หลังจากหลบหนีไปหลายสิบลี้
เย่เทียนและเสี่ยวจื่อก็หยุดพักและตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เสี่ยวจื่อจะต้องมอบหินปราณให้กับเย่เทียน
“เสี่ยวจื่อ หินปราณอยู่ที่ไหน?”
เย่เทียนถาม
เสี่ยวจื่อเปิดปากของมันอย่างไม่เต็มใจและคายถุงเก็บของมิติออกมา
ถุงเก็บของมิติใบนี้เย่เทียนมอบให้เสี่ยวจื่อใช้เก็บหินปราณชั่วคราว
เย่เทียนเปิดถุงเก็บของมิติและนับอย่างระมัดระวัง“หินปราณ 412 ก้อน ไม่เลวเลย!”
เย่เทียนกล่าวชมมัน
ความแข็งแกร่งของเสี่ยวจื่อนั้นไม่มากนักและชั้นหินนั้นก็แข็งแรงมาก ด้วยความสามารถของเสี่ยวจื่อ การขุดหาหินปราณได้ 412 ก้อนในเวลาอันสั้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
“พยายามให้มาก หลังจากกลับไป ถุงเก็บของมิติใบนี้จะเป็นของแก!”
เย่เทียนให้สัญญา
“นายท่านพูดจริงหรือ?”
ร่างกายของเสี่ยวจื่อสั่นเล็กน้อยซึ่งไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้น!
นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นถุงเก็บของมิติของชิ้นนี้สามารถเก็บสมบัติได้อย่างง่ายดาย หากวันหน้ามันพบสมบัติอื่นๆและเอามาใส่ไว้ในถุงเก็บของมิติใบนี้ได้ มันจะสะดวกกว่าเดิมมาก!
ในอดีตแม้ว่ามันจะพบเจอกับสมบัติมากมาย แต่เสี่ยวจื่อก็มิอาจนำมันไปด้วยได้ด้วยเพราะร่างกายของมันมีขนาดเล็กเกินไป มันจึงไม่อาจพกพาสิ่งของได้มากนัก
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!
เจ้านายสัญญาจะมอบถุงเก็บของมิติให้กับมันมันจึงตื่นเต้นมาก
“นายท่าน ข้าจะพยายามหาสมบัติให้ได้มากที่สุด!”
เสี่ยวจื่อให้คํามั่น
เย่เทียนยิ้มเล็กน้อยเขาเพียงหวังว่าเสี่ยวจื่อจะหาสมบัติได้มากกว่านี้ในเขตแดนลับ เมื่อกลับออกไปอีกไม่นานเขาก็จะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของเสี่ยวจื่อได้
เมื่อถึงเวลานั้นเขาก็ไม่ต้องพึ่งพาเสี่ยวจื่ออีก
แน่นอนว่าเขาไม่ได้จะทิ้งเสี่ยวจื่อแต่เขาจะมอบมันให้กับเย่หยู เย่หยูคงจะชอบเสี่ยวจื่อมาก
“ไปกันเถอะ พวกเราไปหาสมบัติกันต่อ!”
เย่เทียนเร่งเร้า
“อืม นายท่าน ตรงนั้นมีสมบัติอยู่ชิ้นหนึ่ง!”
เสี่ยวจื่อเหมือนแปลงร่างเป็นโจรสาวพาเย่เทียนออกไปหาสมบัติต่ออย่างตื่นเต้น
ในเวลาเดียวกัน
หลังจากที่หยุนเฟิงเข้าไปในอุโมงค์แล้วพบสายแร่หินปราณเขาก็ต้องตกตะลึง
ภายในอุโมงค์ทางเดินมีรูเล็กๆอยู่มากมาย ดูจากร่องรอยหลุมเล็กๆ บนชั้นหินเหล่านี้แล้วเห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้มีคนกําลังขุดแร่อยู่และคาดว่าน่าจะขุดหินปราณออกไปแล้วเป็นจำนวนมาก
“ไอ้โจรบัดซบตัวไหนกล้าขุดเอาหินปราณของฉันไป?”
หยุนเฟิงโกรธมากเขาต้องต่อสู้กับทั้งผู้ฝึกยุทธ์และสัตว์อสูรแต่กลับมีคนแอบลอบเข้ามาขุดหินปราณออกไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว แค่คิดก็หดหู่แล้ว
แต่เมื่อเขาคิดว่ายังมีสมบัติทั้งหมดของเฮ่อเหลียนปี้และพวกของมันอารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย
“โจรบัดซบนั่นน่าจะหนีไปแล้ว ฉันมองหาโดยรอบแต่ไม่มีเสียงใดๆเสียงขุดที่ได้ยินเมื่อครู่ก็ไม่มีแล้ว ฮึ่มฉันไม่เชื่อว่ามันจะขุดหินปราณได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นหินปราณส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นของฉันอยู่ดี!”
เมื่อคิดได้ดังนั้นหยุนเฟิงจึงเริ่มลงมือขุดทันที
ตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้วเขามีเวลาอีกแค่เจ็ดถึงแปดวันเท่านั้นเขาต้องใช้เวลาสองวันในการเดินทางกลับไปยังรอยแยก ดังนั้นเขาจึงเหลือเวลาจริงๆแค่เพียง 5 วันเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไร ภายในห้าถึงหกวันเขาจะต้องจากไปมิเช่นนั้นเขาจะติดอยู่ในเขตแดนลับเหมือนเฮ่อเหลียนปี้เป็นเวลาถึงสิบปีหากเป็นเช่นนั้นเขาจะต้องบ้าตายแน่ๆ
ขุดมัน!
ขุด!
แล้วก็ขุด…
หยุนเฟิงขุดแร่หินปราณอย่างบ้าคลั่งหลังจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถขุดหินปราณได้ก้อนหนึ่งแต่ก็ได้ทำลายชั้นหินเสียหายอย่างรุนแรงจนทำให้อุโมงค์หลายแห่งพังทลายลง
เวลาผ่านไปห้าวันหยุนเฟิงขุดแร่ปราณติดต่อกันและยังไม่ได้หยุดพัก
ตอนนี้ร่างหยุนเฟิงเต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั้งตัว ใบหน้าของเขาซีดเซียวดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“บ้าเอ๊ย ฉันทุ่มพลังไปมากมายแต่กลับขุดเอาหินปราณออกมาได้แค่ 500 ก้อน!” หยุนเฟิงรู้สึกหดหู่มากมีข่าวลือว่าสายแร่หินปราณนี้มีหินปราณมากกว่า 10,000 ก้อนแต่นี่เป็นเพียงเหมืองสายแร่หินปราณขนาดเล็กหากเป็นเหมืองสายแร่หินปราณขนาดใหญ่บางแห่งจะมีหินปราณอยู่หลายแสนก้อนแต่นั่นก็เป็นแค่ข่าวลือ
แต่ในครั้งที่แล้วมีบันทึกไว้อย่างละเอียดว่ามีคนขุดหินปราณในเขตแดนลับได้มากถึง 10,000 ก้อน!
ทําไมเขาถึงขุดได้แค่500ก้อน?
ความแตกต่างระหว่าง10,000ก้อน และ 500 ก้อนมันแตกต่างกันเกินไป
“แก ไอ้โจรชั่วนั่นไม่มีทางจะขุดหินปราณได้มากนักในระยะเวลาอันสั้นอย่างมากมันก็คงได้ไปแค่ 100 ก้อน ขนาดตัวฉันเองยังขุดได้แค่500 ก้อนเท่านั้นเหมืองหินปราณนี้มีหินปราณซ่อนอยู่ค่อนข้างลึกคาดว่าคงจะหลงเหลือหินปราณอยู่ไม่ถึง 1,000 ก้อนแล้ว!”
หยุนเฟิงประเมิน
หินปราณ1,000ก้อนนั้นน้อยเกินไป มันไม่สอดคล้องกับข้อมูลของสายแร่หินปราณหยุนเฟิงคาดเดาไปว่า สัตว์อสูรตัวนั้นคงจะกินหินปราณไปเป็นจำนวนมากแล้ว มีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้นจึงจะสมเหตุสมผล
ถ้าเขารู้ว่าเย่เทียนแอบขุดเอาหินปราณไปมากกว่า2,000ก้อน เขาคงจะโกรธจนบ้าคลั่งและคงจะรีบกลับไปที่รอยแยกของมิติเพื่อฆ่าเย่เทียนแทนที่จะขุดหินปราณต่อ
ตอนนี้เย่เทียนไม่ได้ให้เสี่ยวจื่อหาสมบัติแล้วเขารีบมุ่งหน้ากลับไปยังรอยแยกของมิติ
หลายวันมานี้เย่เทียนเก็บเกี่ยวสมบัติได้ไม่น้อยกว่าการเก็บเกี่ยวแร่หินปราณเลย
ด้วยคําแนะนําของเสี่ยวจื่อบวกกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางธรรมชาติของเขตแดนลับความเร็วในการรวบรวมสมบัติของเย่เทียนนั้นน่าเหลือเชื่อมาก
เขารวบรวมสมุนไพรอายุกว่า1,000ปีได้มากกว่า 50 ต้นและยังมีสมุนไพรจำนวนมากที่อายุน้อยกว่า 1,000 ปี
นอกจากนี้เขายังพบสมุนไพรล้ำค่าถึงสามต้นที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ในการบ่มเพาะได้ไหนจะหญ้าวิญญาณน้ำแข็งที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ประเภทน้ำหรือน้ำแข็งซึ่งเย่หยูก็มีพรสวรรค์ประเภทน้ำแข็งพอดีอีก
“แค่นี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!”
เย่เทียนกล้ารับประกันได้ว่าไม่มีใครที่จะได้รับผลประโยชน์ไปมากกว่าเขาอีกแล้วในบรรดานักรบผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่เข้าสู่เขตแดนลับในครั้งนี้แม้แต่หยุนเฟิงที่โชคดีมากก็เทียบเขาไม่ได้
......
ทางออกของรอยแยกมิติ
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีชื่อเสียงรีบมุ่งหน้ามายังทางออกรอยแยกอย่างรวดเร็วผู้ฝึกยุทธ์หลายคนไม่มีถุงเก็บของมิติ พวกเขาแบกกระเป๋าใบใหญ่อยู่บนหลังแต่ที่นี่มีคนแข็งแกร่งของตระกูลต่างๆ อยู่ค่อนข้างมากจึงไม่มีใครกล้าลงมือปล้นหรือต่อสู้กัน มิฉะนั้นหลังจากออกไปแล้วจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน
วูบ!!!
ในเวลานี้เย่เทียนก็มาถึงรอยแยกมิติและพุ่งเข้าไปในรอยแยกมิติออกมาสู่โลกภายนอก
“เย่เทียน ทางนี้!”
เสียงของเยว่หลิงดังขึ้น
เย่เทียนรีบวิ่งเข้าไปภายในเรือเหาะเหินวายุของตระกูลเยว่
“ได้อะไรมาบ้าง?” เยว่หลิงถามด้วยความสงสัย
“ก็นิดหน่อยน่ะ!” เย่เทียนพยักหน้า
ในตอนนั้นเองสายตาของเยว่หลิงก็เหลือบไปเห็นเสี่ยวจื่อ เธอตกใจมาก
“นี่...หรือว่านี่จะเป็นหนูทองม่วง?”
เยว่หลิงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“ใช่แล้ว”
เย่เทียนกล่าว
เยว่หลิงมีความรู้มากมายจึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะต้องรู้จักหนูทองม่วง ซึ่งเขาไม่แปลกใจเลย
“เย่เทียน นายรู้หรือไม่ว่าหนูทองม่วงมีค่ามากแค่ไหน? แต่นายกลับกําราบมันได้!” เยว่หลิงรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
“มันมีค่าแค่ไหน?” เย่เทียนเองก็อยากรู้เช่นกัน
“100,000ล้านนี่คือมูลค่าในตลาดนะ! เพราะหนูทองม่วงไม่ได้หาเจอได้ง่ายนักและด้วยพรสวรรค์ของหนูทองม่วง การจะตามหาสมบัติจึงง่ายดายกว่าเดิมมาก”
“นอกจากนี้หนูทองม่วงตัวนี้น่าจะต้องเคยกินสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ทางสายเลือดของมันเข้าไปพรสวรรค์ทางสายเลือดของมันคงไม่ต่ำกว่าระดับสูงอย่างแน่นอนราคาของมันจะต้องแพงกว่านี้มาก ฉันขอซื้อมันในราคา 200,000 ล้านหยวนนายจะขายหรือไม่?”
เยว่หลิงกล่าว
เมื่อเสี่ยวจื่อได้ยินการสนทนาของเย่เทียนและเยว่หลิงร่างกายของมันสั่นเทิ้มและกล่าวอย่างประหม่าว่า “นายท่าน อย่าขายเสี่ยวจื่อเลยนะ!”