ทันทีที่เยี่ยหลงกลับมาสู่โลกตนปกติแล้ว คนก็เจอกับคนทั้งสามที่รอชิงคัมภีร์สวรรค์จากตนยืนรออยู่
" ในที่สุดก็ออกมาได้สักที " ชายตรงกลางกล่าว
เมื่อเยี่ยหลงออกมา และเห็นคนทั้งสาม คนก็รีบใส่กำไลสะกดพลัง ลดระดับขั้นพลังวิญญาณให้เหลือเพียงแค่ระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นหนึ่ง และยืนตระหง่าน
ชายทางขวาที่เห็นเยี่ยหลงยืนตระหง่าน คนก็กล่าวบอกชายตรงกลาง " เจ้ารีบใช้เวทเขตแดนหน่วงความเร็วได้แล้ว ก่อนที่มันจะใช้เวทเคลื่อนกายด้วยความเร็วและมาโจมตีเรา "
ชายตรงกลางที่ได้รับคำบอกมาแบบนั้น คนก็ทำการเปิดเวทเขตแดนหน่วงความเร็วสิบเท่าขึ้นมาในทันที
ครั้นเขตแดนเวทถูกเปิดขึ้นแล้ว พวกคนก็จะพุ่งเข้าโจมตีใส่เยี่ยหลง
แต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนกายขยับ จู่ๆตัวเยี่ยหลงก็ส่องสว่างออกมา จนพวกคนต้องชะงักและหรี่ตาลง
เมื่อแสงสว่างหายไป คนทางซ้ายและทางขวาที่มองมายังจุดที่เยี่ยหลงอยู่ คนกลับไม่พบเยี่ยหลงอยู่ตรงนั้นแล้ว
คนมองหาเยี่ยหลง ไม่นานคนก็พบเยี่ยหลงยืนอยู่เบื้องหน้าชายตรงกลางพร้อมกับมือที่เสียบแทงทะลุกลางอกของชายตรงกลาง จนหัวใจติดมือคนออกมาด้วย
เยี่ยหลงกล่าว " ทักษะแสงพิสุทธิ์สลายพลังของข้า จะสลายพลังเวททุกชนิดที่รัศมีแสงส่องไปถึง และจะสะกดพลังวิญญาณให้ใช้ได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งจากในร่างทั้งหมด "
เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็ดึงแขนออกมาจากกลางอกของชายตรงกลาง
ครั้นเยี่ยหลงดึงแขนออกมาจากร่างกายชายตรงกลางแล้ว ชายตรงกลางก็ร่างร่วงหล่นในทันที
ชายทั้งสองที่เห็นชายตรงกลางพลาดท่าโดนฆ่าไปแล้ว คนก็ถอยหลังกันคนละก้าวหนึ่ง ด้วยกลัวหนึ่งส่วนในสิบ
แต่ด้วยหน้าที่ ที่ต้องชิงคัมภีร์สวรรค์กลับไปให้ได้ คนจึงไม่มีทางถอย
ชายตรงทางขวากล่าว " เราโจมตีมันพร้อมกัน "
ทันทีที่กล่าวเสร็จ กลิ่นลมหายใจยังไม่ทันหาย คนทางขวาก็โดนเยี่ยหลงเคลื่อนกายมาอยู่ทางด้านหลังด้วยความรวดเร็วแบบมองไม่ทัน และทำการหักคอคนเสีย จนคอคนบิดผิดธรรมชาติ
ชายทางซ้ายที่เห็นดังนั้น คนก็คิดขึ้น ' สู้ก็มีโอกาสตาย กลับไปแบบไม่มีคัมภีร์สวรรค์ก็มีโอกาสตาย เอาไงดี '
คนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจได้ ' สู้ดีกว่า อย่างน้อยมีโอกาสตายน้อยกว่า '
ทันทีที่คนคิดเสร็จ คนก็พุ่งตัวใส่เยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็ไม่หลบ ยืนทานรับหมัดของคนอย่างองอาจ
ทันควันที่หมัดสัมผัสกับตัวของเยี่ยหลง กระดูกมือของคนก็แตกหักในบัดดล
คนที่กระดูกมือแตกหัก คนก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็วและถอยหลังเซไปจนล้ม
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้น ' หยดเลือดเทพราชสีห์แสงสุริยันที่เราได้รับมา ไม่เพียงแต่ทำให้ความเร็วการเคลื่อนกายพื้นฐานของเราเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ยังทำให้ผิวหนังของเราแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น ผิวหนังของเราตอนนี้อาจเรียกได้ว่า แข็งยิ่งกว่าเหล็กยิ่งกว่าเพชรเสียอีก '
พอเยี่ยหลงคิดจบ ชายคู่ต่อสู้ของเยี่ยหลงที่เหลือคนเดียวก็ลุกขึ้น และกล่าวเปิดใช้เวท " เปิดใช้เวทความสามารถสัตว์ เสริมพละกำลังดุจอสูรหมี เสริมความเร็วดุจอสูรเสือ เสริมการมองเห็นดุจ "
ชายคู่ต่อสู้ของเยี่ยหลง ยังเปิดใช้เวทเสริมความสามารถที่สาม ยังไม่ทันจบ
คนก็โดนเยี่ยหลงพุ่งเข้ามาโจมตีใส่ จนหัวใจหลุดออกมาจากอกมาอยู่บนมือของเยี่ยหลง
ครั้นคนโดนควักหัวออกมาจากอกแล้ว ทิ้งเวลามาสามลมหายใจ ร่างคนก็ร่วงหล่นนอนยังพื้นลงไป
เมื่อเยี่ยหลงกำจัด พวกคนที่ติดตามตนมาชิงคัมภีร์สวรรค์ได้หมดแล้ว
คนก็ปิดวิญญาณยุทธ์ร่างนรสิงห์ ก่อนจะหันมุ่งหน้าออกจากถ้ำไป
แต่ก้าวได้เพียงแค่สามก้าว ฟีนิกซ์ก็บอกเยี่ยหลงขึ้น ' ไอ้เยี่ยหลง มึงเอาคัมภีร์สวรรค์ที่ได้มาจากบ้านในเมืองสายลมเหนือเมฆออกมาปลดเวทติดตามซิ '
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็นำคัมภีร์สวรรค์เล่มที่ได้มาจากบ้านในเมืองสายลมเหนือเมฆออกมา
เมื่อเยี่ยหลงนำคัมภีร์สวรรค์ออกมาแล้ว ฟีนิกซ์ก็ทำการใช้พลังเวทผ่านมือเยี่ยหลงข้างที่ถือคัมภีร์ เพื่อลบเวทติดตามที่ติดอยู่ให้
ครั้นลบเสร็จ ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น ' เสร็จล่ะ ลบเวทติดตามออกหมดแล้ว แค่นี้ก็ออกเดินทางหาคัมภีร์สวรรค์เล่มอื่นต่อได้อย่างสบายใจ ไม่มีคนตามมาฆ่าแล้ว '
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวขอฟีนิกซ์ขึ้นก่อน " คุณฟีนิกซ์ครับ ก่อนออกเดินทางหาคัมภีร์ต่อ ผมขอพักสักวันได้มั้ยครับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง "
ฟีนิกซ์บอก ' แล้วแต่มึงก็แล้วกัน '
พอฟีนิกซ์อนุญาตเสร็จ เยี่ยหลงก็เดินออกมาจากถ้ำ มุ่งสู่ไปพักยังโรงเตี๊ยมที่เดิม
ณ บ้านในเมืองสายลมเหนือเมฆ ที่ที่เยี่ยหลงไปขโมยคัมภีร์สวรรค์ออกมา
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ ณ ห้องโถงภายในบ้านนั้น จู่ๆก็มีชายวัยกลางคนอีกคนเข้ามาพบกับชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ ณ ห้องโถง
ชายวัยกลางคนที่เข้ามาพบกับชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ ณ ห้องโถง คนก็กล่าวกับคนขึ้น " นายท่านโม่เทียน ข้ามารายงาน "
ชายชื่อโม่เทียนกล่าว " เป็นอย่างไรบ้าง คนที่เราส่งไปตามคัมภีร์สวรรค์กลับมา ตอนนี้ได้คัมภีร์กลับมารึยัง "
ชายวัยกลางคนบอก " พวกที่ส่งไปตามคัมภีร์สวรรค์ ตายหมดแล้ว "
" แล้วเวทส่งความทรงจำหลังตายที่ติดตัวพวกมัน มันได้ส่งใบหน้าของไอ้ ขโมยนั่นมามั้ย และเวทติดตามยังอยู่รึเปล่า " โม่เทียนถาม
" ใบหน้าของขโมยส่งมา และข้าก็ได้วาดใบหน้าของมันมาให้ท่านดู บัดเดี๋ยวนี้แล้ว " ชายวัยกลางกล่าวพลางแสดงใบหน้าของเยี่ยหลงที่วาดลงในกระดาษให้โม่เทียนดู
" ส่วนเวทติดตามถูกเจ้าหัวขโมยนั่นลบไปแล้ว " ชายวัยกลางคนกล่าว
โม่เทียนกล่าว " ก็ยังดีที่ได้ใบหน้ามันมา ถ้าเช่นนั้นส่งใบหน้าของมันไปให้พวกรับจ้างฆ่า และคนของเรา ให้ตามฆ่ามัน จากนั้นก็ชิงคัมภีร์สวรรค์กลับมา "
ชายกลางคนตอบรับ " ทราบแล้ว " จากนั้นก็เดินออกจากห้องโถงไป
เช้าวันที่ ยี่สิบห้า ตุลา เยี่ยหลงที่นอนพักจนพอแล้ว คนก็จ่ายเงินค่าที่พัก และออกจากโรงเตี๊ยมในทันใด
พอคนออกมาแล้ว สิ่งที่เยี่ยหลงทำเป็นอย่างแรกเลยก็คือ การถามเข็มทิศ " จงบอกที่อยู่ของคัมภีร์สวรรค์ที่ใกล้ที่สุด ที่ข้ายังไม่เคยพบมาเดี๋ยวนี้ "
ทันทีที่เยี่ยหลงบอกจบ เข็มทิศก็เริ่มชี้ทางในทันที
ครั้นเข็มทิศชี้ทางแล้ว เยี่ยหลงก็เริ่มออกเดินทาง แต่ออกมาได้ไม่ไกลยังไม่พ้นหมู่บ้าน คนก็เจอกับกลุ่มคนของหมู่บ้านที่มุงดูอะไรบางอย่างบนกระดานอยู่
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รู้สึกสนใจ คนจึงทำการแทรกตัวเข้าไปดู
ทันทีที่คนเห็นว่าบนกระดานติดอะไรเอาไว้ คนก็สำลักน้ำลายในทันควัน พร้อมกับคิด ' ไอ้ชิบหายนี่มันเรานี่หว่า ใครเป็นคนตั้งค่าหัวเราวะ ตั้งหนึ่งแสนเหรียญทองแหนะ '
พอเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ถามพวกฟีนิกซ์ ' คุณฟีนิกซ์ คุณแคนครับ ผมควรเอายังไงต่อดีครับ ผมโดนตั้งค่าหัวตามจับแล้ว '
แคนบอก ' มึงจะยืนอยู่ตรงนี้รอให้พ่อมึงสังเกตได้หรอ ว่ามึงคือคนในใบประกาศจับอะ หนีออกจากตรงนี้ด่วนเลยสิวะ '
เมื่อเยี่ยหลงได้ฟังแบบนั้น คนก็ตอบรับ ' จัดให้บัดเดี๋ยวนี้ครับ '
พอคนกล่าวเสร็จ คนก็แทรกตัวออกมาจากกลุ่มคนมุงดูกระดาน และมุ่งออกจากหมู่บ้านไป ไปตามทางที่เข็มทิศบอกว่า คัมภีร์สวรรค์ เล่มต่อไปอยู่ที่ไหน