ตอนที่ 8
ท่านอ่อนโยนเช่นนี้กับสตรีทุกคนเลยหรือ (2/2)
ที่สุดแล้ว...ไป๋อวี้อยากให้มารดาปล่อยวางเพื่อพบกับความสุขที่แท้จริง
“ที่ผ่านมาแม่เ็ปทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกของบ่าวชั้นต่ำคนทรยศนั่น! แม้แม่จะใช้อำนาจในจวนสั่งกักบริเวณมารดาของนางไว้แต่แม่ก็กำจัดนางแบบเด็ดขาดไม่ได้เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็พ่อเ้าที่ปกป้องนาง...”
เยวี่ยเหมยลำลึกถึงความหลังอันเ็ป“...นี่หรือคำว่ารักที่พ่อเ้าพร่ำบอกแม่”
“ท่านแม่” ไป๋อวี้กุมมือมารดาไว้แน่น นางเข้าใจถึงความรู้สึกของการโดนหักหลังนี้ดี
จิตใจบุรุษนั้นยากนักที่จะหยั่งถึงปากเอ่ยคำรักแต่สุดท้ายหักหลังไปมีหญิงอื่นออกโรงปกป้องพวกนางโดยอ้างความดีงามแต่ลืมไปว่ากำลังทำร้ายจิตใจสตรีผู้ถูกหักหลังครั้งแล้วครั้งเล่า
“ครั้งนี้ลูกจะทำอันใดกับไป๋ฮวา บอกแม่ได้หรือไม่”
“เอ่อ..” แย่ล่ะ...นางยังไม่ได้คิด
“ลูกสามารถใช้คนของท่านตาได้ หาก้า”
คนของตระกูลเยวี่ยน่ะหรือ? นี่ท่านแม่คิดไปถึงไหนเ้าคะ ?
“ท่านแม่โปรดวางใจ ลูกไม่ปล่อยให้ลูกอนุชั้นต่ำนั่นได้อยู่อย่างสุขสบายแน่นอนเ้าค่ะ”
“แต่เ้าต้องรับปากแม่หนึ่งสิ่ง”
“อันใดเ้าคะ”
“เ้าต้องรักษาตัวให้หายดีก่อน”
“แต่...” ที่จะเข้าวัดก็เพราะนางตั้งใจจะหนีพระรองผู้นั้นแท้ ๆ ไป๋อวี้ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าลึกๆ แล้วนาง้าหนีไปสงบจิตสงบใจที่มันมักเต้นแรงกับโอวหยางิเซียนและโอวหยางเวินโหรว
หนึ่งร่างนี้มีสองหัวใจเพียงความรู้สึกหลงรักที่ติดอยู่ในหัวใจของร่างนี้ก็ทำให้ไป๋อวี้ตัดใจยากเย็นแล้วครานี้ความรู้สึกที่ติดมาจากหัวใจที่แตกสลายในชาติภพเก่ายิ่งทำให้นางอยากจะหลีกหนีไปให้พ้นๆ จากตรงนี้
“ไม่ต้องกังวล หากเ้ากลัวว่าจะหายไม่ทันกำหนดหนึ่งเดือนของไป๋ฮวาแม่ก็จะสั่งให้นางรอกลับหลังจากที่ลูกเสร็จกิจที่วัดแล้ว”
อย่างไรก็หนีโอวหยางเวินโหรวไม่พ้นไป๋ฮวาจะกลับช้าหรือเร็วย่อมไม่เกี่ยวกับนางแต่แรก
ไป๋อวี้ถอนหายใจอีกครั้ง
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ”
สามวันต่อมามีข่าวจากวังเว่ยหวางว่าโอวหยางเวินโหรวรวบรวมสมุนไพรพร้อมสำหรับการรักษาแล้วเพื่อความเหมาะสมผู้น้อยเช่นไป๋อวี้จึงต้องเดินทางไปที่วังเว่ยหวางเพื่อรักษาตัว
นางถูกปลุกแต่เช้ามืดเพื่อขัดสีฉวีวรรณและถูกจับใส่อาภรณ์สีแดงสดแม้จะไม่้าใส่สีนี้เพราะสีโปรดของคนรักเก่าที่นางอยากหลีกเลี่ยงมากที่สุดแต่ด้วยความง่วงจึงไร้แรงปฏิเสธ
จวนของนางนั้นค่อนข้างห่างไกลจากวังของเว่ยหวางแต่คนขับรถม้าประจำตัวคุ้นเคยเส้นทางนี้เป็อย่างดีเพราะวังของพระรองนั้นใกล้กับวังของพระเอกที่นางร้ายคนเก่ามักจะหาเื่เข้าไปเป็ประจำ
วังของเว่ยหวางนั้นต่างจากวังของฉินหวางอยู่มากภายนอกล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่เขียวขจี ตกแต่งด้วยูเาจำลองอยู่หลายตำแหน่งทั้งยังขุดดินสร้างสระน้ำขนาดเล็กเป็สายคล้ายแม่น้ำ ยาวไปจนถึงหน้าตัววังที่ทำจากหยกทั้งหมดลมที่พัดเอื่อยอยู่ตลอดเวลาทำให้สถานที่แห่งนี้สงบร่มรื่นคล้ายอยู่คนละโลกกับภายนอกวัง
สาวใช้ของวังเชิญนางเข้าด้านในอย่างนอบน้อมไป๋อวี้ก้าวเดินเข้าไปด้วยกิริยานิ่งสงบแต่สง่างาม ที่แห่งนี้มีคนอยู่มากนางจำต้องสำรวมกิริยาเดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงท่องตำราดังมาอีกฟากของทางเดินมองไปก็เห็นเด็กหญิงชายชนชั้นสูงกำลังท่องตำราอย่างขะมักเขม้น
เบื้องหน้าเด็กน้อยมีโอวหยางเวินโหรวคอยเป็ผู้สั่งสอน ใบหน้าคมแย้มยิ้มอบอุ่นเช่นทุกครั้ง เส้นผมสีดำพัดปลิวไปตามแรงลมตัดกับเสื้อคลุมสีขาว
‘เทพบุตร’ เป็นิยามที่เหมาะสมกับหลี่เวินโหรวไม่สิ โอวหยางเวินโหรวเป็ที่สุด
ไป๋อวี้ถูกพามาส่วนหนึงของวังที่มีทิวทัศน์ของธรรมชาติรายล้อมสวยงามกว่าทางเดินที่เข้ามาทุกครั้งที่ลมพัดนางมักจะได้กลิ่นหอมบางอย่างซึ่งทำให้ร่างกายผ่อนคลายคล้ายลืมไปแล้วว่าตนกำลังจะพบเจอกับบุรุษผู้ที่แปดในสิบส่วนนั้นเหมือนกับคนรักเก่าที่ทำร้ายจิตใจตน
“คล้ายว่าคุณหนูไป๋จะชมชอบบรรยากาศที่นี่”
ไป๋อวี้ชะงักรีบเก็บท่าทางกางแขนสองข้างแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอดเสี่ยวซีเตือนนางอยู่บ่อยครั้งแล้วว่ามันไม่งามแต่เหมือนอยู่ในที่บรรยากาศดีเช่นนี้ร่างบางก็อดไม่ได้นางเก็บไม้เก็บมือแล้วยอบกายเคารพผู้สูงศักดิ์ที่ยืนมองนางด้วยรอยยิ้มขบขัน
“อวี้เอ๋อร์ถวายพระพรหวางเย่เพคะ”
“ลุกขึ้นเถิด” โอวหยางเวินโหรวเอ่ยพลางผายมือเป็เชิงให้นั่งลงนางนั่งลงไม่รอเ้าของวังเพราะเครื่องประดับบนหัวอันหนักอึ้งของนางมันร้องว่าควรนั่งโดยเร็วที่สุด
“เปิ่นหวางให้คนเตรียมสมุนไพรแล้วอีกหน่อยจะนำมาให้เ้า”
“รบกวนหวางเย่แล้วเพคะ”
ร่างสูงไม่ได้พูดอันใดเพียงจ้องหน้านางอยู่สักแวบแล้วก็ระบายยิ้มออกมาโอวหยางเวินโหรวเดินไปนั่งลงตรงหน้าพิณเจ็ดสายที่วางอยู่ ไป๋อวี้มองภาพบุรุษในอาภรณ์สีขาวคล้ายว่ากำลังต้องมนตร์สะกดของเทพเซียนผู้หนึ่ง
เสียงพิณดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบแต่กลับไม่มีความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองแม้แต่น้อยทำนองแปลกหูดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณไป๋อวี้รู้สึกว่ามีสายลมอบอุ่นสายหนึ่งพัดผ่านผิวเนื้อแล้วโอบอุ้มนางเอาไว้เมื่อเพ่งมองรอบตัวก็เห็นแสงสีแดงล้อมรอบตัวกลมกลืนไปกับสีอาภรณ์งดงามบนร่างของตน
โอวหยางเวินโหรวเงยหน้ามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาแปลกใจอีกคราหนึ่งเมื่อครู่ที่เดินมาจากด้านหลังเห็นนางหลุดกิริยาแปลก ๆ ออกมาอีกแล้วคล้ายว่านี้ไม่ใช่คุณหนูรองสกุลไป๋ผู้สงบนิ่งและสง่างามที่เขาคุ้นเคยนางดูงดงามและสดใสมากขึ้น
หากว่านี่คือตัวตนของนางหาใช้การเสแสร้ง ไป๋อวี้ในตอนนี้จึงเป็โฉมงามที่จับต้องได้มากกว่าเมื่อก่อนอยู่มากนัก
เมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มสองข้างโอวหยางเวินโหรวก็ยิ่งเพลิดเพลินไปกับความเปลี่ยนแปลงของสตรีตรงหน้านิ้วเรียวเร่งบรรเลงเพลงพิณผสมผสานมนตราของตนเพื่อให้ผู้ฟังมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้น
ซึ่งก็เป็ดังที่คาดไว้ ไป๋อวี้เผลอใจไปกับความอบอุ่นของสายลมและเสียงเพลงจนลืมไปเลยว่าตนนั้นไม่ได้อยู่เพียงผู้เดียวโดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มกว้างที่มักจะเห็นเมื่ออยู่ต่อหน้าโอวหยางิเซียนของนางทำให้โอวหยางเวินโหรวรู้สึกใจเต้นอย่างประหลาด
เห็นกันมาั้แ่เยาว์วัยบ่อยครั้งมาวิ่งเล่นกับนางพร้อมเสด็จพี่มีเพียงครั้งนี้ที่ไป๋อวี้ผลิยิ้มกว้างต่อหน้าตนหาใช่รอยยิ้มตามมารยาทเช่นทุกครั้ง โอวหยางเวินโหรวเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางเสียงพิณอันไพเราะดังก้องกังวานไปทั่วทั้งวังเสี่ยวซีตัวน้อยนั่งมองคุณหนูของตนด้วยอาการแปลกใจระคนดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้คุณหนูรองผู้เกิดมาพร้อมกับความเจ็บแค้นของมารดาเวลานี้กำลังมีความสุขกับสิ่งอื่นนอกจากฉินหวาง
บรรยากาศที่แสนอบอุ่น เสียงเพลงที่แสนเพลิดเพลินดำเนินไปกว่าหนึ่งเค่อ
ตึง...เสียงพิณหยุดพร้อม ๆ กับสายลมอบอุ่นห่างหายไป ไป๋อวี้รู้สึกถึงความร้อนที่วิ่งไปทั่วร่างกายตนเป็ความรู้สึกที่ร่างนี้คุ้นเคยยิ่ง...นี่คือมนตราของนาง!
“คุณหนูไป๋คงรู้สึกถึงมนตราแล้ว”
“เพคะ” ไป๋อวี้เอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงดีใจ
“แต่เพียงบทเพลงนี้ยังไม่สามารถทำให้กลับมาใช้มนตราได้เช่นเดิม”
“หวางเย่เคยรับสั่งว่าจะใช้สมุนไพรรักษา...”
“การรักษาของเปิ่นหวาง หากใช้สมุนไพรถือว่าประหยัดแรงแต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคือต้องใช้มนตราเยียวยา...” เอ่ยพร้อมรอยยิ้มละมุนเหงื่อเม็ดเล็กไหลจากขมับลงมาที่ปลายคางของผู้บรรเลงเพลงพิณ
เห็นได้ชัดว่าโอวหยางเวินโหรวเหน็ดเหนื่อยกับการใช้มนตรารักษาเพราะมนตราของนางมีระดับเกือบสูงเท่าเขา แต่นิ้วทั้งสิบก็ยังจดที่สายพิณอีกครั้ง “...เห็นคุณหนูไป๋กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศเปิ่นหวางจึงอดไม่ได้ที่จะเล่นพิณมนตรารักษาไปในตัว”
ไป๋อวี้มองใบหน้าชื้นเหงื่อของอีกคนการเล่นพิณมนตรานั้นยากนางรู้ดี แต่การใช้พิณมนตรารักษาอาการของนางนั้นยากกว่านักเพียงบทเพลงเดียวก็ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยได้ขนาดนี้...
ไป๋อวี้เม้มริมฝีปากพลางจ้องมองบุรุษตรงหน้าค้นหาคำตอบท่านจะทุ่มเทเช่นนี้ไปเพื่ออันใดกัน ?
เ้าของั์ตาสีอ่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับนางคล้ายรู้ว่านางจ้องมองอยู่โอวหยางเวินโหรวแย้มยิ้มให้สตรีตรงหน้าไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ
นิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงอีกครั้ง ความอบอุ่นเข้ามาโอบอุ้มไป๋อวี้อีกรอบสายลมอ่อนโยนพลันทำให้หัวใจนางรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทันที ความอ่อนโยนนี้ทำให้นางตั้งคำถามกับตนเองว่าบุรุษผู้นี้จะใช่หลี่เวินโหรวที่นางรู้จักในชาติก่อนหรือไม่? แม้จะเป็ไปได้ยากที่บุรุษผู้นั้นจะข้ามภพมาแต่นางก็อดคิดไม่ได้ว่าหลี่เวินโหรวและโอวหยางเวินโหรวช่างคล้ายคลึงกันแม้กระทั่งใบหน้าและนิสัยใจคอ...เขาเป็เช่นนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง!
“ท่านอ่อนโยนเช่นนี้กับสตรีทุกคนเลยหรือ ? ”
เสียงพิณดังก้องไปทั่ววังกลบน้ำเสียงแ่เบาของสตรีผู้ที่ในใจกำลังสับสนเสียหมดสิ้น
--- จบตอน---
E-Book>> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------