หนึ่งกระบี่สยบมาร

    บทที่ 32 หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!2

    บทที่ 32 หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!2

     

    เย่ฉวนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับองค์ชายแห่งแคว้นเจียงที่นี่!

     

    เมื่อคืนสติได้แล้ว เย่ฉวนก็ประสานมือคำนับพลางเอ่ยตอบ “ข้าเย่ฉวน คนพเนจร!”

     

    เจียงมู่ฉีไดได้ยินดังนี้เขาก็หัวเราะดังลั่นและเอ่ยขึ้น “ท่านพี่เย่ ด้วยพลังของท่านแล้ว การจะเป็นคนมีชื่อเสียงได้ก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น!”

     

    เย่ฉวนส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร เขาไม่สนใจชื่อเสียงลาภยศ บ่อยครั้งแล้วที่ชื่อเสียงสามารถฆ่าคนได้!

     

    ในตอนนี้ฝนก็เริ่มซาลงเล็กน้อย

     

    ชายชราลุกขึ้นและเอ่ยออกมา “องค์ชาย ถึงเวลาต้องไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

     

    เจียงมู่ฉีพยักหน้าเล็กน้อย เขาหยิบไก่ย่างสุกเหลืองขึ้นมาและมองเย่ฉวน “ท่านพี่เย่ ข้าต้องไปที่ไหนสักแห่งแล้ว ข้าขอลา!”

     

    เอ่ยดังนี้แล้วเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบป้ายหยกออกมายื่นให้กับเย่ฉวน “ท่านพี่เย่ นี่คือป้ายหยกที่ข้าพกมาซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับท่านในเมืองหลวง โปรดอย่าปฏิเสธเลย ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่กล้าทานไก่ย่างของท่าน!”

     

    เย่ฉวนเหลือบมองเจียงมู่ฉีจากนั้นก็รับป้ายหยกไว้

     

    เห็นเย่ฉวนรับป้ายหยกแล้ว เจียงมู่ฉีก็ยิ้มกริ่มและเอ่ยขึ้น “แล้วเจอกัน!”

     

    หลังจากนั้นเขากับชายชราก็หันหลังหายไปที่ประตูโรงเตี๊ยม

     

    เย่ฉวนมองแผ่นหลังของพวกเขาและนิ่งเงียบเป็นเวลานาน

     

    ด้านนอกโรงเตี๊ยม ชายชราก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขรึม “องค์ชาย พระองค์ต้องการดึงเขามาอยู่ข้างเดียวกับเราหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

     

    เจียงมู่ฉียิ้มอ่อนโยน “คน ๆ นี้เป็นผู้ฝึกวิชากระบี่ ในการประลองเมื่อก่อนหน้านี้ เราต่างมีพลังยุทธ์เสมอกัน แต่เขาไม่ได้ใช้กระบี่ หากเขาใช้กระบี่ ข้าก็ไม่อาจกล่าวได้เเน่ชัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!”

     

    กล่าวดังนี้แล้วเขาก็หันมองโรงเตี๊ยมผุพัง “เขาสมควรได้รับการเชิดชูจากผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้น เป็นเรื่องดีแล้วที่ข้าพบเขาในเดินทางครั้งนี้”

     

    ชายชราอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงกล่าวตอบ “คน ๆ นี้มีพื้นฐานพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีทักษะการต่อสู้ไม่น้อย แต่ยังไงซะเขาก็อยู่เดียวดายไม่มีตระกูลชั้นสูงหรือสำนักใดหนุนหลังเขา อนาคตของเขามีจำกัด อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นคนของตระกูลชั้นสูงและไม่มีเบื้องหลัง นั่นหมายความว่าเขาสามารถช่วยเหลือองค์ชายได้ไม่มาก นี่อาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมองค์ชายใหญ่กับองค์หญิงเก้าถึงไม่ส่งคนมาที่เมืองชิง พ่ะย่ะค่ะ”

     

    เจียงมู่ฉีกลั้วหัวเราะ “มารดาของพี่ใหญ่มาจากตระกูลอวี๋ ที่ถือได้ว่าเป็นตระกูลชนชั้นสูงในแคว้นเจียง แม้แต่องค์จักรพรรดิพ่อของข้าก็รู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาแล้ว ส่วนพี่สาวเก้าของข้าก็เป็นแม่ทัพกองกำลังติดอาวุธที่มีอำนาจในกองทัพและครอบครองกองทัพม้าเกือบครึ่งของแคว้นเจียง พวกเขาสองคนย่อมไม่สนใจอัจฉริยะพวกนี้”

     

    ชายชราจึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นแล้วทำไมองค์ชายยังคงเดินทางมาที่นี่ล่ะ พ่ะย่ะค่ะ?”

     

    เจียงมู่ฉีเอ่ยเสียงนุ่ม “เทียบกับพวกเขาแล้ว ข้าไม่มีข้อได้เปรียบใด ๆ เลย พวกเขาอาจจู้จี้ในการเลือกคนแต่ข้าก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ บางทีการร่วมมือกับเขาอาจเปลี่ยนเป็นความช่วยเหลือครั้งใหญ่ในวันหน้าก็ได้นะ?”

     

    ชายชราส่ายหน้า “ผู้ฝึกกระบี่นับว่าหายากแท้ แต่ถ้าเขาเป็นผู้ฝึกกระบี่เพียงหนึ่งเดียวมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือที่บรรลุเต๋าแห่งกระบี่ แต่มันยากมากกว่าจะเป็นยอดฝีมือที่บรรลุเต๋าแห่งกระบี่ได้ ท่านคิดว่าเขาจะทำได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

     

    “คนคนนี้มีฝีมือเชิงกระบี่ค่อนข้างดี แถมยังอายุไม่มาก! แคว้นเจียงเราขาดยอดฝีมือกระบี่มาเกือบ 50 ปีแล้ว ยังไงข้าก็ว่าเราควรที่จะลองเชื่อในตัวเขาดูเถอะ”

     

    ...

     

    ในโถงรับแขก

     

    “พี่ชาย คนๆ  นั้นเป็นองค์ชายจริงหรือเจ้าคะ?” เย่หลิงถามอย่างใคร่รู้

     

    เย่ฉวนพยักหน้า “เขาน่าจะเป็นจริง ๆ นั่นแหละ”

     

    เย่หลิงกระซิบ “เขาเหมือนจะจงใจรอท่านอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ!”

     

    เย่ฉวนเหลือบมองเย่หลิงและยิ้ม “แม้แต่ในตระกูลชั้นสูง คนบางคนก็ต้องหาพวกพ้องที่จะเสริมสร้างกองกำลังของตัวเอง อย่าว่าแต่คนจากราชวงศ์เลย”

     

    กล่าวดังนี้แล้วเขาก็ลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “ตอนนี้ข้าเพียงต้องการรักษาไข้พิษเย็นของเจ้า ข้าไม่มีความสนใจที่จะสู้เพื่อลาภยศชื่อเสียงอะไรหรอก”

     

    เย่หลิงกอดเย่ฉวนเบา ๆ “พี่ชาย ในอนาคตข้าจะสามารถฝึกวรยุทธ์ได้ไหมเจ้าคะ?”

     

    เย่ฉวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนสิ เจ้าทำได้ แต่ก็ไม่ต้องคิดมาก หากเจ้าทำไม่ได้ พี่ชายคนนี้ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเจ้าตลอดไป!”

     

    เย่หลิงยิ้มหวานจากนั้นก็กอดเย่ฉวนเเน่นขึ้น “ข้าอยากให้พี่ชายปกป้องข้านะ แต่ข้าเองก็อยากปกป้องพี่ชายได้ด้วยเช่นกัน”

     

    เย่ฉวนกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่ในตอนนี้ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้าง ๆ “พวกเจ้าสองพี่น้องช่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริง ๆ”

     

    เมื่อสิ้นเสียง ชายชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามา!

     

    คนที่เดินเข้ามาคือฉินเยว่ ผู้อาวุโสแห่งตระกูลฉิน

     

    เห็นเขาแล้ว เย่ฉวนก็กำมือขวาแน่น เขาเหลือบมองเย่หลิงและเอ่ย “หลบไปอยู่ข้าง ๆ ข้า!”

     

    เย่หลิงมองชายชราจากนั้นก็กระซิบ “พี่ชาย ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!”

     

    หลังจากนั้นนางก็ยอมหลบไปข้าง ๆ แต่โดยดี

     

    ฉินเยว่ตวัดมองเย่ฉวนแล้วจึงพูดขึ้น “ส่งหินเสริมปราณพวกนั้นมา แล้วข้าจะเหลือร่างไร้ชีวิตของพวกเจ้าสองพี่น้องไว้”

     

    หมัดทั้งสองของเย่ฉวนกำแน่น สีหน้าของเขากลายเป็นสีน้ำเงินสลับเขียวอย่างโกรธเเค้น แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมา

     

    ฉินเยว่แสยะเย็นและเอ่ยขึ้น “อะไรกัน? เจ้าอยากจะสู้งั้นหรือ? เจ้ามีพลังแค่ระดับผสานลมปราณเท่านั้น แต่ข้าอยู่ในระดับทะยานสวรรค์แล้ว! การฆ่าเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ทัษษะยุทธ์แค่ลงมือกระบวนเดียวก็เพียงพอแล้ว!”

     

    แม้ฉินเยว่จะเอ่ยเช่นนั้น แต่เขาก็ตั้งรับโดยไม่ประมาท

     

    ด้วยระดับพลังและอายุของเขาแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนเขลาและไม่มีวันประมาทศัตรู!

     

    เย่ฉวนเอ่ยเสียงทุ้ม “ถ้าข้าส่งมันคืน ท่านจะไว้ชีวิตข้ากับน้องสาวของข้าไหม?”

     

    ดวงตาของฉินเยว่หรี่ลงเล็กน้อย “เจ้ากำลังต่อรองกับข้าอยู่เรอะ?”

     

    เอ่ยเช่นนี้มือขวาของเขาก็ค่อย ๆ กำแน่น ชั่วพริบตาเสื้อผ้าของเขาก็พองขยาย และเขาก็ดูราวกับราชสีห์ตัวผู้ที่พร้อมจะโจมตี

     

    เย่ฉวนเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบถุงดำออกมาและขว้างไปให้ฉินเยว่ เมื่อเห็นถุงดำแล้ว ฉินเยว่ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารีบคว้าถุงไว้ แต่ในตอนนี้เย่ฉวนก็พลันปรากฏกายต่อหน้าเขา!

     

    สีหน้าของฉินเยว่ยังไม่เปลี่ยนแปลง เขาแค่นเสียงเอ่ย “ข้ารู้แล้วว่าเจ้าต้องเล่นลูกไม้กับข้า!”

     

    ขณะที่เอ่ยเช่นนี้ ชายชราก็ตวัดมือขวาตบลงอย่างฉับพลัน

     

    “ฉ่าาา!”

     

    เสียงลมปราณระเบิดดังไปทั้งสนาม!

     

    “ปั้งง!”

     

    หลังจากที่เย่ฉวนโดนฝ่ามือนั่นเข้าไป เขาก็ถูกอัดเข้าไปในกำแพงที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

     

    ชายชรายังคงไม่หยุด เขากระโจนตัวไปหาเย่ฉวนและตะครุบชายหนุ่มเอาไว้ ไม่ไกลนักเย่หลิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “พี่ชาย!”

     

    นางรีบพุ่งไปตรงหน้าเย่ฉวนแล้วกอดผู้เป็นพี่ไว้แน่น!

     

    ชายชราไม่หยุดมือแต่กลับซัดสองพี่น้องด้วยพลังฝ่ามือ พูดให้ชัดก็คือเขาซัดฝ่ามือใส่เย่หลิง!

     

    เห็นดังนี้ เย่ฉวนก็โกรธจัดเสียจนดวงตาแทบถลน ในตอนนี้จิตใจของเขาได้ว่างเปล่า

     

    ฝ่ามือของชายชราเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

     

    ในตอนนี้เย่ฉวนพลันดึงเย่หลิงมาไว้ข้างหลัง ชั่วขณะต่อมากระบี่หลิงเซียวก็ปรากฏในมือ ชั่วพริบตาเดียวเสียงตวัดกระบี่ดังทุ้มก็ดังขึ้นในสนาม

     

    ภายในเพลงกระบี่นี้ เขามีความคิดเดียวเท่านั้น!

     

    ต้องฆ่า!

     

    เขาต้องฆ่าเขา!

     

    หนึ่งกระบี่นี้จะชี้ชะตาความเป็นและความตาย!

     

    ขณะเดียวกัน เสียงของสตรีลึกลับพลันดังขึ้นในหอคอยเรือนจำ “ชายผู้นี้ จิตสังหารแรงกล้านัก เพียงแค่มีคนจะแตะต้องน้องสาวของเขา จิตสังหารของเขาสำหรับอายุแค่นี้ถือว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ”

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งกระบี่สยบมาร ที่คุณอ่าน

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810