กว่าวสันต์กับปิติจะแงะอาเอกออกจากตัวเขาได้ก็ต้องลุ้นแทบแย่เล่นเอาเหงื่อตกอย่างกับวิ่งแข่งรอบรีสอร์ต
นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วกู
วาดรุ้งกุลีกุจอลากตัวคนเป็อาไปเรือนเจ็ดสีซึ่งเป็เรือนที่พักของบิดาและอาเอกใกล้กับเรือนสีรุ้งเพราะต้องคุยกันเื่อาหารและการปรับลดยาบางตัวให้กับบิดาที่กำลังป่วยแต่เขาก็ไม่ได้จะไปทางนั้นหรอกนะ..เพราะต้องแวะไปเอาของที่รถก่อน
อืมมม..แล้วรถอยู่ไหนวะเนี่ย
ปิติคงสั่งให้คนงานช่วยกันลากรถติดหล่มของเขาขึ้นมาแล้วล่ะส่วนเ้าตัวขอแยกไปคุยกับหัวหน้าช่างเพื่อติดตามความคืบหน้าของงานทีนี้ก็เหลือแต่เ้านายตัวโตนี่แหละที่เหมือนต้องจำยอมพาเขาไปที่รถ
เอาวะ!ถ้าให้เดินหาเอง หลงตายห่า!
วสันต์เหลือบตาดูคนเกือบถูกสิงร่างที่เงียบกริบระหว่างเดินไปด้วยกันแล้วก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อยศอกหนากระทุ้งเข้าต้นแขนคนกำลังใช้ความคิดเบาๆ ราวสะกิด
“เอ้ยยย!”
“ยังไม่หายใล่ะสิเนี่ย”
โรมต้องยกมือไหว้ขอโทษขอโพยกับคำอุทานเมื่อครู่เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในฐานะของ น.ส.ลัมภ์ ขืนทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรไปจะมีผลกับมัน..ไอ้น้องสาวตัวแสบและไหนๆ ก็คงต้องพึ่งพานายตัวโตนี่ไว้คอยกันคุณอาเอกอะไรนั่น
วสันต์โบกมือว่อนอย่างไม่ถือสา
“ช่วยถือไอแพดกับเอกสารให้ไหมฮะ”
“ไม่ต้อง ฉันถือเอง”คนหวังดีต้องเก้อไปเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ แหม!อุตส่าห์จะตอบแทน
“เคยทำบัญชีมา ที่โรงแรมอะไรนะ”
“โรงแรมบางกอกอินเตอร์”
“แล้วนึกยังไงลาออก ท่าทางเงินดีด้วยนะนั่น”
“ปิดจ๊อบไปนานแล้วครับ..”คนกำลังตอบถึงกับอ้าปากค้าง
ฉิ_หายละ..เอาใหม่
“เอ่ออ..ใจจริงก็ยังอยากทำต่อแต่ต้านแรงเด็กเส้นไม่ไหว” วสันต์จ้องเขม็งแต่ยอมพยักหน้าเออออตาม..เพราะพอจะนึกออก“ในเมืองเส้นสายมันเยอะ มีแต่ลูกหลานคนใหญ่คนโต ไอ้เรามันตัวนิดเดียว”
คนในคราบ น.ส.ลัมภ์ ถึงกับผ่อนลมหายใจยาวถึงแม้เขากับน้องสาวจะเรียนคนละสายอาชีพ เขาเป็โปรแกรมเมอร์ที่รับงานอิสระส่วนน้องสาวจบการบัญชีเพราะมันผูกพันกับตัวเลขมากโดยเฉพาะ ‘หวย’ ตีซะว่ามันเกี่ยวละกันนะ แต่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ตลอดเพราะโปรแกรมบัญชีของโรงแรมที่ไอ้ลัมภ์มันเคยทำงานอยู่..เขาเป็คนดูแลระบบ
และที่เขากล้ามาสวมรอยเป็มันในวันนี้ก็เพราะเขารู้เื่หลักการทำบัญชีดีเชียวล่ะเพราะต้องเขียนโปรแกรมให้กับบริษัทที่โรงแรมซื้อระบบมาใช้ ไม่อย่างนั้นคงไม่เอาตัวเองมาเสี่ยงอย่างตอนนี้
เนี่ย! ก็เริ่มจะถูกซักประสบการณ์การทำงานละ
“เดินข้ามสะพานนี่ไปก็ถึงแล้ว”
โรมมองตามนิ้วมือที่วสันต์ชี้ทางระหว่างตัวอาคารแต่ละหลังจะมีสะพานไม้ทอดข้ามลำธารเล็กๆที่คาดว่าทางรีสอร์ตจะทำขึ้นเพื่อเสริมบรรยากาศให้แก่ลูกค้า นับเป็จุดถ่ายรูปที่สวยงามมากทีเดียวทิศทางที่เดินไปนั้นก็ค่อนข้างจะเบี่ยงไปทางด้านข้างของรีสอร์ต
วสันต์ตวัดไอแพดกับเอกสารหนีบใต้แขนเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดัง“ครับๆ ผมวสันต์ครับ อะไรนะ!....” และจังหวะหมุนตัวนั้นเอง..ไอแพดเ้ากรรมก็ดันหล่นซะนี่!
โรมรีบดีดตัวมุดลอด่ช่องไม้ไปคว้าไว้ได้ทัน แต่ตัวเองก็หล่นลงไปข้างล่างเป็ที่เรียบร้อยเ้าของไอแพดถึงกับรีบตัดบทวางสาย
“แค่นี้นะครับ เดี๋ยวผมติดต่อกลับ”มือหนาเหนี่ยวขอบสะพานชะโงกหน้าดู เห็นคนในน้ำกำลังชูของในมือโบกไปมา
“ไม่เปียกฮะนาย รับทัน” วสันต์ต้องเป่าลมออกปากไม่ใช่ว่าจะห่วงของนักหรอกแต่ดีว่าที่นี่เป็ลำธารจำลองระดับน้ำแค่เอวถ้าเป็ที่อื่นแบบระดับมิดหัวจะเป็ยังไง
“ขึ้นมา!”
คนตัวโตก้มลงไปหยิบกระเป๋าเป้ของคนที่ทะยานตัวไปรับของเมื่อครู่และเดินไปยังทิศของคนในน้ำที่กำลังเดินขึ้นฝั่ง
“ส่งมา”
“ครับ” โรมยื่นของให้
“ไม่ใช่! ส่งมือมา”
อ่าว!นึกว่าจะเอาของ มืออีกข้างที่ว่างอยู่จึงต้องส่งให้ตามคำขอ ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว..ให้จับมือครบสองข้างไปเลยในที่สุดก็มายืนตัวแฉะครึ่งท่อนอยู่บนทางอิฐสีส้มแดง
“ในกระเป๋าเธอมีเสื้อผ้าไหม”
“ไม่มีครับ”
“งั้นก็ไปเอาของที่รถ แล้วค่อยไปเปลี่ยนชุด”มือหนาคว้าของของตัวเองยัดลงกระเป๋าเป้ซะอย่างนั้น โรมได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ใจคอนายวสันต์จะไม่ถามเ้าของกระเป๋าสักนิดเลยหรือไงและเหมือนจะคิดดังไปหรืออย่างไรก็ไม่รู้ อีกฝ่ายเงยหน้ามาจ้องแล้วยิ้มมุมปาก
“ฝาก”
“คร้าบ” เ้าของกระเป๋ากำลังทำท่าจะเอื้อมไปรับมาก็กลับถูกปฏิเสธทันควัน
“ไม่ต้อง ฉันถือให้” โรมจึงได้แต่รับคำไปตามระเบียบ
“ขอบใจมากที่ช่วย”
“สบายฮะ”
“สมเป็นักกีฬามหา’ลัย”
หนุ่มน้อยได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับตัวเองรู้ดีว่าผลจะเป็อย่างไรหากอุปกรณ์พวกนี้ถูกน้ำร้อยทั้งร้อยต้องเสียเงินค่าซ่อมแน่นอน..แล้วอย่าหวังนะว่าข้าวสารจะช่วยได้ 55 เอาไว้หุงกินเถอะ
สุดท้ายนายวสันต์จึงให้คนงานเอารถไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อมารับเขาไปพร้อมทั้งขับให้ด้วยหรูไหมล่ะ..เ้านายขับให้นั่ง นี่สงสัยถ้าไม่ตัวเปียกอย่างนี้คงได้เดินขาลาก
แม่งแต่ละจุดโคตรไกล