บทที่ 45 ท้องจะมีเรื่องอะไรได้
เยี่ยชิงหวนกลับถึงบ้านเกือบจะพร้อม ๆ กั เส้าอวิ่นเฉิน
เธอเพิ่งเดินออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นข้าง ๆ
หันกลับไปมอง ก็เห็นรถคันใหม่ของเส้าอวิ่นเฉิน รถคันก่อนโดนระเบิดไปแล้ว คันใหม่นี้เป็นเมอร์เวเดส-มายบัคสีดำเงาวับ ดูสง่ามาก โดยเฉพาะป้ายทะเบียนรถ 888 ที่ดูแล้วไม่น่าจะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆ
กระจกรถด้านหลังค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่เย็นชาและดูดีของเส้าอวิ่นเฉิน
"บังเอิญจังนะ" เยี่ยชิงหวนหยุดเดิน ยิ้มให้กับกระจกรถ "คุณเพิ่งกลับมาเหมือนกันเหรอ?"
เส้าอวิ่นเฉินไม่ได้ตอบ เพียงแค่กวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ขมวดคิ้วถาม
"ทำไมไม่ให้คนขับรถมารับ?"
ตระกูลเส้า มีคนขับรถประจำอยู่สามคน นอกจากคนหนึ่งเป็นคนขับรถประจำของคุณปู่แล้ว อีกสองคนก็ให้คนอื่น ๆ ในตระกูลเส้าใช้บริการ จะเจียดมารับส่งเยี่ยชิงหวนสักคนก็น่าจะพอ
"รถติดค่ะ" เยี่ยชิงหวนกระพริบตา
"คุณชายไม่เคยทำงานประจำแบบเข้างานเก้าโมงเลิกงานห้าโมง ไม่รู้คงไม่ใช่เรื่องแปลก ช่วงเช้ากับเย็นที่เยี่ยนจิงรถจะติดมาก สำหรับพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเรา การขับรถยนต์ส่วนตัวไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยค่ะ"
เรื่องนี้แต่เดิมเยี่ยชิงหวนเองก็ไม่รู้ วันแรกที่ไปทำงานโดนรถติดอยู่บนท้องถนนเป็นชั่วโมง ถึงได้รู้ซึ้ง ดังนั้นหลังจากนั้นก็เลยไม่เคยให้คนขับรถไปส่งอีกเลย
ตำแหน่งทางทหารของเส้าอวิ่นเฉิน มากพอที่จะทำให้ถนนทุกสายถูกปิดเมื่อเขาออกจากบ้าน แน่นอนว่าเขาไม่เคยเจอปัญหารถติด เผลอ ๆ เขานั่นแหละที่จะเป็นคนก่อให้เกิดปัญหารถติดเสียเอง อย่างไรก็ตาม การที่เยี่ยชิงหวนเรียกเขาว่า 'คุณชาย' ด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อย มันก็ทำให้เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนจะเลื่อนกระจกรถปิดลง
เยี่ยชิงหวนถูกทิ้งให้อยู่นอกรถ บรรยากาศก็เลยดูอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
"คุณนายขึ้นรถเถอะครับ" ผู้ช่วยซุนที่นั่งอยู่เบาะคนขับพูดขึ้นมา "ยังอีกไกลนะครับ ผมไปส่ง"
เยี่ยชิงหวนตาเป็นประกาย ยิ้มหวานให้กับผู้ช่วยซุน
"ขอบคุณค่ะ ผู้ช่วยซุน"
พูดจบก็ขึ้นรถ
วันนี้ทั้งวันเธอทำงานจิปาถะที่บริษัท ชงชาเสิร์ฟน้ำ ตอนนี้ยังต้องเบียดรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้านอีก ขาแทบจะไม่มีแรงแล้ว เดินน้อยลงก้าวเดียวเธอก็ขอขอบคุณฟ้าดินแล้ว
"ขอบคุณผมทำไมครับ นี่รถคุณชายนะครับ" ผู้ช่วยซุนมองสีหน้าของเส้าอวิ่นเฉินผ่านกระจกมองหลัง
"รถเขา แต่เขาก็ไม่ได้ชวนฉันนั่งนี่คะ"
เยี่ยชิงหวนเบะปากจงใจพูดเสียงดัง "ก็เลยต้องขอบคุณ คุณซุนไงคะ"
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากข้าง ๆ
"งั้นเธอก็ลงไป"
คนที่ยังทำท่าทางอวดดีเมื่อครู่นี้ รีบสงบเสงี่ยมลงทันที
"ขอบคุณคุณชาย ด้วยค่ะ" เยี่ยชิงหวนมองเส้าอวิ่นเฉินพร้อมกับยิ้ม
เขาว่ากันว่า ไม่มีผู้ยิ้มแย้มถูกลงโทษ เธอเห็นแล้วว่าถึงเส้าอวิ่นเฉินจะดูเย็นชา แต่ก็ไม่ใช่คนโหดร้ายวิปริตไร้เหตุผล มักจะทำตัวเป็นคุณชายผู้บัญชาการ ไม่ค่อยถือสาคนยิ้มง่ายแบบเธอ
และก็เป็นอย่างที่คิดเส้าอวิ่นเฉินได้ยินดังนั้น มุมปากก็กระตุกเล็กน้อย สักพักก็ละสายตา ไม่มองเธออีก
"ผู้ช่วยซุน ออกรถ"
"ครับ"
รถแล่นมาถึงหน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลเส้า หลี่เหมยลี่ยืนอยู่ที่ประตูพร้อมกับคนรับใช้สามคน พอเห็นเยี่ยชิงหวนลงจากรถมาก่อนก็รู้สึกงงเล็กน้อย
"ทำไม..."
"คุณแม่ เหนื่อยแย่เลยนะคะ ที่ต้องลำบากมาคอยต้อนรับด้วยตัวเองแบบนี้" เยี่ยชิงหวนไม่ได้อธิบาย บอกให้คนรับใช้ช่วยกันพยุงเส้าอวิ่นเฉินลงจากรถไปนั่งรถเข็น
หลี่เหมยลี่เบนความสนใจไปทางอื่นทันที เธอสั่งคนรับใช้อยู่ไม่หยุด
"ระวังอวิ่นเฉินด้วยนะ"
เยี่ยชิงหวนเห็นเส้าอวิ่นเฉินขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
ก็แหงล่ะ เขาเป็นถึงผู้บัญชาการทหาร ถึงตอนนี้จะเป็นง่อยไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้อง จะมาทะนุถนอมอะไรขนาดนั้น
ในความคิดของเยี่ยชิงหวน หลี่เหมยลี่น่าจะเอาเวลาทั้งหมดไปคิดว่าจะทำยะงไงให้ตระกูลเส้ามั่นคงแทนที่สนใจหรือใส่ใจลูก ๆ ของตัวมากเกินไปแบบนี้
ก่อนเข้าบ้าน หลี่เหมยลี่ ดึงเธอไว้ "ชิงหวน มานี่หน่อย"
"คุณแม่ มีอะไรเหรอคะ?" เยี่ยชิงหวน เดินเข้าไปอย่างไม่เข้าใจ
หลี่เหมยลี่ หลบคนรับใช้กับเส้าอวิ่นเฉิน แล้วถามด้วยเสียงเบา ๆ ที่ใต้ชายคา
"ตอนนี้เธอเข้ากับอวิ่นเฉินได้ดีไหม?"
"ก็ดีมาตลอดนะคะ"
"แล้วท้องของเธอ..." หลี่เหมยลี่ ขมวดคิ้ว "ทำไมยังไม่มีวี่แววอะไรเลย?"
เยี่ยชิงหวนเข้าใจขึ้นมาทันที รีบกระแอมไอ แล้วพูดด้วยเสียงเบา ๆ "คุณแม่คะ ฉันเพิ่งกลับมาได้นานแค่ไหนเองคะ แถมร่างกายของอวิ่นเฉิน… แม่ก็รู้ว่าเขาไม่ค่อย... เอ่อ..."
"หา?" สีหน้าของหลี่เหมยลี่แข็งทื่อเล็กน้อย รู้สึกเขินอาย ไม่คิดว่า เยี่ยชิงหวน จะพูดตรง ๆ แบบนี้ ทันใดนั้นก็รู้สึกเขิน
"โอ้ ฉัน ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฉันแค่... ฉันแค่ถามดูเฉย ๆ ..."
เยี่ยชิงหวนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง "แล้วคุณแม่หมายถึงเรื่องไหนล่ะคะ? ท้องจะมีเรื่องอื่นอีกเหรอคะ"
หลี่เหมยลี่อ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ เข้าไปกินข้าวกัน"
พูดจบก็ปล่อยมือเยี่ยชิงหวน แล้วรีบเดินเข้าบ้านไป
เยี่ยชิงหวนยืนอยู่ที่ประตู สีหน้าผ่อนคลายและสบายใจ ถ้าเป็นเรื่องตีหน้าซื่อล่ะก็ เธอไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว
ตอนเย็น เส้าเจี้ยนปางก็กลับมากินข้าวที่บ้านด้วย ถือว่าเป็นเรื่องแปลก
อาจเป็นเพราะเรื่องที่คุณปู่เป็นลมหมดสติกะทันหัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เลยดูตึงเครียดเล็กน้อย เส้าเจี้ยนปางแอบมองคุณปู่หลายครั้งราวกับว่าอยากจะชวนคุย
ไม่รู้ว่าทำไม หัวข้อสนทนากลับมาตกอยู่ที่เยี่ยชิงหวน
"ชิงหวน ไปรายงานตัวที่ฝ่ายออกแบบแล้วใช่ไหม เป็นไงบ้าง?"
เยี่ยชิงหวนกลืนซุปปลาลงคอ ตอบอย่างว่าง่าย "ก็ดีค่ะ ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพี่หลาน ที่ฝ่ายออกแบบ กับนักออกแบบคนอื่น ๆ "
"ช่วงนี้บริษัทกำลังยุ่งอยู่กับงานที่คุณนายซ่งแนะนำมา ฉันก็เลยไม่ได้ถามเธอ ฝ่ายบุคคลจัดตำแหน่งอะไรให้"
"ผู้ช่วยนักออกแบบค่ะ"
ทันใดนั้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เงียบลง
เส้าเจี้ยนปาง ดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย "ผู้ช่วยนักออกแบบ?"
"ใช่ค่ะ" เยี่ยชิงหวนไม่เข้าใจ
หลี่เหมยลี่ขมวดคิ้ว เส้าอวี่ซินทำท่าทางดูถูกเหยียดหยามอย่างสะใจ ส่วนเส้าอี้เจิ่นก็ยังคงเหมือนเดิม มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า นั่งดูเหตุการณ์อยู่บนเก้าอี้ คนที่ดูสงบนิ่งที่สุดคือเส้าอวิ่นเฉิน เขาดูเหมือนจะมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งตั้งนานแล้ว
คุณปู่วางตะเกียบลง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "แกให้หลานสะใภ้คนโตของตระกูลเส้า ไปเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ คอยวิ่งเต้นให้คนอื่นในบริษัทของแกงั้นเหรอ?"
เส้าเจี้ยนปางดูกระวนกระวาย
เยี่ยชิงหวนเพิ่งตระหนักได้จึงรีบอธิบาย
"คุณปู่คะ เรื่องนี้ฉันเป็นคนขอเองค่ะ ตอนไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคล ฉันตั้งใจปิดบังตัวตนค่ะ บริษัทก็เลยไม่มีใครรู้ว่าหนูเป็นคนของตระกูลเส้า "
หลังจากได้ยินเยี่ยชิงหวนพูดแบบนี้ สีหน้าของคุณปู่ก็ดีขึ้นเล็กน้อย
ด้วยฐานะของตระกูลเส้าในเยี่ยนจิงตอนนี้ การที่หลานสะใภ้คนโตอยู่บ้านเฉย ๆ เป็นแม่บ้าน ดูมีเกียรติมากกว่าออกไปเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ คอยชงชาเสิร์ฟน้ำให้คนอื่นเยอะ
คุณปู่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาของตระกูลมากที่สุด แน่นอนว่ายอมให้เยี่ยชิงหวนออกไปชงชาเสิร์ฟน้ำให้คนอื่นไม่ได้
"แบบนั้นก็ไม่ได้อยู่ดี" หลี่เหมยลี่ขัดขึ้นมา สีหน้าไม่พอใจ "เธอเป็นหลานสะใภ้คนโตของตระกูลเส้า จะไปเป็นแค่ผู้ช่วยในบริษัทได้ยังไง? อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้จัดการฝ่าย"
เยี่ยชิงหวนขมวดคิ้ว