หลังจากเสี่ยวซินกลับไปยังเคาน์เตอร์ เธอก็ยังรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของแม่ทัพหนุ่มที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
ขณะก้มลงหยิบกล่องใบชาใต้อ่าง เธอไม่ทันระวัง มือเกี่ยวชายผ้าผูกชุดจนหลุดจากรอยมัดแน่นด้านข้างพอดี
เชือกผ้าคลายตัวลงช้า ๆ และตอนเธอยืดตัวขึ้น — ส่วนบนของเสื้อก็แหวกออกเพียงพอให้เห็นเนินอกขาวละมุนลึกลงไปกว่าที่ควร
และแน่นอน...ดวงตาคมของ **โจ ซือเหยียน** ที่เพิ่งมองมาทางเธอในจังหวะนั้นพอดี ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่ตั้งใจ
“ระวัง!” เขาพูดเสียงแข็ง ก่อนจะลุกพรวดพราดมาใกล้ทันที พร้อมหยิบผ้าคลุมบนโต๊ะข้างตัวเดินมาคลุมเธอแบบกระชาก ๆ
เสี่ยวซินสะดุ้งสุดตัว มือรีบกุมชายเสื้อที่แหวกก่อนจะมองเขาตาโตด้วยความตกใจ “ขะ...ข้า—”
“เจ้าไม่ควรเปิดแบบนั้นในร้านที่มีแขกชายอยู่” เสียงเขายังคงเข้ม แต่ใบหน้าแดงเรื่อชัดเจนจนเจ้าตัวเองก็ไม่รู้จะเก็บอย่างไร
เสี่ยวซินหน้าแดงไม่แพ้กัน รีบหันหลังให้ ขณะมือยังจัดชุดให้เรียบร้อย “มัน...มันหลุดเอง ข้าไม่ได้ตั้งใจ...”
แม่ทัพโจนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามดึงลมหายใจลึก แล้วพูดเบา ๆ แต่จริงจัง “ข้ารู้...แต่มันทำให้ใจข้าสั่นมากกว่าตอนข้ารบเสียอีก”
คำพูดนั้นหลุดจากปากโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง แล้วเขาก็รีบเบือนหน้าหนีทันที ราวกับกลัวว่าหากสบตานานกว่านี้จะทำให้หัวใจเต้นเกินขีดจำกัด
เสี่ยวซินกัดริมฝีปากแน่น หน้าแดงก่ำถึงหู พลางพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “คนอะไร...พูดตรงเสียจนคนฟังจะละลายตายอยู่ตรงนี้…”
ในร้านไม่มีเสียงพูดใดอีกพักใหญ่ มีเพียงเสียงหัวใจสองคนที่ยังดังในจังหวะสับสน…แต่กลับรู้สึกสอดคล้องอย่างน่าแปลกใจ