เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 129

    ..ทางด้านของไอซ์..หลังจากเหตุการณ์ผู้จัดการสาวผู้ตื่นสนามได้แสดงตัวต่อหน้าเขา ไอซ์เองก็ไม่มีทางเลือกมากเท่าไร เขาถูกเทียบเชิญให้รับชมสถานที่ด้วยตัวเอง และสถานที่ตรงหน้านี้เขารู้สึกถูกใจมันอย่างแปลกประหลาด“อาคารพาณิชย์ในสภาพสมบูรณ์ 3 ชั้น พื้นที่รอบข้างมีรวมกันกว่า 10 ไร่ค่ะ นับว่าเป็นสถานที่ที่แพงที่สุดที่ธนาคารถือครองอยู่ค่ะคุณอนุวัฒน์..” ผู้จัดการธนาคารสาวเอ่ยแนะนำสถานที่จริงด้วยตัวเอง เมื่อเธอเห็นว่าไอซ์มีท่าทีสนใจไม่น้อย เธอก็ปลดล็อกอาคารให้กับลูกค้าวีไอพีรับชม“เป็นสถานที่ดีครับ.. ไม่ทราบว่าราคาเท่าไรอย่างนั้นเหรอครับ” หลังจากที่ไอซ์มองดูรอบแล้วๆ เขาก็ตัดสินใจว่าจะซื้อที่นี่ แล้วค่อยดัดแปลงให้มันเหมาะสมกับบริษัทของเขาอีกนิดหน่อย“ราคาอยู่ที่ 125 ล้านบาทค่ะคุณอนุวัฒน์..:.” ผู้จัดการกล่าวเสนอราคาอย่างรวดเร็ว และราคานี้มันไม่ทำให้ลูกค้าวีไอพีของเธอต้องเป็นกังวล เพราะเมื่อเช้านี้บัญชีของชายคนนี้มีเงินเข้ามาอีกจำนวนที่มากถึง 3 แสนล้านบาท แน่นอนว่าเงินสดจำนวนนี้มาจากตระกูลวาตานาเบะที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก“ตกลงครับ งั้นเอาเป็นที่นี่เลยก็แล้วกัน.. คุณสามารถจัดการให้ผมเลยได้ใช่ไหมครับ”ไอซ์คิดเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงไป ราคาที่ดินแม้ว่ามันจะแพง แต่ถ้าหารต่อไร่แล้ว ก็ใกล้เคียงกับที่อื่นๆที่เขาไปดูมาเช่นกัน ไม่พอยังมีอาคารที่พร้อมใช้เลยในทันที ระบบอะไรต่างๆก็อยู่ในระดับที่ดีทั้งหมด เหลือเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ กับปรับปรุงข้างนอกอีกนิดหน่อยเท่านั้นก็พร้อมสำหรับการเปิดบริษัทแล้ว“แน่นอนค่ะคุณอนุวัฒน์ คาดว่าอีกไม่เกิน 1 ชั่วโมง สถานที่นี้จะเป็นชื่อของคุณทันทีค่ะ..” ผู้จัดการกล่าวอย่างมั่นใจ ไอซ์ที่ได้ยินก็ยิ้มให้กับเธอ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันไป เพราะว่าไอซ์ยังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องจัดการอีกเรื่องหนึ่งในวันนี้ นั่นก็คือสัมภาษณ์เหล่าฮันเตอร์ที่จะมาทำงานกับเขา สถานที่ที่เขาได้นัดรับสมัคร มันจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากดันเจี้ยน นอกจากนี้เขายังให้มีมี่ลูกศิษย์ของเขามาช่วยคัดกรองอีกด้วย แน่นอนว่ามีมี่ที่ว่างอยู่แล้วเธอก็เต็มใจมาช่วยงานเขา..“นี่มีมี่ เธอพอจะรู้จักบริษัทรับเหมาอะไรพวกนั้นบ้างไหม.. อยากจะให้ช่วยเรื่องต่อเติมสถานที่ของบริษัทสักหน่อยน่ะ..” ไอซ์กล่าวถามในขณะที่กำลังรอเวลาที่ผู้สมัครจะเดินทางมาถึง มีมี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับไอซ์เล็กน้อย“แน่นอนค่ะอาจารย์.. ถ้ายังไงมี่จะถามพ่อให้เลยนะคะ” มีมี่กล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับพ่อของตัวเอง ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ยิ้มให้กับเธอไม่น้อย นับว่ามีมี่ทำงานได้เร็ว และเข้าใจความหมายของเขาที่ต้องการงานด่วนอีกด้วย“พ่อมี่ถามว่าจะให้นัดให้เลยไหมคะ.. พวกเขาสามารถมาได้ทุกเวลาเลยค่ะอาจารย์” มีมี่กล่าวถามกับไอซ์ แน่นอนว่าเขาก็ตกลงนัดตอนเย็นเลย สถานที่ก็เป็นที่ดินที่เขาเพิ่งจะซื้อมา ถึงตอนนั้นที่ดินนั้นก็คงถูกโอนมาเป็นชื่อของเขาแล้ว มันก็เป็นเรื่องดีที่จะได้คุยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรื่องบริษัทรับเหมาถูกมีมี่จัดการอย่างรวดเร็ว จากที่ไอซ์กำลังลำบากใจก็รู้สึกโล่งขึ้นมาทันที แต่มันก็ยังมีเรื่องของฮันเตอร์ที่จะมาสัมภาษณ์กับเขาอีกเรื่องหนึ่งอยู่ดี เท่าที่ดูจากเอกสารมีด้วยกันทั้งหมด สามกลุ่มฮันเตอร์ที่สมัครเข้ามาเป็นกองหน้าที่จะทำงานในดันเจี้ยน นอกจากนี้ยังมีพวกพนักงานทั่วไปด้านการตลาด ประสานงาน บัญชี และอื่นๆอีกนิดหน่อย แต่เงื่อนไขของพนักงานทั่วไปนั้นทุกคนก็ต้องเป็นฮันเตอร์ด้วยเช่นกัน“คนมาสมัครเกือบร้อยคนเลยอย่างนั้นเหรอ.. เยอะมากจริงๆ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับเกาหัวเล็กน้อย“อาจารย์คะ จริงๆแล้วมีเกือบพันคนเลยล่ะค่ะ.. นี่พี่ไกรเขาคัดกรองมาอย่างดีแล้วต่างหาก..” มีมี่กล่าวพร้อมกับหัวเราะในท่าทางของอาจารย์ของเธอ ตอนนี้เขาถึงกับหน้าซีดไปเลยทีเดียว“ห๊ะ! เอาจริงดิ!... แล้วฉันควรจะถามอะไรพวกเขาดีล่ะเนี้ย” เป็นครั้งแรกเลยในชีวิตที่เขาจะรับลูกน้องมาทำงานด้วย และเขาก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องกล่าวถามอะไรดี มีมี่ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งขำเข้าไปอีก มีไม่กี่เรื่องที่จะทำให้อาจารย์ของเธอกังวลมากขนาดนี้“ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทมีชื่อเสียงมาจากการก่อการร้ายเมื่อครั้งก่อนนะคะ ผู้คนเลยให้ความสนใจกันเยอะ อีกอย่างชื่อเสียงของอาจารย์ในตัวตนของอนุวัฒน์ก็มีชื่อเสียงไม่น้อย.. ไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาษณ์นะคะ เดี๋ยวมี่จัดการเอง..” มีมี่กล่าว ไอซ์ก็คิดตามเช่นกัน มันเป็นอิทธิพลมาจากพันโทมนัสที่ประกาศแถลงข่าวไปเมื่อวานเย็น ชื่อเสียงของเขาเลยโด่งดังไปทั่วประเทศเลยทีเดียว“อย่างนั้นหรอกเหรอ.. ยังไงก็ฝากเรื่องสัมภาษณ์ด้วย ฉันจะมองดูเฉยๆก็แล้วกัน” ไอซ์กล่าวก่อนจะเดินเข้าสู่ดันเจี้ยนในโซนธุรการ ในสถานีดันเจี้ยนแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ค่อนข้างมาก และสิ่งที่ไอซ์กำลังจะติดต่อทำการมันมีชื่อว่า ‘การเช่าห้องมิติ’ มันเป็นฟังก์ชันใหม่ หลังจากที่ทั่วโลกปรับมาเป็นระบบกิลด์ ดันเจี้ยนที่เหมือนรู้ก็เพิ่มฟังก์ชันนี้เข้ามาอย่างรู้ใจ การเช่าห้องมิตินั้นมันมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งเป็นส่วนตัว ทั้งเลือกขนาดห้องได้เอง ทั้งป้องกันการดักฟัง และยังมีอื่นๆอีกมาก แต่มันก็แน่นอนว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงสำหรับฮันเตอร์ทั่วๆไป การเช่าเริ่มต้นที่ชั่วโมงละ 10 เหรียญทองเข้าไปแล้ว ถ้าขนาดยิ่งใหญ่ก็ยิ่งมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงมากขึ้นไปอีก และห้องที่ไอซ์ได้เลือกมีขนาดประมาณ 8x8 พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์นิดหน่อยให้เหมาะสมกับการที่พวกเขามาสมัครงานอย่างเป็นทางการ โดยอัตราการเช่าในครั้งนี้อยู่ที่ 50 เหรียญทองต่อชั่วโมง หรือตีเป็นเงินไทยก็ชั่วโมงละ 5 แสนบาท มันค่อนข้างเยอะเอามากๆ ไม่นานการสัมภาษณ์ก็เริ่มต้นขึ้น ไอซ์เพียงแค่นั่งทำหน้านิ่งฟังทุกคน ใจจริงเขาก็อยากจะรับทุกๆคนเข้าบริษัท แต่มีมี่ก็เข็มงวดเหลือเกิน เธอฟัง และคัดคนที่ดีที่สุดตามโครงสร้างตำแหน่งในบริษัท ฐานเงินเดือนที่พวกเขาอยากจะได้ ทุกอย่างมันมีผลไปทั้งหมดสำหรับมีมี่ การคัดเลือกดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้าย การรับสมัครแบบกลุ่มฮันเตอร์ และมันต้องทำให้ไอซ์แปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะว่ากลุ่มแรกที่เข้ามาสมัครมีด้วยกันทั้งหมด 8 คน ซึ่งหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเป็นคนที่ไอซ์รู้จักดีอีกด้วย“พี่แป้ง! พี่ก็มาสมัครด้วยเหรอครับ..” ไอซ์อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ เพราะเธอคือพี่สาวของปังปอน เขานึกว่าเธอจะเลิกเป็นฮันเตอร์ไปแล้วเสียอีก หลังจากเรื่องการเงินของครอบครัวดีขึ้นแล้ว“คนเราก็ต้องทำมาหากินแหละจริงไหม.. อีกอย่างนะ ไม่อยากให้คิดว่ามันเป็นอภิสิทธิ์พิเศษนะ ถ้าคุณสมบัติของกลุ่มพี่ไม่เพียงพอล่ะก็จะปฏิเสธเลยก็ได้ เอาตามมาตรฐานที่เราตั้งไว้เถอะนะ” แป้งกล่าว“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะว่าคุณไอซ์ไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจรับพวกคุณอยู่แล้ว ทั้งหมดจะถูกตัดสินจากฉันเพียงผู้เดียวเท่านั้น..” มีมี่กล่าวออกมา และมันเป็นคำพูดที่ต้องทำให้ไอซ์หันมามอง แต่เขาก็ต้องถอนหายใจออกมา มันเป็นเรื่องยากจริงๆที่เขาจะตัดสินใจ ใจหนึ่งเขาก็อยากให้งานกับพี่สาวของปังปอน อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เธอได้งานเนื่องจากความปลอดภัย มีมี่เป็นคนตัดสินใจนับว่าดีแล้ว“ก็อย่างที่เธอว่านั่นแหละครับพี่แป้ง.. เห็นเธออย่างนี้เธอค่อนข้างเข้มมากเลยทีเดียว ทุกอย่างอยู่ที่เธอจะตัดสินใจรับหรือไม่รับครับ..” ไอซ์กล่าว“เข้าใจแล้วค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ” แป้งกล่าวกับมีมี่ ก่อนที่การสัมภาษณ์จะเริ่มต้นขึ้น เวลามันผ่านไปค่อนข้างเร็ว จนการสัมภาษณ์งานนี้แล้วเสร็จ มีมี่เปิดผังองค์กรให้กับไอซ์ดู จากข้อมูลแล้วพวกเขาจะรับพนักงานทั่วไปจำนวน 25 คน แต่ละคนจะมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-75,000 บาท ตามตำแหน่งงานที่มีมี่คิดว่าเหมาะสม ส่วนกลุ่มฮันเตอร์แนวหน้าทั้ง 3 กลุ่ม จากความเห็นของเธอแล้วควรที่จะรับเอาไว้ทั้งหมด คนพวกนี้มีพื้นฐานสำหรับการเข้าดันเจี้ยนแบบกลุ่มมาอยู่แล้ว ฝึกอีกสักหน่อยก็น่าจะเป็นกองกำลังที่ไว้ใจได้ โดยเงินเดือนเฉลี่ยของพวกเขาต่อคนจะอยู่ที่ 100,000 บาท โดยอัตราเริ่มต้นเท่านั้น จำนวนรวมทั้งหมดที่เขาจะรับมานั้นก็คือ 51 คน ค่าใช้จ่ายโดยรวมที่คิดเอาไว้คือ 30 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งสำหรับไอซ์แล้วมันน้อยมากเลยทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน