้วลองกำสองสามครั้งเพื่อทดสอบการทำงานของร่างกาย ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยชินกับร่างกายในตอนนี้ยังไงแปลกๆ หรือว่าเพราะนอนนานเกินไป? คนที่ตกใจกว่าใครเพื่อนคือเอเลน่า เธอเข้าใจอย่างดีว่าการเลื่อนเป็นคลาส 6 มีความหมายอย่างไร มันคือการได้รับพลังจากการอวยพรแห่งทวยเทพ มันคือการก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นมนุษย์ ทั้งยังสามารถก้าวข้ามได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ในเมืองแห่งนี้มีคนที่ได้รับการอวยพรแห่งทวยเทพแค่หลักสิบจากจำนวนผู้ฝึกพลังหลักแสน และทุกคนที่กล่าวมานั้นล้วนมีสถานะทางสังคมสูงส่ง แล้วการก้าวข้ามที่คนส่วนใหญ่ทำสำเร็จก็มาจากการฝึกฝนจิตอย่างแน่วแน่ยาวนานจนสามารถที่จะสัมผัสพลังแห่งเทพได้ แล้วหมอนี่ นอนคางเหลืองอยู่โรงพยาบาล ตื่นมาก็บอกอย่างหน้าตาเฉยว่า ‘อืม น่าจะเป็นแบบนั้นนะ’ นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“โอ้! ลูกพี่แข็งแกร่งขึ้นงั้นหรอ ดีเลยๆ ลงมาลองซัดกับข้าหน่อย หลายวันมานี้ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายที่ไหนเลย”
“เฮ้ย! เจ้าแข็งแกร่งขึ้นจริงหรอ? แข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน? ลองเอามือมากำระเบิดข้าดูหน่อย!”
“นายท่านรู้สึกยังไงบ้างขอรับ?”
“หัวหน้า พวกเราเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับท่านแล้วที่หมู่บ้าน”
ผู้คนที่มาห้อมล้อมต่างยืนเบียดเสียดข้างเตียงคนป่วยพร้อมกับแย่งกันพูดกับชายหนุ่ม แกรนด์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นพวกเขาทำเช่นนั้น
“ข้าหลับไป 5 วัน? แสดงว่า...”
“ใช่แล้วล่ะ พรุ่งนี้มีงานประมูลรอบของเดือนนี้ เจ้าจะไป?”
เอเลน่าเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เธอรู้อยู่แล้วว่าเมื่อตื่นขึ้นมา สิ่งที่แกรนด์จะถามลำดับแรกๆ น่าจะเป็นงานประมูลนี่แหละ ผ่านไปสักพักทุกคนก็ถูกเชื้อเชิญให้มาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านของเอเลน่า เจ้าภาพวันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมอฮาเวิร์ด เขาดูตื่นเต้นเป็นพิเศษในการจัดเลี้ยงต้อนรับในวันนี้ ลูกสาวของเขาไม่เคยพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านสักครั้ง แต่วันนี้กลับอยู่กันตั้งหลายคน ถึงจะดูแปลกๆ ไปบ้างที่มีหลายเผ่าปนกัน แต่ดูไปแล้วกลับไม่รู้สึกถึงความกดดันที่ส่งออกมารอบข้างเลย พวกเขาเหล่านี้เหมือนจะสนิทกันมากเสียด้วยซ้ำ ที่โต๊ะจัดเลี้ยงวันนี้ ทุกคนต่างพูดคุยอย่างเป็นกันเอง หมอฮาเวิร์ดเองเขาก็เป็นคนเฮฮาอารมณ์ดีอยู่แล้ว บรรยากาศจึงไม่มีความกดดันเหมือนมีคนแปลกหน้ามาร่วมโต๊ะเลย
หลังจากเสร็จจากการจัดเลี้ยงต้อนรับในครั้งนี้ ทุกคนก็ลากลับไปที่หมู่บ้านกันก่อน ส่วนค่ารักษานั้นหมอฮาเวิร์ดเองก็ไม่รับแต่อย่างใด ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพื่อนกับเอเลน่า และทางนี้เองก็ไม่ได้ขาดเรื่องเงินทองแต่อย่างใด ออกจะเหลือใช้เสียด้วยซ้ำ เพราะตัวเขาเองเป็นคนง่ายๆ ที่ไม่ค่อยได้คิดยุ่งยากกับเรื่องพวกนี้ เอเลน่าเองก็คงได้นิสัยส่วนนี้มาจากพ่อเช่นกัน แกรนด์เองก็เกิดหน้าบางขึ้นมากะทันหัน แต่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรได้
“อ่ะ ของเจ้า ข้าเก็บไว้ให้”
เอเลน่ายื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้แกรนด์ แหวนวงนี้มีร่องรอยความเสียหายที่ขอบแหวนค่อนข้างมาก เห็นได้ชัดเลยว่ามันใกล้จะพังเต็มทีแล้ว แหวนวงนี้คือแหวนที่แกรนด์ฉกมาจาก 1 ใน 4 วงที่อยู่บนนิ้วของมิคาเอลนั่นเอง
“กลับบ้านแล้วค่อยดูข้างในแล้วกัน”
ยังไงเสียข้างในนี้ก็ต้องถูกสำรวจอยู่แล้ว แกรนด์คิดว่าเมื่อไปถึงคงจะต้องสำรวจอย่าละเอียดถี่ถ้วน เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงแหวนของมิคาเอล ในนี้มันคงจะไม่ใช่แหวนเปล่าหรอกกระมัง
ที่หมู่บ้านมีการจัดงานต้อนรับการกลับมาของแกรนด์ตามที่เวนไฮร์บอก ชาวบ้านที่คนต่างประดับประดาสถานที่จัดงานเหมือนเช่นงานเทศกาล อริสที่ทราบข่าวแล้วก็มารออยู่ที่นี่ด้วย เธอเองก็ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง เมื่อเช้าพอทราบข่าวว่าแกรนด์ฟื้นแล้วและกำลังจะกลับมาที่หมู่บ้านเธอก็เดินทางมาก่อนเพื่อมาร่วมจัดงานต้อนรับด้วย น้องชายของเธอในตอนนี้สีหน้าดีกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก รวมทั้งความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเขาก็เข้ากันได้กับเพื่อนๆ เป็นอย่างดี อริสยิ้มอย่างมีความสุข เธอที่เอาแต่วุ่นวายกับกิจการที่บ้านจนไม่ค่อยมีเวลาให้กับน้องชาย ลึกๆ แล้วอริสรู้สึกผิดมาโดยตลอด แต่เมื่อเห็นน้องชายดูมีความสุขเธอเองก็ผ่อนคลายเรื่องนี้ การที่ส่งเขามาที่นี่คงเป็นความคิดที่ดีแล้วล่ะ
“หัวหน้า ท่านจะจัดการกับพวกโจรที่เราขังไว้ยังไง?”
เวนไฮร์เอ่ยถามแกรนด์ในขณะที่เดินทางมายังหมู่บ้าน
“เจ้ายังไม่จัดการพวกมันอีกหรอ?”
“ข้ารอคำสั่งจากท่าน”
“พวกมันทุกคนมีใบประกาศจับและมีค่าหัว ตัดหัวของพวกมันทุกคนแล้วส่งไปขึ้นเงินซะ เงินรางวัลนำจับเอาไปแบ่งให้ทุกคนที่ร่วมสู้ในวันนั้นอย่างเท่าเทียม”
“รับทราบ”
แกรนด์ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด แม้ว่าทางการจะต้องการตัวพวกมันเป็นๆ มากกว่า แต่ถ้าส่งมันเป็นๆ กลับไป พวกมันจะไม่เอาเรื่องของพวกเขาไปแลกเปลี่ยนบางอย่างกับทหารหรอกหรือ นี่อาจจะนำปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมกลับมายังที่นี่ ฉะนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดย่อมเป็นความตายของพวกมัน
“นี่ๆ ถ้าวันนั้นข้าไม่ออกมาระเบิดพวกมันเหตุการณ์คงแย่กว่านี้มากๆ เห็นว่าพวกมันจะจับชาวบ้านทุกคนแขวนคอบนต้นไม้ด้วยรอเจ้ากลับมาดูด้วย ผลงานขนาดนี้ข้าจะได้เท่าไหร่?”
“ข้าไม่ปรับเจ้าเพิ่มก็บุญแล้วครีท ลาลี่แจ้งข้าว่าวันนั้นเจ้าเบิกไป 5 แสนเหรียญ เจ้าไปสืบข่าวสามวันหมดพอๆ กับรายได้ของหมู่บ้านของเราตั้ง 2 เดือน เจ้าไปสืบข่าวหรือเอาเงินไปโปรยเล่นเนี่ย”
แกรนด์กุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ เงินจำนวนนี้ไม่ใช่จะหามาได้ง่ายๆ ถ้าไม่รวมกลุ่มของแกรนด์แล้ว รายได้ทั้งหมดของหมู่บ้านจากการขายชิ้นส่วนสัตว์อสูรประมาณเดือนละ 2-3 แสนเหรียญไม่เกินนี้ เพราะสินค้าเกือบทั้งหมดเป็นชิ้นส่วนของสัตว์ธรรมดาและสัตว์อสูรชั้นต่ำ พวกเขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะล่าสัตว์อสูรระดับกลางได้แม้จะร่วมมือกันทั้งทีมก็ตาม และรายได้นี้ก็เป็นรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้านที่จะเปลี่ยนเป็นค่าเสบียงหรือค่าซ่อมแซมอย่างอื่น ถ้าไม่รวมรายได้จากทีมของแกรนด์คงต้องบอกเลยว่ามันไม่ค่อยจะพอใช้ และอีกอย่าง การจะฝึกฝนกองกำลังเพื่อทำอะไรสักอย่างต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว และจะมากขึ้นอีกตามจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น
“มันช่วยไม่ได้นี่ ข้าต้องปลอมตัวให้มันเนียนที่สุดสิ เป็นพ่อค้าต้องใจป้ำ สายเปย์ใจต้องนิ่ง นั่งยังไม่ทันหายเมื่อยเลยเดินมาจากไหนไม่รู้เป็นสิบ อีกอย่างที่นั่นสาวเชียร์เยอะ เอะอะยกๆ เมาแล้วก็ทำเป็นอาละวาดพังข้าวของ คนจะได้มองว่าข้าเป็นแค่ไอ้บ้าธรรมดาที่มาเที่ยว บิลร้านก็เลยออกมาอย่างที่ข้าเบิกไปนั่นแหละ”
ฟังเรื่องที่ครีทเล่ามาแล้วแกรนด์ถึงกับกุมขมับรอบสอง แค่เจ้าอยู่ปกติของเจ้ายังไม่มีคนมองว่าสติดีเลย แล้วจะไปปลอมตัวทำเป็นคนบ้าๆ บอๆ ทำไม แกรนด์ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าคิดไปอีกแง่ครีทก็ตั้งใจหน้าที่ของเขาเต็มที่ แม้จะเป็นค่าโง่ที่แพงไปหน่อยแต่ก็ยังดีที่ยืนยันเรื่องที่เอลซ่าจะถูกส่งมาเป็นสปายได้ ในระหว่างทางที่นั่งในตู้รถม้ากลับไปยังหมู่บ้าน ทุกคนก็ต่างประชุมถึงแนวทางการรับมือมิคาเอลไปด้วย เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่ศัตรูธรรมเหมือนเช่นพวกโจรกระจอกที่ชอบมาปล้นหมู่บ้าน
ในค่ำคืนนี้งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของแกรนด์เป็นไปอย่างชื่นมื่น ทั้งอาหารและเครื่องดื่มถูกนำออกมาจากในคลังเสบียงไม่อั้น บ็อบเองก็ฉลองเสียจนลืมไปเลยว่าตัวเองก็เคยถูกหามส่งโรงพยาบาลเหมือนกันเมื่อหลายวันก่อน เมื่อถึงเวลาที่งานเลี้ยงต้อนรับเลิก ชาวบ้านก็ต่างทยอยกลับไปที่บ้านของตน เหล่านักล่าเองก็ต้องกลับไปพักผ่อนเพื่อที่จะออกไปทำงานหรือฝึกในช่วงเช้า ในตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าการป้องกันและลาดตระเวนมีความเข้มงวดขึ้น จากเหตุการณ์ในวันนั้นได้กระตุ้นเตือนพวกเขาว่าความปลอดภัยของหมู่บ้านนั้นสำคัญขนาดไหน หอสังเกตการณ์และตามจุดต่างๆ มีการสั่งคนมาเพื่อเฝ้า ซึ่งนักล่าแต่ละกลุ่มจะจัดคนของตนออกมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันวันละกลุ่ม ส่วนทางด้านงานเลี้ยง แม้จะเลิกงานไปแล้วก็ยังเหลือกลุ่มเดิมๆ ที่ยังนั่งหัวราน้ำกันอยู่
เมื่อกลับเข้าไปในห้อง แกรนด์หยิบแหวนมิติทองแดงที่สภาพใกล้จะพังออกมา ที่จริงแล้วเมืองนี้มีช่างที่มีความสามารถสร้างแหวนมิติทองแดงออกมาได้มีแค่ 4-5 คนเท่านั้น และแต่ละวงก็ต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร แต่ไม่มีคนไหนเลยที่สามารถสร้างแหวนมิติที่ระดับสูงกว่านี้ได้ ไม่แปลกในที่แม้คนระดับสูงอย่างมิคาเอลเองก็ยังใช้แค่แหวนมิติทองแดง และเลือกที่จะใช้หลายๆ วงแทน ถ้าจะสั่งแหวนที่ระดับสูงกว่านั้นก็ต้องสั่งมาจากเมืองอื่น ซึ่งราคาก็คงแพงมหาศาล อีกอย่าง แทบไม่มีใครที่จะเก็บของโดยใช้พื้นที่ขนาดนั้น แหวนมิติทองแดงก็ราคาสูงอยู่แล้ว คนที่สามารถครอบครองมันได้คือคนที่ค่อนข้างจะมีฐานะ ของที่ใส่ไว้ส่วนมากจะเป็นของใช้ส่วนตัวของเจ้าของแหวนมากกว่า ในกรณีของแกรนด์ซึ่งเป็นแหวนมิติทองคำ ได้มาจากโครงกระดูกของคนผู้หนึ่ง ไม่ต้องเดาเลยว่าจะเป็นคนที่มีสถานะสูงส่งขนาดไหนในทวีปแห่งนี้ แม้จะเป็นแค่โครงกระดูกที่บ่งบอกได้ว่าตายมากว่าร้อยปีแล้ว แต่กระดูกของเขายังคงมีออร่าพลังอ่อนๆ อยู่ ส่วนของครีท แหวนมิติเงิน ได้รับมาจากบุคคลที่เขาเรียกว่าอาจารย์ การที่จะให้ของแบบนี้กับเด็กคนหนึ่งซึ่งตนพบในระหว่างที่เดินทางอยู่นั้นหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ว่าเขามีแหวนมิติทองคำอยู่แล้วหรือ? หรืออาจมีแหวนมิติเงินหลายวง แต่ที่แน่ๆ คนผู้นั้นต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
แกรนด์หยิบขึ้นมาแล้วปล่อยของในนั้นให้ออกมาจนหมด ยังไงซะแหวนวงนี้ก็จะพังอยู่รอมร่อแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้ ของที่ปรากฏออกมาเบื้องหน้าคือหีบไม้อย่างดี 3 หีบ หีบทั้งสามต่างมีน้ำหนักมากด้วยกันทุกหีบ โดยเฉพาะหีบแรก ทั้งสามหีบมีกุญแจขนาดใหญ่ห้อยล็อกไว้อยู่ ตัวลูกกุญแจนั้นต้องอยู่ที่มิคาเอลไม่ก็ในแหวนวงอื่นๆ ที่เหลือ แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับแกรนด์ เขาเอาเท้าถีบไปที่ดอกกุญแจจนมันหักกระเด็นออกไป เมื่อเปิดออกมา สิ่งที่ใส่ไว้ข้างในหีบถึงกับทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน ข้างในนั้นมีเงินใส่ไว้เป็นจำนวนมาก และทุกเหรียญล้วนเป็นเหรียญทอง! เหรียญทองที่มีค่าเท่ากับ 1 ล้านเหรียญใส่อยู่จนเต็มหีบ! แกรนด์ขยี้ตาพร้อมกับตบหน้าตัวเองเพราะกลัวว่านี่จะเป็นความฝัน เท่าที่กะดูในหีบนี้น่าจะมีประมาณ 5-6 หมื่นเหรียญทองได้ นี่มันเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงภาษีที่เมืองกลอเซนเก็บได้ทั้งปีเลยทีเดียว! ลัทธิของมิคาเอลมั่งคั่งขนาดนั้น? นี่เป็นสมบัติส่วนตัวของเขาหรือทรัพย์สินกลางของโบสถ์กันแน่? แกรนด์เปิดหีบที่เหลือทั้งสองดู ปรากฏว่าหีบที่สองเป็นหีบที่เก็บมีดสั้นแบบเดียวกับที่มิคาเอลใช้ปักบนร่างกายของชายทั้งสอง ใบที่สามเป็นหีบที่มีอัญมณีมีค่าอยู่ครึ่งหีบ และยังมีใบสรรเสริญความดีงามสำหรับผู้บริจาคทรัพย์สินให้กับโบสถ์อีกหลายปึกใหญ่ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าแหวนวงนี้เป็นแหวนที่เก็บทรัพย์สินส่วนตัวของเขาอย่างแน่นอน นี่อาจเป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่เขาใช้เวลาเก็บมานานหลายสิบปีโดยแยกจากของโบสถ์อีกงั้นหรือ? ถ้าเป็นเงินส่วนตัวต้องเป็นเงินที่เขาใช้เวลาเก็บทั้งชีวิตอย่างแน่นอน หรือนี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะยังมีอีก 3 วงที่สวมอยู่ ลัทธินี้มันจะไม่มั่งคั่งมากเกินไปหน่อยรึไง อีกอย่าง มันต้องรู้แน่ๆ ว่าโดนฉกมาตอนต่อสู้ อีกไม่นานมันคงบุกมาเอาคืนแน่นอน
‘หึ! จะบุกมาก็มาเลย ยังไงซะข้าก็ไม่คิดจะคืนให้อยู่แล้ว ดีซะอีกที่เอาส่วนที่เหลือมาประเคนในถึงที่’
แกรนด์คิดพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ครั้งก่อนพวกเขาบุกไปยังถิ่นของมันอย่างบังเอิญ ครั้งนี้ถ้ามันกล้าบุกมาถึงนี่ก็นับว่าใจกล้าไม่เบา