เมื่อกลับมาถึงหอโอสถวิญญาณก็เป็นเวลาเกือบรุ่งสาง
เย่เฉินเก็บถุงเก็บของที่พองโตเอาไว้จากนั้นจึงนั่งอยู่ใต้เตาปรุงยา และเริ่มทำความเข้าใจใบสั่งยาของเม็ดยาจิตวิญญาณ
ท้องฟ้าสว่างสดใสสวีฝูสวมชุดคลุมที่มีตัวอักษรคำว่า “ยา” เดินออกมาจากด้านใน
“ผู้อาวุโสสวี”เมื่อเห็นว่าสวีฝูเดินออกมา เย่เฉินก็รีบก้าวออกไปข้างหน้า ถูฝ่ามือ และยิ้มขึ้น“เมื่อไรท่านจะแสดงวิธีการปรุงเม็ดยาจิตวิญญาณให้ข้าดู”
“เจ้าเลือกสมุนไพรวิญญาณมามากมายเจ้าก็ลองคิดดูเอาเองสิ!”
เย่เฉินกระตุกมุมปากและรู้สึกได้ว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นไม่ใช่ของบ้านท่าน หากให้ข้าคิดเองใครจะรู้ว่าจะต้องสิ้นเปลืองสมุนไพรวิญญาณไปเท่าไรใครจะไปรู้ว่าจะอ้อมไปสักขนาดไหน
“ข้าจะไปที่สำนักในรอข้ากลับมาค่อยว่ากันอีกครั้ง” สวีฝูสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเดินออกไปอย่างสง่างาม
หลังจากสวีฝูออกไปเย่เฉินก็แอบต่อว่าอย่างอดไม่ได้
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงรวบรวมวิธีการเผายา หลังจากทำการควบแน่นพลังและทำใจให้นิ่งแล้ว จึงถ่ายเทอัคคีเที่ยงแท้ของตนเองเข้าไปยังเตาปรุงยาการปรุงยาครั้งนี้ไม่ใช่เม็ดยาจิตวิญญาณ แต่ยังคงเป็นเม็ดยาหุยเสวียนเขาคิดจะยืมการปรุงเม็ดยาหุยเสวียนมาใช้ในการฝึกซ้อมศิลปะการปรุงยา
เนื่องจากมีตัวอย่างความสำเร็จในการปรุงยาก่อนหน้านี้แล้วที่ได้เม็ดยาหุยเสวียนเป็นจำนวนถึงสี่เม็ดฝีมือของเขานั้นก็เริ่มมีความชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆจำนวนของความผิดพลาดจึงลดลงไปด้วย
สวีฝูออกไปเป็นเวลาเกือบทั้งวันแล้วจนกระทั่งกลางคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา
ในระหว่างนั้นเย่เฉินได้ทำการปรุงเม็ดยาหุยเสวียนออกมาได้แล้วสามเม็ดแม้ว่าคุณภาพจะยังไม่สูงมากนัก แต่ก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก
ควบรวม!
หลังจากเย่เฉินอุทานเบาๆเม็ดยาหุยเสวียนเม็ดที่สี่ก็สำเร็จออกมา
แต่บางทีอาจเป็นเพราะเขาใจร้อนเกินไป การควบคุมอัคคีเที่ยงแท้จึงมีความคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยทำให้เม็ดยาหุยเสวียนที่ควบรวมออกมาแล้วเกิดการระเบิดออก
เวิง!
สิ่งที่ตามมาก็คือเสียงสั่นเวิงวังของเตาปรุงยาและมีเสียงระเบิดดังออกมาจากด้านใน
โว้!
เย่เฉินถูกแรงสะท้อนจนถอยไปด้านหลังในสมองของเขาเต็มไปด้วยเสียงเวิงวัง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
บางทีการเคลื่อนไหวที่ส่งเสียงดังนี้อาจจะทำให้ฉีเยว่ที่เก็บตัวอยู่ตกใจขึ้นมานางจึงออกมาจากตำหนักด้านข้างอย่างรวดเร็ว
“เจ้าทำอะไร” ฉีเยว่ก้าวออกมาด้านหน้า จากนั้นก็ส่งเสียงตะโกนดังผนวกกับเรื่องที่สวีฝูพยายามจับคู่ให้นางกับเย่เฉินจึงทำให้น้ำเสียงของนางยังแฝงไปด้วยความเย็นชาอยู่เล็กน้อยสายตาที่มองมายังเย่เฉิน ยังคงมีความโกรธเคือง
“ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย! ข้าก็แค่...”
“ข้าเตือนเจ้าแล้วเจ้ามาจัดการกับเรื่องจิปาถะ อย่ามาแตะต้องสิ่งของสุ่มสี่สุ่มห้า”ฉีเยว่กล่าวอย่างเย็นชา
ทันทีที่พูดออกมาเย่เฉินก็ตกตะลึงเขารู้สึกได้ว่าสวีฝูไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการพาเขามาที่นี่ให้กับฉีเยว่ได้รับรู้ดังนั้นตอนนี้ ฉีเยว่จึงคิดว่าเขาเป็นคนมาจัดการกับเรื่องจิปาถะจริงๆ
ไม่บอกก็ไม่บอกเขาลุกขึ้นมาจากพื้น และขี้เกียจจะอธิบายอะไร
เอ๊ะ?
โดยไม่ทันคาดคิดฉีเยว่เหลือบไปเห็นป้ายคำสั่งสีครามที่แขวนอยู่บนเอวของเย่เฉินบนป้ายคำสั่งมีตัวอักษรคำว่า “ยา” อยู่บนนั้น นางเป็นหัวหน้าศิษย์ของหอโอสถวิญญาณนางแค่มองเพียงพริบตาเดียวก็รู้ได้ว่านั่นคือป้ายคำสั่งของสวีฝู
“เจ้าไปเอาป้ายคำสั่งมาจากไหน”ฉีเยว่ส่งเสียงเบาๆ มองไปยังเย่เฉินอย่างเย็นชา
“ผู้อาวุโสสวีให้มา”
“โกหก”ฉีเยว่เรียกกระบี่วิญญาณออกมา และวางไว้บนไหล่ของเย่เฉิน“ป้ายคำสั่งของอาจารย์ไม่เคยออกห่างจากกาย แม้แต่ข้า เขาก็ไม่ได้ส่งมอบให้โดยง่ายเขาจะมอบให้กับเจ้าซึ่งเป็นแค่คนจัดการเรื่องจิปาถะนะหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่เฉินก็ขยี้คิ้วของเขาโดยไม่รู้ตัว
“บอกมาเจ้าไปขโมยมาจากอาจารย์ใช่ไหม” ฉีเยว่ชี้กระบี่วิญญาณตรงไปยังลำคอของเย่เฉิน
“เยว่เอ๋อร์”ในขณะนี้ เสียงอันทุ้มหนักดังเข้ามาจากด้านนอก สวีฝูกลับมาจากสำนักในแล้ว
“ท่านอาจารย์”ฉีเยว่รีบเก็บกระบี่วิญญาณ และทำการคารวะสวีฝูจากนั้นก็เหลือบไปมองเย่เฉินที่อยู่ด้านหลัง “เขามาทำหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ข้างเตาปรุงยาและยังขโมยป้ายคำสั่งของท่าน”
“ทำอะไรหลบๆซ่อนๆ ข้าทำอะไรอย่างเปิดเผยนะ”
“อย่ามาเล่นลิ้นข้าเห็นหมดแล้ว”
“เอาล่ะๆ”สวีฝูพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มองไปยังศิษย์ฉีเยว่ของตนเอง“ป้ายคำสั่งข้าเป็นคนให้เขาเอง”
“อาจารย์ทำไมท่าน...”
“ข้าให้เขานำป้ายคำสั่งไปเก็บสมุนไพรวิญญาณที่สวนสมุนไพรวิญญาณดังนั้น เขาก็ไม่ได้มาเพื่อทำงานจิปาถะ แต่มาช่วยข้าปรุงยาเขาเป็นนักปรุงยาคนหนึ่ง”
“นักปรุงยาหรือ?” เป็นไปตามที่เย่เฉินคาดไว้ แววตาของฉีเยว่เต็มไปด้วยความสงสัยและตอนนี้ก็เพิ่งจะรู้ว่าเย่เฉินไม่ได้มาทำงานจิปาถะ แต่มาเพื่อปรุงยา
สีหน้าของฉีเยว่ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะแสดงออกเช่นไรจึงหันไปมองทางสวีฝู จากนั้นก็มองสำรวจเย่เฉิน
เอาล่ะ! แม้ว่าหอโอสถวิญญาณจะไม่ได้เล็กมาก แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เย่เฉินมาอยู่ที่นี่เพื่อปรุงยา แต่นางไม่รู้ ดังนั้นตั้งแต่ได้พบกับเย่เฉินจึงคิดว่าเขาเป็นศิษย์ที่คอยมาช่วยทำงานจิปาถะมาโดยตลอด
ในตอนนี้นางจึงเริ่มเข้าใจว่าทำไมสวีฝูจึงพยายามจับคู่นางกับเย่เฉิน
นักปรุงยามีสถานะสูงส่ง และยังสามารถดึงแต่ละฝ่ายมาเป็นพวกได้แม้ว่าเย่เฉินเขาจะมีระดับฐานการฝึกตนไม่สูง แต่อายุของเขายังไม่มากและก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นคนเพียงจำนวนน้อยนิดของต้าฉู่
“ผู้อาวุโสป้ายคำสั่งของท่าน” ทางด้านเย่เฉินได้มอบป้ายคำสั่งคืนให้กับสวีฝูจากนั้นก็ลูบมืออีกครั้ง พูดด้วยรอยยิ้ม“เมื่อไรท่านจะแสดงวิธีการปรุงเม็ดยาจิตวิญญาณให้กับข้า”
สวีฝูเลิกคิ้วและลูบเคราของเขา จากนั้นจึงกล่าวขึ้น “จะแสดงให้เจ้าดูก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้แต่เจ้าต้องผ่านบททดสอบของข้าเสียก่อน”
“บททดสอบหรือ?” เย่เฉินตกใจ และมองไปยังสวีฝูด้วยความประหลาดใจ
“เอาชนะศิษย์ของข้าให้ได้”สวีฝูพูดจบก็มองไปยังฉีเยว่ที่อยู่ด้านข้าง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉีเยว่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของนางเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจระดับการฝึกตนของนางกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นพลังหยางแล้วที่สำนักนอกมีศิษย์อยู่น้อยคนมากที่สามารถจะทำให้นางต้องระวังและยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์ในขั้นรวมพลังเลย
นางรู้สึกประหลาดใจทั้งยังมองว่าสวีฝูกำลังทำเรื่องยากลำบากให้กับเย่เฉิน การทดสอบแบบนี้สำหรับเย่เฉินแล้ว ย่อมไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะผ่านการทดสอบ
“ผู้อาวุโสท่านพูดจริงใช่ไหม” เขาไม่คาดคิด ดวงตาของเย่เฉินสดใสขึ้นมาในทันที
“ข้าพูดจริง”
“ตกลง!” เย่เฉิยถอยหลังออกไปสี่ห้าจ้าง จากนั้นจึงบิดร่างกายของตนเองเลือดลมในร่างกายของเขาก็ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันจะต่อสู้ก็ทำให้เขาเลือดเดือดพลุ่งพล่านแล้ว
“ศิษย์พี่ฉีเชิญ!” หลังจากยืดคลายร่างกายเย่เฉินก็ส่งเสียงออกมาพร้อมกับดึงกระบี่เมฆแดง
“อาจารย์”ฉีเยว่ขมวดคิ้วและมองไปยังสวีฝูที่อยู่ด้านข้าง
สวีฝูลูบเคราเบาๆยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมา แต่กลับแอบพูดกับฉีเยว่ “เยว่เอ๋อร์อย่าได้ประมาทเขา”
“นักปรุงยาไม่เก่งการต่อสู้และเขายังอยู่เพียงขั้นรวมพลัง อาจารย์อย่าประเมินค่าตัวเขาสูงเกินไปเลย”แม้ว่าฉีเยว่จะไม่ได้พูดอะไรแต่ดวงตาอันงดงามนั้นกลับเป็นตัวแทนบ่งบอกทุกสิ่งในใจของนาง
นางก็ถอยหลังออกไปสี่ห้าจ้างเช่นกันจากนั้นก็ยืนนิ่ง มองไปยังเย่เฉินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็ชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วพูดออกไปอย่างเยือกเย็น “สามกระบวนท่า หากในสามกระบวนท่าเจ้ายังไม่พ่ายแพ้ก็ให้ถือว่าข้าแพ้”
“ศิษย์พี่หญิงท่านมั่นใจมากนะ!” เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย
“นั่นก็เพราะว่าข้าแข็งแกร่ง”ฉีเยว่พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเย็นชา
ก่อนที่จะพูดจบนางก็ได้ทำการเรียกเคล็ดวิชาออกมาอย่างชำนาญและรวดเร็ว
ทันใดนั้นสายลมแห่งความโชคดีก็ก่อตัวขึ้นโดยมีฉีเยว่เป็นศูนย์กลางสายลมนั้นก็ควบรวมกันกลายเป็นดอกไม้ จากนั้นก็มีหิมะสีขาวล่องลอยและควบแน่นกลายเป็นใบไม้ สายลมและหิมะพัดวนพันกันอยู่ ดอกไม้และใบไม้กระจัดกระจายและยังมีแสงส่องประกายอยู่อย่างช้าๆ ดูสวยงาม
เย่เฉินที่อยู่ตรงข้ามได้หรี่ตาลง
ด้วยสายตาของเขาเพียงแค่ดูก็รู้ได้แล้วว่าวิชาลับของฉีเยว่นี้ไม่ธรรมดาเลย
“สายลมบุปผาหิมะใบไม้”ตรงกันข้ามมีเสียงราวเสียงสวรรค์ดังขึ้น นิ้วของฉีเยว่ก็ชี้ไปยังเย่เฉิน
ไม่นานวิชาลับที่เกี่ยวพันกันของทั้งสายลม ดอกไม้ หิมะ และใบไม้ก็เกี่ยวพันกันและพุ่งเข้ามา
เช้ง!
เย่เฉินเหวี่ยงกระบี่เมฆแดงออกไปทันทีเพื่อป้องกันตัวด้วยรูปแบบของกลกระบี่เทียนกังตามความเข้าใจ
ปัง!
ปัง!
แม้ว่าสายลมบุปผาหิมะใบไม้จะมีความอ่อนโยนแต่กลับมีความดุร้ายยากจะเปรียบเมื่อสัมผัสกับกระบี่เมฆแดง ก็เสียดสีกันออกมาเป็นประกายไฟ
“วิชาลับนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ” เย่เฉินจึงได้แต่ร่ายรำกระบี่เมฆแดงออกไป