กลุ่มที่มาจากนครชื่อเหยียนสามคนผ่านการคัดเลือกสามารถเข้าร่วมในด่านที่สี่ได้เขาจึงจำเป็ต้องมาคอยดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ อีกอย่างเยี่ยซางยังมีความขัดแย้งกับฉินไห่ซึ่งเป็เื่ที่เขาต้องใส่ใจด้วยเช่นกัน
“ใช่ ศิษย์พี่ฉี่สองคนนี้เป็น้องชายของข้า นี่คือน้องชายแท้ๆ ของข้า” ฉินจั้นชี้ไปที่ฉินไห่และพูด
“เป็น้องชายของศิษย์น้องฉินหรือ?วันนี้มีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น” ฉี่ิพูดด้วยรอยยิ้ม
“พูดกันให้ชัดเจนเถิด!ศิษย์พี่ฉี่ ข้ารู้ว่าท่านเป็หัวหน้ากลุ่มผู้คุมกฎในครั้งนี้ แต่อย่ามาขวางข้า”ฉินจั้นมองไปที่ห้องของเยี่ยซางขณะพูด
“เป็เื่ดีที่จะพูดให้กระจ่างระหว่างพิธีคัดเลือกศิษย์ต้องไม่มีความขัดแย้งในเมืองเฉ่ากู่” รอยยิ้มบนใบหน้าของฉี่ิจางลงเขารู้ว่าฉินจั้นกำลังจะมาที่นี่ พอได้รู้ว่าฉินจั้นเป็พี่ชายของฉินไห่จึงเข้าใจเื่ทั้งหมด
“เ้ากำลังขัดขวางข้าอย่างเ้าไม่สามารถต่อสู้กับยอดเขาเทียนเยวี่ยของเราได้หรอก”ฉินจั้นกล่าวโดยมองไปที่ฉี่ิ
“ใช่ เป็ไปไม่ได้แต่เ้าไม่จำเป็ต้องใช้ยอดเขาเทียนเยวี่ยเพื่อกดดันข้า วันนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้วอย่าได้คิดเื่นี้อีก” เมื่อได้ยินคำพูดของฉินจั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉี่ิก็หายไป
“วันนี้ข้าไม่ได้จะสู้กับเ้าแต่ถ้าข้าจะฆ่าใครสักคนแล้ว เ้าจะหยุดได้หรือ?” ฉินจั้นเยาะเย้ย
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาคนมุงรอดูความสนุกในโรงเตี๊ยมก็เข้าใจได้ทันทีว่าความแข็งแกร่งของฉินจั้นไม่อาจเทียบเท่าฉี่ิทว่าเขาจะไม่สู้กับฉี่ิเพียงแต่ตั้งใจจะฆ่าเยี่ยซางอย่างเดียวหากเป็เช่นนั้นก็ยากที่ฉี่ิจะหยุดอีกฝ่ายได้
“ฉินจั้น เ้ารู้ไว้เสียว่านี่เป็คำสั่งของอาจารย์อาฉู่เ้าอยากจะฝ่าฝืนคำสั่งของสำนักหรือไม่?” ฉี่ิสูดหายใจเข้าลึก
“อาจารย์อาฉู่สั่งเื่นี้หรือไม่? ข้าไม่ทราบได้ ข้าจะอธิบายให้ท่านฟังเองท่านอาจารย์และศิษย์พี่ของข้าก็จะอธิบายให้ท่านอาจารย์อาฟังด้วยเช่นกัน”ฉินจั้นกล่าวอย่างชัดเจน เขายังไม่ยอมลดละ ดังนั้นจึงยกอาจารย์ขึ้นมาข่ม
การสนทนาระหว่างฉินจั้นและฉี่ิปลุกเยี่ยซางจากการฝึกตนก่อนเขาจะผลักประตูเปิดออกมา
“พี่ใหญ่ นั่นอย่างไรเล่ามันที่ข้าบอกท่าน!”เมื่อเห็นเยี่ยซางปรากฏตัว ฉินซานก็ชี้ไปที่อีกฝ่ายและะโออกมา
“ฉินจั้น ข้าอาจไม่สามารถหยุดเ้าได้แต่เ้ามองข้ามสิ่งหนึ่งไปแล้วว่าข้าเป็หัวหน้ากลุ่มผู้คุมกฎถึงไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มผู้คุมกฎแต่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนจากสำนักอื่นสร้างปัญหาทางสำนักจึงได้จัดให้มีการลาดตระเวนเป็พิเศษสำหรับกลุ่มผู้คุมกฎ หากเ้ายืนกรานที่จะสู้ในวันนี้ข้าก็ไม่รังเกียจหากจะเกิดผลแย่ๆ ตามมา” ฉี่ิมีสีหน้าเคร่งเครียดพลางหยิบสัญลักษณ์ออกมา ในเวลานี้คนอื่นๆ ของกลุ่มผู้คุมกฎยังอยู่ในโรงเตี๊ยม
เมื่อเห็นสัญญาณการต่อสู้ครั้งนี้ฉินจั้นก็เหลือบมองเยี่ยซางแต่เขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว เขาบอกได้เลยว่าการพบฉี่ิในครั้งนี้ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นมากโขแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะจัดการเยี่ยซางได้
“ฉี่ิ นี่ไม่ใช่เื่ดีที่เ้าจะต่อต้านข้า”ฉินจั้นมองเยี่ยซาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
“ถึงจะพูดเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเ้าไม่ใช่ศิษย์น้องของหลินเทียนเจวี๋ยจะมีสักกี่คนในหุบเขาโอสถที่รู้จักเ้ามีแค่ไม่กี่คนที่ทำให้ข้ากลัวได้ อย่างเ้าไม่มีความสามารถนั้นแม้แต่น้อย ไปให้พ้นเสีย!”หลังจากพูดจบฉี่ิก็ตวาดไล่
ใบหน้าของฉินจั้นมืดมนลงเขาชี้ฉี่ิก่อนจะสะบัดแขนเสื้อจากไป คำพูดของฉี่ิไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเขาอย่างไม่ไว้หน้ากัน
ฉินจั้นจากไปแล้วพร้อมฉินไห่และฉินซานที่กลับไปห้องของตนเองด้วยความสิ้นหวัง
“ขอบคุณหัวหน้าฉี่ิ” เยี่ยซางโค้งคำนับฉี่ิเขารู้ว่าความขัดแย้งระหว่างฉี่ิและฉินจั้นเป็เพราะตัวเอง
“ผู้ชายคนนั้นหยิ่งเกินไป เขาอาศัยศิษย์พี่ของตนเองทำให้เขาดูแข็งแกร่งแล้วโอ้อวดไปทั่วน่ารำคาญยิ่งนัก” ฉี่ิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ศิษย์พี่ของเขาคือหลินเทียนเจวี๋ยหรือ?” เยี่ยซางถาม
“ใช่ เขาเป็ผู้นำของศิษย์กลุ่มหนึ่งในหุบเขาโอสถชายคนนั้นมักปกป้องคนใกล้ตัวของตนเองที่ทำผิดพลาด เอาละ ไม่ต้องพูดถึงเื่นี้แล้วเ้าควรไปรักษาอาการาเ็ก่อน การทดสอบที่สี่ในวันพรุ่งนี้จะไม่ง่ายอย่างแน่นอน”ฉี่ิพยักหน้าให้เยี่ยซาง
เยี่ยซางคำนับฉี่ิอีกครั้งแล้วหันหลังกลับเข้าไปในห้องเขาเข้าใจดีว่าหุบเขาโอสถแห่งนี้แม้จะดูสงบสุขแต่ภายในก็มีการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างลับๆ อยู่
ในอีกห้องหนึ่งของโรงเตี๊ยมชิวเจิน ชิวหยวนและถังเทียนกำลังดื่มเหล้า
“ท่านอาชิว เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลฉินทำไมถึงมีขยะเกลื่อนขนาดนี้กันเล่า?”ถังเทียนพูดอย่างโกรธจัดหลังจิบเหล้าไปหนึ่งอึก
“เฮอเฮอ ข้าไม่ควรพูดแบบนี้จริงๆแต่อนาคตของฉินไห่และฉินซานไม่ค่อยมีหวังเท่าไร ส่วนฉินจั้นนั้นก็เย่อหยิ่งเกินไป”ชิวเจินพยักหน้าแล้วตอบ
ค่ำคืนผ่านไปเยี่ยซางออกจากห้องในตอนเช้า ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อทั้งยังมองไม่เห็นอาการาเ็ภายในใดๆส่วนฉินไห่กลับขยับแขนข้างหนึ่งขึ้นอย่างผิดแปลกขณะที่ใบหน้าของเขาก็ซีดเซียว
“อาการาเ็ของเ้าเป็อย่างไรบ้าง เยี่ยซาง?” ถังเทียนเดินไปถามเยี่ยซาง
“ก็ดี เกือบจะหายแล้ว” เยี่ยซางส่ายหน้าตอบ
“ยาเม็ดนั้นดีจริงๆ”ถังเทียนตบไหล่ของเยี่ยซางขณะพูดด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยซางพยักหน้าเขาไม่ได้พูดอะไร ผลของยาทงลั่วนั้นยอดเยี่ยมมากมันสามารถรักษาให้หายดีได้ในชั่วข้ามคืนนอกจากนี้เขาก็ยังมีอย่างอื่นที่ได้ช่วยเสริมด้วยพ่อเฒ่าให้เขาอาบน้ำด้วยสมุนไพรเสมอั้แ่ยังเด็กสูตรยาตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นในหมู่บ้านจู๋หยวน ซึ่งเด็กทุกคนต้องอาบน้ำสมุนไพรนี้ มันส่งผลให้เสริมความแข็งแรงของร่างกายได้อย่างที่ว่าเ้าไม่สามารถเป็นักล่าที่ดีได้หากไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง
ผลของน้ำอาบสมุนไพรนั้นเป็ที่ประจักษ์หากโดนสัตว์กัดต่อยหรือมีเืออกจะใช้เวลาเพียงครู่เดียวเืก็จะหยุดไหลแม้ว่าจะาเ็ที่กล้ามเนื้อหรือกระดูกต่างก็ดีขึ้นโดยเร็ววัน
หลังจากรับประทานอาหารแล้วเยี่ยซางกับพรรคพวกของเขาก็ตามกลุ่มผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถไปที่ลานกว้าง เยี่ยซางถังเทียนและฉินไห่เดินไปที่จุดรวมตัวพร้อมกันตอนนี้มีคนเพียงไม่กี่คนที่ด้านหน้าวงแหวน กล่าวได้ว่าไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ
ในเวลานี้เยี่ยซางเห็นฉินจั้นยืนอยู่ข้างหลังชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีน้ำเงินเยี่ยซางรู้ว่าชายในชุดคลุมสีน้ำเงินน่าจะเป็ตัวแทนของยอดเขาเทียนเยวี่ย
ฉู่หลิงเซียวลุกขึ้นยืนแสดงความยินดีกับคนที่ผ่านการทดสอบระดับที่สามจากนั้นจึงประกาศเริ่มการทดสอบที่สี่
ในเวลานี้มีเสวียนเตียวหลายตัวบินมาที่ลานรวมตัวพร้อมศิษย์ผู้คุมกฎภายใต้การจัดการของศิษย์ผู้คุมกฎทุกคนที่เข้าร่วมในการทดสอบจึงได้ขึ้นไปบนเสวียนเตียวและเดินทางตรงไปยังทางทิศตะวันออก
เยี่ยซางได้เห็นว่าหลิ่วหยางอวี่หยานเป่ยจี๋ ฉู่หลิงเซียวและคนอื่นๆ ล้วนมีสัตว์อสูรบินได้เป็ของตัวเอง
หลังจากบินไปได้สักหนึ่งเค่อ1 ยอดเขาที่สูงตระหง่านกลางหมู่เมฆก็ปรากฏขึ้นทั้งกลุ่มบินไปยังด้านข้างของูเา ซึ่งมีลักษณะเป็หน้าผาสูงชันโดยด้านข้างของหน้าผามีอักษรตัวใหญ่สามตัวอยู่ ‘ผาตานติ่ง!’
เยี่ยซางและคนอื่นๆลงจากเสวียนเตียว ตอนนี้เองที่เยี่ยซางตระหนักถึงสาเหตุที่ไม่มีใครอยู่ที่ลานตรงประตููเาเพราะทุกคนที่มาดูพิธีคัดเลือกศิษย์ล้วนรออยู่ที่นี่แล้ว
เยี่ยซางคำนวณความเร็วในการบินของเสวียนเตียวด้วยเวลาในการบินครึ่งเค่อเช่นนั้น ระยะทางกลับไกลมากแล้วไม่ง่ายเลยที่คนเหล่านี้จะมาที่นี่ได้
หลังเยี่ยซางเหลียวดูฝูงชนที่รออยู่เขาก็หันไปดูผาตานติ่ง จากลักษณะของผาตานติ่งเห็นได้ว่าคงปีนขึ้นลงได้ไม่ยากมีหินยื่นออกมาจำนวนมากตรงบริเวณด้านหน้าของหน้าผาทำให้สามารถปีนขึ้นไปได้ด้วยการเกาะก้อนหินทั้งยังมีแผ่นหินยื่นออกมาซึ่งดูเหมือนไว้ใช้พักระหว่างปีนด้วย
แต่เมื่อมองขึ้นไปแล้วเยี่ยซางก็ยังไม่เห็นว่าผาตานติ่งสูงเพียงใดหรือมีจุดพักกี่แห่ง
“นี่คือสถานที่สำหรับการทดสอบที่สี่ ผาตานติ่ง!ต่อไปเ้าจะต้องปีนขึ้นไป้านี่ไม่ใช่แค่การทดสอบเท่านั้นมันยังเป็การฝึกฝนสำหรับเ้าด้วยระยะความสูงที่ผ่านการทดสอบคือสามพันหมี่2 หากไม่มีใครสามารถไปถึงสามพันหมี่ได้ตามกฎหุบเขาโอสถก็จะไม่รับศิษย์แม้แต่คนเดียวในปีนี้พวกเรารับศิษย์น้อยลงได้แต่ต้องมีรากฐานที่ดีขึ้น หลังจากไปถึงสามพันหมี่แล้วเราจะรับเพียงสามสิบคนแรกที่ปีนได้เร็วที่สุดเท่านั้น” ฉู่หลิงเซียวกล่าว
เมื่อมองขึ้นไปยังผาตานติ่งที่แทรกอยู่ในหมู่เมฆเยี่ยซางก็รู้ได้ว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการเดินทางมาที่หุบเขาโอสถครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นที่นี่
----------------------------------------------------------------------------------------
1 เค่อ เป็หน่วยเวลาของจีน 1 เค่อประมาณ 15 นาที
2 หมี่เป็หน่วยระยะทางของจีน 1 หมี่ประมาณ 1 หมี่