ชายคนนั้นที่เฝ้ามองอยู่นั้นได้เห็นสายฟ้าจากสวรรค์ 1 ชั้นฟ้า ที่กำลังโผล่ออกจากรอยแยกสีดำ
“เป็นไปไม่ได้สายฟ้าสวรรค์ 1 ชั้นฟ้า”
ชายคนนั้นกรีดร้องและวิ่งหายไปในบ้านแดงเลือดอย่างรวดเร็วเพราะเขาหวาดกลัวต่อสายฟ้าสวรรค์ 1 ชั้นฟ้ามาก
.........
รอยแยกกลางท่ามกลางท้องฟ้าในดวงดาวเคอเซอร์ได้มีสายฟ้าเล็ก ๆ เส้นหนึ่งออกจาก การปรากฏตัวของสายฟ้าสวรรค์ 1 ชั้นฟ้าไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะสายฟ้าสวรรค์ 1 ชั้นฟ้าเส้นแรกหู่เสวียบีบบังคับให้มันออกมาทำให้พลังของสวรรค์ 1 ชั้นฟ้าลดลงไป 30 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้สายฟ้าเส้นนี้มาแบบพลังเติมที่
ทันทีที่สายฟ้าสวรรค์ 1 ชั้นฟ้าปรากฏขึ้นออกมาเล็กน้อยทำให้ท้องฟ้าทั้งหมดมืดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นตอนกลางวันราวกับมีหมอกจำนวนมากปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด
ถ้ามีคนเงยหน้าขึ้นไปมองจะพบว่ารอยแยกกลางท้องฟ้าได้ถูกหมอกปริศนาที่มาจากไหนไม่รู้ปิดบังทั้งหมด ทำให้พวกเขาเห็นแค่แสงกะพริบไปมาเป็นระยะเท่านั้น
ร่างกายของแจ๊คกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว จากกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เซลล์ต่าง ๆ กำลังงอกอย่างบ้าคลั่ง แจ๊ครู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งร่างกาย เขารู้สึกเหมือนกับมีอะไรมาเล็งที่ร่างกายของเขา
เขาไม่สามารถหลบหนีได้แม้แต่อยู่ในมิติ แจ๊ครู้สึกได้ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรนอกจากรับโดนตรงเท่านั้น
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เปรี้ยง
สายฟ้าอีกเส้นหนึ่งได้ผ่าแจ๊คทันที สายฟ้าเส้นนี้เคลื่อนไหวเร็วกว่าเสียง มันได้ผ่าลงมายังร่างกายแจ๊คก่อนจะมีเสียงตาม เสียงคำรามของสายฟ้าที่ออกมานั้นรุนแรงมาก
มันทำลายทุกอย่างโดยไม่เหลือซาก ภูเขาสายฟ้าถูกผ่าด้วยเช่นกันทว่าเป้าหมายของสายฟ้าสวรรค์ 1ชั้นฟ้าเป็นแจ๊ค แต่สภาพของภูเขาดูไม่ได้ ก้อนหิน ดินจำนวนมากในภูเขาสายฟ้าได้ร่วงหล่นตกลงมา
ด้านบนภูเขาสายฟ้ากลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ สัตว์อสูรสายฟ้าที่เคยชินกับสายฟ้าแต่เดิมได้ตายทั้งหมด ซากของสัตว์อสูรไหม้เกรียมจนไม่เหลือซาก
พื้นที่ของภูเขาสายฟ้าถูกทำลายไป 2/3 ส่วนจากภูเขาลูกใหญ่ตอนนี้หลงเหลือแต่เศษซากดินจำนวนมากลอยอยู่กลางอากาศ พลังส่วนมากของภูเขาสายฟ้าได้กระจายหายไป
ภูเขาสายฟ้าได้สูญเสียเสาหลักของมันไปทำให้มันไม่ได้อยู่กับที่เหมือนก่อน มันเริ่มที่จะขยับไปด้านหน้าตามแรงลม ไม่รู้ว่ามันจะมีพลังลอยไปถึงกี่สิบ ร้อย พันปีหรือบางโอกาสทำให้ภูเขาสายฟ้านี้วิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่าเดิมก็ได้ไม่มีใครทราบ หลังจากนั้นจะไม่มีใครพบเห็นภูเขาสายฟ้าแห่งนี้อีก
หู่เสวียขมวดคิ้วหลังเห็นซากก้อนหินหรือดินกำลังร่วงหล่นลงมาอย่างรุนแรง ถ้าซากเหล่านี้ไปทับแจ๊คคงจะตายเมื่อหู่เสวียคิดได้ดังนั้น
จึงสะบัดคทานกฟินิกซ์น้ำแข็ง 3 ภพในมืออย่างเร็วรวด การสะบัดคทานกฟินิกซ์น้ำแข็ง 3 ภพของหู่เสวียได้ปล่อยลมขนาดใหญ่ราวกับพายุ
พัดทำลายซากเหล่านั้นสิ้นซาก หลงเหลือเอาไว้แต่ฝุ่นควันที่ตกลงไปเท่านั้นเหมือนกับลูกอุกกาบาตตกลงมายังโลก
........
ริเทาพียังไม่สามารถพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเก่าได้ถูกสายฟ้าอันที่รุนแรงกว่าผ่าลงมา ทำให้ร่างกายของเธอขาวซีด เธอได้ใช้วิชาลับของเผ่าโลหิตในการเร่งฟื้นฟูร่างกาย
มีเรื่องหนึ่งที่ริเทาพีรู้สึกหวาดกลัวคือเจ้าคนแปลกประหลาดคนนี้ มันถูกสายฟ้าจากที่ไหนไม่รู้ผ่าอย่างรุนแรง ถึงแม้จะมีวงแหวนเวทมนตร์ของผู้ยิ่งใหญ่
ลดความเสียหายไป 80 เปอร์เซ็นต์ทว่าความรุนแรงขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นเธอจะทนได้แค่ 2-3 เส้นเท่านั้น
เจ้าคนแปลกประหลาดตนของเธออ่อนแอกว่าเธอมาก เธอคิดว่าแค่เส้นเดียวก็สามารถฆ่ามันได้ มันมีเรื่องไม่คาดคิดอย่างหนึ่ง
แม้ว่าการฟื้นฟูของเจ้าคนแปลกหน้าตรงหน้าของเธอจะทำให้เธอแปลกใจ แต่ตอนที่มันถูกสายฟ้าเส้นแรกผ่า ร่างกายทั้งหมดเสียหาย ผิวหนังไหม้ กระดูกหักทุกส่วน อวัยวะภายในบางส่วนถูกทำลายไป
ทำให้เธอแน่ใจว่าเจ้าคนแปลกประหลาดต้องตายแน่ ๆ ทว่ามันมีเรื่องไม่คาดคิดอยู่อย่างหนึ่งคือมันกดร่างกายของตนเอง
แม้ว่าร่างกายจะเหลือแต่กระดูกยังกดลงไป หลังวินาทีต่อมาหลังจากกดจดบนร่างกาย ร่างกายทั้งหมดได้ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว อวัยวะบางอันที่ถูกทำลายได้งอกใหม่อย่างรวดเร็ว
ทำให้คำพูดขึ้นดังในหัวของเธอ คำว่า อมตะ มีแค่การเป็นอมตะเท่านั้น แต่การฝึกฝนเส้นทางร่างกายและวิญญาณไม่สูญสลายมันไม่ใช่แบบนี้ในความทรงจำของเธอ
ริเทาพีไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตรงหน้ายังไงดี ใครที่ได้เป็นศัตรูกับเจ้าคนแปลกประหลาดตรงหน้าคงจะสิ้นหวังไม่น้อย
การที่ฆ่าเท่าไรก็ฆ่าไม่ตายมันสิ้นหวังมาก แม้ว่ามันจะมีระดับที่อ่อนแอ แต่ริเทาพีไม่แน่ใจว่าจะสามารถฆ่ามันได้หรือไม่
สายฟ้าเส้นที่ 2 นี้ได้ผ่าตัดขาดร่างกายของเจ้าคนแปลกประหลาดนี้ รอยตัดเป็นเหมือนกับสายรัดกระเป๋าสะพาย ร่างกายไหม้เกรียมกว่าตอนแรก กระดูกบางท่อนหลุดออกมาด้านนอก
ราวกับผีไร้หลุมศพ ที่กำลังคลานออกมาจากพื้นดิน เส้นผมและใบหน้าถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกผุพัง เกิดรอยร้าวไปทั่วกะโหลก
ถ้าริเทาพีไม่ได้ยินเสียงไอเป็นบางครั้งออกจากกระดูกนั้น เธอนึกว่าตายไปแล้ว
แจ๊ครับรู้ถึงร่างกายตนเองครั้งนี้มันสาหัสมาก ๆ ส่วนล่างของร่างกายแจ๊คไม่รู้สึกอะไร เขาไม่อยากจะใช้วิธีแบบนี้
แต่สัญชาตญาณของเขาได้กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งให้รีบฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ในดวงตาของแจ๊คในเวลานี้มีสายตาที่แน่วแน่ก่อนวินาทีต่อมากลายเป็นความบ้าคลั่ง
เขายกมือที่เหลือกระดูกสีดำสนิท กลิ่นไหม้ลอยมาแตะจมูกของเขาที่หลงเหลืออยู่ นิ้วชี้ กลางและนางได้ถูกทำลายไป แจ๊คกำมือและทุบไปยังหัวใจตนอย่างทันที
ปัง ปัง ปัง
เขาตัดสินใจกระตุ้นปราณเลือดภายในร่างกายของเขาทั่วหมดในหัวใจทันที หลังจากการทุบหัวใจอันบ้าคลั่งของแจ๊คหัวใจของเขาได้เต้นอย่างรุนแรง
เลือดมีชีวิตทั้งหมดที่ตายลงในตอนแรกได้ถูกผลิตออกมาอย่างเร็วไว ร่างกายส่วนของเขางอกออกมาทันที ริเทาพีดูการฟื้นฟูตัวแจ๊คจนอ้าปากค้าง
ราวกับผีที่กำลังออกจากพื้นดินได้กลายเปลี่ยนเป็นคนในชั่วพริบตาเดียวเธอสัมผัสได้ถึงปราณเลือดในตัวแจ๊ค
แจ๊คในตอนนี้ร่างกายสมบูรณ์ทุกอย่างได้ชี้ไปบนท้องฟ้าก่อนจะตะโกนขึ้น
“ฉันไม่กลัวหรอก”
เปรี้ยง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สิ้นสุดเสียงของแจ๊คสายฟ้าได้ผ่าลงมาทันที และเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ แจ๊คฟื้นฟูร่างกายและตะโกนด่าสายฟ้า เป็นคำหยาบคายในโลกเก่าของเขาออกมาจากปากเขามากมาย
ริเทาพีกับหู่เสวียฟังไม่ออก แต่เห็นท่าทางของแจ๊คทำให้พวกเธอรู้ว่าเป็นคำด่า ช่วงเวลาการทรมานโดยสายฟ้าจริง ๆ มันผ่านไปแค่ 10 วินาทีเท่านั้น
แต่แจ๊คคิดว่ามันผ่านไป 3000ล้านปีเมื่ออยู่อย่างเจ็บปวด หลังสายฟ้าเส้นที่ 10 ผ่าลงมายังแจ๊ค แจ๊คได้สลบลงพร้อมกับสายฟ้าเส้นสุดท้าย
ร่างกายของแจ๊คฟื้นฟูของตนอย่างรวดเร็ว หู่เสวียเห็นว่าสายฟ้าได้หมดลงจึงประกบมือเข้าด้วยกันเพื่อปิดรอยแยกบนท้องฟ้า
ทันใดที่หู่เสวียได้ปิดรอยแยกลง ท้องฟ้าในดวงดาวเคอเซอร์ได้กลับมาสว่างอีกครั้งหนึ่ง ผู้คนที่รอดชีวิตได้คุกเข่าและร้องไห้ออกมา
บางคนได้กลับไปหาครัวครอบตนเอง บางคนสวดมนต์ต่อพระเจ้าที่เขายังมีชีวิตรอด แต่ละคนในโลกนี้ได้ทำอะไรที่ไม่ซ้ำกัน
ริเทาพีในตอนนี้พลังระดับของเธอลดลงเหลือแค่ครึ่งก้าวจอมนักรบเท่านั้น แต่เธอรู้สึกเหมือนกับแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก
ร่างกายและวิญญาณของเธอแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 3 เท่าทำให้เธอยินดีมากกว่าเสียใจ
หู่เสวียลอยลงมาหาแจ๊คอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอาเตียงน้ำแข็งออกจากมิติมาวางข้าง ๆ กับแจ๊คก่อนจะใช้เวทมนตร์ยกตัวแจ๊คขึ้นไปวางบนเตียงน้ำแข็ง
ทันทีที่แจ๊คสัมผัสกับเตียงร่างกายของเขา เลือดมีชีวิตกำลังรักษาบาดแผลได้หยุดและไม่ใช่แค่เลือดมีชีวิต ลมหายใจ การเต้นของหัวใจทั้งหมดได้หยุดลงราวกับถูกหยุดเวลา
ในเวลาต่อมาเตียงน้ำแข็งได้เรืองแสงก่อนจะมีน้ำแข็งบาง ๆ ขึ้นมาจากเตียงคลุมร่างกายของแจ๊คทั้งหมด หู่เสวียเห็นทุกอย่างปลอดภัยดีจึงพยักหน้า
ริเทาพีมองเตียงน้ำแข็งนี้อย่างสงสัย เธอไม่สามารถสัมผัสพลังอะไรได้ตอนแรกหลังจากที่แจ๊คลงไปนอนเตียงนั้นได้ปล่อยพลังเล็กน้อยและหยุดลง
ทว่าเล็กน้อยนั้นทำให้ร่างกายของเธอสั่นด้วยความหวาดกลัว ริเทาพีจึงหันไปถามหู่เสวียว่า
“ผู้ยิ่งใหญ่ เตียงนี้คือ”
หู่เสวียจ้องมองหน้าของริเทาพี ริเทาพีรู้สึกว่าตนเองกำลังล่วงเกินหู่เสวียกำลังจะพูด แต่หู่เสวียพูดออกมาก่อน
“เตียงน้ำแข็งนี้ฉันไม่รู้ว่ามันมีชื่อว่าอะไร แต่ฉันจะเรียกว่าเตียงน้ำแข็งนิรันดร์ มันมีคุณสมบัติในการหยุดความเป็นและความตายลง และช่วยในการรักษาบาดแผล อายุ ปราณเลือด วิญญาณ พิษได้ทั้งหมด ส่วนคำสาปฉันไม่รู้ว่ามันจะสามารถรักษาได้หรือไม่”
ริเทาพีอ้าปากเมื่อฟังคุณสมบัติของเตียงน้ำแข็งนิรันดร์นี้ หู่เสวียได้ถามริเทาพีกลับไป
“เธอจะทำอะไรต่อไป”
เมื่อได้ยินคำถามของหู่เสวีย ริเทาพีถึงได้สติขึ้นมาเธอเป็นผู้ที่หลับใหลมาเป็นเวลาหลายพันปีจึงไม่ได้รับรู้ถึงโลกในยุคปัจจุบันมากนัก
ริเทาพีก้มหน้าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดกลับไป
“ฉันจะตามหาเผ่าของฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงสายสัมผัสระหว่างฉันกับเผ่าจึงจะตามหาเด็ก ๆ ของฉัน”
หู่เสวียไม่ได้พูดอะไรต่อจึงพยักหน้าตอบกลับไป
หลังจากวันที่ผู้คนภายในดวงดาวเคอเซอร์เรียกว่า วันแห่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้จบลง ทุกคนได้ฉลองกับการมีชีวิตอยู่ของพวกเรา ในแต่ละอาณาจักรได้ส่งคนออกมาหาข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่าไม่ได้รับข่าวเกี่ยวกับวันโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่นี้แม้แต่นิดเดียวทำให้พวกเขาหวาดกลัวและพูดกับว่าเป็นผู้นำพาแห่งความมืดหรือไม่ สมบัติปรากฏตัวหรือไม่
มีอสูรร้ายจากนรกหลุดออกมาหรือไม่หรือปีศาจจากผนึกได้หลุดออกมาอันนี้ไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดจากหลายฝ่าย
ทำให้เรื่องวันโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนทั้งหมดมีคนไม่กี่คนที่รับรู้เรื่องในวันนั้น พาวเรนเป็นหนึ่งในนั้นแต่เขาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................