ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 76 พ่อครัวแห่งตระกูลหง

            บทที่ 76

            พ่อครัวแห่งตระกูลหง

            “ พ่อครัวอย่างงั้นหรือขอรับ? ”

            “ ใช่แล้วเจ้าค่ะพ่อครัวพ่อครัวของจวนตระกูลหงจำนวนประมาณสิบคนพวกเขาเป็นคนที่มีความสามารถในด้านการทำอาหาร ”

            จางหยวนปรากฏความคิดน่าสนใจขึ้นมาในทันที “พวกเขาทำอาหารอร่อยหรือไม่ขอรับ? ”

            “ แน่นอนเจ้าค่ะเพราะว่าพ่อครัวขอตระกูลหงถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีในหมู่พ่อครัวร้อยคนจากภายในเมืองหลวง”

            จางหยวนก้มหน้าของตนเองแล้วก็คิดภายในใจอย่างรวดเร็ว “คัดเลือกมาจากพ่อครัวยอดฝีมือภายในเมืองหลวงเลยงั้นรึ?  ”

            “ ถ้าเช่นนั้นมันเองก็น่าจะมีฝีมือ ”

            “ ในตอนนี้ตัวของเราทำการเปิดกิจการเพียงแค่ร้านผักภายในเมือง”

            “ มีที่ว่างอีกมากมายที่จะพร้อมเปิดกิจการในทันทีเพราะเราทำการซื้อถนนเส้นนั้นเอาไว้ทั้งเส้น”

            “ เอาเป็นอะไรดีร้านอาหารดีหรือไม่ร้านอาหารที่ทำจากผักวิญญาณของสวนผักวิญญาณของเรา”  

            “ ถ้ามันเป็นพ่อครัวที่มีฝีมือรสชาติก็คงจะดึงดูดและก็คงจะเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก”

            “ คนมีฝีมือและมีความถนัดในด้านการทำครัวจะให้ไปทำสวนทำไร่เองก็น่าเสียดายความสามารถ”

            “ ให้พวกเขามาเป็นพ่อครัวภายในร้านอาหารน่าจะดีกว่า” จางหยวนคิดภายในใจอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่ได้ยินว่าพ่อครัวของตระกูลใหญ่ความคิดนี้มันก็ปรากฏขึ้นมาภายในหัวอย่างทันควัน

            จางหยวนรู้ดีว่าถ้าอยากจะประสบความสำเร็จเขาต้องรู้จักใช้งานความสามารถของคน 

            มันใช้งานความสามารถของคนเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีในตอนนี้ชายผู้นั้นขวบเขาเป็นพ่อครัวแห่งตระกูลใหญ่ก็แสดงว่าพวกเขามีความสามารถในการทำกลัวมากมาย

            “ ถึงอย่างไรก็ต้องลองทดสอบความสามารถดูก่อน ”

            จางหยวนหันไปหาคุณหนูทั้งสองและก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ให้พ่อครัวของท่านทำอาหารให้ข้ากินหน่อยได้ ”

            “ แน่นอนเจ้าค่ะ ”

            นั้นพวกเขาก็ออกไปด้านนอกเตรียมวัตถุดิบเพียงเล็กน้อยเหล่าพ่อครัวจางหยวนได้กิน

            ใช้เวลาไม่นานนักอาหารมากมายตั้งเรียงรายอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้อาหารพวกนี้ถูกทำขึ้นมาอย่างปราณีตพวกมันราวกับว่าเป็นงานฝีมือชิ้นหนึ่ง

            องค์ประกอบทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบรูปร่างหน้าตาของอาหารที่ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีต

            กลิ่นหอมหวลที่มันลอยมาแตะจมูกจางหยวนมองดูอาหารหลายสิบอย่างที่ถูกทำขึ้นอยู่บริเวณ

            แต่ในขณะที่จ้องมองภายในใจกลับรู้สึกกดดัน

            เป็นเพราะดวงตามากมายของผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆกำลังจ้องมองเขาด้วยความกังวล

            โดยเฉพาะพวกพ่อครัวที่ทำอาหารเหล่านี้ขึ้นมาพวกมันเกรงกลัวว่านายท่านของพวกมันหลังจากได้ลิ้มลองอาหารไปแล้วจะไม่ถูกปาก

            จางหยวนเริ่มลิ้มลองอาหารคำแรก เขาทานอาหารเข้าไปภายในป่าดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง

            ก่อนที่ชั่ววินาทีต่อมาใบหน้าจะสงบลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “ อร่อย.. ”

            ได้ยินเสียงที่พูดออกมาผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆต่างเริ่มแสดงร้อยยิ้มได้

            จางหยวนยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาจับกุมที่บริเวณคางแล้วกล่าวกับตนเองในใจ“ อาหารนี้อร่อยเป็นอย่างมากทั้งรูปลักษณ์หน้าตาและก็รสของมันสมกับเป็นพ่อครัวของภายในตระกูลใหญ่ที่ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี  ”

            “ ใช้งานได้แน่ถ้านำเอาพ่อครัวหลายสิบคนพวกนี้ไปเปิดร้านอาหารบริเวณย่านนั้นจะต้องดึงดูดผู้คนได้อีก”

            จางหยวนพยักหน้าขึ้นลงดวงตาของเขากวาดไปมองพวกที่อยู่บริเวณรอบๆ“ตัวของข้าได้บอกกล่าวเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกท่านจะอาศัยอยู่ที่ประสานที่ใหญ่นี้ให้กับคุณหนูได้ฟังไปแล้ว”

            “ กฎระเบียบทั้งหมดเองก็ถูกแจ้งไปแล้วเช่นเดียวกันในวันนี้เพิ่งเดินทางมาถึงแน่นอนว่าอยากจะให้พวกเจ้าพักผ่อนก่อน ”

            จางหยวนหลังจากมาต้อนรับพวกเขาจนเสร็จเขาก็เดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้พวกคนงานที่เพิ่งเดินทางมาถึงได้พักผ่อน

            …

            วันถัดมา 

            จางหยวนเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง

            เขาเดินทางมาถึงพร้อมกับกระดาษประมาณสามถึงสี่แผนส่งมอบให้กับคุณหนูๆ

            หงลี่อินผู้เป็นพี่ใช้ดวงตาจ้องมองกระดาษภายในมือของตนเอง   

            พวกนี้มันคือหน้าที่ที่ถูกแบ่งเอาไว้อย่างชัดเจนโดยฝีมือจางหยวนเขากำหนดเอาไว้แล้วว่าผู้ใดจะทำหน้าที่อะไรบ้าง

            หงลี่อินหน้าที่ทั้งหมดและก็พยักหน้าเข้าใจ “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะนี่คือหน้าที่ที่ท่านอยากจะให้พวกข้าได้ทำสินะ ”

            “ ถูกต้องแล้วขอรับหน้าที่ทั้งหมดค่าแบ่งเอาไว้อย่างชัดเจน”

            หงลี่อินขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันเงยหน้าไปมองที่จางหยวนแล้วถาม“ แล้วภายในนี้มันไม่มีชื่อของพวกข้าทั้งสองคนในฐานหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ? ”

            ในขณะที่เอ่ยถามออกไปภายในใจของคุณหนูทั้งสองเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

            อันที่จริงแล้วนางก็เตรียมใจมาแล้วการที่โดนขายเป็นทาสและโดนรับเข้ามาบางทีพวกนางอาจจะตกเป็นอนุพันธ์ภรรยาของคนผู้นั้น

            นี่คือเรื่องที่นางเตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรกตั้งแต่รู้ว่าตัวเองนั้นโดนขายออกมาเป็นทาส

            ในยามนี้มองเห็นว่ารายชื่อภายในนี้ไม่มีชื่อของพวกนางพวกนางยิ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าบางทีคนที่อยู่ด้านหน้ามันอาจจะนำเอาพวกนางทั้งสองคนไปเป็นอนุพันธ์ยา

            แต่จางหยวนก็พูดแทรกขัดขึ้นมาในทันควัน “ที่ไม่มีชื่อของพวกท่านในนั้นเพราะข้าอยากจะให้พวกท่านเป็นคนที่ดูแลและก็จัดการพวกบ่าวไพร่ของพวกท่านเอง”

            “ คุณหนูใหญ่หงท่านบอกว่าท่านดูแลบ่าวไพร่และช่วยมารดาจัดการมาตั้งแต่อายุสิบสี่”

            “ ถ้าเช่นนั้นตัวของท่านก็ทับหน้าที่ในการดูแลเหล่าบ่าวไพร่ของท่านไป”

            “ ท่านจัดการงานให้พวกเขาดูแลให้พวกเขาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสงบสุข”

            “ นั้นสิน่ะพวกท่านเป็นสตรีที่มีชาติตระกูลและชาติกำเนิดสูงส่งคงจะร่ำเรียนมาไม่ใช่น้อย ”  

            “ ท่านคงจะสามารถช่วยงานหลายอย่างกับข้าได้ไม่จำเป็นจะต้องลงไปทำงานสวนหรือว่าใช้แรงงานอะไรพวกนั้น”

            “ แล้วอีกอย่างข้าเองก็มีความคิดว่าตนเองนั้นอยากจะเปิดร้านอาหารขึ้นมาบนถนนภายในเมือง”

            “ คิดว่าพวกท่านเองก็น่าจะสามารถช่วยเหลือได้”

            จางหยวนจัดแจงหน้าที่ของพวกนางเอาไว้หมดแล้ว

            จางหยวนไม่ใช่คนโง่ไม่ใช่คนที่จะนำเอากำลังของตนเองไปควบคุมคนหนึ่งสองร้อยคนให้เหนื่อยแรง

            ในเมื่อคุณหนูทั้งสองสามารถควบคุมบ่าวไพร่ของตนเองได้ก็ให้พวกนางควบคุมคนสองร้อยคนส่วนเขาก็ควบคุมนางเพียงแค่สองคนเพียงแค่นี้ก็เพียงพอ

            จางหยวนเขาไม่ใช่คนที่จะนำเอาแรงและกำลังของตนเองไปลงกลับการควบคุมและการดูแลคนงานมากมายขนาดนั้น 

            เพราะว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วเขาเองก็คงจะไม่มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นเลย

            คุณหนูทั้งสองแสดงใบหน้าประหลาดใจพวกนางไม่คิดว่าบุรุษผู้นี้จะไม่คิดกับพวกนางในเชิงชู้สาวแถมยังจัดแจงหน้าที่ให้พวกนางนั้นสุขสบายกว่าบ่าวให้คนอื่นทั้งที่ในตอนนี้ฐานะของพวกนางก็ไม่ได้แตกต่างจากบ่าวไพร่ทั่วไป

            “ เอาล่ะนี่แหละที่เราตกลงกันเอาไว้  ”

            “ จริงสิแล้วก็มีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ข้าอยากจะพูดอีก…” จางหยวนยิ้ม

            พวกนางทั้งสองแสดงใบหน้าประหลาดใจ

            หลังจากที่ได้ฟังเรื่องของจางหยวนคุณหนูทั้งสองอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจ“ ว่าอย่างไรนะเจ้าคะให้เงินพวกเรา!!! ”

            “ ใช่แล้วเงินเดือนยังไงล่ะ!!! ”

            “ แต่ว่าพวกเราเป็นทาสโดนซื้อมาด้วยเงินจำนวนมากมายค่าตอบแทนก็ไม่มีสิทธิ์จะได้รับ ” นางกล่าวออกมาแบบนั้น

            จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปาก  “ เงินเดือนที่ข้าจะให้ข้าให้พวกท่านเอาไว้เมื่อสามารถเก็บรวบรวมจนครบแล้วจะนำเอามาไถ่สัญญาทาสกับค่า”

            “ พวกท่านทุกคนมีสิทธิได้รับอิสระ ” 

            จางหยวนคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว 

            เขาในฐานะทาสคนที่เคยเป็นทาสเองก็รู้สึกที่จะไม่พึงพอใจเช่นเดียวกันที่ให้คนพวกนี้มาทำงานเปล่าๆ

            ที่ให้เงินเดือนของคนพวกนี้ให้พวกเขาเก็บเอาไว้ในวันนึงถ้าเก็บรวบรวมเงินครบแล้วก็นำเอามาไถ่สัญญาทาสออกไป

            นี้พวกเขาจะได้ทำงานโดยที่รู้ว่าในวันหนึ่งตัวเองมีสิทธิได้รับอิสระ

            “ แน่นอนขอรับนี่คือสิ่งที่ข้าคิดเอาไว้แล้วเงินเดือนข้าจะให้ตามค่าวแรง ถ้าตัวของท่านสามารถเก็บรวบรวมเงินครบได้แล้วจะสามารถซื้อชีวิตของตนเองกลับไปได้โดยการจ่ายเงินให้กับข้า”

            “ โดยถ้าท่านสามารถซื้อสัญญาทาสกลับไปได้แล้วแน่นอนว่ายังคงสามารถทำงานกับข้าได้ต่อ ”

            “ ข้าเคยเป็นผู้ต่ำต้อยมาก่อนไม่คิดเอาเปรียบพวกท่านอย่างแน่นอน” จางหยวนกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ

            คุณหนูทั้งสองรู้ได้ในทันทีว่าบุรุษผู้นี้แตกต่างจากผู้อื่นภายในใจของนางบังเกิดความปลื้มปีติขึ้นมาในทันที

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน