เสวียหลินมองเฟยหรงอย่างเอ็นดูในเวลานี้แม้แต่เสวียเหม่ยก็อดไม่ได้ที่จะตลกขบขัน มาถึงตอนนี้เจ้าสามีตัวร้ายยังไม่ได้แนะนำตัวเองให้ท่านแม่ของนางได้รู้จักอย่างเป็นทางการเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะลุกไปสะกิดชายหนุ่มก่อนจะกระซิบบอก
"เจ้าตัวดี เจ้าลืมแนะนำตัวใช่หรือไม่"
"อ๊า จริงด้ายข้าลืมไป"
"เฟยหรงคาราวะท่านแม่ยายขอรับ"เฟยหรงลุกขึ้นผสานมือคาราวะในทันที เสวียหลินเห็นท่าทีสุดแสนไร้เดียงสาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ หากถามว่าเกิดสองชาติแล้วเหตุใดเฟยหรงจึงเป็นเช่นนี้ ก็สามารถบอกได้ในทันทีว่าชาติที่แล้วชายหนุ่มหาได้มีครอบครัวที่แสนสุขเช่นวันนี้ไม่ อีกทั้งตัวของเขายังเป็นเทพสงครามที่อุทิศกายให้กับสนามรบจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ชาตินี้เขาจะยังคงมีความไร้เดียงสาในการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
"หุหุ ไม่ต้องมากพิธี ช่างน่าดูชมจริงๆ เหม่ยเอ๋อลูกหาสามีได้ดีทีเดียว"เสวียหลินกล่าวชมเชย เสวียเหม่ยได้ยินพลันน่าแดงระเรื้อ นางคิดว่าท่านแม่ของนางจะต่อว่าเรื่องที่ตัวนางมีสามีเด็กเกินไปเสียอีก
"โถ่ ท่านแม่!"นางอุทานออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปโอบกอดมารดาตามเดิม ทางด้านของเฟยหรงก็นั่งลงใกล้ๆเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นเสวียเหม่ยได้มองหน้าบุตรสาวของตนก่อนจะกล่าวถาม "ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่าพวกเจ้าไปรู้จักมักคุ้นกันได้อย่างไร แม่อยากจะรู้ว่าหลายล้านปีมานี้บุตรสาวที่น่ารักมีชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง"
เสวียเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็เล่าเรื่องของตนเองให้มารดาได้ฟังอย่างไม่ปิดบังแต่ทว่าด้วยเหุการณืหลายล้านปีนางไม่อาจที่จะจำได้หมดทุกอย่างจึงได้แต่ยกเรื่องสำคัญๆมาบอกกล่าวอย่างสนุกสนาน ทางด้านเสวียหลินเองก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ
หนึ่งบุตรีเล่าขาน หนึ่งมารดานั่งฟัง เฟยหรงเห็นภาพนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ตอนนี้เสวียเหม่ยดูมีความสุขมากกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ในฐานะสามีของนางแล้วเฟยหรงเองพลันสุขใจไปด้วย นี่คือหนึ่งในเป้าหมายที่เขาออกมาจากโลกเลยก็ว่าได้
'เหม่ยเอ๋อ รอก่อนเถอะ ไว้ข้าแข็งแกร่งเมื่อไรความอัปยศและเจ็บปวดที่เจ้าได้รับข้าจะให้พวกมันได้ชดใช้'เฟยหรงกล่าวขึ้นในใจ ใบหน้าแสดงถึงความมุ่งมั่นเต็มเปรี่ยม ในขณะเดียวกันเสวียหลินเองก็พลันชำเรืองมองลูกเขยคนนี้อยู่ตลอดเวลาแต่ทว่ากลับไม่ได้กล่าวอะไรและเพียงยกยิ้มให้เท่านั้น
หลังจากเวลาผันผ่านไปสักพักเสวียเหม่ยก็ได้เล่าทุกอย่างจนเสร็จสิ้น แน่นอนว่าสิ่งที่นางเล่าทำให้มารดาของนางตกตะลึงไม่น้อย เส้นลมปราณมังกรเหมันต์ปฐมกาล ได้ถือครองบัลลังก์ราชันเหมันต์ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด ทุกๆอย่างนี้ของบุตรสาวเกิดขึ้นจากลูกเขยของนางทั้งหมด
และไม่เพียงเท่านั้นใครจะคิดกันว่าลูกเขยคนนี้ของนางจะถือครองกายศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณของมังกรที่แม้แต่เผ่ามังกรยังแทบไม่มีปรากฏ ทั้งยังถือครองบัลลังก์ราชันถึงหกชิ้น นี่มันเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุดเท่าที่นางเคยเจอมา ในเวลานี้แววตาของนางที่มองไปยังเฟยหรงเปร่งประกายไปด้วยความชื่นชมยิ่งกว่าเก่าเสียอีก
"ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์เยอะแยะมากมายปานนี้"เสวียหลินกล่าวชื่นชมเฟยหรงในทันทีหลังจากได้ฟังเรื่องราว เฟยหรงได้ยินก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆและกล่าวขอบคุณเท่านั้น
"ว่าแต่เจ้าแซ่เฟย?? มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนิกายดาราสวรรค์หรือเปล่า"เหสียหลินกล่าวถามอย่างจริงจังอีกครั้ง กล่าวตามจริงนางว่าจะถามตั้งแต่ที่เฟยหรงแนะนำตัวแล้วแต่ด้วยอยากรู้เรื่องราวของบุตรสาวมากกว่าจึงได้ยกมาถามตอนนี้
"เอ่อ........จะกล่าวอย่างไรดีละขอรับ ถ้าจะบอกว่าใช้มันก็ใช่จะบอกว่าไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ ตัวข้านั้นเกิดที่ดวงดาวที่ถูกปิดผนึกแต่ทว่าทวดของข้าคือบุตรชายของผู้นำนิกายดาราสวรรค์น่าขอรับ"
"ที่ข้าบอกว่าใช่เพราะแน่นอนสายเลือดฝั่งพ่อของข้ามาจากทางนั้นอย่างแน่นอนและปฏิเสธไม่ได้ แต่ทว่าข้ากลับไม่มีความสัมพันธ์ใดกับนิกายดาราสวรรค์แม้แต่น้อย บอกตามตรงข้าพึงจะรุ้ความจริงเมื่อออกจากโลกมานี้เอง"เฟยหรงกล่าวอธิบาย
"เป็นเช่นนั้นเอง ฮิฮิ ก็ดีแล้วที่กล่าวตอบข้าตามตรง นิกายดาราสวรรค์กับจักรวาลหิมะขาวนั้นเมื่อก่อนเป็นคู่รักคู่แค้นกันเลยก็ว่าได้ พวกเขาได้ชื่อว่าเป็นขุมกำลังที่อ่อนแอเป็นอันดับสามในสี่นิกายใหญ่ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นเสือซ่อนมังกรซุ้ม ในตอนที่นิกายหิมะขาวถูกทำลายเป็นเวลาเดียวกันกับที่นิกายดาราสวรรค์ปิดผนึกตัวเองเนื่องจากผู้นำนิกายกำลังทะลวงขั้นครั้งสำคัญ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่นิกายจักรวาลหิมะขาวจะพ่ายเป็นแน่"เสวียหลินกล่าว
"ท่านกำลังจะบอกว่าจักรวาลหิมะขาวและดาราสวรรค์เป็นคู่แข่งกันแต่ไม่ใช่ศัตรูงั้นหรือขอรับ"เฟยหรงกล่าวถาม
"ใช่ จะให้พูดง่ายๆก็คือศิษย์ของพวกเราสองนิกายมักจะพบรักกันบ่อยๆ แน่นอนรวมถึงตัวข้าก็ด้วยชื่อเดิมของข้าคือเฟยหลี่หลิน เป็นเพียงศิษย์ธรรมดาๆของนิกายดาราสวรรค์เท่านั้น แต่ด้วยข้าได้พบรักกับเสวียคงบิดาของเหม่ยเอ๋อข้าจึงเปลี่ยนแซ่และเข้าอยุ่นิกายจักรวาลหิมะขาว"
"ท่านแม่/ท่านแม่ยาย เคยเป็นคนของนิกายดาราสวรรค์!!"เฟยหรงและเสวียเหม่ยอุทานพร้อมกันสายตาจับจ้องไปที่เสวียหลินด้วยความประหลาดใจ
"อะไรกัน พวกเจ้าไม่เห็นจะต้องตกใจปานนั้นเลยนี่ มันเป็นเรื่องปกติจะตายไป"เสวียหลินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เฟยหรงและเสวียเหม่ยมองเซ่อในทันที 'เรื่องปกติอะไรของท่านกัน นี่มันบังเอิญจนน่าประหลาดใจเอามากๆเลยต่างหาก'
"เอาเถอะน่า พวกเจ้าอย่ามองแม่อย่างนั้นสิ ถึงแม่จะเคยแซ่เฟยแต่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันเสียหน่อย ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะผิดศีลธรรมหรอกน่า ฮิฮิ"เสวียหลินป้องปากหัวเราะ เฟยหรงถึงกับนั่งกุมขมับแม่ยายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนขี้แกล้งสินะ อีกทั้งยังพูดเรื่องน่าชวนตะลึงออกมาหน้าตาเฉย
เฟยหรงและเสวียเหม่ยหลังจากที่นั่งพูดคุยกับเสวียหลินอยู่พักใหญ่ก็ได้พานางไปแนะนำให้กับทุกคนได้รู้จัก ในตอนแรกที่ทุกคนได้รู้ว่านางคือมารดาของเสวียเหม่ยก็พากันแตกตื่นกันไปยกใหญ่แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้อนรับนางอย่างเป็นกันเอง แน่นอนเมื่อมีญาติผู้ใหญ่เข้ามาเฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินก็พากันมองดูด้วยความสงสัยเช่นเดิม นางอยากรู้ว่าท่านยายคนนี้ของพวกนางน่าตาเป็นอย่างไรและนิสัยดีหรือไม่
แต่เมื่อพวกนางมาถึงก็ถูกเสวียหลินดึงเข้ามากอดในทันที ด้วยความน่ารักของทั้งสองคนนี้เสวียหลินจะหักห้ามใจได้อย่างไร ในขณะที่เสวียหลินกำลังสนใจหลานสาวทั้งสองอยู่นั้นเอง เฟยหรงจึงกล่าวถามเหล่าภรรยาของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้างและการเข้ามาอยู่ที่นี่พวกเขาจะต้องทำอะไรเช่นกัน
ปิงเหยาจึงเป็นตัวแทนของภรรยาทั้งหมดในการกล่าวเรื่องสำคัญนับจากนี้โดยเนื้อหาจะมีอยู่ว่า สายเลือดเทพสมุทรนั้นเทพสมุทรเป่ยฮ่าวหลานจะเป็นคนสั่งสอนด้วยตัวเอง เทพวายุหยุนจินจะสอนสั่งตระกูลหยุนและผู้ชายทุกคน ส่วนผู้หญิงที่เหลือเทพธิดาแห่งราตรีจีเหยาจะเป็นผู้ฝึกสอน
เฟยหรงที่ได้ก็ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจการที่ได้รับการสอนจากระดับนิรันทร์บรรพกาลเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเอามากๆเนื่องจากพวกเขาจะได้ฝึกไปในแนวทางที่ถูกต้องและไม่ต้องกังวลเรื่องผลสะท้อนกลับของทักษะ แต่ทว่าเฟยหรงพอใจได้ไม่นานปิงเหยาก็กล่าวในสิ่งที่เฟยหรงถึงกับชะงักค้างในทันที
"ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เจ้าเป็นข้อยกเว้น"เฟยหรงเบือนหน้าไปทางที่เทพสมุทรนั่งอยู่อย่างคาดหวังในคำตอบ เทพสมุทรที่เห็นสายตาเว้าวอนนั้นจึงได้กล่าวตอบไป
"ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากจะสอนเจ้า ลำพังมีหนึ่งบัลลังก์เช่นพวกเขาพวกข้าพอสอนได้ แต่เจ้าพิเศษเกินไปหกบัลลังก์ราชัน เส้นลมปราณและกายมังกรศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังมีสายเลือดเทพสมุทรของข้าอีก ข้าอยากจะสอนเจ้าใจแทบขาดแต่ทว่าหากสอนสั่งไปแล้วมันไม่ได้เป็นดังที่คาดละ นั่นไม่ใช่ว่าเจ้าเอาพรสวรรค์ทาทิ้งยังทะเลดวงดาวนี่หรอกหรือ"
"หากเป็นพวกความรู้พื้นฐานและทรัพยากรณ์สนับสนุนก็พอได้อยู่ แต่จะให้แนะแนวทางการฝึกเห็นทีคงจะยาก"เทพสมุทรกล่าวอย่างจนใจ ตามจริงเขาอยากจะสอนเจ้าเด็กคนนี้ใจจะขาดแต่ทว่าต้องยอมรับว่าความสามารถและความเข้าใจของเขานั้นไม่เพียงพอ หรืออาจจะเรียกว่าเฟยหรงพิเศษเกินไปก็ว่าได้ จะมีคนบ้าที่ไหนเกิดมาพร้อมกับอะไรมากมายขนาดนี้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่เห็นทีจะมีแค่เฟยหรงเพียงคนเดียว