กุนซือเฉาติดตามอ๋องหยางมาด้วย พลันเขารู้สึกปวดท้องต้องการถ่ายทุกข์จึงขออนุญาตท่านอ๋องเพื่อไปเข้าห้องน้ำในลานจอดรถม้า
ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำมาได้ก็จูงม้าออกมายังถนน ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นหญิงสาวคุ้นตาผู้หนึ่ง
‘นั่น! อดีตพระชายามิใช่หรือ นางมีผู้ติดตามเป็นบุรุษตั้งแต่เมื่อใด’
เฉาเฟิงรู้สึกว่าบุรุษที่ถือกระบี่ยืนอยู่ข้างๆ หลี่หยวนหยวนดูทระนงองอาจ น่าจะเป็นผู้มีฝีมืออยู่พอสมควร หน้ากากหนังสีขาวฉลุลายก็ดูน่าสนใจ เขาลอบมองอยู่พักหนึ่งจึงรีบจูงม้าไปตามหาท่านอ๋อง
“เมื่อครู่ข้าเห็นคุณหนูหลี่มากับสาวใช้และองครักษ์รูปงามผู้หนึ่งที่ลานจอดม้า”
หยางหลีเหว่ยได้ยินก็หูผึ่ง “องครักษ์อย่างนั้นหรือ นี่นางถึงกับต้องมีองครักษ์ติดตามเลยหรือไร”
“ขอรับ คนผู้นั้นสวมหน้ากากหนังสีขาว แต่ดูรูปร่างและท่วงท่าแล้วดูไม่เลวเลยทีเดียว”
“ข้าให้นางมาพักที่เรือนเหอผิง มิให้อนุญาตให้มีบุรุษอยู่ด้วยเสียหน่อย เหตุใดนางจึงไม่รู้จักระวังชื่อเสียงบ้าง”
กุนซือหนุ่มเลิกคิ้ว “แต่นางกับท่านอ๋องหย่าขาดกันไปแล้วนะ นางยังต้องระวังอีกหรือ”
“อย่างน้อยนางก็ยังอยู่ในเขตเฉินม่าย หากผู้อื่นรู้ว่านางคืออดีตพระชายา ข้าย่อมจะเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย”
“ท่านอ๋องก็ประกาศเสียสิว่าหย่าขาดจากนางแล้ว”
หยางหลีเหว่ยโบกมือไปมา “ยังไม่ได้ ขืนเรื่องนี้ถูกประกาศออกไป จวนข้าคงวุ่นวายแน่ หลี่ป๋อมิใช่คนจะพูดจาด้วยได้ง่าย ไหนจะมีเสนาบดีชุยอยู่เบื้องหลังอีก”
“ใต้เท้าหนานกงน่าจะทราบเรื่องที่ท่านหย่ากับหวางเฟยแล้ว” เฉาเฟิงเอ่ยยิ้มๆ
“ก็ต้องทราบสิ ใต้เท้าหนานกงควบคุมสำนักทะเบียนราษฎร์ เพียงแต่ยังมีความเกรงใจไม่กล้ามาสอบถามข้า”
“หากข้าเป็นใต้เท้าหนานกงย่อมรู้สึกดีใจที่ท่านหย่าภรรยาเอก เพราะวันหน้าชายารองก็มีโอกาสจะได้ขึ้นมาแทน ข้าถามจริงๆ เถอะท่านอ๋อง วันหน้าท่านคิดจะยกนางขึ้นเป็นหวางเฟยหรือไม่”
“ยังไม่รู้ ข้าคงต้องดูไปก่อน ตอนนี้แต่งชายารองตามประสงค์ของท่านแม่ หากสตรีคนใดเหมาะสมก็ค่อยตั้งนางขึ้น หรือหากไม่เหมาะสมก็ค่อยแต่งคนใหม่”
เฉาเฟิงผงกศีรษะร้องอืมออกมาคำหนึ่ง สีหน้าของท่านอ๋องมิได้บ่งบอกถึงกับรื่นรมย์ในการแต่งงานครั้งนี้เลยสักนิด
“เลิกถามถึงหนานกงมี่ได้แล้ว เมื่อครู่เจ้าพบหลี่หยวนหยวนที่ใด พาข้าไปดูนางที”
เฉาเฟิงเลิกคิ้ว “ท่านไม่ชอบหน้านางมิใช่หรือ เหตุใดจึงจะไปตามหานางเล่า”
อ๋องหยางเชิดหน้า “ข้าจะไปตักเตือนนางสักหน่อย ให้รู้จักรักษาชื่อเสียงของจวนอ๋องเอาไว้บ้าง”
เฉาเฟิงชี้ไปยังทิศที่หลี่หยวนหยวนเพิ่งเดินจากไป
หลี่หยวนหยวนกำลังยืนรอขนมแป้งทอด แผงขายแห่งนี้ขายดีจนทอดไม่ทัน ลูกค้าที่ยืนรุมอยู่มีนับสิบคน
“คุณหนูแน่ใจหรือเจ้าคะว่ารอ คนมาก่อนเราตั้งเยอะ” ไป๋เยว่นิ่วหน้า นางยืนรออยู่ตั้งนี้นานพอสมควรแล้ว
“เจ้าไม่ได้กลิ่นหรือไร หอมเหลือเกิน น้ำลายข้าจะไหลออกมาแล้วนี่”
องครักษ์ชิวยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ เขารับเป็นองครักษ์ให้สตรีผู้นี้เพราะคิดจะจับกุมมือสังหารนามสิงชางให้จงได้ ไม่ว่าจะติดตามนางไปที่แห่งใดก็ต้องคอยระแวดระวังความปลอดภัยอยู่เสมอ
“คุณหนูหลี่ มีคนต้องการจะพบท่านที่โรงน้ำชาขอรับ” บุรุษที่มายืนตรงหน้าหลี่หยวนหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
ชิวต้าซานมองบุรุษในชุดคล้ายองครักษ์เบื้องหน้าแล้วนึกขึ้นได้ว่านี่คือกุนซือคนสำคัญของอ๋องหยาง นามเฉาเฟิง คนผู้นี้ที่มาลึกลับยิ่ง กระทั่งสามผียังไม่อาจสืบที่มาอันแน่ชัดของเขาได้
“ได้” หลี่หยวนหยวนรับปากอย่างง่ายดาย
“ถ้าอย่างนั้นให้ไป๋เยว่รอเอาแป้งทอด ข้าจะไปกับคุณหนูเอง” ชิวต้าซานเอ่ยปาก
“ดี เช่นนั้นกุนซือเฉาโปรดนำทาง” หลี่หยวนหยวนผายมือเป็นเชิงให้เฉาเฟิงนำทาง
หยางหลีเหว่ยมองเห็นอดีตภรรยาเดินนำหน้าบุรุษรูปร่างผึ่งผายเข้ามาถึงโต๊ะก็ทำหน้าตึง
“คุณหนูหลี่ เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่ทำให้เสียชื่อเสียงของจวนอ๋องหรอกนะ”
หลี่หยวนหยวนเห็นสายตาที่ท่านอ๋องสาดไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หัวเราะ “เสียชื่อเสียง คงไม่กระมัง ข้าไม่เคยเอ่ยปากถึงท่านอ๋องเลยสักคำ”
“แล้วเจ้าบอกคนที่นี่ว่าอย่างไร”
“ข้าบอกเพียงว่าข้าเป็นญาติห่างๆ ที่มาขอพักชั่วคราว เช่นนี้เหมาะสมหรือไม่”
“อือ” หยางหลีเหว่ยถอนหายใจ สายตาเขาปรายไปยังองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังนางอีกครั้ง “เหตุใดเจ้าต้องมีบุรุษคอยเดินตาม ในฐานะญาติฝ่ายสตรีของข้า ไม่กลัวจะเป็นครหาหรือ”
“องครักษ์ของข้าสวมหน้ากากอยู่เช่นนี้ ท่านยังคิดจะหาเรื่องอีก” หลี่หยวนหยวนจ้องหน้าอ๋องหยาง “บัดนี้ข้ามิได้อยู่ในฐานะพระชายาแล้ว ความปลอดภัยนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้ามีเงินว่าจ้างองครักษ์ฝีมือดีด้วยเงินส่วนตัว ท่านยังจะมาวุ่นวายอีก”
“ในช่วงที่เจ้ายังอยู่ที่นี่ สมควรที่จะอยู่เงียบๆ อย่าให้ผู้อื่นเข้ามาสนิทสนมได้จะดีที่สุด”
“ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง ข้าไม่เอ่ยว่าเป็นอดีตพระชายาโดยเด็ดขาด ท่านสบายใจได้ ในเมื่อข้ามิได้มีความสำคัญกับจวนอ๋อง ย่อมไม่มีผู้หวังผลประโยชน์จากข้า”
หยางหลีเหว่ยได้ยินก็หน้าม้าน “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้สบายใจขึ้น”
“องครักษ์ผู้นี้ ข้าจ้างเขามาเพื่อจะได้ดูแลความปลอดภัย ท่านคงไม่ลืมว่าข้าเคยถูกลอบสังหาร และบัดนี้ข้าก็ได้ข่าวมาแล้วว่าคนผู้นั้นเป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งนามสิงชาง”
อ๋องหยางได้ยินสิ่งที่หลี่หยวนหยวนพูดก็พลันตื่นเต้น “เจ้าแน่ใจหรือ”
“แน่ใจสิ ข้าว่าจ้างสายลับในยุทธภพสืบมาให้ หมดเงินมิใช่น้อย จะเป็นความเท็จได้เยี่ยงไร ท่านทำหน้าเช่นนี้ รู้จักสิงชางเหมือนกันหรือ”
หยางหลีเหว่ยพยักหน้ารับ “ใช่ เพียงแต่ไม่คิดว่าสิงชางจะรับงานลอบสังหารสตรีที่ไร้กระทั่งแรงฆ่าไก่อย่างเจ้า”
“ท่านอ๋องเคยรับปากว่าจะให้คำตอบเรื่องมือสังหารกับข้า แต่ก็ยังไม่ได้ทำ ข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าตามจับสิงชางผู้นี้”
หยางหลีเหว่ยเห็นว่าการที่นางจ้างองครักษ์มีเหตุผลอันสมควร เขาสังเกตรูปร่างสูงโปร่งขององครักษ์ข้างกายนางแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด เขาไม่ต้องการให้มีบุรุษอยู่ใกล้นางเลยสักนิด ในฐานะสตรีที่เพิ่งเลิกรากับสามี เขาเกรงว่านางจะอ่อนไหวกับองครักษ์หนุ่ม
“ได้ ข้ารับปาก” ชายหนุ่มสีหน้ายังตึงอยู่
เฉาเฟิงสังเกตอาการของท่านอ๋องแล้วก็หันไปมององครักษ์ข้างกายอดีตพระชายา คนผู้นี้ฝีเท้าเบามาก ท่วงท่าดูแล้วมิได้ดูกร่าง เขาเกิดความรู้สึกยำเกรงคนผู้นี้ขึ้นมา
“หากท่านอ๋องหมดธุระแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน สั่งแป้งทอดเอาไว้ ต้องกินตอนร้อนๆ จึงจะอร่อย”
หยางหลีเหว่ยรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าดูใบหน้าสดชื่นและอวบอิ่มขึ้น ต่างจากครั้งที่อยู่ในจวนอ๋อง ในใจยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม หลังจากหย่าขาดกับเขา หลี่หยวนหยวนผู้นี้ดูมีความสุขจนน่าหมั่นไส้
“เจ้าไปเถิด” ชายหนุ่มโบกมือไล่
ไป๋เยว่เดินมารอหน้าโรงน้ำชา พอเห็นหลี่หยวนหยวนเดินออกมาก็รีบยื่นห่อขนมแป้งทอดให้
“คุณหนูเจ้าคะ ได้มาแล้ว กำลังร้อนๆ ท่านชิมดูเถิด”
“อืม ดี” หลี่หยวนหยวนรับแล้วแกะกระดาษออก นางกัดแป้งทอดเข้าไปคำหนึ่ง
ขนมแป้งทอดส่งกลิ่นหอมโชยขึ้นจมูก นางค่อยๆ เคี้ยว หลับตาพร้อมกับสูดกลิ่นไปด้วย
“อร่อยขนาดนั้นเชียวหรือคุณหนู” ชิวต้าซานขมวดคิ้ว
“องครักษ์ชิว ท่านไม่เคยกินหรือ” ไป๋เยว่ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูสักชิ้นเถิดเจ้าค่ะ”
ชิวต้าซานรับขนมแป้งทอดไปแล้วก็แกะกระดาษออก กัดชิมไปคำหนึ่ง จากนั้นก็ร้องอืมๆ แล้วผงกศีรษะสองสามที
“อร่อยใช่ไหมเจ้าคะ” ไป๋เยว่รีบถาม
“ใช่ อร่อยมากทีเดียว” ชิวต้าซานยอมรับ จากนั้นก็ตั้งใจกินจนหมดชิ้น
****************
